BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, August 23, 2013

Kinkaku Sukhumvit 33/1 Review

Kinkaku - Japanese Restaurant at Sukhumvit 33/1 BTS Prompong Review

คินคาคุ - ร้านอาหารญี่ปุ่น สุขุมวิท 33/1 BTS พร้อมพงษ์ ซูชิ ปลาดิบ




Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4.5/5

Kinkaku - Japanese Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ร้านใน Kinkaku (แปลว่า ทอง + ขุนนาง, วัง ซึ่งผมว่าทางร้านน่าจะจงใจเลียนแบบชื่อวัดทองชื่อดัง) ในรีวิวฉบับนี้ ก็เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งใหม่ในทำเลเก่า โดยก่อนหน้านี้ร้านนี้คือร้านบุฟเฟ่ต์ซูชิสายพานชื่อดัง Tsubakiya แล้วเนื่องด้วยอะไรก็ไม่ทราบก็มีอันต้องปิดกิจการ เปลี่ยนเจ้าของ และกลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งใหม่นามว่า Kinkaku แห่งนี้ โดยร้านนี้ตั้งอยู่ที่เดิมเป๊ะ ๆ เลย อยู่ตรงข้ามกับ  UFM Fuji Supercenter ในซอยสุขุมวิท 33/1 จากปากซอยเข้าไปประมาณสัก 200 - 300 เมตรจะเห็นร้านอยู่ขวามือ และก็จอดรถได้ในเวิ้งของ UFM นี้ได้เลยสามารถประทับตราจอดรถได้ฟรีจากทางร้าน

จากซูชิสายพาน ในตอนนี้ร้านนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเต็มรูปแบบ ขายอาหารญี่ปุ่นครบครันคล้าย ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่น Mainstream ในบ้านเรา โดยจะมีการเพิ่มพวกอาหารกินเล่น, กับแกล้ม (Otsumami) เข้าไปเพิ่มด้วย เนื่องจากทำเลของร้านนี้เป็นที่ทำงานของพนักงานออฟฟิศญี่ปุ่นเยอะ ตอนเย็น ๆ พวกพี่ยุ่นนี่ก็ชอบหาอะไรกินหาอะไรดื่มกันเป็นนิสัยทางร้านเลยต้องทำอาหารให้มันตอบโจทย์ขึ้นมาหน่อย ราคาอาหารของร้านนี้ค่อนข้างถูกครับ ถูกจนแบบบอกตรง ๆ ว่าผมเห็นราคาแล้วแอบคิดว่าอาหารคงไม่น่าอร่อยแน่เลย เพราะส่วนใหญ่อาหารญี่ปุ่นนั้นจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบเป็นหลัก ของแพงก็มักจะอร่อย ของดีก็มักจะทำให้น้ำลายไหล แต่พอได้กินมื้อนี้จนเสร็จก็เป็นอันต้องทำลายความคิดนี้ไป และมีความคิดที่ว่า อาหารที่อร่อยไม่จำเป็นต้องวัตถุดิบดี ไม่จำเป็นต้องแพง แค่ปรุงมาดี ๆ ก็อร่อยได้แทน (คือคิดแบบนี้กับอาหารสัญชาติอื่นมาตลอดแหล่ะครับ แต่เพิ่งจะมาคิดกับอาหารญี่ปุ่นก็จากมื้อนี้นี่แหละ)







บรรยากาศของร้าน Kinkaku @ สุขุมวิท 33/1 แห่งนี้ก็ตกแต่งได้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ จริง ๆ ครับเน้นไม้ ๆ โดยตรงส่วนห้องโถงหลักก็จะเป็นโต๊ะที่แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน มีฉากกั้น พร้อม Sushi Bar ขนาดกลาง ๆ และสองฝั่งของร้านก็จะเป็นห้องส่วนตัวพร้อมโต๊ะและที่นั่งแบบญี่ปุ่นสำหรับคนที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ หรืออยากจะนั่งกินอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ บ้าง พนักงานของร้านแม้ว่าจะเป็นคนไทย แต่ก็ได้รับการเทรนมาดี และแต่งตัวเหมือนพนักงานร้านอาหารญี่ปุ่นจนบางทีก็แอบรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นจริง ๆ ขึ้นไปใหญ่ ส่วนราคาอาหารของร้านนี้ก็ตามที่เขียนเกริ่น ๆ ไปครับ ราคาไม่แพง ถูกกว่าพวกร้าน Mainstream, ร้าน Franchise ดัง ๆ ในบ้านเราแบบค่อนข้างชัดเจนเลย

ปลาดิบรวม 7 อย่าง (Sashimi Matsu - 600 บาท) : ประกอบด้วยปลาแบบที่เราคุ้นเคยกันแทบทั้งหมดคือ  Salmon, Hamachi, Hokkigai, Tako, Saba, Amaebi แต่ละอย่างคุณภาพดี สดอร่อยหมดครับ ดีกว่าที่คิดเยอะมาก และยังตกแต่งจานมาสวยงามอีกต่างหาก คุ้มค่าเกินราคามาก ได้มาทั้งหมด 21 ชิ้น หรือคือประมาณชิ้นละ 30 บาทแค่นั้นเอง (เอ่อ จะคำนวณอะไรมากมายใช่มั้ยครับ?)






ซูชิรวม (Kinkaku Sushi - 600 บาท) : เป็นซูชิทั้งหมด 9 คำ + Tuna Maki โดย 9 คำนั้นก็จะมี  Tuna, Amaebi, Unagi, Tako, Hokkigai, Suzuki, Salmon , Salmon, Ebiko, Ikura ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าอร่อยได้มาตรฐานหมดเลย มีที่โดดเด่นเหนืออันอื่นคือ Unagi ครับ คือจริง ๆ ผมไม่ได้กินหรอกเจ้าปลาไหลเนี่ย แต่เห็นจากรูปลักษณ์แล้วก็เดาว่าต้องอร่อยแน่ แล้วพอเพื่อนตัวอ้วนผมกินปุ๊บ มันก็ทำหน้าฟินแล้วบอกว่า "อร่อยสัด" ก็เลยแบบแอบเซ็งที่แย่งมันกินไม่ทัน

ข้าวห่อสาหร่ายกุ้งเทมปุระ (Tempura Maki - 120 บาท) : มาตรฐาน

ข้าวห่อสาหร่ายปลาทูน่า (Tekka Maki - 120 บาท) : มาตรฐาน

ข้าวห่อสาหร่ายปูอัดแซลมอน (Alaska Maki - 140 บาท) : มาตรฐาน








Salmon Shioyaki (ปลาแซลมอนย่างเกลือ - 160 บาท) : มาตรฐาน เช่นเดียวกัน จริง ๆ ปรุงรสมาดีครับ โรยเกลือมากำลังดี ย่างปลามาแบบไม่ได้สุกเกินไปกำลังดี เสียดายที่กินแล้วเหมือนปลาไม่ค่อยสดเท่าที่ควร

โซบะเย็น (Zaru Soba - 130 บาท) :  น้ำจิ้มโซบะรสชาติอ่อนไปนิด จืดไปหน่อยครับ เส้นโซบะโอเค มาแบบเย็น ๆ เพราะวางโปะลงมาบนน้ำแข็งเลย ซู้ดกันเพลิน ๆ ขาดก็แค่รสชาติของแต่ละคำที่กินเข้าไปมันจืดไปหน่อยแค่นั้นเองแหละครับ







สลัดญี่ปุ่น (Wafu Salad - 160 บาท) : สลัดมาตรฐาน ผักสด น้ำสลัดญี่ปุ่นรสชาติออกเปรี้ยวเค็ม ทานแล้วสดชื่น แก้เลี่ยนดีครับ

Salmon Kabutoni (หัวปลาแซลมอนต้ม - 180 บาท) : จานนี้อร่อย ปลาแซลมอนต้มมาจนเปื่อย เนื้อลุ่ยกินง่ายมาก และก็ตัวน้ำซีอิ๊วก็เค็ม ๆ กำลังดี ผักที่ให้มากับหัวปลาก็หลากหลายกินกันได้เพลิน ๆ จนหมดเกลี้ยงทั้งผักและเนื้อปลาเลย






Ebi Tempura (กุ้งเทมปุระ - 200 บาท) : อร่อยเช่นเดียวกันครับ กุ้งตัวใหญ่ทีเดียว ทอดมาแบบไม่มีอะไรให้ติ อาจะสู้พวกร้านเทมปุระเฉพาะทางไม่ได้ แต่กับราคา 200 บาทได้กุ้งตัวใหญ่ ๆ มา 4 ตัวแบบนี้ คุ้มครับ!

สรุป ร้าน Kinkaku @ สุขุมวิท 33/1 นี่ถ้าใครที่เห็นเมนูร้าน ณ หน้าร้าน เห็นบรรยากาศร้านในเบื้องต้นก็อาจจะปรามาศร้านนี้ไว้ก่อนว่าไม่น่าจะ Work (ผมคนนึงล่ะ ฮา) แต่พอได้เข้าไปกิน เข้าไปลิ้มรสอาหารแต่ละอย่างแล้วก็เอ้อ อาหารญี่ปุ่นบ้าน ๆ ราคาประหยัด นี่ทำออกมาดี ๆ มันก็กินได้อร่อยกินได้เพลินเหมือนกันเน้อ ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากหาอาหารญี่ปุ่นกินในย่านพร้อมพงษ์แต่ prefer ร้านประหยัด ๆ หน่อย บอกตรง ๆ ว่าบางทีผมไปกินร้านแพง ๆ กว่านี้แต่คุณภาพในหลาย ๆ ด้านก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าร้านนี้เลย เอาครับ ลองดู "อิ่มอร่อยในราคาที่คุ้มค่า" จะเป็นคำที่คุณนึกถึงหลังกินร้านนี้เสร็จ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...