BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Wednesday, April 10, 2013

The Glass House Eastin Grand Review

The Glass House - International Buffet Restaurant at Eastin Grand Hotel, Sathorn, Bangkok

เดอะ กลาส เฮาส์ ร้านอาหารนานาชาติ บุฟเฟ่ต์ โรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร




Overall Score  8.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4.5/5
Service  4.5/5
Value   4/5

The Glass House Eastin Grand - International Buffet Restuarant on BumRes.com



ช่วงหลัง ๆ นี่ผมก็ห่างเหินจากการบุฟเฟ่ต์นานาชาติตามโรงแรมมานานพอสมควร เหตุผลหลักเลยคือกินช่วงหลัง ๆ มักจะเจอแต่ที่ไม่ค่อยอร่อยสักเท่าไร ขนาดเป็น Sunday Brunch แล้ว, ขนาดหัวละหลายพันแล้ว หรือขนาดไปกินตามโรงแรมชื่อดังแล้วก็ตาม แต่หลังจากที่ห่างเหินไปนาน ในที่สุดก็ได้กลับมากินใหม่อีกรอบกับบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นของห้องอาหาร The Glass House - โรงแรม Eastin Grand สาทร แห่งนี้ โรงแรม Eastin Grand สาทรแห่งนี้ก็เป็นโรงแรมเปิดใหม่ (น่าจะเปิดช่วงปี 2012 ที่ผ่านมา) และก็มีห้องอาหารประจำโรงแรมอยู่ 3 ห้องอาหาร ห้องอาหารจีนชื่อดังที่คนเต็มทะลักเดือดแทบจะทุกวัน "Chef Man" , ห้องอาหารอิตาเลียนนามว่า Luce ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อวันสิ้นปีที่ผ่านมา และก็ห้อง The Glass House แห่งนี้

ห้องอาหารนี้จะเปิดห้องอาหารบุฟเฟ่ต์แบบตลอดเวลา ทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น (มื้อเช้าน่าจะบริการอาหารให้แขกที่มาพักตามปกติ) โดยราคาก็จะเป็น 599++ , 699++ , 999++ และ 1,199++ สำหรับตอนกลางวันวันจันทร์ - ศุกร์ , เสาร์ - อาทิตย์ , ตอนเย็นวันอาทิตย์ - พฤหัส และ ศุกร์ - เสาร์ตามลำดับ ทางห้องอาหารรู้สึกว่าจะมี promotion มา 2 จ่าย 1 สำหรับบัตรเครดิต Citibank และ กรุงศรีด้วย จากราคาที่ไม่ค่อยแพงอยู่แล้ว (แต่มีเหตุผลแอบแฝง) ก็เลยทำให้ราคาสำหรับคนมีบัตรยิ่งถูกลงไปใหญ่ ห้องอาหารนี้ first impression คือ อืม ห้องอาหารสวยดีนะ สวยเกินไปสำหรับโรงแรมที่ประกาศไว้ว่าตัวเองเป็นโรงแรม 4 ดาวธรรมดา ๆ สวย เรียบหรูและดูดีกว่าห้องบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม 5 ดาวบางที่ด้วยซ้ำ ส่วนการบริการก็ถือว่าทำได้ดีตามที่คาดหวังไว้ (หรือเผลอ ๆ ดีกว่า) พนักงานรองรับลูกค้านั้นมีเยอะเพียงพอที่จะไม่ต้องคอยควานหา, พนักงานคอยดูแลลูกค้าตลอดเวลา พอกินเสร็จปุ๊บไปหยิบจานใหม่ กลับมาก็ไม่เคยเจอจานที่กินเสร็จแล้ววางอยู่บนโต๊ะ ส่วนพนักงานที่ประจำตามซุ้มอาหาร, ไลน์อาหารก็มารยาทนอบน้อมพูดจาดี ยิ้มแย้ม ไม่หน้าบูดหน้าบึ้งแม้ว่าจะมีลูกค้ารอต่อคิวบางซุ้มค่อนข้างยาว อืม บรรยากาศ และการบริการของที่นี่นี่เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมมาดี และทำได้ดีเกินโรงแรม 4 ดาวจริง ๆ ครับ












มื้อที่ผมไปกินนั้นเป็นมื้อเย็นวันพฤหัส ราคาปกติอยู่ที่ 999++ ตอนแรกผมก็นึกว่าราคานี้จะเป็นราคารวมเครื่องดื่มเหมือนที่อื่น แต่เปล่าครับ ไม่ใช่เลยสักกะนิด เครื่องดื่มของที่นี่จะต้องสั่งเพิ่มเติม โดยมีน้ำเปล่าเริ่มต้นที่ 30++ บาท อืม จะว่าไปที่นี่ก็เป็นที่แรกเลยมั้งที่ต้องจ่ายเงินค่าน้ำเพิ่ม ตอนแรกก่อนเดินไปชิมอาหาร ก่อนเดินไปดูลานอาหารก็แอบเคืองอยู่เหมือนกันครับว่าทำไมแค่น้ำเปล่าจะให้ลูกค้าฟรี ๆ ไม่ได้ แต่พอได้ชิม, ได้เห็นไลน์แบบเต็ม ๆ ก็คิดได้ว่า ทางโรงแรมก็น่าจะต้องการกำไรบ้างอะไรบ้างสินะ

ไลน์อาหารของที่ห้องอาหาร The Glass House นี่ก็เรียกได้ว่ามีครบครันสมกับเป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติครับ ไล่เรียงกันไปเลยทีละจุดละกัน จุดแรกคือจุด seafood ที่จะมีพวก NZ mussel, Rock lobster, Prawn, Salmon, Oyster และอะไรอื่น ๆ แบบครบครัน อาจจะไม่ได้มี lobster หรือกุ้งก็ไม่ได้ตัวใหญ่นัก แต่กับราคาเท่านี้ มีให้ขนาดนี้ผมว่าคุ้มเพียงพอล่ะ | ซุ้มต่อไปก็จะเป็นพวกอาหารอิตาเลียน, อาหารฝรั่ง ที่จะมีเหมือน ๆ ที่อื่นพวก cold cut, smoke salmon, caprase salad, caesar salad อะไรพวกนี้ | ซุ้มของหวาน อันนี้ผมไม่รู้ว่าผมไปช่วงเทศกาลด้วยรึเปล่า เค้กและของหวานแต่ละอย่างก็เลยมีตกแต่งเป็น X'mas กันแทบทุกชิ้น และก็มีให้เลือกเยอะ เพียงพออีกเช่นกัน | ซุ้มพวกของทอดสไตล์ Asia ที่มีเทมปุระ, ปอเปี๊ยะอะไรพวกนี้ | ซุ้มพวกอาหารยุโรป, เอเชียแบบปรุงเสร็จแล้วเปิดหม้อตัก ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นซุ้มที่ไม่มีคน station อยู่ครับ ส่วนที่มีคนประจำอยู่ก็จะมีแฮม, roast beef , Sashimi, Sushi และก็ก๋วยเตี๋ยว, สปาเก็ตตี้อะไรพวกนี้ เห็นมั้ยครับ ที่นี่ไลน์อาหารเค้าแน่นดีจริง ๆ อยากจะกินอะไรอับดุล เอ๊ย The Glass House เค้าจัดให้ได้จริง ๆ

อาหารจากห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นั้นก็จะเหมือน ๆ กันทุกที่ตรงที่จะมีอร่อยบ้าง, ไม่อร่อยบ้างคละเคล้ากันไป มีเหมือนกันครับกับที่ไม่อร่อยเลยสักอย่าง แค่พอกินได้ แต่ผมยังไม่เคยเจอที่แบบอร่อยทุกอย่างมีแค่เกือบ ๆ แค่นั้น สำหรับที่ The Glass House - Eastin Grand Hotel แห่งนี้ก็เป็นประเภท มีของอร่อยมากกว่าของไม่อร่อย ในอัตราส่วนสัก 70 : 30 ละกัน คือแบบอร่อยที่ว่านี่ไม่ใช่อร่อยแบบอู้หู อู้หาอะไรนะครับ (มีบ้าง 2-3 อย่าง) แต่ก็เป็นแบบดีกว่าห้องอื่น ๆ กินแล้วโอเค อยากกินอีกประมาณนั้น

สิ่งที่ผมชอบที่สุดในมื้อนี้คือตัว แฮม ครับ ผมไม่แน่ใจว่ามันคือแฮมอบน้ำผึ้ง (Honey Roast Ham) รึเปล่า เอาเป็นว่ามันเป็นแฮมที่อร่อยมาก อร่อยแบบเอาไปขาย a la carte ตามห้องอาหารหรู ๆ ได้เลย แฮมมัน นุ่ม และก็ติดมัน และก็แบบอร่อยอ่ะครับ เพื่อนผมที่ไปด้วยกัน 2 คนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคือที่สุดของแฮมในไลน์บุฟเฟ่ต์แล้ว ที่ชอบ ๆ รองลงไปก็จะเป็นปลาหิมะนึ่งซีอิ๊วแบบจีน ๆ ซึ่งเอาจริง ๆ จากที่กิน จากที่ดูลักษณะของเนื้อปลาแล้ว มันไม่ใช่ปลาหิมะหรอกครับ น่าจะเป็นปลาอะไรที่เนื้อขาว ๆ และ texture คล้าย ๆ ปลาหิมะแค่นั้น (กินแล้วมันไม่ใช่) แต่เจ้าของทำเทียม ทำเทียบนี่รสชาติการปรุงนี่เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมครับ เป็นการเอาปลาไปนึ่งซีอิ๊วที่ไม่รู้จะไปติอะไร ผมกินไปประมาณ 6-8 ชิ้นได้ และยิ่งถ้าเป็นปลาหิมะจริง ๆ น่ะเหรอ หึหึ เผลอ ๆ จะกินยิ่งกว่านี้อีกเยอะ






สิ่งที่ชอบรอง ๆ ลงไปอีกก็เป็น กั้งกระดาน กับ กุ้งกุลาดำล่ะครับ 2 อย่างนี้มีให้เลือกหยิบเยอะเกินพอ และมีมาเติมเรื่อย ๆ (ไม่เหมือนบางห้องอาหาร หมดแล้วหมดเลย เซ็ง) ทั้ง 2 อย่างนี้สดดี และทางร้านทำน้ำจิ้มซีฟู้ดได้ค่อนข้างแซบดีด้วย ก็เลยยิ่งทวีความอร่อยขึ้นไปใหญ่ ผมกินกุ้งไป 10 กว่าตัว, กั้งไป 10 ตัวได้ครับ เพลินดีแท้ ที่ค่อนข้างชอบในมื้อนี้ก็มีอีก 2 อย่าง เป็นพาสต้า 2 จานที่สั่งไป เป็นเส้นเกลียว (ไม่แน่ใจใช่ fusilli รึเปล่า) ที่เอาไปทำมาเป็น cabonara และก็ black ink fettuccine ที่เอาไปผัดกับซอสเพสโตและ parma ham ทั้ง 2 จานนี้ อร่อยดีเช่นกัน อร่อยแบบทำขาย a la carte ได้เลย ส่วนอีกอย่างที่ชอบก็คือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำขุ่นแบบไทย ๆ (ฝีมือแม่ครัวคนเดียวกัน ประจำทั้งพาสต้าและก๋วยเตี๋ยว) ซึ่งแบบ น้ำซุปแม้ว่าจะหวานไปนิด แต่พอกิน ๆ ไป เริ่มปรับตัวได้มันก็อร่อยดีครับ และแบบทางร้านมีไส้อ่อนให้กินด้วย ผมก็เลยสั่งบะหมี่น้ำไส้อ่อนล้วนไป โอย อร่อยครับ











อาหารอย่างอื่น ๆ ในมื้อนี้ที่เหลือก็จะเป็นระดับ พอกินได้ล่ะครับ ไม่มีอะไรที่ถึงกับกินไปคำแรกแล้วกินไม่ได้แล้วก็เขี่ยจานทิ้งรอพนักงานมาเก็บไปอย่างงาม ๆ อะไรแบบนี้ไม่มีเลย (บางห้องอาหารมีนะครับทำเป็นเล่นไป) อาหารที่เหลือที่ได้ชิม ๆ ก็มี caesar salad, ปอเปี๊ยะ, กุ้งเทมปุระ, Sashimi (Salmon, agami, saba), Sushi, Cold cut, ข้าวผัด, หอยนางรม ทั้งหมดที่พิมพ์มานี ๆ ทุกอย่างโอเคหมดเลยครับ แค่ไม่โดดเด่น ไม่สวดยอด เท่าที่พิมพ์ไปในย่อหน้าก่อน ๆ หน้าแค่นั้น แต่สิ่งนึงที่แบบ fail สำหรับที่ห้องอาหาร The Glass House - Eastin Grand ก็คือตัวของหวานครับ ผมเจอมาหลายร้านล่ะที่ทำของหวานได้ไม่ดีเท่าของคาว ซึ่งที่นี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ของหวานของที่นี่ออกแนว ไม่อร่อย กินไปคำนึงแล้วก็กินต่อไม่ได้ซะ 50% ของที่ยก ๆ มาครับ คือแบบ ไม่หวานไปมั่ง ก็เละไปมั่ง เหลวไปมั่ง ไม่ค่อยมีอะไรที่มันพอดี ๆ และเป็นอะไรในแบบที่มันควรจะเป็นอ่ะครับ

มื้อนี้กินเสร็จ ผมค่อนข้างมีความรู้สึกที่ดีต่ออาหารที่กินไปนะครับ ซึ่งหลัง ๆ นี่ตามที่บอกว่ากินอาหารบุฟเฟ่ต์ตามห้องอาหารโรงแรมทีไร มักจะสัก 50/50 เลยที่จะเซ็ง ๆ กลับบ้านไป ใครที่กำลังมองหาห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ราคาไม่ค่อยแพง เดินทางสะดวก (ติดกับ BTS สุรศักดิ์เลย) อาหารรสชาติดี และมีให้เลือกหลากหลาย ก็ลอง noted ที่นี่ไว้อยู่ในสารบบห้องอาหารเพิ่มน้ำหนักของท่านกันหน่อยละกันนะครับ






--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...