BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Thursday, April 18, 2013

Appia Bangkok Review

Appia - Roman Italian Restaurant at Sukhumvit 31, Bangkok (Pasta, Steak, Wine)

แอพเพีย ร้านอาหารอิตาเลียน สุขุมวิท 31 พาสต้า สเต็ก ไวน์





Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   2/5

Appia - Roman Italian Restaurant on BumRes.com (For more pictures and menu)



ร้าน Appia หรือ แอพเพีย ในรีวิวฉบับนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารเปิดใหม่ประจำกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเรา ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 เข้าซอยไปหลายร้อยเมตร อยู่ก่อนถึงสี่แยกเล็ก ๆ ที่จะเชื่อมไปยังซอยอื่นเล็กน้อย ร้านนี้เหมือนเพื่อนผมเค้าบอกว่าตัวเจ้าของร้านนั้นเหมือนจะเคยเปิดร้านอาหารแถว ๆ ทองหล่อมาก่อนแล้ว (ไม่แน่ใจชื่อร้านอะไร) แล้วก็มาเปิดร้าน Appia แห่งนี้เป็นร้านที่สอง ร้านนี้เท่าที่สังเกตดูแล้วจะตกแต่งร้านเป็นแนวอิตาเลียนบ้าน ๆ คล้าย ๆ ร้าน คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสอะไรพวกนั้น คือมีทั้งส่วนโต๊ะอาหารและส่วน counter bar เล็กน้อย การตกแต่งร้านก็ออกแนวสลัว ๆ ตามสไตล์ร้านอิตาเลียนทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะว่าไปแล้ว กิน ๆ มากี่ร้าน ไม่ยักกะเจอร้านอิตาเลียนที่เปิดไฟสว่าง ๆ ซักที อาจจะเป็นเพราะคนมากินอาหารอิตาเลียนมื้อเย็น ก็จะถือว่าเป็นมื้อพิเศษกัน ก็เลยต้องเปิดไฟให้มัน romantic ๆ อะไรแบบนี้

อาหารของร้าน Appia - Sukhumvit 31 แห่งนี้ก็จะเป็นอาหารอิตาเลียน ที่จะเรียกว่ายังไงดี อิตาเลียนแนวโบราณ แนวสมัยก่อน ที่ไม่เน้นหน้าตาของอาหารมากนัก เน้นความดิบ ความสดของวัตถุดิบ ประมาณนี้น่าจะเหมาะสมกว่า (คล้าย ๆ ร้าน Zanotti ที่ผมเคยไปกินมาตอนเที่ยง แต่ก็สั่งเมนูเค้าไม่ค่อยเยอะเลยไม่แน่ใจว่ามีจานไหนที่สวย ๆ รึเปล่า) อาหารของร้านนี้ตอนผมเห็นเมนูตอนแรกก็ไม่ได้อะไรมาก เพราะทุกอย่างก็ดูเป็น Typical ร้านอาหารอิตาเลียน, อาหารตะวันตก ทั่ว ๆ ไป  คือพวก appetizer, pasta ก็สนนราคาอยู่ที่ 300 - 400 บาทโดยประมาณพวก Main course ก็ 600 - 800 บาทโดยประมาณ และก็มีอาหารให้เลือกไม่ค่อยเยอะนักประมาณ 20 - 30 อย่างแค่นั้น แต่จุดเด่นที่สังเกตได้คือตัวราคาไวน์ครับ เหมือนกับว่าตัวไวน์ของที่นี่เค้าจะค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับไวน์ของร้าน Italian ในย่านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง wine by glass ที่ขายแก้วละประมาณ 200 บาทเท่านั้น (ร้านละแวกนี้เห็นขาย 300 กว่าบาทกันทั้งนั้น)

ส่วนการบริการของร้านนี้ ไม่แน่ใจเพราะว่าตัวเจ้าของฝรั่งนั้นอยู่คุมร้านเอง เดินไปเดินมา ตลอดเวลา ก็เลยทำให้การบริการในวันนี้นั้นดีสุด ๆ พนักงานดูแลแทบจะเหมือนกับเราเป็นคุณชาย, คุณหญิง และก็พูดจาเรียบร้อยดีมาก ๆ อืม จริง ๆ การบริการของร้านอิตาเลียนในย่านพร้อมพงษ์นี้ เราก็ควรคาดหวังในระดับนี้นี่แหละครับ ถ้าต่ำกว่านี้ก็คงต้องมีให้ติกันแล้ว ประมาณนั้น






มื้อนี้เริ่มต้นอย่างแรกด้วย A Caprese in Puglia; burrata cheese, marinated tomato, bread, Mackerel pancetta, eggplant - 400 บาท จานนี้บ่องตอง ว่าเป็นอะไรที่คาดหวังมาก ๆ ตอนสั่งไป เพราะมันมักจะเป็นอาหารจานแรกที่จะใช้วัดได้ว่าอาหารจานที่เหลือในมื้อนั้น ๆ จะอร่อยรึเปล่า สิ่งแรกที่พบเจอคือ ทางร้านให้มาน้อยมาก ให้ Mozzarella Cheese กับมะเขือเทศ และขนมปังมาแค่ 3 คู่ คู่เล็ก ๆ เท่านั้น คือเมื่อคิดถึงราคาที่จ่ายไป บางร้านราคาถูกกว่านี้แต่ให้เยอะกว่านี้ 2 เท่าก็มีเยอะแยะไป (เช่น L'Opera ที่ผมเพิ่งไปกินมา) ตัดเรื่องความคุ้มค่าออกไป รสชาติจานนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรด้วยครับ เหมือนกับจริง ๆ เจ้า Caprese นี่มันควรจะเด่นด้วย Mozzarella Cheese แต่กินไปแต่ละคำนี่เหมือนแบบมันกลายเป็นมีหลายอย่างผสมกันเยอะไปหน่อย ทั้งเม็ดแมงลัก, ซอส, ขนมปัง, มะเขือเทศ และใบสะระแหน่ จนแบบ เหมือนเป็นการกินสลัดรวมมิตรแทน ไม่ค่อย work ครับ






Carbonara with dried paccheri pasta, Paolo Parisi's egg from Tuscany, cured pork cheek, pecarino - 380 บาท - อาหารอย่างที่ 2 ก็เป็นอีกหนึ่งจานที่หน้าตามาแปลก แหวกแนว อีกเช่นกัน คือใช้เจ้าเส้น Paccheri ที่เกิดมาผมก็เพิ่งจะเคยกินจานนี้ก็เป็นจานแรกนี่แหละ เส้นมันจะออกแนวคล้าย ๆ ขนม Roller Coaster อ่ะครับ (จะว่าไป ขนมหลาย ๆ อย่างในเมืองไทยนี่ก็มีเป็นรูปร่างเส้นพาสต้าหมดเลยนะเนี่ย น่าจะแบบได้ไอเดีย(อ่านว่าขโมย) มาจากเส้นพาสต้าแน่เลย ส่วนทีเด็ดของจานนี้ที่ทำให้สั่งก็คือ ตัวไข่ที่เอามาทำซอส Carbonara นั้นทางพนักงานบอกว่าเป็นไข่ที่ได้จากไก่ที่ให้กินชีสเข้าไปด้วยก็เลยจะทำให้ไข่ที่ออกมามีชีส หรืออาจจะมันเยอะกว่าไข่ปกติ โอเค 2 องค์ประกอบที่ว่านี่อาจจะดูแปลกดี ทำให้จานนี้ดูพิเศษขึ้นมา แต่พอตัด 2 อย่างนี้ออกไป บ่องตง (บอกตรง ๆ) จานนี้มันก็ Carbonara บ้าน ๆ นี่แหละว้า ออกแนวเป็น Carbonara แห้ง ๆ ด้วยซ้ำ ไม่ได้อร่อยโดดเด่นอะไรเลย

Our cavatelli pasta, lamb shoulder ragu, caramelized carrot fondue, tarragon - 350 บาท - พาสต้าอีกจานในมื้อนี้ ซึ่งใช้เส้นพาสต้า พิเศษ แปลกแหวกแนวไม่ค่อยพบเจออีกแล้วเช่นกันกับเส้น Cavatelli หรือเส้นที่มีลักษณะคล้าย ๆ หนอนผีเสื้อนั่นเอง จานนี้ พวกผม 3 คนชอบมากกว่าเจ้า Carbonara ก่อนหน้า เพราะแบบตัวซอสมันรสชาติดีมาก ค่อนข้างกลมกล่อม มีเค็ม ๆ นิดหน่อย แล้วก็แบบตัวเส้นพาสต้าก็มีร่อง ๆ ดูดซับซอสดี เพิ่มเติมจากความหยุ่น ๆ เด้ง ๆ ของเส้นพาสต้าเองอยู่แล้ว จานนี้ใช้ได้เลยล่ะครับ






Porchetta like in Roma (organic pork rolled with fennel, rosemary and garlic and roasted to share - 600 บาท) : Main Course ของมื้อนี้ จานนี้บอกตรง ๆ ว่าเห็นทีแรกนี่แอบงงครับ เพราะทางร้านทำมาแบบเหมือนแค่แล่เนื้อ ๆ มาเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วก็หมก ๆ กอง ๆ ออกมาใส่จานให้ลูกค้ากิน ไม่มีการตกแต่งจาน ไม่มีการทำให้มันดูเหมือนกับอาหารราคาจานละ 600 บาทแต่อย่างใดเลยสักนิด ส่วนเรื่องรสชาตินั้น ค่อนข้างอร่อยดีทีเดียวครับ เนื้อหมู นุ่มอร่อย ติดมันบ้าง ไม่ติดมันบ้าง แต่ก็อร่อยกันคนละแบบ เสียดายที่จานนี้มาแบบไม่ร้อน ความอร่อยก็เลยแอบหายไปบ้าง แต่คิดดูสิครับ ขนาดมาแบบเย็น ๆ แบบนี้ยังอร่อยเลย  แล้วถ้ามาร้อน ๆ มันจะอร่อยขนาดไหนกันนะเนี่ย? (หรือว่าการเสิร์ฟร้อน ๆ จะไม่ใช่สไตล์ของอาหารจานนี้?)

Appia's Oxtail Stew with herb gremolata, fregola, a hand-rolled Sardinian pasta - 550 บาท : จานนี้อร่อยดีมากเลยครับ ตัวหางวัวที่ทางร้านให้มาเป็นหางขนาดใหญ่ ก้อนใหญ่ ขิ้นใหญ่ มีกระดูกติดมาอยู่เลย แต่ก็แบบเหมือนกระดูกกับเนื้อจะติดกันมาแค่พอเป็นสายใยบาง ๆ ที่โดนแรงตัดจากช้อนนิดเดียวก็ขาดแล้ว ตัวเนื้อหางวัว นุ่มอร่อย รสชาติดี แล้วก็ทางร้านมีใส่ก้อนแป้งเล็ก ๆ ที่เพิ่งมารู้ว่ามันคือ Sardinian pasta (ในตอนพิมพ์เมนูนี้แหล่ะครับ) ซึ่งเจ้าเม็ดแป้งเล็ก ๆ นี่มันแบบอร่อยล้ำดีแท้ จานนี้พวกผม 3 คนชอบกันมากเลย ไม่มีอะไรให้ต้องติเลย






มื้อนี้ปิดท้ายด้วยของหวาน นามว่า Our sweet 'cappuccino' with layers of almond crumble, lemon curd and cream - 300 บาท ซึ่งมันคือตัว crumble ที่ทำได้บนเป็นฟอง ๆ , ครีม ๆ แล้วเสิร์ฟมาในแก้วกาแฟ จะซดกินก็ได้จะใช้ช้อนตักก็ได้ เจ้าของหวานจานนี้ บอกตรง ๆ ว่าเห็นราคาในเมนูแล้วไม่อยากจะสั่งเลยครับ เพราะว่ามันจะแพงไปไหน? แต่แบบพอเห็นไอเดียการนำเสนอ พอได้กินรสชาติของหวานอันแสนจะละมุนละไมนี่แล้ว 300 บาทจริง ๆ มันก็เหมือนจะไม่แพงเลยนะครับเนี่ย

สรุป ร้าน Appia - Sukhumvit 31 , Bangkok ในรีวิวฉบับนี้ผมก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าทำไมร้านเพิ่งเปิดไม่กี่เดือน แต่ทำไมถึงมีลูกค้ามาแน่นร้านขนาดนี้ แน่นซะจนตอนผมมาเอาโต๊ะ ทางร้านมีการยืนยันตัวตนของผมกันหลายรอบ ประหนึ่งว่ากันคนแอบอ้าง ซึ่งเจ้าเหตุการณ์เดียวกันนี้ก็เคยเกิดขึ้นที่ร้าน Gossip - Thonglor เช่นกันที่แบบร้านเพิ่งเปิดไม่นานแต่พวก expat นี่มายึดครองร้านกันเต็มร้านเลย ร้าน Appia นี่สำหรับพวกผม พวกผมคิดว่าราคาอาหาร (โดยเฉพาะตัว appetizer , dessert) นั้นแอบแพงไปหน่อย เมื่อเทียบกับการ Positioning ของตัวร้านที่ดูก็ไม่ได้วางตัวไว้เป็นร้านหรูหรา ไฮโซ แต่อย่างใด ส่วนอาหารของร้านนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีอาหารอันเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ โดยเฉพาะตัวเส้นพาสต้าที่แบบ เส้นแปลก ๆ แนว ๆ มีให้กินกันหลากหลายดีเลย รสชาติอาหารบางอย่าง บางจาน ดูยังไม่ค่อยถูกปากพวกผม ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับร้านอาหารร้านนึง ใครอยากจะไปลองอาหารแนว โรมัน , อาหารอิตาเลียนยุคเก่า ก็ไปลองกันได้เลยครับกับร้าน Appia - Sukhumvit 31 แห่งนี้ นี่เอง !!!!




--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

No comments:

Post a Comment

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...