BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Tuesday, July 30, 2013

ป็อกโภชนา ข้าวต้มโต้รุ่ง ปรีดี พนมยงค์ Review

ป็อกโภชนา - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง อาหารไทย อาหารจีน อาหารทะเล ปรีดี พนมยงค์ สุขุมวิท 41 มื้อดึก





Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3/5
Service  3.5/5
Value   3.5/5

ป็อกโภชนา - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ร้านป็อกโภชนา ในรีวิวนี้เป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ณ ท้ายถนน (ท้ายซอย) สุขุมวิท 71  หรือ ปรีดี พนมยงค์ ที่เปิดทำการมาได้หลายปีดีดักแล้ว (จากประวัติรู้สึกว่าจะ 40 ปีแล้ว) ร้านนี้ผมมีโอกาสได้ขับรถผ่านบ่อยแล้ว และขับรถผ่านทีไรก็เห็นลูกค้านั่งกันเนืองแน่น เต็มร้านอยู่ร่ำไป ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง typical ร้านข้าวต้มมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการเอาวัตถุดิบทั้งสด ๆ และแบบปรุงเสร็จแล้วมาวางเรียงรายอยู่หน้าร้านเพื่อเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้าไป (ร้านนี้มีปูทะลเป็น ๆ วางอยู่ด้วยครับ) , ราคาอาหารและรายการอาหารจะเป็นแนวอาหารไทย-จีน ทั่ว ๆ ไปไม่ได้มีอะไรพิเศษ ร้านนี้จะมีพิเศษหน่อยก็คงเป็นที่ตัวเจ้าของร้านครับ ตัวเจ้าของร้านหรือเฮียป็อกนั้นจะเป็นอาแปะคนนึงที่ใจดีมาก ๆ แนะนำอาหารดี, มีแถมน้ำเก๊กฮวย คอยดูแลลูกค้าเหมือนกับว่าเราเป็นลูกเป็นหลาน อืม ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่ผมรู้สึกชอบมาก เพราะส่วนใหญ่ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง มักจะมีการบริการที่ไม่ดีนักเป็น signature อยู่แล้ว

อาหารของร้าน ป็อกโภชนา - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ปรีดี พนมยงค์ แห่งนี้ก็จะเป็นอาหารที่พบเจอได้ทั่วไป แต่แบบเนื่องด้วยทางร้านเพิ่งเปลี่ยนเมนูใหม่ และเมนูใหม่นี้ดันไม่มีราคากำกับเลยสักเมนูเดียว ตอนแรกที่เห็นเมนูก็แอบคิดเอาไว้ว่า "โดนเข้าให้แล้วไงล่ะ" รึเปล่า แต่พอถาม ๆ ราคาจากเฮียป็อกแล้วก็ค่อยโอเคขึ้นมาหน่อยเพราะอาหารก็ราคามาตรฐานล่ะครับประมาณ 60 - 100 บาทโดยประมาณ ไม่ได้มีการมาโขกสับเพราะไม่มีราคาในเมนูแต่อย่างใด

หมูสับหนำเลี๊ยบ (100 บาท) - อร่อยดีครับ หมูสับซอยมาชิ้นเล็กไปนิด แต่ว่ารสชาติโดยรวมนี่กลมกล่อมดีมาก ไม่ว่าจะตัวหนำเลี๊ยบ, กระเทียม เค็มกลมกล่อมกำลังดี กินเปล่า ๆ ก็ได้ กินกับข้าวต้มก็ดี อ้อ ข้าวต้มของร้านนี้อร่อยเป็นพิเศษครับ ตอนแรกที่เห็นหน้าตาก็แอบคิดแล้วว่าดูมันแตกต่างจากข้าวต้มร้านอื่น คือจะเป็นเม็ดสวย ๆ น้ำสีออกเหลืองหน่อย อืม กินแล้วชอบมากกว่าข้าวต้มร้านอื่นครับ







ต้มยำรวมมิตรน้ำข้น (100 บาท) - ต้มยำมาตรฐานครับ ให้เครื่องมาเยอะดี ไม่ว่าจะเนื้อปลา, ปลาหมึก, หอยแครง, หอยแมลงภู่ แต่แบบกุ้งให้มาตัวเล็กไปหน่อยครับเป็นกุ้งจิ๋วเลย แต่ว่ารสชาติตัวน้ำต้มยำ, ความสดของ seafood นี่โอเคเลยครับ

ปลาสลิดทอด (80 บาท) - ปลาสลิดทอดมากรอบมาก ๆ เค็มไปนิดนึงแต่กิน ๆ ไปแล้วลิ้นก็ปรับเข้ากับความเค็มได้ แล้วพอปรับได้นี่กินเพลินเลยครับ กินได้หมดเลยจะก้างไม่ก้าง จะส่วนหัวไม่ส่วนหัว ชอบครับ (สงสัยทำมาเค็ม ๆ กะให้คนเมากิน จะได้อร่อย ๆ)






จับฉ่าย (60 บาท) - จับฉ่ายค่อนข้างมาตรฐานครับ แฟนผมไม่ค่อยชอบบอกว่าตัวน้ำจับฉ่ายเหมือนเป็นน้ำพะโล้ ราดมา แต่ผมกินแล้วก็ไม่ได้อะไรมาก รู้สึกว่าเป็นจับฉ่ายที่กลมกล่อมดี อร่อย กินแปบเดียวหมดเลยทีเดียว

สรุป ร้าน ป็อกโภชนา ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ปรีดี พนมยงค์ แห่งนี้ก็น่าจะเป็นอีกร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ร้านนึงที่ถ้าผมนึกอะไรไม่ออกยามดึกก็คงจะมาแวะกินล่ะครับ องค์ประกอบโดยรวมทุกอย่างของร้านนี้อยู่ในระดับมาตรฐานค่อนไปทางดีมาก ๆ และแบบดูแล้ว seafood ของร้านนี้น่าจะเด่นกว่าร้านอื่น ๆ พอสมควรเลย ไว้คงต้องมาลองกันอีกสักรอบนึง

ปล. ร้านนี้เหมือนเฮียป็อกจะภูมิใจนำเสนอตัวน้ำเก๊กฮวยมากครับ ถึงกับแปะป้ายว่าน้ำเก๊กฮวยอร่อยที่สุดเลย ซึ่งผมกับแฟนกินแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้อร่อยอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่แบบเฮียแกก็ดูจะภูมิใจจริง ๆ เพราะมีแถมน้ำเก๊กฮวยให้ทุกโต๊ะโต๊ะละ 2 ขวดกลับบ้านด้วยแน่ะ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Tinee Eatery Workshop Town in Town Review

Tinee Eatery Workshop - Western Daily Bistro and Coffee Shop at Town in Town, Bangkok

ธินี อีทเทอรี่ เวิร์คช็อป - ร้านอาหารฝรั่ง ร้านกาแฟ โรงเรียนสอนทำอาหาร ทาวน์ อิน ทาวน์




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4/5
Service  4.5/5
Value   5/5

Tinee Eatery Workshop - Daily Cuisine on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ร้าน Tinee (ธินี) ที่ชื่อร้านนั้นมาจากเชฟสาวเจ้าของร้านผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการอาหารมากว่า 10 ปีจากต่างประเทศ นามว่า สุทธินี โดยเชฟท่านนี้เคยมีประสบการณ์การทำอาหารอยู่ออสเตรเลียมาหลายปี และสุดท้ายอาจจะด้วยสำนึกรักบ้านเกิด หรือด้วยอะไรก็ตาม ทางเชฟสุทธินีก็เลยมาเปิดร้าน Tinee Eatery Workshop ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง โดยร้านนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณของ Town in Town เป็นตึกสีส้ม ๆ ที่เป็นการนำ townhouse มาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร และตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Town in Town Place ภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนี้อีกทีนึง (ถ้าเข้าจากทางถนนศรีวรา อาจจะหาทางมาร้านนี้ลำบากหน่อยครับ แต่ว่าถ้าเข้ามาจากทางถนนอินทราภรณ์ หรือถนนที่จะมุ่งหน้าไปบดินทร์เดชา สิงห์ สิงหเสณี อาจจะง่ายกว่า)

ตัวชื่อร้านเต็ม ๆ Tinee Eatery Workshop นั้นมีที่มาจากการที่ร้านนี้นอกจากชั้นล่างที่เป็นส่วนร้านอาหารแล้ว ณ ชั้น 2 ของทางร้านนี้ก็ประพฤติตัวเองเป็น Workshop หรือส่วนสอนทำอาหาร และครัวร้อนด้วยในตัวเอง โดย course ทำอาหารของที่นี่เท่าที่ผมดูก็น่าสนใจดีนะครับ และก็มีหลากหลายคอร์สและตัวเชฟ ธินีจะเป็นคนสอนเองกับมือด้วย ด้วยเหตุนี้ชื่อร้านเลยมีที่มาแบบนี้นี่เอง แต่แน่นอนครับ วันนี้ผมไปกิน ไม่ได้ไปทำอาหาร ก็เลยนั่งกันที่ชั้น 1 บรรยากาศตอนแว่บแรกที่เข้าไปในร้านนี่บอกตรง ๆ ว่าค่อนข้างประทับใจครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปใน cafe ในต่างแดนเลย ไม่ว่าจะตัวโต๊ะที่จะเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ เน้นให้ลูกค้านั่งแชร์กันเป็นหลัก, ส่วนตู้เก็บอาหารที่จะมีทั้งอาหารคาวและอาหารหวานให้เราไปชี้เลือกสั่งกันได้เอง และยิ่งประกอบกับลูกค้าในวันที่ผมไปที่มีลูกค้าชาวต่างชาติค่อนข้างมากด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนหลุดเข้าไปใน Cafe ต่างแดนเข้าไปใหญ่เลยครับ






อาหารของร้านนี้ก็จะเป็นอาหารแนวเบา ๆ easy bite หรืออาหารกินเล่น, อาหารเช้า สไตล์ฝรั่งเค้าล่ะครับ จะมีแบ่งเป็นหมวด breakfast, sandwiches, pasta, main course ประมาณนี้ ราคาอาหารนั้นไม่ค่อยแพงเลยคือประมาณ 150 - 200 บาทสำหรับอาหารส่วนใหญ่ และก็ไม่มี vat + service charge แต่อย่างใด อืมพยายามคงความเป็นฝรั่งให้ถึงที่สุดจริง ๆ ครับ (ที่เมกาเรา tips กันต่างหากครับ และร้านแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่มี tips) นอกจากของคาวแล้วทางร้าน Tinee Eatery Workshop ก็มีพวกเค้กให้เลือกกินอยู่หลายชนิดเลย และน่าจะมีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละวันเรื่อย ๆ ด้วย ตามนั้น

มื้อนี้เริ่มต้นด้วย Matcha Frappe (100 บาท) หรือชาเขียวปั่น (ที่ร้านส่วนใหญ่จะขายกันแก้วละ 150 - 200 บาท ผมเพิ่งเห็นชาเขียวปั่นที่ราคาสมเหตุสมผลก็กับร้านนี้นี่แหละครับ) แก้วนี้ผมไม่ได้กินเลยสักคำเดียว แต่แฟนผมผู้ซึ่งเป็นคนสั่งมาบอกว่าอร่อย และขนาดเช็คบิลเดินออกจากร้านแล้วก็ยังไม่ยอมทิ้งแก้วไป ยังคงเอาขึ้นรถไปกินด้วย จนเกลี้ยง ก่อนกลับถึงบ้าน





อาหารจานแรกนั้นเป็น Grilled Chicken Salad (with lettuce, cucumber, tomatoes & vinaigrette dressing - 160 บาท) - เป็นสลัดแบบบ้าน ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก ไม่ว่าจะตัวเนื้อไก่ที่ไม่ได้เป็นแบบติดหนังมา และก็ยังเลือกส่วนอกไก่มาอีก เลยทำให้แต่ละคำที่กินไปนี่ค่อนข้างแห้ง ไม่ค่อยมีความฉ่ำ, ความอร่อยเท่าไรนัก ซึ่งไม่รู้ว่าทางร้านจงใจให้เป็นแบบนี้รึเปล่าเพราะว่าตัวสลัดผักนั้นค่อนข้างจะฉ่ำน้ำสลัดที่มาแบบเปรี้ยว ๆ กับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ให้เน้นกินเอารสชาติของผักเป็นหลัก คือถ้าคิดว่าเป็นสลัดแบบบ้าน ๆ จานนึงก็โอเคครับ แค่พอดีช่วงหลังเจอสลัดแนว ๆ นี้ที่ทำตัวเนื้อไก่ หรือเนื้อสัตว์ที่ให้มาด้วยกัน อร่อยกว่านี้ โดดเด่นกว่านี้ก็แค่นั้นเอง

Morraccan Baked Eggs (Egg, bacon, sausages, onion chutney, tomatoes served with toast - 160 บาท) - จานนี้อร่อยมากครับ เป็นอาหารที่แปลกดีด้วย รู้สึกว่าผมจะไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต ก็เป็นประมาณ ไข่, เบคอน, ไส้กรอก เอาไปอบมาในจานหลุม และก็เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปัง อารมณ์ตอนกินก็ประมาณกินไข่กระทะเวีดยนาม แต่จะได้ความหนา, ความนุ่ม, ความ juicy และได้เนื้อได้หนังกว่าเยอะ อร่อยกว่าเยอะ ประมาณนั้นครับ จานนี้ผมกับแฟนชอบมาก



 


 


Beef Burger (Beef patty, cheese, bacon, fried egg on ciabatta bun - 180 บาท) - จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลย บอกตรง ๆ ว่าตอนสั่งไป ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเบอร์เกอร์จากร้านที่ไม่ใช่ specialize burger สักเท่าไรหรอก แต่พอเห็นหน้าตาที่เป็นเบอร์เกอร์แบบแบบชิ้นใหญ่บะเบิ้ม (เบ้อเริ่ม) มีใส่ไข่ดาว, เบคอน มากับเนื้อแพทตี้ที่ใหญ่, หนาและ juicy ด้วยแล้ว โอว แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่นอน ซึ่งพออ้าปากกว้าง ๆ และกัดเข้าไปรวดเดียวจากบนลงล่างแล้วก็โอว อร่อยจริง ๆ ครับ ขนมปังนุ่มอร่อยมีทาซอสมาด้วยทั้ง 2 แผ่น, ตัวเนื้อแพทตี้, เบคอน, ไข่ดาว ก็รสชาติแบบเน้นเอารสชาติแท้ ๆ ไม่ต้องมีปรุงแต่งอะไรมาก ซึ่งก็เป็นอะไรที่เหมาะสมและเรียกความอร่อยได้ที่สุดแล้ว และจานนี้ยังมีเพิ่มความอร่อยด้วย french fries ที่ทำมาแบบประณีต ๆ มีโรยผงปาปริก้า และให้จิ้มกินกับซอสที่คล้าย ๆ ซอส tartar ด้วย หึหึ ร้านเบอร์เกอร์เฉพาะทางก็เฉพาะทางเหอะ เจอก้อนนี้เข้าไป อาจจะต้องกลับไปพิจารณาตัวเองกันใหม่หลายร้านเลยล่ะ

Smoked Salmon Sandwich with White / Whole Wheat Roll (Smoked salmon, cucumber, capers & dill cream cheese - 120 บาท) - น่าเสียดายที่มื้อนี้ปิดท้ายของคาวไม่ค่อยสวยเท่าไรครับ คือจริง ๆ ก็ไม่ใช่ไรหรอกครับ ผมแค่ไม่ชอบตัวขนมปัง ที่เป็นขนมปังอะไรก็ไม่รู้ แผ่นบาง ๆ แห้ง ๆ กินแล้วไม่อร่อยเลย แต่ว่าตัวไส้ในที่เป็นแซลมอนรมควัน, แตงกวา และเม็ดเคเปอร์นี่ อร่อยดีทีเดียวเลยครับ







Banoffee Pie (120 บาท) - ชิ้นนี้รสชาติพอใช้ได้ครับ ชิ้นค่อนข้างใหญ่ด้วย แต่ความหอมของกลิ่นเนยและคาราเมลอาจจะน้อยไปหน่อย และเนื่องด้วยผมเพิ่งได้กิน banoffee pie ที่อร่อยที่สุดในชีวิตมาที่ palm cuisine เค้กชิ้นนี้ก็เลยหมอง ๆ ไปนิดครับ

สรุป ร้าน Tinee Eatery Workshop ณ Town in Town แห่งนี้ก็เป็นร้านที่โดนใจผมเหลือเกิน อาหารราคาไม่แพง และยิ่งเทียบกับปริมาณที่ให้มานี่ยิ่งคุ้มเข้าไปใหญ่ (ไม่มี vat + service charge + ให้น้ำเปล่าฟรีด้วย) , บรรยากาศร้านดี และพนักงานที่แม้จะมีกัน 2 คนแต่ก็ service mind ดีมาก ๆ พยายามดูแลเป็นอย่างดี ใครกำลังมองหาร้านแนว cafe , กินเล่น ๆ สไตล์ฝรั่ง มาลองร้านนี้น่าจะติดใจกันครับ (แต่ใครไม่อยู่แถวนี้อาจจะสับสนกับเส้นทางหน่อยนะครับ ก็ลองโทรถามที่ร้านกันดูละกัน)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Monday, July 29, 2013

Wheelz - Pub & Restaurant at Ton Soong Avenue Review

Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทรา ต้นซุงอเวนิว เบียร์สด ร้านเหล้า ดนตรีสด




Overall Score  8.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4.5/5
Service  4/5
Value   4.5/5

Wheelz - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ในตอนนี้ก็เหมือนจะกลายเป็นถนนแห่ง Pub & Restaurant ไปแล้วก็คงจะไม่ผิดนักเพราะว่าตลอด 2 ข้างทางของถนนแห่งนี้ ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ช่วงต้น ๆ บริเวณสี่แยกประชาอุทิศ ไปจนถึงถนนรามอินทรา นั้นคับคั่งไปด้วยร้านแนวนั่งดื่ม, นั่งขิลล์ เฮฮา ตามประสาเพื่อนฝูง หรือ Pub & Restaurant กันแทบทั้งนั้น ในรีวิวฉบับนี้เราก็จะไปกันที่ร้านน้องใหม่แนวนี้ กับร้าน Wheelz ณ Ton Soong Avenue - Community Mall แห่งใหม่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม

ร้าน Wheelz แห่งนี้ก็เป็นร้านที่เกิดจากหุ้นส่วนหลาย ๆ คนที่รักในการเฮฮาสังสรรค์ และเป็นเพื่อนกันมานาน มารวมตัวกันเปิดร้านแนว ๆ ที่ concept ของทางร้านคืออยากให้เป็น Car Museum หรือ พิพิธภัณฑ์รถแบบย่อม ๆ มีการตกแต่งประดับประดาไปด้วยอะไรต่าง ๆ นา ๆ ที่เกี่ยวกับรถแทบทั้งหมด ร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่โตและแบ่งเป็นหลาย Zone มาก ๆ ตั้งแต่ zone outdoor ด้านนอกที่เป็นโตีะอาหารอยู่บนหญ้าเทียม และเป็นโซนที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะนั่งกัน สำหรับช่วงก่อนหน้านี้ที่ฝนยังไม่ตกบ่อย , ส่วนที่นั่งด้านในชั้นล่างที่จะเป็นห้องแอร์ วางโต๊ะอย่างโปร่ง ๆ ไม่แออัด และตกแต่งอย่างสวยงามมีสไตล์ พร้อมกับวงดนตรีที่มาร้องเพลงกันสด ๆ ทุกวัน (วันศุกร์กับเสาร์จะมี 2 วงส่วนวันอื่นจะมีแค่วงเดียว) และชั้น 2 ที่เป็น open air แบบมีหลังคาและเป็นโซนที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้เพราะสามารถหลบฝนได้พอดี ซึ่งชั้น 2 zone นี้ก็ตกแต่งร้านคล้าย ๆ กับชั้น 1 ครับ จะแตกต่างกันตรงที่เป็น open air แค่นั้น






อาหารและเครื่องดื่มของร้าน Wheelz นี้อาจจะยังไม่ค่อยลงตัวสักเท่าไร เพราะว่าร้านเพิ่งเปิดมาได้ประมาณ 2  เดือนเอง ทุกอย่างยังไม่ set ร้านเองก็ยังไม่ได้ grand opening ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รีวิวในฉบับนี้ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้ากับประสบการณ์ที่ได้พบเจอในวันนั้นล่ะครับ

ตัวอาหารของร้านนี้ก็จะคล้าย ๆ ร้านแนว Pub & Restaurant ร้านอื่น ๆ ครับคือจะเป็นอาหารแนว Thai - Fusion โดยจะแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ แบบกินเล่น (appetizer, snacks) และ อาหารจานเดียวทั้งข้าวและ Pasta  โดยทางร้านบอกว่าอาหารจะมีการเพิ่มเติมในเดือนหน้าอีกหลากหลายรายการ ส่วนตัวเครื่องดื่มนั้น ตอนนี้ตัวเบียร์สดก็จะมีแค่ Hoegaarden แค่ชนิดเดียว ส่วนเบียร์แนว ๆ ก็จะมี Budweiser ให้สั่ง ส่วนเครื่องดื่มอย่างอื่นก็ค่อนข้างมาตรฐานครับ cocktail, whiskey ยังไม่มากมายซักเท่าไหร่ ซึ่งทางร้านก็บอกว่าจะมีการเพิ่มเติมตัวรายการอาหารในภายหลังอีกเช่นกัน

ไล่เรียงอาหารกันไปทีละอย่างเลยละกันนะครับ

ลาบปลาแซลมอน (Lab Salmon - 220 บาท) - เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็มักจะมีเมนูปลาแซลมอนเอาไปทำโน่นทำนี่ออกมานะครับ โดยเฉพาะเมนูแซลมอนแบบ fusion แบบไทย ๆ นี่ยิ่งเยอะเลย ไม่รู้เพราะว่าเจ้าปลาเนื้อส้มนี่เป็นที่ถูกปากคนไทยมาก หรือยังไง แต่ยังไงก็ตามเมนูจานนี้ทำมาได้ดีครับ ปลาแซลมอนหั่นมาแบบลูกเต๋าพอดีคำ และก็ปรุงมาแบบเป็นลาบดีมาก ใส่ข้าวคั่วมาเยอะ, ปรุงรสมาค่อนข้างแซ่บ เป็น appetizer ที่เหมาะแก่การกินเรียกน้ำย่อยมาก ๆ เลย จานนี้น่าจะอร่อยกว่านี้ถ้าตัวแซลมอนมาแบบเย็น ๆ เจี๊ยบ ๆ อารมณ์ประมาณกินลาบ Sashimi อะไรประมาณนั้นครับ






ข้าวผัดแหนม (Thai sausage fried rice - 120 บาท) - สิ่งที่รู้สึกประทับใจอย่างแรกเลยคือปริมาณครับ ทางร้าน Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทรา แห่งนี้ให้มาเยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับราคา ซึ่งหลังจากที่กินจนหมดมื้อก็พบว่าอาหารจานเดียวของร้านนี้นั้นทำมา size ประมาณนี้หมดเลย คือถ้าแบบกะมากินเอาอิ่ม สั่งอาหารจานเดียวกันคนละจานก็น่าจะโอเคแล้ว ไม่เหมือนกับร้านอื่นที่อย่างต่ำ ๆ ก็ต้องสักสองจานถึงจะอิ่ม ส่วนรสชาติจานนี้ค่อนข้างมาตรฐานครับ ผัดมาแบบไม่ได้แห้งมาก ให้แหนมมาเยอะกำลังดี กินแล้วเพลินมาก

หมูทอดไส้แฮมชีส (Deep-fried gordon bleu - 150 บาท) - จานนี้อร่อยดีเช่นกันครับ ชีสอาจจะให้มาน้อยไปนิด กินแล้วไม่ค่อยยืด ไม่ค่อยเยิ้มเท่าไร แต่อย่างอื่นไม่ว่าจะเรื่องการทอดที่ชุบแป้งทอดมากำลังดี, ตัวเนื้อหมูที่นุ่ม ๆ อร่อย ๆ กินเพลินอีกเช่นกันครับ








ราดหน้าเส้นกรอบ (Crispy noodle with light gravy and vegetables - 120 บาท) - จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลยครับ เป็นการทำราดหน้าแบบไทย ๆ เรานี่แหละ ที่รสชาติตัวน้ำราดหน้า, ตัวผักคะน้า ทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานหมด อารมณ์เอาไปขายที่ food court ก็คงเป็นร้านดังใน food court นั้น ๆ ได้เลย หรือไม่ก็ไปเปิดร้านห้องแถวก็คงเป็นร้านที่ขายดีกว่าห้องแถวร้านอื่น ๆ และยิ่งเพิ่มความอร่อย ความแปลกแหวกแนวด้วย เส้นราดหน้าที่เอาไปทอดมาจนกรอบก่อน เพิ่มความอร่อยจาก texture ที่แปลกจากคนอื่นไปพอสมควร อร่อยมากเลยครับจานนี้ และให้มาเยอะด้วย จานนี้ถ้าให้ตินิดนึงก็คงจะเป็นตัวเนื้อหมูที่น่าจะหมักเพิ่มอีกสักหน่อย น่าจะดีกว่านี้อีกครับ

สปาเก็ตตี้ผัดไส้กรอกอีสาน (Spaghetti with Thai sausage - 190 บาท) - จานนี้เส้นสปาเก็ตตี้แอบผัดมามันมากไปหน่อย, ไส้กรอกอีสานไม่ได้มาเป็นลูก ๆ และก็ไม่ได้หั่นมาเป็นชิ้นสวยงามแต่จะมาเป็นชิ้นเละ ๆ แต่รวม ๆ ก็เป็นสปาเก็ตตี้แบบแห้ง ๆ ที่รสชาติดีจานนึงครับ เผ็ดกำลังดี แอบแฉะไปนิดนึง แต่เมื่อเทียบกับสปาเก็ตตี้แบบแห้ง ๆ ของหลายร้าน ของร้าน Wheelz จานนี้นี่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว






ข้าวผัดพริกเผาหมู (Steam rice with stir-fried pork with chilli oil - 120 บาท) - จานนี้ค่อนข้างมาตรฐานครับ อารมณ์ประมาณพวกข้าวผัดพริกเผาหมูตามร้านอาหารตามสั่ง, อาหารจานเดียวทั่ว ๆ ไป แต่ว่าจะทำมาได้ดีกว่าหน่อยตรงการจัดจาน, ตรงรสชาติที่กินได้แบบเรื่อย ๆ จนหมดจานได้อย่างไม่ยากเย็น

ปีกไก่ทอดน้ำปลา (Wheelz Wings - 140 บาท) - จานนี้ก็เป็นจานสุดท้ายในมื้อนี้ครับ สั่งมาเพราะแบบอยากหาอะไรกินแกล้มเบียร์, แกล้มเหล้า ซึ่งของทอด ๆ นั้นเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ตรงจุดนี้ได้ดี และจานนี้ทางร้าน Wheelz ก็ทอดมาได้กำลังดีครับ ทอดมาแบบไม่ได้แห้งแก๋แด๋ และก็ใส่น้ำปลามากำลังดี แต่ละคำที่กินนี่เพลินน่าดูเลย ยิ่งกินกับ Hoegaarden ด้วยแล้ว อืม





สรุป ร้าน Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทราแห่งนี้ ผมกับเพื่อนค่อนข้างชอบกันมากเลย อย่างแรกที่ประทับใจเลยก็คือบรรยากาศของทางร้านครับ มีสไตล์ของตัวเอง มีความเป็นส่วนตัว และก็มีหลายส่วนให้เลือกนั่ง อย่างที่ 2 ก็คงเป็นราคาอาหารกับปริมาณอาหารที่คุ้มค่า เหนือกว่าร้านในละแวกนี้แทบจะทุกร้านเลย ส่วนอย่างสุดท้าย รสชาติอาหาร ถึงแม้ว่าอาหารของร้าน Wheelz นี้ค่อนข้างเป็นอาหารแบบเบสิค ๆ หน่อยพบเจอได้ทั่วไป ไม่ได้เป็น signature dishes แบบหลาย ๆ ร้านที่หากินได้ที่ร้านนั้นเท่านั้น สักเท่าไร แต่รสชาติก็ถือว่าอร่อยได้มาตรฐานเกือบทุกเมนู ถ้าถามว่าต่อไปถ้าอยากจะหาร้านนั่งดื่มนั่งชิลล์ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) แล้วล่ะก็ ร้านนี้คงโผล่ขึ้นมาลำดับแรก ๆ ล่ะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...