BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Saturday, September 8, 2012

Eat Me Restaurant Bangkok Review

Eat Me - Modern European Restaurant at Convent Road - Silom, Bangkok อีท มี ร้านอาหารยุโรป ซอยคอนแวนท์ สีลม




Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  5/5
Service  4/5
Value   3/5

Eat Me European Restaurant on BumRes.com



เดี๋ยวนี้ร้านอาหารที่เป็นแนว ๆ Gastro Bar (ร้านเน้นขายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องดื่มแปลก ๆ คิดเอง ๆ + อาหารแนว ๆ จานไม่ใหญ่ เน้นกินแกล้มเหล้า แต่ก็อร่อยและสวยงาม) ก็เริ่มจะมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ในบ้านเรา ร้านที่ผมเคย ๆ ไปมาและชอบและพอนึกออกก็จะมีร้าน Little Beast @ ทองหล่อ ซ. 13 , Aston Gastro Bar @ CDC เลียบทางด่วนรามอินทรา และ Hyde & Seek - Gastro Bar @ ซ.ร่วมฤดี (จริง ๆ  มีอีกครับ แต่นึกไม่ออกบ้าง ไม่เคยไปบ้าง) แต่กับร้าน Eat Me ณ ซอยพิพัฒน์ 2 ซอยย่อยในถนนคอนแวนท์อีกทีนึง ร้านที่เปิดมา 14 ปี เมื่อนับถึงความเก่าแก่ของทางร้านแล้ว ร้านนี้เผลอ ๆ น่าจะเป็นพ่อทุกสถาบันของ Gastro Bar ในเมืองไทยก็เป็นได้ ร้านนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงเคยมาลองกันแล้ว แต่กับผม ผู้ซึ่งบ้านไม่ได้อยู่ใกล้ละแวกสีลมเท่าไร กว่าจะได้มาก็เพิ่งจะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เองล่ะครับ

ร้าน Eat Me Restaurant - Bangkok แห่งนี้เพียงแค่เห็นตัวอาคารร้านจากภายนอก ก็พอจะเดาได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวร้าน Uniqueness ของร้าน ซึ่งพอเข้าไปในตัวร้าน ได้เห็นการตกแต่งที่เอารูปแนว ๆ เช่น รูปตอนเหตุการณ์สงครามมาเป็นรูปแปะข้างผนัง, ได้เห็นห้องน้ำที่ทำคล้าย ๆ ห้องน้ำของคนคุกแต่ก็มีกลิ่นอายความ Art และเห็นเด็กเสิร์ฟหลาย ๆ คนแล้ว ก็ไม่ยากที่จะสรุปว่า "ร้าน Eat Me นี่แม่งแนวว่ะ" ประมาณนั้น ตัวร้านแบ่งเป็น 3 ชั้น (หรือ 4?) ชั้นล่างเป็นประหนึ่ง Bar ไว้สำหรับคนที่ไม่ได้กะจะมากินอาหารจริงจังนั่ง, ชั้น 2 จะเป็นส่วนโต๊ะอาหาร มีทั้ง Outdoor และ Indoor เหมาะสำหรับคนที่อยากจริงจังกับอาหารขึ้นมาหน่อย (ผมนั่งชั้น 2 ในมื้อที่รีวิวนี้ ลูกค้าคนอื่น ๆ ที่เจอในวันนั้นก็นั่งชั้น 2 ครับ) และชั้น 3 ที่เป็นห้องส่วนตัวมีโต๊ะขนาดใหญ่ ไว้สำหรับจัดปาร์ตี้กันเต็มที่เลย (ร้าน Eat Me นี่คิดแค่ Vat 7% ไม่มี Service Charge แต่ถ้ามากันเกิน 6 คนขึ้นไปจะต้องเสียค่า "การดูแล" เพิ่ม 5%) โดยรวม ๆ แล้ว ตัวร้านตกแต่งสวยงามและแนวมากครับ ใส่ใจทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นการวางโต๊ะ, ผ้าปูโต๊ะ และอะไรต่าง ๆ นา ๆ







ตัวอาหารของทางร้านนั้น แม้ว่าจะเปลี่ยนอาหารทุก ๆ 3 เดือน (ตัวพนักงานที่เหมือนจะไม่ค่อยรู้เรื่องบอกผมมาอีกที) แต่หลัก ๆ แล้วอาหารของร้านนี้ที่นิยามตัวเองว่าเป็น Modern International & Regional Restaurant นั้นผมว่าจริง ๆ มันก็คืออาหารยุโรปสไตล์ Mediterranean ที่มีการ Fusion ๆ เล็ก Creative หน่อย ๆ ซะมากกว่า ตัวอาหารมีให้เลือกไม่ค่อยเยอะ แบ่งหลัก ๆ เป็น 2 หมวด Starters กับ Main Course ซึ่งแต่ละหมวดใหญ่ก็แบ่งเป็นหมวดย่อยลงไปอีกที แต่แม้ว่าอาหารจะมีไม่ค่อยเยอะ สารภาพว่า อาหารหลาย ๆ อย่างที่ผมอ่านในเมนูนั้น จินตนาการภาพไม่ค่อยออกว่าหน้าตาตอนยกมามันจะเป็นยังไง (ซึ่งอาหารที่นึกภาพไม่ออกที่ว่าก็เลยสั่งมา 2 จานในมื้อนี้) ราคาอาหารของร้านนี้ เอาจริง ๆ ก็คือมาตรฐานร้านยุโรปส่วนใหญ่ในบ้านเรา ซึ่งแปลได้อย่างอ้อม ๆ ว่า แพง! ก็ถ้าไปกินกันจริงจัง มีไวน์ด้วย ก็ประมาณคนละ 1500 - 2000 บาทประมาณนั้นครับ แต่มื้อนี้ผมกินเกือบจริงจัง และโชคดีที่ทางร้าน Eat Me มีน้ำเปล่าเก๋ ๆ ใส่ขวดแก้วและใส่ใบสะระแหน่มาให้ดื่มฟรี ๆ ก็เลยช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้สัก.. 300 บาทมั้งครับ (คือร้านแถวนี้ร้านอื่นมีแต่น้ำแร่)








มื้อนี้เริ่มด้วย Appetizer 2 อย่าง Black Chicken Salad w/red papaya, toasted coconut, chilli, lime & betel leaf - 210 บาท และ  Red onion tarte tatin with Brie & red wine glaze - 360 บาท อย่างแรกเป็นจานที่ทางพนักงานแนะนำมา บอกว่าลูกค้าชอบสั่งกัน มันก็เป็นสลัดที่ค่อนข้างแปลกดีครับ มีส่วนผสมที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยเจอในสลัดของร้านอื่น ๆ (ที่เด่น ๆ เลยก็มะละกอสุกนี่แหละ!) รสชาตินั้น ค่อนข้างประหลาด แนว ๆ ตัวผักไม่มีอะไรอร่อยเท่าไร เพราะมันเป็นผักมาแบบแห้ง ๆ ไม่มีน้ำสลัด เหมือนจงใจให้กินความสดของผักแค่นั้น หรืออาจจะเพราะอยากให้ตัวเนื้อไก่ดำ ที่ฉีก ๆ มาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ในจานเด่นขึ้นมาก็เป็นได้ เพราะจานนี้ บอกตรง ๆ ว่ารสชาติความอร่อยมาจากเนื้อไก่ดำอย่างเดียวจริง ๆ ซึ่งผมว่ามันน่าจะอร่อยกว่านี้ได้ถ้ามีน้ำซอสราดมาสักหน่อย อาจจะเป็นซอสเพิ่มรสชาติไก่ดำก็ได้ ส่วน Appetizer อย่างที่ 2 ก็เป็นอาหารสุดแนว กับ ขนมปัง, หัวหอม และ ชีส Brie หน้าตาประหลาด แต่ก็ประหลาดแบบน่ากินดี รสชาติ ก็ค่อนข้างประหลาด ออกแนวไร้รสชาติคล้าย ๆ จานแรกครับ คือตัวหอมแดงที่เหมือนจะเป็นพระเอกของจาน มันไม่มีรสชาติอะไรเลย ถ้ายัดไส้ มาสักหน่อย หรือปรุงรสมาอีกนิด ไอ้ชีสกับขนมปังที่ให้มาในจานนี่จะช่วยชูรสเป็นอย่างดีเลย สรุป Appetizer 2 อย่าง ไม่โดนหมด มีแค่หน้าตาที่โดนใจแค่นั้น









Main Course นั้น ผมกับเพื่อนนั่งรอด้วยความระทึก เนื่องจากกลัวว่ามันจะมาแนวเกินไปแบบ Appetizer อีก อย่างแรกเป็น Tasmanian Salmon Steak w/ grapefruit & apple salad, campari beurre blanc - 690 บาท จานนี้พอเห็นหน้าตาก็แอบโล่งใจครับ เพราะค่อนข้างธรรมดา ๆ จริง ๆ แอบประทับใจด้วยซ้ำเพราะแซลมอนชิ้นใหญ่สะใจมาก (แต่ก็ 690 บาทอ่ะนะ) ส่วนรสชาตินั้น เกือบ ๆ ไร้ที่ติครับ อร่อยมาก ตัวแซลมอนทอดมาได้ perfect สุด ๆ ซอสที่ราดมาก็อร่อย เนื้อปลาก็สด และตัวผักที่ให้มาเป็นเครื่องเคียง แม้จะเป็นผักแปลก ๆ (อีกแล้ว ร้าน Eat Me - Bangkok นี่เหมือนจะเน้นความแปลก) แต่ก็เข้ากันดีกับเนื้อปลาครับ เยี่ยมเลยจานนี้ ส่วน Main Course อีกจานเป็น Beef Cheek Tagine w/ saffron & dates - 800 บาท จานนี้ก็หน้าตาน่ากิน และให้มาเยอะเช่นกัน ตัวเนื้อแก้มวัว ก็ไม่ผิดหวังครับ นุ่ม อร่อย รสชาติเข้มข้นดีมาก แม้ว่าทางร้าน Eat Me จะให้มาเยอะ แต่ไม่รู้ทำไม กินจนหมดเกลี้ยง ก็ยังอยากกินต่อ ไม่มีเบื่อ ไม่มีเลี่ยนเลยครับ สรุป Main Dish 2 อย่างเทพมาก





สรุป ร้าน Eat Me Restaurant Bangkok กับมื้อเย็นแบบเบา ๆ ของผม นี่ก็ไม่รู้จะสรุปว่าอย่างไรดี เพราะอาหารแต่ละหมวด รสชาติมันแตกต่างกันไปเหลือเกิน แต่ถ้านับถึงความสวยของร้าน, ความแนวของสิ่งต่าง ๆ ในร้าน (รวมถึงตัวเด็กเสิร์ฟ) และความแปลกของอาหารทั้งจากหน้าตาและวัตถุดิบแล้ว ร้าน Eat Me นี่เป็นร้านที่โดดเด่นมากจริง ๆ ครับ ผมก็คิดไว้ว่าคงจะได้มาแก้ตัวน่ะแหละ คราวหน้าน่าจะสั่ง appetizer ที่นึกภาพออกดีกว่าว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร น่าจะไม่ fail เหมือนมื้อนี้



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...