BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, January 17, 2014

Fifty Five Centara Grand Sunday Brunch

Fifty Five - Champagne Sunday Brunch at Centara Grand @ Central World Review

ฟิฟตี้ไฟว์ - แชมเปญ ซันเดย์ บรันช์ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ @ เซ็นทรัล เวิลด์ รีวิว



Overall Score  10/10
Taste   5/5
Ambiance  5/5
Service  5/5
Value   5/5

Fifty Five - Champagne Sunday Brunch on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



มื้อ Sunday Brunch มักจะเป็นมื้อที่พิเศษที่สุดสำหรับห้องอาหารห้องนึงในโรงแรม หรือในโรงแรมแห่งนึงอยู่แล้ว แต่มีห้องอาหารห้องนึงที่ทำให้มื้อนี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก exclusive ยิ่งขึ้นไปอีกโดยจัดแค่เดือนละครั้งแค่นั้นกับ Surf & Turf Champagne Brunch ของห้องอาหาร Fifty Five (55) โรงแรม Centara Grand @ Central World แห่งนี้ โดยมื้อนี้จะจัดแค่เดือนละครั้งเท่านั้นโดยจะจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ในสนนราคา 3,555++ บาทต่อคนและสามารถรับประทานได้ตั้งแต่ 11.30 - 15.00 น. คือหลาย ๆ ท่านคงเคยจะได้ยินความพิเศษความเป็น exclusive ของมื้อนี้กันมาบ้างแล้วเพราะว่ามื้อ Champagne Sunday Brunch แห่งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็น Sunday Brunch เจ้าแรก ๆ ในกรุงเทพเลย มีมาหลายปีแล้ว และตอนแรก ๆ คือมีจัดอาทิตย์เว้นอาทิตย์ และก็เริ่มต้นที่ราคา 2,555++ แต่คือพอเวลาผ่านไป ราคาปรับขึ้นมา ลดมื้อลงให้เหลือแค่เดือนละครั้ง จากเดิมที่อาจจะไม่ค่อยพิเศษอะไรมากนัก จนตอนนี้กลายเป็นมื้อที่แบบพิเศษสุด ๆ ทั้งข้อจำกัดด้านความถี่ที่จะมากินได้และคุณภาพอาหารและการบริการอันแสนจะเลอเลิศไปเรียบร้อยแล้ว

The most special meal for one hotel restaurant is always a Sunday brunch meal. There is one restaurant that make it more exclusive by held it once a month, the name of this special Sunday brunch meal is "Surf & Turf Champagne Brunch" at Fifty Five (55) restaurant, Centara Grand @ Central World. This meal is held every first Sunday of the month with the price of 3,555++ baht and there and a half hours of special dining moment fromt 11.30AM - 3.00PM. I'm sure that many people must heard of this exclusive meal for quite sometimes. This champagne Sunday brunch might be one of the first Sunday brunch in town. They have been running for several years. At first the price start at 2,555++ and held every other Sundays. The time went by, the price is gradually increase and reduce the meal to once a month. As of the current status of this meal, it is sure the most exclusive and special Sunday brunch in town without a doubt.






เริ่มกันที่เรื่องบรรยากาศก่อน ตัวห้องอาหาร Fifty Five (55) แห่งนี้แม้ว่าชื่อร้านจะชื่อว่า 55 แต่คือจริง ๆ แล้วตัวร้านนั้นจะตั้งอยู่ที่ชั้น 54 แต่ว่าทางเข้าร้านจริง ๆ นั้นจะอยู่ที่ชั้น 55 และทางร้านต้องการให้ลูกค้าเดินลงมาผ่าน Wine Cellar เก๋ ๆ ของทางร้านก่อนจะไปนั่งยังโต๊ะอาหาร ที่วางตัวเป็นวงกลมตามโครงสร้างของตึก ที่นั่งแต่ละที่จะเห็นวิวสวย ๆ จากชั้น 54 ไม่แตกต่างกันมากนัก วันที่ผมไปเป็นวันที่ท้องฟ้าค่อนข้างโปร่ง วิวจากชั้น 54 นี้ก็เลยค่อนข้างสวยงามมากเลย อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจนอกจากบรรยากาศนอกโต๊ะอาหารก็คือบรรยากาศ "บน" โต๊ะอาหารล่ะครับ อุปการณ์, tableware ในมื้อนี้เป็นอะไรที่อลังการที่สุดที่ผมเคยเจอมาในมื้อบุฟเฟ่ต์เลย อุปกรณ์ในการกินมีให้ 6 แบบ, แก้วเครื่องดื่มมีให้ 6 แบบ คือแบบถ้าไม่รู้ว่านี่มากินบุฟเฟ่ต์นี่อาจจะคิดไปว่านี่มากินมื้อ full course ของอาหารฝรั่งเศสกันได้ง่าย ๆ เลย

I would like to start with an ambiance. Even though this restaurant was named Fifty Five (55) but the actual location of this place is located at 54th floor. However, the actual entrance of this restaurant is on 55th floor and the restaurant want customers to walk down one floor pass through their magnificent wine cellar into the main dining area on 54th floor. The blueprint of this restaurant is like an oval shape span throughout the entire floor. Thanks to this oval form, every tables can get the same exquisite view of Bangkok skyline from the heart of the Bangkok with not much restaurants to offer. The other impressing thing is the decoration of tableware they arranged. This might be the most extravaganza table set up I have come to encountered. There are 6 kinds of dining equipment and 6 types of glasses. If one happen to sit on the table without a prior knowledge of this meal, they must think that this is sure a luxury full course French meal for sure.





ตัวเครื่องดื่มในมื้อ Surf & Turf Champagne Brunch ก็ตามชื่อเลยครับจะเน้นไปที่แชมเปญเป็นหลักโดยแชมเปญในมื้อนี้จะเป็นยี่ห้อ Lombard et Cie ไวน์จากแคว้นแชมเปญในย่าน Montagne de Reims West ที่ทางร้านมีให้เลือก 2 แบบคือแบบ Rose กับแบบธรรมดาสีทอง, ตัวไวน์ก็จะมีให้เลือกไวน์ขาวและไวน์แดงเป็นยี่ห้อ Wyndham Estate จากประเทศออสเตรเลีย, ตัวน้ำแร่ก็จะมีทั้ง still และ sparkling ให้เลือก ซึ่งผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นยี่ห้ออะไรไม่ทันได้ดูและพอดีดื่มแต่แชมเปญและไวน์เป็นหลัก ฮ่า ๆ ส่วนเครื่องดื่มอีกอย่างก็เป็นน้ำส้มเข้มข้นอร่อยดี ซึ่งเครื่องดื่มทั้งหลายทั้งปวงในมื้อนี้ทั้งหมดจะเป็น free flow หมด ไหลกันเข้ามาได้เรื่อย ๆ ถ้าเรารับไหว แน่นอนว่าแชมเปญในมื้อนี้อร่อยสมกับเป็นแชมเปญแท้ ๆ ครับ อย่างที่รู้กันว่าบ้านเราแชมเปญส่วนใหญ่ถ้าไปหาซื้อกันเองตาม grocery store ก็จะเริ่มต้นกันที่ 4,000 บาทโดยประมาณ ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน และการที่ทางห้องอาหาร Fifty Five (55) แห่งนี้มีทั้งแชมเปญธรรมดาและ Rose' ให้เลือก็เป็นอะไรที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าเข้าไปอีก คือแค่จ่ายเงินมาดื่มแชมเปญชมวิวสวย ๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้วนะผมว่า

We can imply the drinks from the name of this Sunday brunch meal "Surf & Turf Champagne Brunch". The main drink is champagne and the brand of this luxurious sparkling wine is Lombard et Cie from Montagne de Reims West region from Champagne province. There are two kind of champagne, normal one and the rose' one. Red wine and white wine selection is Wyhndham Estate from Australia and water also have two selection, still and sparkling which I cannot remember the brand of them. Yeah, to me, just several drinks of Champagne here is more than worth the money we spent already.






ส่วนตัวอาหารก็จะแบ่งได้หลัก ๆ เป็น 3 ประเภทคือแบบเดินไปหยิบกันเอาเอง, แบบสั่งให้ครัวปรุงมาให้และเสิร์ฟให้ที่โต๊ะเองโดยตรง (all-you-can-eat a la carte) และแบบที่พนักงานจะเข็นรถ trolley มาที่โต๊ะให้เราสั่งกันได้ตามสะดวกเลย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว Sunday Brunch ที่ผมเคยกิน ๆ มาก็มักจะมีสัดส่วนแบบที่เดินไปตักเองเยอะกว่า เพราะว่าจะได้สบายพนักงานที่สุด แต่คือของที่ Fifty Five (55) @ Centara Grand แห่งนี้เรียกได้ว่าอาหารทั้ง 3 แบบนี้สัดส่วนพอ ๆ กันเลยก็ว่าได้ครับ คือทำให้แบบ cost ในเรื่อง service สูงขึ้นมาอีกทำให้ราคาของที่นี่ค่อนข้างสูงไปด้วยนั่นเอง ก็มาไล่เรียงกันไปในแต่ละประเภทละกันนะครับ

The food here can be divided into three categories- pick it up yourself, all-you-can-eat a la carte which you order on your table and they will bring the ordered dishes to you and the trolley food where waiters stroll along a variety of food trolleys for you to choose. The previous hotel Sunday brunch meals that I have experienced usually set up the first type to be their main food selection. It is the most cost-efficient way of offering the food we all know that. In spite of making like others, Fifty Five (55) @ Centara Grand arrange us the three type of food service in an almost evenly manner. This sure come with more service cost thus the 3,555++ baht meal price we need to pay.







แบบเดินไปหยิบกันเอาเอง

Cold Seafood: น่าจะเป็นอาหารทะเลแช่เย็นที่เจ๋งที่สุด, อลังการที่สุดที่ผมเคยกินมาในไลน์บุฟเฟ่ต์แล้วล่ะครับ
- ก้ามปูอลาสก้าชิ้นใหญ่มาก มีแบบส่วนที่เป็นก้ามมาให้กินด้วย ซึ่งส่วนก้ามนี่บอกตรง ๆ ว่าผมไม่ค่อยจะเห็นเลย เห็นแต่ส่วนปล้องก่อนถึงก้ามมาตลอด และแบบแม้ว่าจะใหญ่ขนาดนี้แต่คือเนื้อด้านในนี่คือนุ่มหวานอร่อยมากเลย
- กุ้งดี ๆ เกือบทุกสายพันธุ์บนโลกนี้มีทั้ง Maine Lobster, Lobster จากแอฟริกาใต้ (เพิ่งจะเคยกินนี่แหละครับ เอาจริง ๆ เพิ่งเคยเห็นด้วยซ้ำ), กุ้งลายเสือแกะเปลือกมาให้เรียบร้อย และก็กุ้งอะไรอีกอย่างนึงตัวเล็ก ๆ ผมลืมถามเค้ามาว่าเป็นอะไร คือแบบที่อื่นที่เคยกินมานี่คือ Maine Lobster จะให้อย่างมากก็แค่คนละตัว (ส่วนใหญ่ครึ่งตัวด้วยซ้ำ) แต่คือที่นี่คืออยากจะหยิบเท่าไรก็หยิบได้เลย ก็คิดซะว่าไปกินแบบ a la carte ตามร้านส่วนใหญ่ก็โลละ 2,000 บาทโดยประมาณ กินสักตัวครึ่งก็เหมือนกินไป 2,000 บาทแล้วอะไรแบบนั้น
- หอยนางรม: หอยนางรมของที่นี่จะเป็นแบบสด ๆ ยังไม่ได้แกะเปลือกเลย โดยจะมีนำเข้ามาจาก 4 ที่จากฝรั่งเศส (Fine de Claire), ญี่ปุ่น (Tsarskaya), แคนาดา (Perle Blanche) และจากอีกที่นึงผมไม่แน่ใจว่าที่ไหน แน่นอนครับหอยนางรมแต่ละคำสดหวานหอมน้ำทะเลอยู่แล้วเพราะว่าแกะกันสด ๆ แต่แบบแอบเสียดายอย่างที่หอยนางรมที่ทางร้านคัด size มาเหมือนจะเป็น size ที่ไม่ค่อยใหญ่นัก กินแล้วแบบไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำดี
- อื่น ๆ: หอยใบมีดโกน หรือหอยหลอดฝรั่งเศส (Razor Clam) ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่มีให้สั่งครับ อร่อยดี เนื้อเด้ง ๆ หนึบ ๆ | คาร์เวียร์มีให้เลือกกิน 2 แบบ (ไม่แน่ใจว่าต่างกันที่ยี่ห้อหรือสายพันธุ์ พอดีผมก็ไม่ค่อยพิสมัยเจ้าไข่ปลาราคาแพงนี่สักเท่าไร)| ไข่ปลาแซลมอน คุณภาพดีพอ ๆ กับไข่ปลาแซลมอนของพวกร้าน Sushi เลย เค็ม มัน แตกในปลากินเพลินมากครับ







Pick it up yourself

Cold Seafood: this is probably the most extravaganza seafood buffet line I have encountered in my whole life.
- Alaskan King Crab Claw: So enormous and they come with a lot of claw part where I rarely seen on other places. Despite the chunky size, the crab meat was really tender and sweet. So big and so good that this might be the no.1 Alaskan King Crab Claw in Bangkok.
- Crustacean: yeah I can broadly name this category into crustacean group only because they contain a wide variety of crustacean from around the world. Big shell-off tiger prawns, very easy to consume. Unlimited Maine lobster where other luxurious Sunday brunch usually limit to half/one lobster per person. Lobster from South Africa and a few type of crustacean that I don't know how to call it. Yeah, this also the distinguished value of this meal. Maine lobster normally sell at 2,000 - 3,000 baht per kilogram in Bangkok so if you happen to eat two of it, the value amount you consume is already surpass the meal cost you need to spend.
- Oysters: They offer us not-cracked-shell oysters to ensure the freshness of 4 kind of oysters. Fine de Claire from France, Tsarskaya from Japan, Perle Blanche from Canada and the last one which I don't know the species name and their origin. These oysters come with all freshness we could get from them. Every bites were so full of sea water aroma and the sweet and juicy of oysters. The only drawback of these oysters was their undersize compare to the standard size I have experienced.
- Others: razor clam from France. This also the highlight food of this meal. Razor clam in a la carte restaurants are price exceedingly high 2 of them can cost you 500-600 baht easily but here at 55 (fifty five) it is all-you-can-eat. Two type of caviar which I can't remember their brand and don't know the difference between these two. A very good quality salmon roe. The same quality with many sushi shops in town - salty, oily and burst in your mouth.

Sashimi: ซุ้มนี้ก็จะมีอาหารให้เลือกแค่ 3 อย่างแค่นั้นและเป็นของดิบทั้งหมดเลย ประกอบด้วย
- เนื้อวัวทาจิมะ วากิว (Tajima Wagyu): ผมไม่แน่ใจว่ามาจากเขตไหน และเนื้อ A อะไร แต่เท่าที่เห็นและได้กินนี่น่าจะประมาณ A4 นะครับ เนื้อร่อย กินแบบดิบ ๆ ได้เลย คือจะกินทั้งเป็น Sushi ก็ได้หรือจะเป็น Sashimi ก็ดี กินเข้าคู่กับวาซาบิคุณภาพดีของทางร้านได้อย่างลงตัว
- เนื้อ Maine Lobster แบบดิบ ๆ อันนี้กินเป็นซาซิมิครับ ใครที่เคย ๆ กินกุ้งมังกรซาซิมิคงรู้ดีว่าถ้ากุ้งสดนี่ก็คือเห็นสวรรค์อยู่รำไรล่ะ เนื้อจะหวาน นุ่ม อร่อยแบบไม่ต้องจิ้มอะไรเลยก็ได้
- หอยเม่น (Uni): ไม่ค่อย work อยู่อย่างเดียวในซุ้มนี้นะครับ คือแบบเห็นหน้าตาตั้งแต่ตอนก่อนกินก็แบบพอเดาได้เลย คือแบบสีมันดูไม่สดเลย ออกแนวเหลืองคล้ำ ๆ และพอกินแล้วก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เนื้อไม่หวานและก็ไม่ค่อยฉ่ำ







Sashimi: there are only three type of food in the sashimi category and of course all of them are raw.
- Tajima wagyu: they didn't indicate where is the region of this supreme beef came from also the marbling level of it (A1-5 level). I can assume after I taste them that it probably A4 beef. We can have them as sushi or sashimi, pair it with good quality wasabi, this high-grade beef also one of the highlight food of this meal for me.
- Raw Maine Lobster: this also eat sashimi style. We all know that if the lobster is fresh enough it can easily be heavenly food. Yes, this raw lobster is as fresh as it could get and make us very enjoy eating it.
- Sea urchin (uni): One of the few food in this meal which under industry standard. They appear not fresh enough, they came with dark yellow color. And after the first bite the taste of it correspond with the appearance, no sweetness and sea aroma came out of each bite we tried.







Dessert: ของหวานของ Surf & Turf Champagne Brunch แห่งนี้ก็จะเอาไปตั้งอยู่ในห้อง Wine Cellar ครับก็จะได้ความเย็นที่เย็นกว่าห้องปกติไป ก็เลยทำให้ของหวานคงสภาพ, คงความอร่อยได้ดีกว่า ของหวานคร่าว ๆ ก็จะมี Macaron, เอแคลร์, Pannacotta, chocolate souffle, Blueberry cheesecake, ช็อคโกแลตเค้ก อะไรประมาณนี้ คือถ้านับความอลังการแล้วของหวานของที่นี่เค้าอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากนักเท่าที่อื่นแต่คือรสชาติแต่ละอย่างที่ทำมานี่ค่อนข้างโอเคเลยนะครับ อร่อยกว่าหลาย ๆ ที่ที่ผมชอบเป็นพิเศษก็คงเป็นตัว macaron คือแบบแม้ว่าหน้าตาจะดูแปลก ๆ ชิ้นใหญ่กว่าที่อื่นแต่ตัว shell กับตัวไส้นี่ทำมาได้ดีจริง ๆ

 Dessert: the sweet dishes of this Surf & Turf Champagne Brunch are locate in their wine cellar chamber. They utilize the advantage of below air-condition temperature from the wine cellar to ensure the texture and deliciousness of their sweets. The example of the sweet-tooth dishes here are macaron, eclair, panna cotta, chocolate souffle, blueberry cheesecake, chocolate cake. The sweets selection of this place is quite so-so compare to others but the pro of this place is the deliciousness of each sweets it gave us. Most of them are above buffet line standard.






แบบสั่งให้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ มีให้เลือกค่อนข้างเยอะครับ ไล่เรียงกันไปเฉพาะที่ผมได้สั่งละกัน

- หอยนางรมฝรั่งเศสเอาไปทำมา 2 แบบอบเนยกับราดซอสเปรี้ยว ๆ มา (Fines de Claires Mornay กับ Fines de Claires Kilpatrick) คือปกติหอยนางรมเรามักจะกินกันเย็น ๆ สด ๆ ใช่มั้ยล่ะครับพอเป็นแบบนี้แล้วก็ได้ไปอีกฟิลดีอร่อยไปอีกแบบ
- Diver Scallops in their shell, Noilly Prat & chive beurre blanc: หรือหอยเชลล์ (โอตาเตะ) ตัวใหญ่ ๆ เสิร์ฟกันมาทั้งเปลือกวางอยู่บนเกลือสีฟ้าที่แบบยังกะจานนี้เป็น a la carte จานละหลายร้อยตามร้านอาหารฝรั่งเศสแนะ อร่อยมากครับจานนี้ หอยหวาน ย่างมาแบบข้างนอกเกรียมกำลังดี ความอร่อยนั้นได้ทั้งจากตัวเนื้อหอยเองและจากน้ำของหอยที่ถูกย่างและทะลักออกมากองบนเปลือก
- Lobster "langouste" thermidor: ค่อนข้างมาตรฐานครับสำหรับอาหารสุดคลาสสิคจากกุ้งมังกรจานนี้
- Charcoal grilled USDA prime tenderloin: เนื้อเกรดสุดยอดจากฝั่งอเมริกากับเนื้อสันในเกรด USDA Prime และจากการที่ห้องอาหาร Fifty Five (55) แห่งนี้เค้าเป็นร้าน Steakhouse อยู่แล้วแน่นอนว่าสเต็กจานนี้อร่อยล้ำไร้ที่ติอยู่แล้ว คือจานนี้เอาจริง ๆ ถ้าไปกิน a la carte นี่น่าจะประมาณสัก 2,000 บาทได้เลยครับ เสียดายผมมาได้เอาตอนหลัง ๆ กินไม่ค่อยไหวแล้ว ถ้ารู้ว่าเจ๋งขนาดนี้คงกินตอนแรก ๆ ไปเยอะ ๆ หลายจานล่ะ
- Pan seared duck foie gras with saffron pear: ตับห่านแบบแรก ตับห่านคุณภาพดี กินแบบค่อนข้างคลาสสิคหน่อยกับซอสเปรี้ยว ๆ และได้ความหวานจากลูกแพรที่ฝานมา ทั้งหมดผสมผสานกันอย่าลงตัวเป็น foie gras แบบคลาสสิค
- Sauteed mixed mushrooms with foie gras: อันนี้ไม่เคยกินมาก่อนครับเป็นตับห่านเอาไปราดซอสด้วยซอสเค็ม ๆ เปรี้ยวๆ  และก็เสิร์ฟพร้อมเห็ดก็อร่อยไปอีกแบบให้รสชาติคนละแบบกับตับห่านจานก่อนหน้าแต่ก็อร่อยไปด้วยกันทั้งคู่
- Hot smoked salmon, creamy chantarelles: เนื้อ salmon ชิ้นหนามาก รมควันมาแบบหอม ๆ และก็เนื้อแอบ denature ไปพอสมควร สุกนิด ๆ แต่ก็ยังแฝงความดิบไว้อย่างลงตัว และก็มีการราดซอสแบบครีมมี่ ๆ มาหน่อย เค็ม ๆ มัน ๆ เข้ากันดีกับเนื้อปลา







All-You-Can-Eat a la carte: Numerous selection, comparable to fine dining restaurants I'd say. Below are the dishes we ordered. Not all from the menu are ordered.

- Two type of cooked France oysters (Fine de Calire). Baked with butter and plainly baked on top with sour sauce. We normally enjoy these fine oysters in their raw form but these cooked form also gave us pleasant taste as well.
- Diver Scallops in their shell, Noilly Prat & chive beurre blanc: or a big chunky US scallop that exquisitely serve in a whole with its shell on top of blue salt. This dish can easily price 400-500 baht at European restaurants and yet we can have this unlimited. This dish was very good, the scallop was really sweet. It was seared enough time to make the outer part crunchy and disperse a delicious scent. The fluid that came out of the scallop also make this dish juicy and delicious.
- Lobster "langouste" thermidor: quite standard. Nothing to mention much for this lobster bake with butter dish, the classic lobster dish.
- Charcoal grilled USDA prime tenderloin: The highest grade of beef from USA - USDA Prime. Fifty Five (55) is the steakhouse itself so this meat dish came flawlessly that we cannot stop eating it. If we order this dish elsewhere, it would easily cost us 2,000 baht or more. So this is another recommend dish for this meal. Exploit the restaurant specialty (steakhouse) along with good champagne. This can easily fulfill your joyful from this meal.
- Pan seared duck foie gras with saffron pear: A very good quality foie gras eat in classical style with sour sauce accompany with sweet taste from thinly sliced pear. All mix together to gave us the scrumptious classic foie gras dish.
- Sauteed mixed mushrooms with foie gras: another foie gras dish in this meal. This one I have never tried it before in my life. They pan-fried the foie gras and topped it with a little bit salty and sour sauce. Serve it together with mushroom. This foie gras dish also gave us a pleasant taste. Contrast with the previous dish but all are tasty.
- Hot smoked salmon, creamy chantarelles:a very thick salmon fillet, smoked long enough to make this fillet disperse the savory scent. This fillet served in medium rare with gave us a complex texture of meat. The sauce was creamy, oily and a little bit salty which go well with the salmon fillet.






แบบ Trolley หรือเข็นกันมาเสิร์ฟที่โต๊ะ - แบบนี้นี่น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่จริง ๆ ครับ ไม่เคยเห็นที่อื่นมาก่อนเลย เจ๋งมาก

- Foie Gras Terrine: ที่สุดของแจ้ครับจานนี้ ผมรู้มาว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ terrine กัน ตัวผมเองตอนแรก ๆ ก็เป็นแบบนั้น แต่หลังจากที่ได้ไปกินเทอรีนแสนอร่อยมาที่ร้าน ๆ นึง (จำไม่ได้ล่ะว่าร้านอะไร) ผมก็เปลี่ยนความคิดกับอาหารประเภทนี้ไป เพราะแบบถ้าทำอร่อยมันก็อร่อยจริง ๆ ซึ่งของที่นี่ก็เป็นอย่างหลังครับ อร่อยมาก และยังเพิ่มความพิเศษเข้าไปอีกด้วยการเสิร์ฟไวน์หวานที่แบบเอาไว้กินเข้าคู่กันโดยเฉพาะและมันเข้าคู่กันได้ดีสุด ๆ เลย จัดไปหลายจานเลยล่ะครับ ใครที่ไม่ชอบเทอรีนลองมากินของที่นี่ดูอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบได้
- Wagyu Meat Loaf: เนื้อวากิวส่วนติดซี่โครงชิ้นใหญ่(มาก) นำไปอบมาแบบที่ด้านในยังเป็น rare อยู่่วนที่ผิวก็เคลือบไปด้วยเกลือหรือผงอะไรสักอย่างแล้ว เนื้อนุ่มอร่อยมีทั้งส่วนไขมันแทรกเยอะ ๆ และส่วนเนื้อ lean ผสมผสานกันทำให้กินแล้วได้อะไรหลาย ๆ อย่างในแต่ละชิ้นที่กิน อร่อยครับเป็นอีกหนึ่งจานที่ไม่ผิดหวังจากฝีมือของร้าน Steakhouse โดยเฉพาะ
- Caesar Salad: ทำกันสด ๆ จานต่อจาน เป็น ซีซาร์สลัดที่ค่อนข้าง traditional มาก ไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่ก็อร่อยแบบดั้งเดิมล่ะครับ ผักกรอบ สด, parmesan cheese ให้กันมาเยอะ ๆ ไม่งก ตัว crouton ก็กรอบ ๆ กำลังดีไม่แข็งไปไม่นุ่มไป
อื่น ๆ Ham และ ปลาไหลน้ำจืด (Unagi) + แซลมอนรมควันแล่บาง: 3 อย่างนี้ไม่ค่อยมีอะไรเด่นมากนักครับ อาจจะเพราะโดน 3 อย่างแรกกลบรัศมีไปหมดแล้วก็ได้

Trolley food style - this is sure the unique style of this "Surf & Turf Sunday Brunch". They style where you can only found here and the style that I want other Sunday brunch places to consider implement this into their meal.

- Foie Gras Terrine: another superb dish in this meal. Most of Thai people dislike the terrine dish, me as well. I have tried many terrines and have been wondered for a long time "why this kind of dish invent into this world?". Until recently, I had a chance to tried a magnificent terrine at a French restaurant (which I don't recall the name) and in that moment I realized why this dish was invented into this earth. Terrine from 55 (fifty five) restaurant gave me the same blissful moment like I had once before. The terrine was so tasty. Cold, firm texture and blend taste. They also made this dish more special by serving a sweet pairing wine. These two things, go very well with other that this dish also the must-try if you come here.
- Wagyu Meat Loaf: A very big beef rib that they baked it in a whole. The inner part is still rare while the outer part is covered with some kind of salt or seasoning. The meat was tender and juicy. There were marbling and not-so-marbling part which gave us the fluctuation of delicious taste. This dish can surely claim that it is cooked by the famous steakhouse.
- Caesar Salad: individually hand made dish by dish. A very traditional Caesar salad nothing in particular but the classical ways like this might be the way to bring the scrumptious taste the best. The romaine cabbage is crunchy and fresh. A lot of parmesan cheese and crouton were put on to this dish. All of these make us quite fall in love of this ubiquitous salad dishes and have them like 4-5 dishes.








สรุป  Surf & Turf Champagne Brunch ของห้องอาหาร Fifty Five (55) โรงแรม Centara Grand @ Central World แห่งนี้ ก็สมับเป็นมื้อที่หลาย ๆ คนที่ผมรู้จักยกให้เป็นที่สุดของแจ้ในด้าน Sunday Brunch ล่ะครับ เครื่องดื่มคุ้มค่าเกินราคา free flow กันมาได้เต็มที่ไม่มีวันหมด, อาหารมีให้เลือกหลากหลายแบบ เบื่อ ๆ ก็เดินไปตักเอง หรือบางทีก็มีคนเข็นมาประเคนให้ หรืออยากได้ของดี ๆ ก็สั่งเค้าทำ มีให้ครบทุกรสชาติและแต่ละอย่างคือใช้ของดีจริง ๆ ปรุงออกมาดีจริง ๆ และยิ่งบวกกับการบริการระดับโรงแรม 5 ดาวและวิวสวย ๆ ณ ชั้น 54 แบบนี้เข้าไปอีก 3,555++ บาทนี่เรียกได้ว่าคุ้มเกินคุ้มครับ น่าเสียดายที่มื้อสุดพิเศษนี้มีจัดแค่เดือนละครั้ง แต่ถ้าไม่เดือนละครั้งก็คงจะไม่พิเศษขนาดนี้หรอเนอะ ว่ามั้ยครับ

Surf & Turf Champagne Brunch at Fifty Five (55) Restaurant, Centara Grand & Central Wrold is sure live up to its reputation, the best Sunday Brunch in town from many of my gourmet acquaintances.  The price of this place may start high and have only one price to choose, 3555++ baht. But believe me with all supreme free-flow drinks and wonderful all-you-can-eat food, it is sure a bang for the buck. In fact, they can set the price 50% higher than the current one and I still think it is worth the money. In addition with breathtaking panorama of Bangkok skyline view and a meticulously service. This place is sure one of the best Sunday brunch in Bangkok. Yeah they held it only once a month so reserve in advance if you want to have this blissful moment like me







--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...