BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Thursday, February 7, 2013

Bottoms Up Thonglor Bangkok Review

Bottoms Up - European Restaurant - Wine | Beer & Bistro Bar at Thonglor, Bangkok

บอททอมส์ อัพ - ร้านอาหารยุโรป ไวน์บาร์ เบียร์สด ทองหล่อ




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  3.5/5
Value   4/5



แนวร้านที่อยู่ในกระแสอีกแนวสำหรับยุคนี้ นอกจากร้าน Burger, ร้าน Sushi และร้าน Izakaya แล้ว ผมว่าร้านแนว Wine Bar ก็กระแสแรงไม่แพ้กันเลย ซึ่งรีวิวในฉบับนี้จะพาไปที่ร้าน Wine Bar แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานประมาณ 3 เดือน กับร้าน เอ้า หมดแก้ว! หรือร้าน Bottoms Up - ทองหล่อ นั่นเอง

ร้าน Bottoms Up แห่งนี้ก็เป็น Wine Bar ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่บริเวณปากซอยธารารมณ์ 2 ซึ่งอยู่ระหว่าง ทองหล่อ 18 กับ ทองหล่อ 20 อีกทีนึง การเดินทางถ้าใครขับรถไปทางร้านก็จะมีบริการ Valet ไว้รองรับไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดแต่อย่างใด หรือว่าถ้าใครจะนั่ง BTS ไปก็จ้างวินปากซอยสัก 15 บาทก็ไปถึงร้านแล้วล่ะครับ ร้านนี้เป็นร้านขนาดใหญ่มาก ใหญ่โตอลังการจนแบบผมเดินเข้าไปรอบแรกนี่ก็ได้แต่ทึ่งครับว่าในทองหล่อจะมีร้านที่สร้างได้ใหญ่โตอลังการแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย

Zone ที่นั่งของทางร้านนั้นจะแบ่งออกเป็น 4 Zone หลัก ๆ คือ

- Zone Chill Out in Thonglor Road ซึ่งก็ตามชื่อครับ นั่งรับลมด้านนอก มองดูสาว ๆ หรือท้องถนนทองหล่อได้อย่างเพลินตาเพลินใจ
- Zone Irish Bar ที่จะเน้นวัสดุในโทน Hard Tone แต่ก็ยังคงความหรูหราตามบรรยากาศของทางร้าน
- Zone Wine จะเน้นการตกแต่งในยุค European Painting Renaissance
- Zone Dining in Gallery : ซึ่ง Zone นี้จะเป็นโซนเด่นของทางร้านที่เหมือนกับว่าให้เราไปนั่งกินข้าวในห้องภาพอะไรประมาณนั้น (วันที่ผมไปผมได้นั่งโซนนี้)





ใช่ครับ ร้านไม่ใหญ่โต ไม่อลังการขนาดมี 300 ที่นั่งแบบร้าน Bottoms Up แห่งนี้ก็คงจะทำร้านให้เป็น Zone ๆ แบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ จุดเด่นของร้านนี้อีกอย่างนึงคือทางร้านจะมี Wine Dispenser อยู่หลายเครื่องด้วย คือเราสามารถดื่มไวน์เป็นแก้ว ๆ ได้ตามสะดวก ไม่ต้องสั่งไวน์มาทั้งขวด แล้วดื่ม ๆ ไปเพราะมันอาจจะไม่เข้ากับอาหารบางจานอะไรงี้ก็เป็นได้ แต่ถ้าใครอยากจะคงความ conventional ไว้คือจะสั่งเป็นขวด ๆ ทางร้าน Bottoms Up แห่งนี้ก็มีไวน์ให้เลือกมากมายชนิดดื่มชาตินึงก็คงดื่มไม่หมดก็ว่าได้ หรือถ้าไม่รู้จะเลือกอะไรทางร้านก็มี Sommelier ของทางร้านมาคอยให้คำแนะนำให้อีกด้วย (แต่ซอมจะหยุดทุกวันจันทร์นะครับรู้สึก) และนอกเหนือจากไวน์ที่มีเยอะสมกับที่ตั้งตัวเองเป็น Wine Bar แล้ว เครื่องดื่มของร้านนี้ก็เรียกได้ว่ามีเยอะที่สุดที่ผมเคยพบเจอมาเลย ไม่ว่าจะเบียร์สดที่มีเป็น 10 ยี่ห้อ, เบียร์ขวดทั้ง import หรือ local , signature cocktail ของทางร้าน หรือ traditional cocktail แบบต่าง ๆ, whiskey, gin, vodka or you name it alcohol ร้านนี้เค้ามีเตรียมพร้อมไว้ให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบอะไรพวกนี้ต่าง ๆ กันแบบครบสมกับชื่อร้านที่ว่าต้องหมดขวด/หมดแก้ว กันจริง ๆ

ส่วนตัวอาหารของร้านนี้ก็จะเป็นอาหารแนว European หรืออาหารตะวันตก ที่มีการ fusion เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ อาหารอาจจะมีให้เลือกไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับร้าน Wine Bar อื่น ๆ บางร้าน แต่ก็จัดได้ว่าครบครันพอตัวมีครบหมดทุกหมวดหมู่อาหารฝรั่งไม่ว่าจะ soup, salad, pasta, steak, pizza หรือ ของหวาน ซึ่งก็ตามที่ผมเขียนบ่อย ๆ ครับ มีอาหารเยอะไปมันก็ไม่ใช่ว่าจะดี มีรายการอาหารประมาณร้าน Bottoms Up แห่งนี้ (หรือน้อยกว่านี้หน่อย) ก็เพียงพอกับลูกค้าคนนึง ๆ ราคาอาหารของร้านนี้ก็อยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ พวกที่ไม่ใช่ Main Course ก็ประมาณ 200 - 300 บาท ส่วน Main Course ก็ 600 - 700 บาทอะไรงี้ ลูกค้าคนนึงไปกินกันเต็มที่ ดื่มด้วย โซ้ยด้วย ก็คงจะคนละประมาณ 1,000 บาทอะไรงี้ล่ะครับ (ถ้าไม่ได้จัด dom หรืออะไรงี้นะ)

มื้อนี้เริ่มต้นกันด้วย signature cocktail ของทางร้านกันก่อน อย่างแรกเป็น Mexican Hop (Olmeca gold triple sec, tequila, mint leaves, limes, sugar, hoegaarden - 260 บาท) แก้วนี้ก็ให้อารมณ์คล้าย ๆ กับ Mojito ครับ แต่จะเปรี้ยวน้อยกว่าหน่อย หวานกว่านิด ก็เป็น cocktail ที่ไม่แรงมาก เหมาะแก่การดื่มเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย อะไรประมาณนั้น





Signature Cocktail อีกแก้วนึงเป็น What You Think? (Hoegaarden, creme de cacao white, strawberry syrup, fresh strawberry - 260 บาท) ซึ่งก็จะเป็น cocktail ที่ค่อนข้างจะเหมาะกับคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าจะด้วยหน้าตาที่มาชมพู ๆ คล้าย ๆ น้ำผลไม้ปั่น และรสชาติที่มาแนวหวาน ๆ เบา ๆ นุ่ม ๆ ดื่มเพลิน ๆ พอให้สวย ๆ เก๋ ๆ ไรงี้

Pizza Seafood (พิซซ่าบางกรอบชุ่มซอสรสเข้มข้นโรยหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส กุ้ง ปลาหมึก และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ - 300 บาท) เป็นอาหารจานแรกในมื้อนี้ พิซซ่ามาแบบแป้งบางกรอบ ตามมาตรฐานสากลโลกพิซซ่า แต่ไม่ได้บางเฉียบเหมือนกับบางที่ที่เหมือนกับไม่มีแป้งอยู่เลย ส่วนหน้าต่าง ๆ ก็ให้มาค่อนข้างเยอะ คือแต่ละคำชิ้นที่แบ่งออกมาจะมีสัตว์ทะเลอย่างน้อย 2 ตัวอยู่บนชิ้น ๆ นั้นเสมอ ทำให้ไม่ต้องไปแย่งกับเพื่อนให้เหนื่อยแต่อย่างใด จานนี้ รสชาติดีมากครับ ดีประหนึ่งเป็นพิซซ่าจากร้าน Pizza เฉพาะทางเลยก็ว่าได้ สมกับเป็น signature pizza ของทางร้านครับ ชีสเยิ้มอร่อยดีด้วย






อาหารอย่างที่ 2 เป็น  Tomato Caprese Salad (lลัดมะเขือเทศกับมอสซาเรลล่า - 220 บาท) จานนี้ก็พอโอเค ไม่อร่อย ไม่โดดเด่นแบบร้าน Italian เฉพาะทางหลาย ๆ ร้าน แต่ก็ทำได้ดีในระดับนึง ดีกว่าในไลน์บุฟเฟ่ต์ของโรงแรม 5 ดาวหลาย ๆ ที่ กินแล้วก็สดชื่นดีครับ เย็น ๆ ฉ่ำ ๆ ในปาก ตามประสา Caprese Salad เค้า

อาหารอย่างที่ 3 เป็น Italian Sausage A.O.P. Pasta (พาสต้าพริกกระเทียมไส้กรอกอิตาเลียน - 240 บาท) จานนี้อร่อยเยี่ยม ให้ไส้กรอกมาเยอะ ไม่ได้เป็นวิญญาณไส้กรอกแบบบางร้าน ตัวเส้นแอบทำมา overcook ไปนิด ไม่รู้เพราะตั้งใจหรือเพราะไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งผมว่าถ้าเส้นแข็งกว่านี้นิดนึงน่าจะอร่อยกว่านี้ แต่รวม ๆ แล้วก็เป็นพาสต้าที่ดีจานนึงเลยจานนี้







อาหารอย่างที่ 4 เป็น German Pork Hocks (Pork Hocks, Red Cabbage, Potato - ขาหมูทอดสไตล์เยอรมัน เสิร์ฟพร้อน เรดแคบเปบจ ซอสซีฟู้ดรสชาติจัดจ้านและมันฝรั่งบดกับซอสเดมิเกรส - 490 บาท) จานนี้เป็น Highlight ของทางร้านเลย เพราะตัวสูตรขาหมูจานนี้นั้นได้มาจาก Chef จำนงค์ นายกสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย ขาหมูมาขนาดใหญ่กำลังดี แบ่งกินกันได้หลายคน เนื้อได้นอกกรอบมาก ๆ ส่วนเนื้อด้านในก็นุ่ม เปื่อยยุ่ย ใช้ความพยายามในการแล่ หรือเซาะเนื้อออกจากกระดูกไม่ยากเลย ส่วนรสชาติก็ยอดเยี่ยมครับ เค็มนิด ๆ มันหน่อย ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ คล้าย ๆ น้ำจิ้ม Seafood ลงตัวดีแท้เหลา

อาหารอย่างที่ 5 เป็น Lamp Chop (Imported) (เนื้อซี่โครงแกะย่าง - 690 บาท) จานนี้ก็เป็นซี่โครงแกะย่างที่ไม่ได้กินอร่อย ๆ แบบนี้มานานมากแล้วครับ อร่อยจนแบบทำให้กลับไปเข้าใจแล้วว่าทำไมหลาย ๆ ร้านถึงมีเสต็กแกะไว้บริการกัน (ก่อนหน้านี้กินมาหลายร้านทำมาห่วย ๆ จนแบบคิดว่า ถ้าทำห่วยแบบนี้มันจะมีเสต็กแกะอยู่บนโลกนี้ทำไมกันวะ อะไรแบบนี้) เนื้อมาแบบ medium rare เนื้อนุ่มอร่อย และก็ปรุงรสมาดีมาก ๆ ครับ ประทับใจจริง ๆ







ส่วนอย่างสุดท้ายนั้นเป็น Cheese & Onion Pork Chop (พอร์คชอพชีสและหัวหอมใหญ่ - 260 บาท) จานนี้เมื่อพิจารณาถึงราคาแล้วถือว่าค่อนข้างถูกมาก ตัว porkchop มีการเอาไปอบกับชีสจนแข็งติดแน่นมาเป็น Crust อยู่ด้านบน ซึ่งก็ทำให้เกิดความแปลกใหม่ดี แต่ว่าตัวเนื้อหมู หรือการย่างมานั้นทำมาได้ไม่ค่อยดีครับ เนื้อมัน overcook ไป เนื้อแข็ง ไม่นุ่มอร่อย อาจจะเป็นเพราะต้องมีการเอาไปทอดหรือย่าง แล้วก็ไปอบกับชีสต่อจนทำให้เนื้อมันไม่อร่อยแบบนี้ ซึ่งผมก็เสียดายครับเพราะถ้าเนื้อมันนุ่ม ๆ มาแบบ porkchop เทพ ๆ นี่จะเป็นอะไรที่เจ๋งมากเลย เพราะตัวผิวที่อบกับชีสมามันอร่อยดีมากเลยครับ

สรุป ร้าน Bottoms Up นี่ผมก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมหุ้นส่วนหรือเจ้าของร้าน แม้ว่าจะไม่เคยเปิดร้านอาหารของตัวเองมาก่อน แต่ทำไมถึงกล้าลงทุนทำร้านใหญ่โตอลังการขนาดนี้ขึ้นมาแบบไม่กลัวขาดทุนกันเลย เพราะว่า ร้านนี้อาหารกับเครื่องดื่มของเค้า ครบครัน และทำได้รสชาติดีจริง ๆ ครับ ตอนเย็นใครกำลังมองหาที่สังสรรค์แบบยกกระดกหมดขวด/หมดแก้วแบบ bottoms up กันแล้ว ก็ลองไปจัดร้านนี้กันดูได้นะครับ






--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...