BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Tuesday, January 22, 2013

Gold Curry Sukhumvit 39 Review

Gold Curry - Japanese Curry Rice Shop at Sukhumvit 39, BTS Phrompong, Bangkok

โกลด์ เคอรี่ - ร้านอาหารญี่ปุ่น ข้าวแกงกะหรี่ เบียร์สด สุขุมวิท 39 พร้อมพงษ์ BTS




Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3.5/5
Service  4/5
Value   4.5/5

Gold Curry - Japanese Curry Shop on BumRes.com (For more pictures and menu)



ร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบเฉพาะทาง , specialized in curry rice แบบทั้งร้านขายแต่ข้าวแกงกะหรี่ และแกงกะหรี่ นั้น .. ในเมืองไทยตอนนี้ผมนึกออกอยู่แค่ 3 ร้านคือร้าน CoCo Ichibanya , ร้านป้ายเขียว ๆ ตรงตึกธนิยะ (ที่ผมเคยรีวิวไว้แต่จำชื่อไม่ได้ -*-) และร้าน Gold Curry - พร้อมพงษ์ ในรีวิวฉบับนี้เท่านั้น ตรงกันข้ามกับที่ญี่ปุ่น ที่จะมีร้านข้าวแกงกะหรี่โดยเฉพาะอยู่หลายร้าน ทั้งร้าน franchise และไม่ franchise เพราะข้าวแกงกะหรี่กับคนญี่ปุ่น มันก็เปรียบได้ดั่ง ข้าวแกงกับคนไทยนั่นเองครับ คือสามารถเปรียบได้ในทุกแง่มุมจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารราคาถูกที่สุดในลำดับขั้นความแพงของอาหารญี่ปุ่น (จานละ 400 - 500 yen โดยเฉลี่ย สูสีกับข้าวหน้าเนื้อ) , ความรวดเร็วในการได้อาหารเพราะแค่ตักราด ๆ ก็ได้กินแล้ว และความ ubiquitous ของมันที่นึกอยากจะกินเมื่อไรก็สามารถหากินได้ง่าย ๆ (เผลอ ๆ ง่ายกว่าเราเพราะร้าน CoCo ที่ญี่ปุ่นเปิด 24 ชั่วโมง) รวมถึงเป็นอาหารอย่างเดียวที่คนญี่ปุ่นจะกินจากช้อนกันด้วย

ร้าน Gold Curry แห่งนี้ หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยิน หรือรู้จักกัน เพราะทางร้านมี campaign การเปิดตัวที่เรียกได้ว่า แหวกแนวกว่าชาวบ้านคือจัดให้มีการแข่งกินข้าวแกงกะหรี่ชิงรางวัล, กินฟรี กันตั้งแต่วันเปิดร้านเลย (ผมเองก็รู้จักร้านนี้จาก campaign นี้) ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 หรือซอยพร้อมพงษ์ จากปากซอยเข้าไปสัก 200 เมตรร้านจะอยู่ขวามือ ส่วนที่จอดรถ ก็พอจะมีให้จอดอยู่บ้าง คือจะมีซอยข้าง ๆ ร้านซึ่งจะเป็นที่ตั้งของร้าน My Porch อยู่ และเราสามารถไปจอดตรงนั้นได้เลย (ตอนนี้ทางร้านเพิ่งเปิดสาขา 2 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่ซอยธนิยะ ครับ)






ตัวร้านนั้นเป็นห้องแถวห้องเดียว แบ่งเป็น 2 zone โซนนั่งโต๊ะและโซนเคาน์เตอร์ ตามสไตล์ร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่จะ utilize พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาหารของทางร้านนี้ ก็ตามที่มาจะกล่าวบทไปตอนต้น ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่ แกงกะหรี่ และกะหรี่ เป็นหลัก มีพวกของกินเล่น ๆ อีกนิดหน่อย ตัวข้าวแกงกะหรี่ของร้านนี้เราสามารถเลือกปริมาณข้าวได้ โดยจะมี 5 ระดับ SS ไปจนถึง LL ซึ่งราคาก็จะต่างกัน 40 ไปจนถึง 100 บาทโดยประมาณแล้วแต่หน้าแกงกะหรี่ ซึ่งตอนจะสั่งผมก็ถามพนักงานว่า size ที่ต่างกันนี่แค่ปริมาณข้าวอย่างเดียวหรือว่าตัว topping ก็ให้เยอะน้อยต่างกันด้วย ก็ได้ความว่าต่างกันแค่ปริมาณข้าวจริง ๆ topping เหมือนกันหมด ซึ่งถ้าถามผม ผมก็ว่ามันประหลาดดีนะ แค่เพิ่มข้าว แบบข้าวอย่างเดียว ต้องจ่ายตังค์เป็น 100 บาทเลยเหรอเนี่ย! (ผมก็เลยสั่ง size SS มาหมดจะได้กินได้หลาย ๆ หน้าแทน)

สิ่งนึงที่ผมคาใจคือ topping ของร้านนี้จะถูกมาก และมีให้เลือกครบทุกหน้าที่เอาไปใส่แกงกะหรี่ เอ็นวัว, หมูทอด, ไก่ทอด, ไส้กรอก อะไรมีหมด และราคาจะอยู่ที่ 40 - 60 บาทเท่านั้น ผมเลยคิดว่าถ้าสั่งข้าวมาจานนึง และเลือก size SS แล้วก็สั่ง topping มาหลาย ๆ หน้าน่าจะถูกกว่าสั่งแบบ SS แล้วกินหลาย ๆ ชามเอานะเนี่ย (มาวิเคราะห์ได้ตอนหลัง -*-) อีก 3 อย่างที่ร้านนี้แบบโดดเด่นเหนือร้านคู่แข่งมาก ๆ คือ ทางร้านมีน้ำเปล่าบริการให้ฟรี , มีซุปมิโซะพร้อมหัวหอมซอยให้เติมฟรี และไม่มี vat + service charge เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว จากเดิมที่ผมเกลียดร้านอาหารในเครือภูเขาไฟอยู่แล้ว (ร้าน คู่แข่งเป็นร้านในเครือ) ตอนนี้ก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปอีกครับ คือแบบเอาร้านอาหารญี่ปุ่นมาทำลายวัฒนธรรมร้านอาหารญี่ปุ่น แล้วก็คิดราคาแพง ๆ เอากำไรสุด ๆ เซ็งครับ (เข้า coco ไป ก่อนอื่นเจอน้ำเปล่าก่อนเลย 20 - 30 บาท, ซุปสั่งก็เสียตังค์ ถ้าไม่สั่งก็ไม่มีให้, มี vat + service charge มาเพิ่มความแพงให้อีก)

ข้าวราดแกงกะหรี่เอ็นวัว (Beef tendon stew curry rice - SS Size - 160 บาท) (การผสมผสานกันของเอ็นวัวตุ๋นและแกงกะหรี่จากคานาซาว่าซึ่งทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น) อ้อ ทางร้านมีน้ำแกงกะหรี่ให้เลือกได้ทั้งวัว หรือ หมู นะครับ แตกต่างจากร้านคู่แข่งที่มีแต่น้ำวัวแต่ไม่ยอมแจ้งลูกค้า จนหลาย ๆ คนที่มารู้ตอนหลังว่าใช่น้ำซุปวัวก็ถึงกับเลิกกินกันไปเลย (ไม่รู้ว่าตอนนี้มีรึยังนะครับ ไม่ได้ไปนาน) และตัวน้ำแกงกะหรี่ของที่นี่จะเป็นสไตล์ Kanazawa ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันต่างจาก แกงกะหรี่ทั่วไปยังไง แต่เท่าที่เห็นคือน้ำมันจะสีข้น ๆ กว่าปกติ แล้วก็มีกะหล่ำปลีซอยมาให้ (แค่นั้น ล่ะมั้ง? -*-) ตัวข้าวแกงกะหรี่เอ็นวัวอันนี้ อร่อยสุดในมื้อนี้ล่ะครับ เอ็นวัวนุ่ม ๆ ไม่เหนียว (น่าจะตุ๋นมานาน) มาพร้อมกับ คอนยัค หรือบุก เข้ากันเป็นอย่างดีครับ กินไม่ถึง 1 นาทีก็หมดแล้วจานนี้ อ้อ อีกอย่าง ร้านนี้เลือกความเผ็ดของน้ำแกงกะหรี่ไม่ได้ครับ เสียดายเหมือนกัน ผมชอบกินเผ็ด ๆ






อาหารจานที่ 2 นั้นเป็น ข้าวราดแกงกะหรี่โกลด์คัตสึ (Gold Katsu Curry Rice - SS Size - 160 บาท) (อาหารยอดนิยมของร้าน เราใช้เกล็ดขนมปังสดใหม่เพื่อทำให้หมูชุบแป้งทอดนั้นกรอบเป็นพิเศษ) อาหารที่น่าจะอร่อยที่สุดของร้าน, น่าจะภูมิใจที่สุดเพราะเอาชื่อร้านไปตั้ง และน่าจะขายดีที่สุด แต่พอผมกินแล้ว.. กลับชอบตัวเอ็นวัวมากกว่านะครับ โอเคน้ำกะหรี่, ข้าว, กะหล่ำปลีซอย เหมือนกันทุกประการ แต่จานนี้มันมาด้อยกว่าตรงหมูทอด ที่กินแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นหมูทอดหรือ tonkatsu ที่ทำมาให้เหมาะกับข้าวแกงกะหรี่รึเปล่า กินแล้วรู้สึกว่ามันด้อยกว่า katsu ของร้าน tonkatsu แท้ ๆ ครับ หมูชิ้นไม่หนาเท่าไร, แป้งที่ทางร้านโม้ว่ากรอบก็ไม่ค่อยกรอบเท่าไร ประมาณนั้น

จานที่ 3 เป็น ข้าวห่อไข่ราดแกงกะหรี่ (Omelette curry rice - SS size 150 บาท) (อาหารยอดนิยมอีกอย่างของร้านนอกเหนือจากหมูชุบแป้งทอดออมเล็ตที่ฟูนุ่มจนกินได้ไม่รู้เบื่อ) จานนี้ก็เป็นอีกสไตล์นึง คือเอาไข่ห่อกับข้าวที่ราดแกงกะหรี่มาแล้วอีกที จานนี้อร่อยดีครับ ผมค่อนข้างชอบเลย ไข่มาแบบนุ่ม ๆ อร่อย ๆ และก็เข้ากับแกงกะหรี่และข้าวเป็นอย่างดี แม้ว่าจะดูเป็นอาหารเด็ก (แต่ไม่ถึงกับเด็กอ่อน) แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันครับ กินไปแต่ละครับแล้ว อ๊าง ๆ ดีแท้






ส่วนข้าวอีกจานนั้นเป็น ข้าวราดแกงกะหรี่ฮันตัน (Hunton curry rice - M Size - 220 บาท) (ปรับเปลี่ยนข้าวฮันตันซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของคานาซาว่าให้เป็นแกงกะหรี่) จานนี้เป็นของเพื่อนฝรั่งผมที่ไปด้วยกัน ก็แบบเป็นจานที่เรียกได้ว่ามาครบครันครับ มีทั้งไข่ห่อข้าว, กุ้งชุบแป้งทอด และหมูชุบแป้งทอด จานนี้มาสุดท้าย และพอผมเห็นแค่นั้นแหละ รู้สึกเสียดายที่สั่ง ๆ จานแรก ๆ ไปทันที เพราะสั่งจานนี้จานเดียว (แม่ง) ได้ครบเกือบทุกอย่างเลย ผมไม่ได้ชิมของเพื่อนผม เนื่องจากฝรั่งเค้าไม่แชร์อาหารกัน แต่ก็ถาม ๆ เค้าก็ได้คำตอบว่า "อร่อยดี กินได้เรื่อย ๆ ให้เยอะดี กุ้งกับหมูชุบแป้งทอดน่าจะทำได้มากกว่านี้นะ น้ำแกงกะหรี่ไม่ค่อยเผ็ดเลย ผมชอบเผ็ดกว่านี้นิดนึง" ประมาณนี้ครับ

เนื่องจากผมติดใจ เอ็นวัว (Beef tendon stew - 60 บาท) ก็เลยสั่งเป็น topping มาอีกอย่าง ก็ตามที่พิมพ์ไปข้างต้นครับ topping ให้เยอะมาก และถูกกว่าสั่งเป็นข้าวซะอีก topping เอ็นวัวนี้ก็เหมือนกับที่ให้มาในข้าวทุกประการครับ (แหงสิ) อร่อยดี เค็ม นุ่ม อร่อย กินเพลิน ย้าฮู อ้อทางร้านนี้เจ๋งกว่าร้านคู่แข่ง ราคาแพง(กว่า) ด้วยตรงที่มีเบียร์สด Asahi Draft Beer - 100 บาท ไว้บริการด้วย พวกผมก็เลยสั่งกันไปคนละแก้ว แหม่ เบียร์นี่มันเข้าได้กับอาหารทุกอย่างจริง ๆ






สรุป มื้อนี้ค่าเสียหาย 1,050 บาท กับข้าว 4 จาน และเบียร์ 3 แก้ว ก็เรียกได้ว่าไม่แพงเลย อะไรเลย เพราะถ้าไปกินร้านคู่แข่ง ผมว่าเผลอ ๆ มื้อนี้น่าจะมี 1,500 ได้ (แหม่ กัดบ่อยเกินไปมั้ยเนี่ยครับ ฮ่า ๆ) ร้าน Gold Curry นี้แม้ว่ารสชาติข้าวแกงกะหรี่อาจจะไม่ได้โดนใจอะไรผมมาก (อยู่ในระดับเดียวกันกับร้าน CoCo Ichibanya ที่ว่า แต่จะเป็นคนละสไตล์กันเล็กน้อย) แต่ด้วย offers อะไรหลาย ๆ อย่างที่ร้านนี้มีมอบให้เหนือคู่แข่ง ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าอยากกินข้าวแกงกะหรี่ ก็อยากจะมากินร้านนี้มากว่าอีกร้านที่มีหลายสาขาล่ะครับ มาคราวหน้า จะมาลองทำตาม tactic ที่ผมเขียน ๆ ไว้ดูสักหน่อย น่าจะ work นะเนี่ย!




--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...