BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, September 14, 2012

Blue Elephant Restaurant Bangkok Review

Blue Elephant - Exclusive Thai Restaurant at Sathorn Road BTS Surasuk Bangkok บลู อีเลเฟ้นท์ ร้านอาหารไทย สาทร BTS สุรศักดิ์




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  5/5
Value   3/5

Blue Elephant - Thai Premium Restaurant on BumRes.com



บนถนนสาทร ย่านธุรกิจที่สองข้างทางเต็มไปด้วยโรงแรมหรู ๆ และตึกสูง ๆ มีอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ Colonial อายุร่วม ๆ 100 กว่าปีที่ตั้งเป็นเอกเทศโดดเด่น อยู่ติดกับรถไฟฟ้า BTS Surasuk และเป็นที่ตั้งของ Blue Elephant สถานที่ที่เป็นทั้งตัวร้านอาหารและ Cooking School ในตัวเอง ร้าน Blue Elephant แห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยที่จริง ๆ แล้วตัวสาขาต้นตำรับนั้นคลอดขึ้นมาบนโลกนี้ครั้งแรกที่กรุง Brussel ประเทศ Belgium เมื่อ 32 ปีที่ผ่านมา ด้วยความโด่งดังในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้านรสชาติ, การบริการ, บรรยากาศ หรือความโดดเด่นของอาหาร เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน (สิงหาคม 2002) ร้านอาหารไทยที่เกิดขึ้น ณ ต่างแดน แต่มีเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงไทยที่มีเสน่ห์ปลายจวักอันเยี่ยมยอดแห่งนี้ ก็ได้มาเปิดตัวที่กรุงเทพ บ้านเกิดของอาหารไทย ณ ย่านสาทรแห่งนี้ 22 ปีหลังร้านสาขาแรกเปิดตัวมา

พอก้าวเข้าไปในอาคารเก่าแก่ทรง Colonial ก็จะพบกับการตกแต่งของร้าน Blue Elephant - Bangkok ที่เน้นความหรูหรา และย้อนยุคแบบไทย ๆ ตัวร้านแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างนั้นจะเป็นส่วนร้านอาหารหลัก ไว้รองรับลูกค้าขาจรทั่ว ๆ ไป (รวมทั้งตัวผมด้วย) ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นส่วนบาร์, โต๊ะนั่งดื่มเครื่องดื่ม และห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ ส่วนชั้น 3 ก็จะเป็นตัว Cooking School ที่จะเปิดสอนกันทุกวัน รอบเช้าและรอบบ่าย และมีหลักสูตรให้เลือกเรียนหลากหลายแบบ บอกตรง ๆ ว่าเท่าที่ผมเคยไปกินร้านอาหารไทยหรู ๆ มา ร้านหรู ๆ ที่ผ่านมานั้นเทียบไม่ได้เลยกับความหรูหราของร้าน Blue Elephant - Bangkok แห่งนี้ ไม่ว่าจะตัวจาน ชาน ช้อนส้อม บรรยากาศร้าน, ของประดับร้าน และชุดของพนักงาน เห็นแว่บแรก แอบรู้สึกว่ามันหรูเกินไปจนเกร็ง แต่พอนั่ง ๆ ไปเริ่มคุ้น และมีอาหารไทยมาวาง ๆ ประกอบบนโต๊ะความเกร็งก็แปรเปลี่ยนเป็นความคิดที่ว่า อืม อาหารไทย กับความหรูหรา มันก็ลงตัวได้เป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องไป exclusive ความหรูหราแบบนี้เฉพาะในอาหารสัญชาติอื่น ๆ (โดยเฉพาะฝรั่งเศส) อาหารไทยก็หรูได้ นะคะคุณขา





อาหารของทางร้าน Blue Elephant Bangkok แห่งนี้แน่นอนครับ เป็นอาหารไทย แต่ตอนที่ผมเห็นเมนูอาหารแล้ว แอบผิดคาดไปเล็กน้อยเนื่องจากตัวอาหารนั้นมีให้เลือกค่อนข้างเยอะ(กว่าที่คิด) และก็ไม่ได้เป็นอาหารไทยดั้งเดิมตามที่เข้าใจ อาหารของทางร้านจะแบ่งเป็น อาหารไทยโบราณ (Thai cooking of the Past) หรืออาหารแบบตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ๆ มาจนถึงซักสมัย ร. 5 อาหารที่อยู่ในหมวดนี้ก็เช่น ต้มจิ๋วไก่, หมูชะมวง หรือ แกงขี้เหล็กเนื้อย่าง เป็นต้น , อาหารไทยสมัยนิยม (Thai cuisine of  today) อาหารพวกนี้ก็เป็นอาหารที่เราจะเจอได้ตามร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ในสมัยนี้ เช่น ทอดมันปลากราย, ยำวุ้นเส้น หรือแพนงเนื้อ อะไรประมาณนี้ ส่วนหมวดสุดท้าย (และเป็นหมวดที่ผมไม่คิดว่าจะมี) ก็คือหมวด ครัวไทยประยุกต์ (Thai kitchen of tomorrow) หรือสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ Thai Fusion นั่นเอง อาหารหมวดนี้บางอย่างแปลกและผมไม่คิดว่าจะมีใครทำกันเช่น ตับห่านซอสมะขาม, พล่ากุ้งอโวคาโด หรือ โครเก็ตกุ้งเขียวหวาน เป็นต้น แค่เห็นเมนูของร้าน Blue Elephant นี่แล้วผมก็รู้สึกแบบ โอว อาหารเยอะดีจัง บางอย่างแปลกและไม่เคยกินมาก่อน และแค่อ่านชื่อก็อยากจะลองกันแล้ว

ตามที่เกริ่น ๆ ไปตอนต้นถึงความหรูหราของร้าน และเมื่อพิจารณาถึงตัววัตถุดิบของอาหารที่แทบทุกอย่างทางร้านจะสั่งมาจาก โครงการหลวง (Royal Project) หรือเป็นประมาณผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษทางการเกษตร หรือไม่ก็ถ้าเป็นวัตถุดิบอื่นที่ไม่ใช่ผักก็จะใช้ของดี ๆ เช่น เนื้อก็ใช้เนื้อโพนยางคำ กุ้งก็ใช้กุ้งแม่น้ำตัวโต เมื่อรวม 2 องค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันแล้ว ทำให้ราคาอาหารของร้าน Blue Elephant Bangkok นี้มีราคาสูงกว่าร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ไปโดยปริยาย แต่ถ้าถามว่าสูงกว่าเยอะมั้ย? ผมก็ว่าไม่เยอะนะ เพราะสมัยนี้ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ หรือจะสวนอาหาร ราคาส่วนใหญ่ก็อยู่กันที่ 150 - 400 บาทโดยประมาณแล้ว ไม่นับพวกร้านหรู ๆ ที่ผมชอบ ๆ และเคยไปกินมา ราคาก็อยู่ในระดับเดียวกันกับร้านช้างน้ำเงินแห่งนี้หมดนะผมว่า







อาหารในมื้อนี้ของพวกผมแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็น 3 หมวด หมวดแรกคือหมวด Appetizer  ที่ประกอบด้วยอาหาร 4 อย่าง จานแรกเป็น พล่ากุ้งอโวคาโด (Spicy prawn salad with herbs and avocado - 480 บาท) อาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นที่หน้าตาดูดี รสชาติดี และตัววัตถุดิบต่าง ๆ ในจานยอดเยี่ยมมากครับ อโวคาโดสดอร่อย และ กุ้งตัวใหญ่ หัวโต มันกุ้งเยิ้ม ๆ เป็นจานเปิดตัวที่งดงามมากครับ , จานที่ 2 เป็น แสร้างว่ากุ้งปลาดุกฟู (Rice fileld catfish and prawns sald - 360) อาหารไทยโบราณ ที่ก่อนหน้านี้ผมเคยกินมาไม่เคยจะเกิน 3 ครั้ง จำได้ว่าครั้งก่อน ๆ หน้านี่รสชาติมันจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไร แห้ง ๆ รสชาติแหม่ง ๆ แต่กับ แสร้งว่าของร้าน Blue Elephant - Bangkok แห่งนี้นี่ไม่เลยครับ อร่อย แบบเป็นสลัดแบบไทย ๆ ที่เจ๋งดี ตัวองค์ประกอบทุกอย่างในจานจะมาแบบกรอบ ๆ หมด ไม่ว่าจะตัวกุ้ง หรือปลาดุกฟู และใบชะพลูทอด เจ๋งดีครับจานนี้






Appetizer อย่างที่ 3 เป็น ถุงทองเขียวหวาน (Golden Bag - 380 บาท) จานนี้ ก็ทำมาหน้าตาน่ารัก น่ากินสมเป็น Appetizer ดีครับ รสชาติก็จัดได้ว่าเป็นของกินเล่นกินเพลิน ๆ ยังไม่ได้อร่อยโดนใจผมมาก แต่เพื่อน ๆ ในโต๊ะอีก 2 คนชอบกันครับ วันนี้ผมแอบปล่อยไก่ด้วย คือก่อนหน้านี้ ไม่เคยเลยที่จะกินเจ้าเชือกที่มัดถุงทองมาด้วย นึกว่ากินไม่ได้ โชคดีได้เพื่อนผมกินให้ดู ซึ่งรู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้กินครับ เพราะมันคือส่วนอร่อยชัด ๆ เลย -_-' อาหารเรียกน้ำย่อยอย่างสุดท้ายเป็น ยำมะเขือม่วงดอยคำ (Doi Kahm eggplant salad - 380 บาท) จานนี้เห็นหน้าตาตอนแรกนี่นึกว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสหลุดมารึเปล่า เพราะว่ามันสวยงาม และบรรเจิดมาก แต่พอพิจารณาองค์ประกอบดี ๆ แล้ว มันมีแต่วัตถุดิบแบบไทย ๆ ทั้งนั้น คือโดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบมะเขือม่วงอยู่แล้ว จานนี้ก็เลยผ่านโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก อร่อยดีครับ แอบเผ็ด ๆ เล็กน้อยให้แสดงถึงความเป็นอาหารแบบไทย ๆ

พอดื่มด่ำกับอาหารเรียกน้ำย่อย 4 อย่างเสร็จ อาหารจานหลัก (Main Course) ก็ตามมาติด ๆ จำนวน 7 อย่าง จาก 7 อย่างนี้ มี 4 อย่างที่ผมและเพื่อน ๆ เห็นตรงกันว่าอร่อยมาก จานแรกคือ กุ้งผัดซอสตะไคร้พริกไทยดำ (Black pepper tiger prawns - 880 บาท) ซึ่งก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างแปลกกว่าร้านไทยร้านอื่น ๆ หน่อย เพราะส่วนใหญ่ผมจะเห็นเป็นกุ้งผัดซอสมะขาม ทางร้าน Blue Elephant - Bangkok ใช้ กุ้งลายเสือตัวใหญ่ ที่ทอด(ผัด) มาสุกกำลังดี และเนื้อสดเด้งมาก กินเคล้าไปกับซอสพริกไทยดำ เผ็ดแบบพริกไทย ๆ รสชาติกลมกล่อม อร่อยดีครับ อ้อ ทางร้านจะมีข้าวให้เลือก 2 แบบเป็นข้าวหอมมะลิ กับข้าวกล้องครับ ตัวข้ามหอมมะลิใช้ของดีตามพิมพ์นิยม แต่ทีเด็ดจะเป็นตัวข้าวกล้องครับ อร่อยกว่าข้าวกล้องร้านอื่น ๆ ที่ผมเคยกินมามาก ผมและเพื่อน ๆ ติดใจกันทุกคน กินข้าวกันไปหลายทัพพีเลย (ทางร้านจะคิดราคา 60 / 120 บาท ต่อหัว สำหรับค่าข้าวหอมมะลิและข้าวกล้อง ตามลำดับครับ)









อาหารที่ชอบอย่างที่ 2 คือ แกงเขียวหวานไก่ดำ (Black chicken green curry - 680 บาท) เป็นแกงเขียวหวานที่รสชาติ กลมกล่อม อร่อยแบบไม่รู้จะไปติอะไร และเพิ่มทีเด็ดเข้าไปด้วย ไก่ดำ เนื้อนุ่ม ๆ และให้มาเยอะมาก และกินคู่กับโรตีรสชาติเยี่ยม ทุกอย่างลงตัวมากครับจานนี้ ขนาดผมที่กินแกงเขียวหวานออกบ่อย ๆ ยังชอบขนาดนี้ ฝรั่งที่ไม่ค่อยได้กิน สงสัยพอได้กินนี่คงจะ Amazing กันเลยทีเดียว อย่างที่ 3 เป็น ผัดไทยบลูเอเลเฟ่นท์ (Blue elephant phad thai - 380 บาท) เห็นราคาแล้วอาจจะตกใจ ผัดไทย บ้าอะไรจานละ 380++ บาท หน้าตาตอนยกมาก็ธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรมากครับ แต่พอกินแล้ว อืม น่าจะเป็นผัดไทยที่อร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมาในช่วงหลายปีมานี่เลย (คือนึกไม่ออกว่าเคยกินอร่อยแบบนี้เมื่อไร) คือทางร้าน Blue Elephant - Bangkok ทำมาได้ดีมากจริง ๆ ครับ มันไม่แห้ง ไม่แฉะไป มาแบบกำลังดี (ซึ่งหาได้ยาก) เส้นก็จันทน์ก็ไม่เกาะกันเป็นก้อน ๆ รสชาติที่ปรุงมาก็อร่อย กลมกล่อม และกุ้งที่ให้มาก็ตัวใหญ่และสดเหมือน ๆ กับกุ้งจานก่อน ๆ หน้าที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนอีกคนชอบมากจริง ๆ เจ้าผัดไทยนี่ ส่วนเพื่อนอีกคนที่เคยอยู่อเมริกามานาน บอกว่า เป็นรสชาติประมาณผัดไทยที่อเมริกา คือจะทำมาดี ๆ อร่อย ๆ แบบนี้ เค้าก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรมาก

ส่วนของคาวที่ชอบอย่างสุดท้ายคือ ผัดยอดบวบ (Stir fried tips of ivy gourd vine - 240 บาท) หรือประมาณยอดมะระ, ยอดฟักแม้วผัดน้ำมันหอยน่ะแหละครับ จานนี้ สุดยอดมากครับ ยอดฟักแม้วนี่แบบ กรอบ อร่อย แบบ ผัดมาได้เก่งมาก ๆ เลย ไม่เคยเจอที่ไหนผ่านมาได้กรอบขนาดนี้เลย รสชาติน้ำมันหอยก็ดี โอย ไม่รู้จะไปติอะไรเลยครับ ยิ่งกินกับข้าวกล้องขั้นเทพของร้านนี่วิเศษสุด ๆ








แม้ว่าที่ผ่าน ๆ มาอาหารทุกจานที่เขียนไปก่อนหน้านี้จะอร่อยแบบ โดดเด่นเหนือกว่าร้านอื่นหมด แต่ร้าน Blue Elephant - Bangkok แห่งนี้ก็มีอาหารที่ไม่ถูกปากผมอยู่เหมือนกัน อย่างแรกเป็น ปลาเผากระบอกไม้ไผ่ (Bamboo fish - 480 บาท) จานนี้เป็นประมาณ ปลากระพงไปเผาในกระบอกไม้ไผ่และให้เรากินเล่นกับน้ำจิ้มรสหวานกับรสเผ็ดของทางร้าน คือจานนี้รสชาติปลาโอเคอยู่ เนื้อสดดี และเอาก้างออกหมด เอามาแต่ fillet จริง ๆ แต่มันดันไปตกม้าตายตรงตัวซอสที่แบบเหมือนทำมาขายฝรั่งมากกว่า (ซึ่งลูกค้าฝรั่งหรือชาวต่างชาติของร้านนี้มีถึง 85% ก็ไม่แปลกที่เค้าจะทำซอสรสแบบนี้) พวกผมกินแล้วมันยังไม่ค่อยแซ่บเท่าไรครับ // อย่างที่ 2 เป็น ต้มข่าไก่ดำมะพร้าวอ่อน (Tom Kha black chicken - 330 บาท ) จานนี้การนำเสนอยอดเยี่ยม มาในลูกมะพร้าวสวยงาม แต่แกงดันมาแบบไม่ร้อน และก็ไม่ได้มีความหอมของกะทิเลย เป็นต้มข่าไก่ที่ประมาณสวยแต่รูปจูบไม่หอม ประมาณนั้น ส่วนอย่างสุดท้ายเป็น แกงมัสมั่นแกะ (Massaman Lamb - 580 บาท) แกงนี้ ก็เหมือนกับทางร้านจะจงใจทำรสชาติขายชาวต่างชาติอีกแล้วครับ เพราะว่ามันหวานนำมาก ไม่ค่อยเป็นแกงมัสมั่นแบบไทย ๆ สักเท่าไร กินคำแรก ๆ ตกใจในความหวาน แต่พอกินไปหลัง ๆ ก็เริ่มจะอร่อยขึ้นมานิดครับ แต่พวกผมก็ยังชอบ มัสมั่นรสไทย ๆ มากกว่าอยู่ดี

ระหว่างที่กินอาหารไทยอันเลิศรสของร้าน Blue Elephant - Bangkok นี้ เราก็ได้มีการกินไวน์ของทางร้านด้วย คือร้านนี้จะมีทีเด็ด (ที่ผมว่าเด็ดมาก) คือ จะมีไวน์ยี่ห้อของทางร้านเอง โดยทางร้านได้ให้ฟาร์มองุ่นที่ฝรั่งเศสเป็นคนบ่มและติดฉลากให้ และก่อนบ่มก็จะมีการเรียกตัวฟาร์มองุ่นมาชิมอาหารไทยกันก่อนและบอกสเปคไปว่าให้ทำไวน์ให้เข้ากับอาหารแบบนี้ ฟังที่มาของไวน์ก่อนจะดื่มแล้ว อืม ดูพิถีพิถันเหลือเกิน และพอดื่มแล้วก็ไม่ประหลาดใจเลยครับ เป็นไวน์ที่รสชาติดีมาก เข้ากับอาหารไทยดีสุด ๆ







มื้อนี้ปิดฉากลงด้วยของหวานทีเด็ดของทางร้าน Star of Siam ที่ประกอบด้วย ข้าวเหนียวมะม่วงรสชาติดี (แต่ผมอยากให้ใส่น้ำกะทิมาอีกสักหน่อย), ไอศครีมกะทิสดรสชาติไร้ที่ติ, Cheese Cake ทุเรียน ที่ได้แค่ความแปลก รสชาติแอบประหลาดไป, คัสตาร์ดอะไรสักอย่างที่อร่อยเว่อร์มาก และเงาะ กับอะไรอีกสักอย่างผมไม่แน่ใจครับ คือจานนี้ เหมือนจะมีทีเด็ดอยู่ที่ ไอศครีม, ข้าวเหนียวมะม่วง กับคัสตาร์ดครับ สำหรับผม แค่กิน 3 อย่างนี้ก็เรียกได้ว่าพึงพอใจสุด ๆ ล่ะครับ

ร้าน Blue Elephant - Bangkok ในรีวิวฉบับนี้ ก็เรียกได้ว่าน่าจะเป็นการปิด Series ร้านอาหารไทยแบบ Premium, Exclusive ในกรุงเทพของผมลงอย่างเป็นทางการล่ะ หลังจากที่ค่อย ๆ ทยอยกินร้านอาหารไทย หรู ๆ แบบนี้มาทีละร้าน ๆ จน(น่าจะ)ครบแล้ว ร้านอาหารไทยเกรดนี้ ที่ผมชอบก่อนหน้านี้ก็จะมีร้าน Issaya - Siamese Club ของเชฟ เอียน กิตติชัย , ร้าน Patara Fine Thai Cuisine , Nahm - Metropolitan Hotel และ The Local by Oamthong Thai cuisine ซึ่งแน่นอนครับ หลังจากดื่มด่ำกับ Blue Elephant มื้อนี้เสร็จ ร้านนี้ก็เข้าไปแทรกตัวอยู่ในร้านไทยหรูหรา ร้านโปรดของผมได้อย่างไม่ยากเย็น ก็กลายเป็น 5 ร้านในดวงใจพอดี

หลาย ๆ ท่านมีปัญหามั้ยครับเวลาที่แบบมีเพื่อนชาวต่างชาติจะมาเมืองไทยและแบบขอให้พาไปกินร้านอาหารไทย หรือไม่ก็มีเพื่อนถามว่าจะพาเพื่อนต่างชาติไปกินอาหารไทยเทพ ๆ หรือ มีร้านอาหารไทยหรู ๆ เทพ ๆ ร้านไหนแนะนำบ้าง? ก่อนหน้านี้ ผมค่อนข้างอับจนกับคำตอบที่จะไปตอบคำถามเหล่านี้เหลือเกิน แต่หลังจากนี้ไป ผมสามารถตอบได้อย่างเต็มปากด้วย Top 5 ร้านที่อยู่ในย่อหน้าก่อนหน้านี้ได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่า ผมจะหน้าแตกเพราะร้านจะหรูไม่พอหรืออาหารไม่อร่อยพอ เพราะถ้ากิน 1 ใน 5 ร้านนี้ไม่อร่อยแล้ว ผมว่า ก็คงไม่มีอาหารไทยในโลกนี้ หรือ สามโลกไหน หรือภพไหนจะอร่อยแล้วล่ะ ว่ามั้ยครับ?

ปล. ร้าน Blue Elephant นี่นอกจาก อาหารจะเยี่ยมแล้ว ผมว่าทีเด็ดเหนือสิ่งอื่นใดคือบริกร กับ บริgirl (มันเรียกแบบนี้รึเปล่าครับพนักงานหญิง ฮ่า ๆ) ของร้านนี้ครับ ผมว่า เท่าที่เคยกินร้านไหน ๆ มา พนักงานร้านนี้เจ๋งสุดล่ะ กระฉับกระเฉง, ยิ้มแย้มแจ่มใส, รู้เรื่องอาหารดี, สังเกตโต๊ะอาหารเราโดยไม่ต้องสั่ง ครบเครื่องและเท่จนผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่า ทำได้ไงอ่ะ?



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...