BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Saturday, April 20, 2013

La Villa - Hua Hin

La Villa Hua Hin - Italian Restaurant Pasta Pizza Steak

ลา วิลล่า หัวหิน ร้านอาหารอิตาเลียน พาสต้า พิซซ่า เสต็ก




Overall Score  7.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4.5/5
Value   3/5

La Villa - Italian Restaurant on BumRes.com (For more pictures and menu)



ตัวผมเองก็เป็นคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญ ไม่ได้สันทัดในเมืองหัวหินสักเท่าไร ชีวิตนี้ถ้าเอาจริง ๆ ก็เคยมาอยู่แค่ 4-5 ทีแค่นั้นเอง ก่อนหน้านี้ที่มาก็จะแบบไม่ได้ตั้งใจจะมากิน ๆ และกินอย่างเดียวเหมือนทริปนี้ จะออกแนวมาเที่ยว มา hang out กับเพื่อนมากกว่า และหลาย ๆ ครั้งที่แบบ hang out จนเพลิน จนตื่นไม่ไหว เลยพลาดการไปกินร้านที่เล็ง ๆ เอาไว้อยู่หลายทีเหมือนกัน ร้านในรีวิวฉบับนี้ก็เป็นร้านแบบที่ว่า คือผมรู็จักมานานแล้ว เล็งจะมาหลายทีแล้ว แต่ก็เป็นอันต้องพลาดไปทุกทีเลยกับร้าน La Villa - ร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่ประจำหัวหินนั่นเอง

ร้านนี้แม้ว่าชื่อจะคล้ายกับห้าง La Villa - อารีย์ แต่เอาจริง ๆ แล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย และถ้าเอาจริง ๆ เผลอ ๆ ร้านนี้จะเปิดมาก่อนห้างลาวิลล่าที่ว่าอีกด้วยก็เป็นได้ (เปิดก่อนจริง ๆ ครับ เขียนใน menu เปิดมาตั้งแต่ 1987) ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณ ถนนพูนสุข คือถ้าเข้าซอยหัวหิน 61 มานิดเดียว (ซอยใหญ่ที่จะไปสุดเอาที่ชายหาดหัวหิน) ก็เลี้ยวซ้ายซอยแรกที่เจอ แล้วก็จะเจอร้าน La Villa ตั้งอยู่ขวามือประมาณสัก 30 - 50 เมตรจากที่เลี้ยวมาเลย ส่วนที่จอดรถ จริง ๆ ก็จอดในซอย หัวหิน 61 แล้วเดินมาก็ทำได้ แต่ว่าผมขับผ่านเจ้าซอยนี้ทีไร ไม่เคยมีที่จอดรถซักกะที ก็ไปจอดรถที่วัดใกล้ ๆ ก่อนถึงแยกแล้วเสียค่าจอด 20 บาทแล้วเดินมาก็เป็นอะไรที่น่าจะลงตัวกว่านะ

ร้าน ลา วิลล่า - หัวหิน นี่บรรยากาศร้านดูเหมือนจะเน้นโต๊ะแบบ al fresco dining มากกว่าแบบ indoor dining เพราะว่าโต๊ะแบบแรกนี่มีประมาณสัก 3 ใน 4 ของโต๊ะทั้งหมดในร้านก็ว่าได้ เอาจริง ๆ ตอนเดินเข้าร้านไปแว่บแรก ผมไม่เห็นด้วยซ้ำว่าร้านมีแบบที่นั่งแบบ air conditioning อยู่ คือแบบทนร้อนไม่ไหวจริง ๆ (ปลายเดือนมีนาคม พระเจ้าช่วย) ก็เลยถามน้องเด็กเสิร์ฟก็เลยโชคดีได้นั่งในห้องแอร์ที่เย็นขึ้นมาหน่อย (หน่อยเดียวจริง ๆ) ร้านนี้ดูเหมือนจะตกแต่งเป็นแนวอิตาเลียนแบบ...ยังไงดี โบราณ ๆ เล็กน้อย เน้นสี pastel เป็นหลัก ลูกค้าของร้านนี้ ณ วันที่ผมไป ผมก็ไม่เห็นลูกค้าคนไทยเลยสักคน เห็นแต่ฝรั่ง ๆ และฝรั่งเท่านั้น อืม ส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะไปเอาวันจันทร์ด้วย คนไทยไม่ค่อยมาเที่ยวกันอยู่แล้ว ประมาณนั้น







อาหารของร้านนี้ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเหมือนกับพวกร้านอิตาเลียนโบราณในกรุงเทพสักเล็กน้อย คือมีเมนูให้เลือกค่อนข้างเยอะ ถึง เยอะมาก คือมีร่วม ๆ 100 รายการ มีครบทุกหมวดหมู่ของอาหารอิตาเลียนที่ควรจะเป็น appetizer, soup, pasta, pizza, main course, dessert และราคาของร้านนี้ก็ค่อนข้างสูง แพงพอ ๆ กับร้านอิตาเลียนส่วนใหญ่ในกรุงเทพอีกด้วย ตอนแรกผมก็นึกว่าไอ้ธรรมเนียมการตั้งราคาอาหารอิตาเลียนแพง ๆ นี่มันจะมีกันแต่ที่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเจ้าอาหารจากดินแดนรองเท้าบู้ตในประเทศไทยนี่มันจะกลายเป็นอาหารชั้นสูง ราคาแพง ไปทุกหย่อมหญ้า บนผืนแผ่นดินไทยไปแล้วก็คงไม่ผิดนัก ครับ ร้านนี้อาหารส่วนใหญ๋ประมาณ 300 บาท และก็มี vat + service charge มาคิดให้เราเสียตังค์สนุก ๆ เพิ่มอีกด้วย ซึ่งก็ยังดีครับ ที่พนักงานร้านนี้ดูแลดีมาก คอยยืนคุมยืนเฝ้าเราตลอดเวลา ก็เลยรู้สึกว่า service charge ที่จ่ายไปค่อยคุ้มหน่อย อืม

มื้อนี้เริ่มต้นด้วย Prosciutto e Melone (Parma Ham with Melon - 280 บาท) หรือ ปาร์มาแฮม เมล่อนนั่นเอง จานนี้สั่งไปไม่ใช่เพราะว่าอยากกินหรอกครับ แต่เห็นมีรูปอยู่ในเมนู และน้องเด็กเสิร์ฟเค้าก็แนะนำว่าอร่อย ก็เลยสั่ง ๆ ไป ก็ได้มาเป็น parma ham แผ่นใหญ่ ๆ ที่ปกคลุมเต็มผืนผ้าใบ เอ๊ย เต็มเมล่อนที่วางอยู่ข้างล่งแบบไม่เห็นเมล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว ตัว parma ham เค็มกำลังดี เนื้อบาง ๆ แต่ก็มีความเหนียวกำลังดี แต่แย่หน่อยที่ melon นั้นดูเหมือนจะเป็นเมล่อนไทย หรือเป็นเมล่อนในหน้าที่มันไม่หวานเท่าไร ก็เลยแบบกินแล้วรสมันไม่ได้มาตัดกับปาร์มาแฮมให้อร่อยขึ้นแต่อย่างใด กลายเป็นเหมือนจานนี้กินแต่ parma ham อย่างเดียวแทน ได้แต่รสจากแฮมอย่างเดียว







อย่างที่ 2 เป็น Insalata Italia (Mixed salad with Mozzarella and Ham black olive - 220 บาท) สลัดที่หน้าตาตอนยกมากับตอนที่คิดเอาไว้ตอนอ่านในเมนูนี่คนละเรื่องกันเลย คือแบบตอนแรกที่คิดไว้ ผมนึกว่ามันจะเป็นสลัดหน้าตาสวย ๆ แปลก ๆ แหวกแนว แต่ที่ไหนได้ .. มันคือสลัดที่แค่หั่นโน่นหั่นนี่เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วก็เอามากอง ๆ ออกมาเป็นชามใหญ่ ๆ แค่นั้น และเลวร้ายยิ่งไปกว่าเดิมตรงที่ ทางร้านไม่มีน้ำสลัดมาให้ มันเป็นสลัดแบบมาแห้ง ๆ เปล่า ๆ เลย พอถามเด็กเสิร์ฟก็บอกว่าให้เอา น้ำมันมะกอก กับ balsamic บนโต๊ะนั่นแหละกินเป็นน้ำสลัด ผมกับแฟนก็ได้แต่ เอิ่ม เอางั้นเลย? หรือนี่คือการกินสไตล์อิตาเลียนแท้ ๆ ? (ไม่อร่อยครับ สั้น ๆ ง่าย ๆ จานนี้ สลัดโง่ ๆ ตามร้านโง่ ๆ ยังอร่อยกว่าเลย)

อย่างที่ 3 เป็น Capelli d' Angelo in consomme' di Verdure (Beef consomme with Angel Hair Pasta - 190 บาท) : จานนี้ก็เป็นประมาณซุปเนื้อน้ำใส (บีฟ คอนซอมเม่) ใส่เส้น angel hair มาให้แปลกหน่อยแค่นั้น ก็เป็นซุปที่รสชาติได้มาตรฐาน beef consomme ดีครับ เบา ๆ เค็ม ๆ เล็กน้อย แต่แบบซุปมาไม่ค่อยร้อนเท่าไร และหลาย ๆ ร้านที่ผมกินมาทำได้ดีกว่าเจ้าซุปถ้วยนี้ทั้งนั้นนะถ้าจำไม่ผิด






อย่างที่ 4 Fettuccine "La Villa" (Fettuccine with salmon, mushrooms, tomato cream - 290 บาท) : เป็น พาสต้าที่ทางร้านถึงกับเอาชื่อร้านมาตั้ง มันก็ต้องมีอร่อยดีบ้างแหละเนอะ? ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ครับ อย่างแรกเลยคือ พาสต้าให้มาเยอะมาก ขยุ้มใหญ่ ๆ ประมาณว่าไม่เจอพาสต้าที่ปริมาณเยอะ แต่ราคา 290 บาทแบบนี้มานานแล้ว ตัวเส้น Fettuccine เหมือนจะมีเอาไปผสมกับ pesto ผสมกับผักมาจนเขียว ดูแปลกแหวกแนวเล็กน้อย แต่ทีเด็ดนั้นคือตัวซอส กับตัวแซลมอน ที่แบบ โอย อร่อย จริง ๆ และให้แซลมอนมาเยอะดีด้วย จานนี้ตอนแรกที่เห็นปริมาณ บอกตรง ๆ ว่าไม่คิดว่าจะกินหมดหรอกครับ แต่ด้วยความอร่อย ความฉ่ำของเส้น ความอร่อยของซอส ก็เลยกินกันจนหมดจนได้

อย่างที่ 5 เป็น Bistecca alla griglia (Grilled Australian Striploin Steak - 520 บาท) จานนี้หน้าตามาดูไม่ค่อยน่ากินสักเท่าไร เพราะแบบเหมือนกับแค่เอา ผักย่าง , เนื้อ และก็ mash potato วางโปะลงมาบนจานเท่านั้น ไม่มีการตกแต่งให้มันสวยงามตาม steak สมัยใหม่หลาย ๆ ร้านที่ทำได้น่ากินกว่านี้เยอะ อะไรประมาณนั้นเลย แถมตัวเนื้อทางส่วน striploin ที่จริง ๆ ควรจะมีไขมันติดมาด้วย ทางคนครัวก็แล่เอาไขมันออกจนเกลี้ยง กลายเป็นเนื้อส่วน striploin ที่โล้น ๆ รูปทรงแปลก ๆ ดูไม่ค่อยน่ากินสักเท่าไร ตัวเนื้อนั้น คุณภาพไม่ค่อยดีครับ แม้ว่าทางร้านจะทำมาได้ medium rare ตามที่สั่งจริง ๆ แต่เหมือนกับเนื้อมันเป็นเนื้อค้าง stock , เนื้อชั้นเลว หรือเนื้ออะไรก็แล้วแต่ กินไปแต่ละคำเหมือนกินเนื้อ steak ชิ้นละ 100 กว่าบาทที่ผมซื้อที่ foodland แล้วเอามาย่างกินเองโง่ ๆ อะไรประมาณนั้นเลย รสชาติระดับเดียวกัน ยังดีที่พวก garnish, sidedish ที่ให้มาด้วยกันในมื้อนี้นั้นอร่อยมาก ไม่ว่าจะตัว ผักย่าง, mash potato แลพวกผักสด ๆ ที่ถูกเนื้อทับมา ทุกอย่าง ทำได้ดีกว่าหน้าตาที่เห็น และดีกว่าหลาย ๆ ร้านอิตาเลียนที่เคยกินมาช่วงหลัง ๆ นี้ก็ว่าได้








มื้อนี้ปิดท้ายด้วย Zabaione caldo con Gelato alla Vaniglia (Warm Zabaglione served with Vanilla Ice Cream - 170 บาท) จานนี้ ผมไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต แต่คุณแฟนผม นางบอกว่าเคยกิน และอยากกินอีกก็เลยสั่งมา มันก็เป็นประมาณ มูส, ครีม ก้อนใหญ่ ๆ แผ่กระจายเต็มถ้วย และใส่ไอศครีมวานิลลามาด้านล่างอ่ะครับ รสชาติก็กลาง ๆ นะ ผมกับแฟนกินแล้วก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก ได้แค่ความแปลก ความอลังการที่หากินไม่ค่อยได้ทั้งตัวเมนูเอง และด้วยราคา 170 บาทนี้ด้วย แค่นั้น

สรุป ร้าน La Villa ณ หัวหิน ในมื้อนี้ หลังจากผ่านมาหลายปีจนได้มากินตามความฝันในที่สุด ก็กลายเป็นว่า ผมน่าจะฝันต่อไปน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะแบบมื้อนี้พอกินเสร็จแล้ว ไม่ได้มีความประทับใจในตัวอาหารสักเท่าไรเลยครับ อาหารของร้านนี้ ราคาเท่ากรุงเทพแบบนี้ แต่อยู่ที่หัวหิน ซึ่งค่าครองชีพน่าจะถูกกว่า (น่าจะ?) , คนน่าจะมีกำลังทรัพย์ในการจ่ายเงินน้อยกว่า (รึเปล่า? เห็นแต่ฝรั่ง ที่น่าจะตังค์เหลือกัน) อาหารมันก็น่าจะทำให้ดี ๆ กินแล้วประทับใจอะไรประมาณนั้นไปเลยนะถ้าถามผม ซึ่งอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะร้านที่กรุงเทพมันมีดี ๆ เยอะ ส่วนร้าน La Villa นี่ก็หยุดการพัฒนา ไปนาน จนโดนแซง หรืออะไรก็ตาม ก็เลยกลายเป็นแบบนี้ อืม ร้านนี้ ถ้ามาหัวหิน ผมว่าไม่ต้องเสียเวลาไปกินหรอกนะ น่าจะมีร้านอาหารอิตาเลียนอื่น ๆ ที่อร่อยกว่า และราคาถูกกว่าอยู่ในหัวหินบ้าง ไม่มากก็น้อย หรืออย่างน้อย กินที่กรุงเทพก็ได้ ราคาพอ ๆ กันไม่ต้องเสียเวลาเสียค่าน้ำมันถ่อมากิน ตามนั้น





--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...