BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Monday, June 11, 2012

Gyu Kaku (Thonglor Branch) - Japanese Yakiniku (BBQ) Restaurant, Bangkok

Gyu Kaku  (Thonglor Branch) - Japanese Yakiniku (BBQ) Restaurant, Bangkok กิว คาคุ ร้านเนื้อย่าง ร้านอาหารญี่ปุ่น ทองหล่อ



Overall Score  8.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   3.5/5


Gyu Kaku - Japanese BBQ Restaurant on BumRes.com


For more yummy review of Bangkok restaurants please Click Here!


หมายเหตุ รูปบรรยากาศร้านจากทาง facebook ของร้านนะครับ รูปที่ผมถ่ายมามันติดลูกค้าเยอะไม่ค่อยสวย -*-








ช่วงนี้รู้สึกชีพจรจะลงเท้าให้เท้าลากตัวผมไปกินเนื้อย่างถี่เหลือเกินครับ สัปดาห์ก่อนหน้านั้นกินร้าน Ginzado @ ทองหล่อ มา เมื่อวานซืนก็เพิ่งกินร้าน Gen Poo Kan @ สุขุมวิท 22 มา มาวันนี้ในระยะเวลาแค่ 7 วันกับร้านเนื้อย่างร้านที่ 3 นามว่า Gyu Kaku หรือ เขาวัว ที่ตั้งตัวเองอยู่ที่ชั้น G อาคาร Somerset ทองหล่อ ร้านนี้ก็เป็นแบรนด์เนื้อย่างชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่สาขาที่ญี่ปุ่นเองมีกันมากกว่า 600 สาขา และขายดิบขายดีจนมีไปเปิดสาขาที่ต่างประเทศมากมาย สำหรับที่ไทย รู้สึกว่าร้านนี้คุณหน่อย (แฟนคุณเคน) จะซื้อ franchise ร้านนี้มาบริหารเองรึเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ที่รู้อย่างเดียวคือน่าจะไปรุ่งเพราะว่าสาขาแรกที่ถนนธนิยะ หลังจากที่เปิดมาได้ไม่นาน (ไม่น่าเกินครึ่งปี) ตอนนี้ก็มีสาขาที่ 2 ณ ทองหล่อ ที่ผมกำลังจะรีวิวกันแล้ว ร้านสาขา 2 นี่ก็ดูจะประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน เพราะวันที่ผมไป ลูกค้าเต็มร้านจนผมต้องรอโต๊ะ และลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าญี่ปุ่นที่มีกำลังทรัพย์และกำลังกินสูง (เห็นแต่ลูกค้าญี่ปุ่นจริง ๆ ) ซึ่งทางร้าน Gyu Kaku นี่ก็มีพนักงานเป็นคนญี่ปุ่นแท้ ๆ กับพนักงานคนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้ไว้คอยต้อนรับอยู่แล้ว ซึ่งพนักงานจะคนไทย, คนญี่ปุ่น, คนไทยพูดญี่ปุ่นได้ ทุกคนบริการดีหมดครับ ทั้งการจดออเดอร์ที่ไม่ต้องมีให้ต้องสั่งหลายครั้ง, การดูแลเอาใจใส่ลูกค้า และมารยาทและการยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนยกมาตรฐาน ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัยมาเลยล่ะครับ (นั่งคุกเข่ารับออเดอร์ด้วย)






ผมเคยไปกินร้าน Gyu Kaku ที่ญี่ปุ่นมา 2 ครั้งโดยทั้ง 2 ครั้งจะเป็นการกินแบบ Tabehodai หรือ all you can eat ทั้งหมด กินครั้งแรกราคา 3,000 yen  ครั้งที่ 2 3500 yen (เพิ่มรายการอาหารไปอีกหน่อย) กินครั้งแรกผมประทับใจมาก เป็นบุฟเฟ่ต์เนื้อที่อร่อยขิง ๆ จริง ๆ ส่วนครั้งที่ 2 ไม่ค่อยประทับใจเท่าไรเนื่องจากสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง, อาหารก็ช้า (ไปครั้งแรกมีเพื่อนพูดญี่ปุ่นด้วยได้ไปด้วย) และเตาก็ไม่ค่อยร้อน สั่งพนักงานกันก็ไม่รู้เรื่อง ส่วนสาขาที่ทองหล่อนี่ เท่าที่ผมเห็นความแตกต่างกับที่ญี่ปุ่นที่ผมกินมาคือ 1. ที่เมืองไทยจะไม่มีเมนูแบบ buffet ซึ่งผมว่ามีหน่อยก็ได้นะ 3000 yen = 1,200 บาท ถ้าเนื้อดีจริง ๆ เหมือนญี่ปุ่นผมว่าผมคนนึงล่ะที่ยอมจ่าย 2. ที่ไทยจะเป็นเตาย่างแบบเตามาตรฐานฝังลงไปในโต๊ะเหมือนร้านอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป แต่ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเตาแบบตั้งขึ้นมาเหนือโต๊ะ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่เตาที่ทองหล่อนี่ก็ดีครับ ร้อนดี ดูดควันดี 3. มีพริก และกระเทียมให้ นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมชอบร้านที่ไทยมากกว่าที่ญี่ปุ่นเลยล่ะ ที่ญี่ปุ่นจะมีน้ำจิ้มให้แค่ 2 แบบ เป็นน้ำจิ้มเค็ม ๆ, หวาน ๆ ไม่มีอะไรให้ปรุงรสเพิ่ม อย่างสุดท้ายที่สังเกตเห็นคือ 4. ร้านที่เมืองไทย (Gyu Kaku - Thonglor) แห่งนี้ ร้านสวยมาก ที่ญี่ปุ่นที่ผมไปมามันจะดิบ ๆ ทมิฬ ๆ หน่อย แต่ร้านนี้นี่แบบสวยงาม ยังกะร้านไฮโซอะไรสักร้าน







เข้าถึงเรื่องอาหาร คือผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าราคาเนื้อที่ไทยเนี่ย ราคาเท่า ๆ กับที่ญี่ปุ่นรึเปล่า แต่ถ้าให้เดาก็น่าจะถูกกว่าหน่อย เพราะจากเบียร์สด Signha และ Heineken ที่แก้วละ 80 และ 90 บาทตามลำดับเมื่อเทียบกับที่ญี่ปุ่นที่แก้วละ 550 yen แล้ว อาหารอย่างอื่น ๆ ก็น่าจะราคาลดหลั่นลงมาเหมือน ๆ กับเบียร์นี่แหละครับผมว่า (ตรรกะอะไรวะเนี่ย) เมนูเนื้อ ๆ วันนี้ก็มีสั่ง Plate B เป็นเนื้อรวม ลิ้นวัว, ริบอาย, เนื้อสันใน และเนื้อซี่โครง หนัก 650 g  ราคา 1,200++  ไป ซึ่งไม่รู้ทำไมเวลาที่ร้านไหนมีเนื้อรวม ๆ มาเป็นจานใหญ่ให้ ผมก็มักจะชอบสั่งอยู่เสมอ โดนคาดคิด (เอาเอง) ว่ามันจะเป็นอะไรที่คุ้มค่าคุ้มราคา เนื้อในจานนี้ อร่อยเยี่ยมหมดครับ อร่อยระดับเดียวกับ Ginzado และบุฟเฟ่ต์ของร้านนี้ที่ญี่ปุ่นเลย ชอบ ๆ ส่วนเนื้อแบบ a la carte อีก 2 จานก็มี Harami (230++) หรือเนื้อส่วนท้องที่อร่อยใช้ได้ (แต่แอบชอบเนื้อส่วนอื่นมากกว่า) และ Veggie Prime Karubi (320++) หรือเนื้อซี่โครงที่เสิร์ฟมาในไหเล็ก ๆ น่ารักพร้อมผัก ซึ่งเป็นเมนูพิเศษ และอร่อยเยี่ยมดีทีเดียวเลยล่ะครับ แม้ว่าเนื้อจะลายไม่สวยก็ตาม





ส่วนเมนูที่ไม่ใช่เนื้อก็มี Assorted bacon & sausage (150++) กับ Arabiki sausage (100++) สันคอหมู (200++) และลิ้นวัวลูกเต๋า (320++) ผมว่าหมูกับไส้กรอกของร้าน Gyu-Kaku นี่ยังไม่ค่อยโดนเท่าไรอ่ะครับ กินมาหลาย ๆ ร้านกรุงเทพ ส่วนใหญ่ทำได้ดีกว่าร้านนี้ทั้งนั้น คือไม่รู้เพราะว่าตัวคุณภาพเนื้อหมูที่แบบอาจจะไม่ได้พิถีพิถันเท่าเนื้อวัว หรือว่าซอสที่ราดมาไม่ค่อยโดนก็ไม่ทราบครับ รสชาติสู้เนื้อวัวไม่ได้เลยล่ะพวกเนื้อหมูเนี่ย ส่วนเจ้า ลิ้นวัวลูกเต๋า นี่ก็เป็นอะไรที่อร่อยมาก ๆ เลยล่ะครับ ถ้าปิ้งอย่างถูกต้อง คือทุกทีเวลาปิ้งลันวัวแบบแล่มาเป็นแผ่นบาง ๆ ผมก็จะปิ้งแค่พอให้สุกเล็กน้อยก็กินล่ะ ตอนแรกก็ลองทำกับเจ้าลิ้นวัวลูกเต๋านี่บ้าง แต่พอกินเข้าไปแค่นั้นแหละ มันไม่ใช่อ่ะครับ ด้านในมันยังดิบอยู่เลย เลยลองใหม่ ปิ้งนาน ๆ หน่อยให้สุกไปถึงข้างใน และพอกินแค่นั้นแหละครับ อร่อยเยี่ยมเลยล่ะ texture มันจะต่างจากลิ้นวัวคือมันจะได้ความเด้งจากความหนาของเนื้อมาผสมผสานกับ texture ของลิ้นวัวที่ผมชอบมากอยู่แล้ว ชอบครับ ๆ






สรุป ร้าน Gyu-Kaku ณ สาขา ทองหล่อ นี่ก็ไม่น่าแปลกใจที่เปิดสาขาแรกที่ธนิยะได้ไม่นานก็มาเปิดสาขาที่ 2 ต่อแล้ว เพราะ attribute ทุกอย่างของการเป็นร้านอาหารที่ดีนั้นเรียกได้ว่ายกมาจากร้านที่ญี่ปุ่นแทบทุกด้านเลย ทั้งการบริการ, รสชาติอาหารและตัวเมนู จะมีก็ตัวบรรยากาศร้านที่สวยงามกว่าอย่างเด่นชัด และราคาที่ผมว่า(น่าจะ)ถูกกว่าที่ญี่ปุ่น ตอนนี้ที่ทองหล่อก็มีร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นดี ๆ เพิ่มขึ้นอีกร้านแล้ว ทีนี้เวลาอยากจะกินเนื้อย่างย่านนี้งวดหน้า สงสัยต้องโยนหัวก้อยกันแล้วล่ะมั้งครับ มันรักพี่เสียดายน้องเหลือเกิน

ปล. ว่าจะไปลองสาขาธนิยะดูเหมือนกันครับ เห็นว่ามี set lunch ราคาประหยัดด้วย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...