BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Wednesday, August 29, 2012

Shintaro Four Seasons Bangkok Review

Shintaro Japanese Restaurant at Four Seasons Hotel, Bangkok ชินทาโร่ ร้านอาหารญี่ปุ่น โรงแรม โฟร์ซีซัน กรุงเทพ Sashimi Sushi Roll



Overall Score  8.5/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  4.5/5
Value   4/5

Shintaro Japanese Restaurant on BumRes.com



ร้าน Shintaro ณ โรงแรม Four Seasons Bangkok โรงแรม 5 ดาวที่อยู่ยั้งยืนยงในกรุงเทพฟ้าอมรของเรามาร่วม ๆ 30 ปีแห่งนี้ ผมเคยมารีวิวมื้อเที่ยงเอาไว้แล้วสักช่วงต้นปีที่ผ่านมา พอดีบัตรสมาชิกของโรงแรมที่ผมสมัครไว้มี gift voucher พวกส่วนลดอาหาร, ไวน์ฟรี, เค้กฟรี ซึ่งผมหาโอกาสใช้มาสักพักนึงแล้ว ก็มาลงเอยถูกใช้งานเอากับมื้อเย็นที่เรียกได้ว่าจัดค่อนข้างหนักกับร้าน ชินทาโร่ ห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรมโฟร์ซีซัน พร้อมพลพรรคอีก 3 คน

ห้องอาหาร Shintaro นั้นแม้ว่าจะเป็นห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรม 5 ดาว แต่ก็เป็นห้องอาหารที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ห้องที่ผมเคยไปมา มีโต๊ะอยู่แค่ประมาณ 10 โต๊ะและ Counter bar อีกประมาณ 10 ที่นั่งเท่านั้น ที่สำคัญและน่าจะเป็นข้อด้อยของทางชินทาโร่ต่อห้องอาหารญี่ปุ่นอื่น ๆ ก็คือที่นี่ไม่มีห้องส่วนตัว ซึ่งผมเรียกได้ว่า "ขาด" เป็นอย่างมากกับห้องอาหารญี่ปุ่นประจำโรงแรม 5 ดาวแบบนี้ ที่ที่หลาย ๆ คนมักจะเลือกใช้เป็นที่คุยธุรกิจ หรือต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาเป็นโอกาสพิเศษ

คราวที่แล้วที่ผมมาผมมากินแบบ set lunch ไป จำได้ว่าเป็น set lunch ที่ค่อนข้างประทับใจเมื่อเทียบกับ set lunch อาหารญี่ปุ่นร้านอื่น ๆ ที่เคยกินมา (เท่าที่นึกออกก็จะมีร้าน Nanohana @ J-Avenue ที่จะเหนือกว่า) สำหรับมื้อเย็น อาหารของร้าน Shintaro ก็จะคล้าย ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่แค่จะลดความหลากหลายของเมนูลงมา และราคาที่จะอัพขึ้นไปตามฐานะของห้องอาหารประจำโรงแรม 5 ดาว (แต่ก็สามารถลดราคาได้ถึง 50% ด้วยบัตรสมาชิกโรงแรมแบบที่ผมทำ) มื้อนี้ผมไปกัน 4 คนก็ใช้บัตร 2 ใบคิดแยกบิลกันก็จะได้ลด 50% แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการไปนั่งที่ counter bar แทนที่จะได้นั่งที่โต๊ะแทน





มื้อนี้ประเดิมสนามกันด้วย Aoyama Sushi Combination (3,250++ บาท) ซึ่งประกอบด้วย Otoro, Chutoro, Hamachi, Salmon, Ark Shell ,Travelly(ไม่แน่ใจว่าเป็น Kampachi หรือ Shima Aji ครับอันนี้ชื่อญี่ปุ่น) และ Botan ebi มาอย่างละ 2 คำ ปลาแล่มาชิ้นใหญ่ ไม่หนาไป ขนาดเรียกได้ว่าใหญ่กำลังดี สีส้นน่ากิน จัดเรียงมาได้น่าดูชม แต่ถ้าเอาราคาเต็มของที่นี่ไปเทียบกับราคาเต็มของร้านญี่ปุ่น Premium ร้านอื่น ๆ แล้ว จานนี้แอบแพง แต่ทางโรงแรมก็คงคำนวณเผื่อการลดราคามาอยู่แล้วซึ่งพอลดราคาลงมาก็เลยไม่ค่อยแพงเท่าไร ปลาสดอร่อยดีครับ ที่เด่น ๆ ก็เป็นแซลมอน, chutoro กับ กุ้งโบตั๋น 3 อย่างนี่แหละครับ แต่อย่างอื่นก็จัดได้ว่าชั้นดีเช่นกันแค่ไม่เด่นเท่า




อาหารอย่างที่ 2 เป็นสลัดรวมมิตร (Seafood, seaweed and vegetables with soy dressing salad - 470++ บาท) จานนี้พนักงานบอกแทบทุกโต๊ะจะสั่งกันหมด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะเป็นสลัดที่ทำมาน่ากินดี แต่น่าเสียดายที่ตัวเนื้อสัตว์ที่ให้มานั้นน้อยมาก ๆ อย่างละคำสองคำเท่านั้น และตัวน้ำสลัดก็เปรี้ยวจี๊ดซึ่งผมไม่ค่อยชอบแต่เพื่อน ๆ ผมชอบกัน ที่ดีหน่อยสำหรับจานนี้คือผักให้มาเยอะและหลากหลายและสดดีครับ ไม่เหมือนกับสลัดของบางร้านที่ให้มาแค่ผักกาดแก้ว Supermarket แค่อย่างเดียว!






ส่วนอย่างที่ 3 และ 4 เป็น Roll ครับ Roll แรกคือ Spicy tuna tempura sushi (500++ บาท) อันนี้พวกผมไม่ค่อยชอบกันเท่าไร กิน ๆ แล้วเหมือนรสชาติมันผสมปนเปกันมั่วไปหมด ตัวซอส spicy ไปกลบตัวรสชาติของทูน่าจนเกลี้ยงด้วย โชคดีที่คำไม่ใหญ่ก็เลยกินกันได้หมดไม่มีปัญหาครับ ส่วน Roll อีกอันเป็น Foie gras tropical sushi (810++ บาท) อันนี้อร่อยดีทีเดียวครับ รสชาติแต่ละอันแยกกันชัดเจน และส่งเสริมกันและกัน ได้ความมันจากตับห่าน, ความหวานจากมะม่วงสุก และความสาก ๆ ขม ๆ จากเม็ดงาที่โอบล้อมข้าวอยู่ทุกอณู เพื่อนผมชอบกันทุกคนครับเจ้า Roll นี่







อย่างที่ 5 นี่จะเป็นพวก Sushi สั่งมากินเล่นครับ ไล่เรียงกันไปทีละอัน อันแรกเป็น Sear Salmon Sushi (380++ / 2 pieces) เป็นแซลมอนที่อร่อยมากครับ อร่อยแทบจะที่สุดในช่วงหลัง ๆ ที่กินมาเลย ถ้ามีการโรยไข่แซลมอนมาให้เพื่อเพิ่มรสชาติและความสวยงามอีกสัก 3-4 เม็ดนี่คงจะสมบูรณ์แบบเลยล่ะ // Tamago (110++ / 2 pieces) ที่สั่งมาเพราะเจ้าก้อนไข่มันวางเนียนอยู่หน้าผมจนอดใจไม่ไหวที่จะไม่สั่ง ธรรมดา ๆ ครับอันนี้ มาตรฐาน // Shime Saba (170++ / 2pieces) หรือซาบะดอง อันนี้ก็อร่อยยอดเยี่ยมอีกเช่นกันครับ ชอบกันทุกคน // Hotate (320++ / 2 pieces) เป็นอีกหนึ่งคำที่อร่อยยอดเยี่ยม หวาน นุ่ม ละมุน โอยคิดแล้วอยากกลับไปกินอีกรอบ และคำสุดท้าย Akami (360++ / 2 pieces) อันนี้ค่อนข้างธรรมดา ๆ ยิ่งถ้าเอาไปเทียบกับ Akami เทพของร้าน Mugendai @ The Glass ทองหล่อ นี่ยิ่งสู้ไม่ได้เลยครับ ซูชิของร้าน Shintaro @ Four Seasons Hotel Bangkok นี่ก็เหมือน ๆ ร้านอื่นครับ มีดีมีชั่ว เอ๊ย มีอร่อยและไม่อร่อยคละเคล้ากันไป เราต้องรู้เขารู้เราสั่งให้ถูกชนิดกับร้านนั้น ๆ ถึงจะคุ้มค่าเงินที่เสียไป








อย่างที่ 6 และ 7 จะเป็นประหนึ่ง Entree หรือ Main dish ครับ อย่างแรกเป็น Kurubota ยัดไส้ Uni หรือเนื้อหมูดำเอาไปชุบแป้งทอดและยัดไส้มาด้วยไข่หอยเม่นนั่นเอง (890 บาท) จานนี้ ตอนแรกก็แอบกลัว ๆ ว่ามันจะดีเหรอ จะเข้ากันเหรอ เอาไปทอดแล้วมันน่าจะทำลายความสด ความอร่อยของ Uni ไปนะ ซึ่งพอได้กินก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ครับ Uni รสชาติเหลือแค่เหมือนเป็นเศษ ๆ แป้ง ไม่ได้มีความเนียน, นุ่ม เป็นเจลลี่แบบกินสด ๆ และตัวหมูคุโรบูตะก็ทอดมายังไม่ค่อยโดน ร้าน Tonkatsu หลาย ๆ ร้านในไทย ทำดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด จานนี้เป็น Chef's special ที่เรียกได้ว่าค่อนข้าง Fail ครับ แพงและไม่อร่อย Entree อีกอย่างเป็นข้าวหน้าปลาแซลมอน (Pan grilled salmon teriyaki on sesame sauce, salmon roe on steamed rice served with miso soup - 590 บาท) จานนี้แอบ fail อีกเช่นกัน ทุกทีกินข้าวหน้าแซลมอนก็จะเจอแต่ดิบ ๆ (อันนี้ก็ลืมอ่านในเมนูไปครับ) ซึ่งเค้าคงมีเหตุผลที่แทบทุกร้านทำแบบดิบ ๆ กันเพราะว่ามันอร่อยกว่าแบบสุก ๆ นั่นเอง! เสียดายครับ จากที่กินแซลมอนมาก่อนหน้าในมื้อนี้ คิดว่าถ้าเป็นแบบดิบ ๆ จานนี้จะอร่อยยอดเยี่ยมไปเลยทีเดียว พอมาแบบสุก ๆ เลยรสชาติกลาง ๆ กินแล้วแอบผิดหวังครับ

โอ้ว เขียนเสร็จแล้วมาดูรูปลืมไปอย่างนึง และเป็นอย่างที่สำคัญมากด้วยกับจานที่ผมประทับใจที่สุดในมื้อนี้ล่ะกับ Pan-fried Atlantic cod fish with spicy cream sauce (720 บาท) หรือประมาณปลาหิมะทอดกับซอสเผ็ดนั่นเอง จานนี้ ทีเด็ดนั้นอยู่ที่ตัวซอสที่มันแบบรสชาติล้ำลึกมาก คือมีครบทุกรสชาติแต่เด่นที่ความเผ็ด เป็นซอสที่แบบเพื่อนผมเอาไปราดข้าวที่เหลือจากข้าวหน้าปลาแซลมอนกินจนเกลี้ยง ประมาณนั้นเลยอ่ะครับ ตัวเนื้อปลาก็เนื้อเนียน สด อร่อย ไม่มีที่ติครับจานนี้







อย่างที่ 8 และ 9 เป็นพวกเส้น ๆ อย่างแรกเป็น Ten zaru soba (370 บาท) หรือ Soba เย็นกับกุ้งเทมปุระนั่นเอง ดีใจมากครับที่ได้สั่งเจ้าเมนูนี้ไปเพราะเป็น Soba ที่อร่อยดีทีเดียว หาร้านในกรุงเทพที่จะทำโซบะอร่อย ๆ แบบนี้ยากครับ ชอบครับ เมนูนี้แนะนำเลย ส่วน Udon เย็นนั้น กลับไม่ค่อยประทับใจเท่าไร ร้าน Udon ราคาถูกเฉพาะทางที่เปิด ๆ มาช่วงปีนี้เช่น Yokoi Udon ทำอร่อยกว่าอย่าง รับทราบ ชัดเจนเปลี่ยนกันเลยทีเดียวล่ะครับ








ส่วนของหวานในมื้อนี้ก็มี 3 อย่าง + เค้ก Blueberry cheesecake ที่ผมใช้ gift voucher แลกฟรีมา ตัวของหวานมีอร่อยอย่างเดียวครับคือตัว Jasmine Custard (240 บาท) หรือคัสตาร์ดกลิ่นมะลิ ทางร้าน Shintaro @ Four Seasons Hotel ทำมาได้ดีจริง ๆ ครับ อร่อย รสชาติละมุนลงตัว ยิ่งกินกับ cracker ที่ให้มาด้วยนี่ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่ ส่วนของหวานอีก 2 อัน Mochi and marshmellow (240 บาท) และ Matcha lava cake (240 บาท) 2 อันนี้เหมือนเป็นของหวานลูกครึ่งระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่ง (ในขณะที่เจ้า Jasmine custard นั่นดูเป็นแบบฝรั่งเพียว ๆ) รสชาติ 2 อันนี้มันก็เลยมาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไรครับ ส่วน Blueberry Cheescake ที่เป็นเค้กแถม ผมว่าทางโรงแรมทำมาได้ดีทีเดียว ไม่น่าแปลกใจที่เป็นเค้กของร้าน Bakery ของโรงแรมที่ขายดีเป็นประจำจนต้องมีบัตรคิว

สรุป มื้อเย็นแบบจัดหนักที่ร้าน Shintaro โรงแรม Four Seasons Bangkok นี่ก็ถือว่าค่อนข้างประทับใจนะครับ อาหารโดยรวมจัดได้ว่าอร่อย หน้าตาดี และหลาย ๆ จานที่ให้ปริมาณคุ้มค่าดี แต่ไม่รู้เพราะว่าเดี๋ยวนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ premium ๆ ในกรุงเทพมันเริ่มจะมีเยอะ แล้วร้านพวกนั้นคุณภาพของเค้าก็สูงจริง ๆ ก็เลยทำให้รสชาติในมื้อนี้ของผม ไม่ได้แบบ outstanding จากมื้ออื่น ๆ ที่ไปกินในร้านพรีเมียมแบบที่ว่า ไม่รู้เป็นเพราะว่าเมนูต้องใช้วัตถุดิบ หรือปรุงมาแบบคำนวนเผื่อทั้งลูกค้ากินแบบเต็มราคา, กับลด 50% ก็เลยทำให้เมนูบางอย่างมันดูกั๊ก ๆ แบบบอกไม่ถูก หรือไม่รู้เป็นเพราะว่าร้าน premium พวกนั้นเชฟเค้าเก่งกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ร้านชินทาโร่ แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นร้านญี่ปุ่นที่ดีอีกร้านหนึ่งประจำกรุงเทพบ้านเราล่ะครับ ยิ่งถ้ามีบัตรลด 50% แบบผมด้วยแล้ว คุ้ม!





--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...