ป็อกโภชนา - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง อาหารไทย อาหารจีน อาหารทะเล ปรีดี พนมยงค์ สุขุมวิท 41 มื้อดึก
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 3/5
Service 3.5/5
Value 3.5/5
ป็อกโภชนา - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้านป็อกโภชนา ในรีวิวนี้เป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ณ ท้ายถนน (ท้ายซอย) สุขุมวิท 71 หรือ ปรีดี พนมยงค์ ที่เปิดทำการมาได้หลายปีดีดักแล้ว (จากประวัติรู้สึกว่าจะ 40 ปีแล้ว) ร้านนี้ผมมีโอกาสได้ขับรถผ่านบ่อยแล้ว และขับรถผ่านทีไรก็เห็นลูกค้านั่งกันเนืองแน่น เต็มร้านอยู่ร่ำไป ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง typical ร้านข้าวต้มมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการเอาวัตถุดิบทั้งสด ๆ และแบบปรุงเสร็จแล้วมาวางเรียงรายอยู่หน้าร้านเพื่อเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้าไป (ร้านนี้มีปูทะลเป็น ๆ วางอยู่ด้วยครับ) , ราคาอาหารและรายการอาหารจะเป็นแนวอาหารไทย-จีน ทั่ว ๆ ไปไม่ได้มีอะไรพิเศษ ร้านนี้จะมีพิเศษหน่อยก็คงเป็นที่ตัวเจ้าของร้านครับ ตัวเจ้าของร้านหรือเฮียป็อกนั้นจะเป็นอาแปะคนนึงที่ใจดีมาก ๆ แนะนำอาหารดี, มีแถมน้ำเก๊กฮวย คอยดูแลลูกค้าเหมือนกับว่าเราเป็นลูกเป็นหลาน อืม ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่ผมรู้สึกชอบมาก เพราะส่วนใหญ่ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง มักจะมีการบริการที่ไม่ดีนักเป็น signature อยู่แล้ว
อาหารของร้าน ป็อกโภชนา - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ปรีดี พนมยงค์ แห่งนี้ก็จะเป็นอาหารที่พบเจอได้ทั่วไป แต่แบบเนื่องด้วยทางร้านเพิ่งเปลี่ยนเมนูใหม่ และเมนูใหม่นี้ดันไม่มีราคากำกับเลยสักเมนูเดียว ตอนแรกที่เห็นเมนูก็แอบคิดเอาไว้ว่า "โดนเข้าให้แล้วไงล่ะ" รึเปล่า แต่พอถาม ๆ ราคาจากเฮียป็อกแล้วก็ค่อยโอเคขึ้นมาหน่อยเพราะอาหารก็ราคามาตรฐานล่ะครับประมาณ 60 - 100 บาทโดยประมาณ ไม่ได้มีการมาโขกสับเพราะไม่มีราคาในเมนูแต่อย่างใด
หมูสับหนำเลี๊ยบ (100 บาท) - อร่อยดีครับ หมูสับซอยมาชิ้นเล็กไปนิด แต่ว่ารสชาติโดยรวมนี่กลมกล่อมดีมาก ไม่ว่าจะตัวหนำเลี๊ยบ, กระเทียม เค็มกลมกล่อมกำลังดี กินเปล่า ๆ ก็ได้ กินกับข้าวต้มก็ดี อ้อ ข้าวต้มของร้านนี้อร่อยเป็นพิเศษครับ ตอนแรกที่เห็นหน้าตาก็แอบคิดแล้วว่าดูมันแตกต่างจากข้าวต้มร้านอื่น คือจะเป็นเม็ดสวย ๆ น้ำสีออกเหลืองหน่อย อืม กินแล้วชอบมากกว่าข้าวต้มร้านอื่นครับ
ต้มยำรวมมิตรน้ำข้น (100 บาท) - ต้มยำมาตรฐานครับ ให้เครื่องมาเยอะดี ไม่ว่าจะเนื้อปลา, ปลาหมึก, หอยแครง, หอยแมลงภู่ แต่แบบกุ้งให้มาตัวเล็กไปหน่อยครับเป็นกุ้งจิ๋วเลย แต่ว่ารสชาติตัวน้ำต้มยำ, ความสดของ seafood นี่โอเคเลยครับ
ปลาสลิดทอด (80 บาท) - ปลาสลิดทอดมากรอบมาก ๆ เค็มไปนิดนึงแต่กิน ๆ ไปแล้วลิ้นก็ปรับเข้ากับความเค็มได้ แล้วพอปรับได้นี่กินเพลินเลยครับ กินได้หมดเลยจะก้างไม่ก้าง จะส่วนหัวไม่ส่วนหัว ชอบครับ (สงสัยทำมาเค็ม ๆ กะให้คนเมากิน จะได้อร่อย ๆ)
จับฉ่าย (60 บาท) - จับฉ่ายค่อนข้างมาตรฐานครับ แฟนผมไม่ค่อยชอบบอกว่าตัวน้ำจับฉ่ายเหมือนเป็นน้ำพะโล้ ราดมา แต่ผมกินแล้วก็ไม่ได้อะไรมาก รู้สึกว่าเป็นจับฉ่ายที่กลมกล่อมดี อร่อย กินแปบเดียวหมดเลยทีเดียว
สรุป ร้าน ป็อกโภชนา ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ปรีดี พนมยงค์ แห่งนี้ก็น่าจะเป็นอีกร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ร้านนึงที่ถ้าผมนึกอะไรไม่ออกยามดึกก็คงจะมาแวะกินล่ะครับ องค์ประกอบโดยรวมทุกอย่างของร้านนี้อยู่ในระดับมาตรฐานค่อนไปทางดีมาก ๆ และแบบดูแล้ว seafood ของร้านนี้น่าจะเด่นกว่าร้านอื่น ๆ พอสมควรเลย ไว้คงต้องมาลองกันอีกสักรอบนึง
ปล. ร้านนี้เหมือนเฮียป็อกจะภูมิใจนำเสนอตัวน้ำเก๊กฮวยมากครับ ถึงกับแปะป้ายว่าน้ำเก๊กฮวยอร่อยที่สุดเลย ซึ่งผมกับแฟนกินแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้อร่อยอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่แบบเฮียแกก็ดูจะภูมิใจจริง ๆ เพราะมีแถมน้ำเก๊กฮวยให้ทุกโต๊ะโต๊ะละ 2 ขวดกลับบ้านด้วยแน่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Tuesday, July 30, 2013
Tinee Eatery Workshop Town in Town Review
Tinee Eatery Workshop - Western Daily Bistro and Coffee Shop at Town in Town, Bangkok
ธินี อีทเทอรี่ เวิร์คช็อป - ร้านอาหารฝรั่ง ร้านกาแฟ โรงเรียนสอนทำอาหาร ทาวน์ อิน ทาวน์
Overall Score 9/10
Taste 4.5/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 5/5
Tinee Eatery Workshop - Daily Cuisine on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้าน Tinee (ธินี) ที่ชื่อร้านนั้นมาจากเชฟสาวเจ้าของร้านผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการอาหารมากว่า 10 ปีจากต่างประเทศ นามว่า สุทธินี โดยเชฟท่านนี้เคยมีประสบการณ์การทำอาหารอยู่ออสเตรเลียมาหลายปี และสุดท้ายอาจจะด้วยสำนึกรักบ้านเกิด หรือด้วยอะไรก็ตาม ทางเชฟสุทธินีก็เลยมาเปิดร้าน Tinee Eatery Workshop ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง โดยร้านนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณของ Town in Town เป็นตึกสีส้ม ๆ ที่เป็นการนำ townhouse มาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร และตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Town in Town Place ภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนี้อีกทีนึง (ถ้าเข้าจากทางถนนศรีวรา อาจจะหาทางมาร้านนี้ลำบากหน่อยครับ แต่ว่าถ้าเข้ามาจากทางถนนอินทราภรณ์ หรือถนนที่จะมุ่งหน้าไปบดินทร์เดชา สิงห์ สิงหเสณี อาจจะง่ายกว่า)
ตัวชื่อร้านเต็ม ๆ Tinee Eatery Workshop นั้นมีที่มาจากการที่ร้านนี้นอกจากชั้นล่างที่เป็นส่วนร้านอาหารแล้ว ณ ชั้น 2 ของทางร้านนี้ก็ประพฤติตัวเองเป็น Workshop หรือส่วนสอนทำอาหาร และครัวร้อนด้วยในตัวเอง โดย course ทำอาหารของที่นี่เท่าที่ผมดูก็น่าสนใจดีนะครับ และก็มีหลากหลายคอร์สและตัวเชฟ ธินีจะเป็นคนสอนเองกับมือด้วย ด้วยเหตุนี้ชื่อร้านเลยมีที่มาแบบนี้นี่เอง แต่แน่นอนครับ วันนี้ผมไปกิน ไม่ได้ไปทำอาหาร ก็เลยนั่งกันที่ชั้น 1 บรรยากาศตอนแว่บแรกที่เข้าไปในร้านนี่บอกตรง ๆ ว่าค่อนข้างประทับใจครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปใน cafe ในต่างแดนเลย ไม่ว่าจะตัวโต๊ะที่จะเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ เน้นให้ลูกค้านั่งแชร์กันเป็นหลัก, ส่วนตู้เก็บอาหารที่จะมีทั้งอาหารคาวและอาหารหวานให้เราไปชี้เลือกสั่งกันได้เอง และยิ่งประกอบกับลูกค้าในวันที่ผมไปที่มีลูกค้าชาวต่างชาติค่อนข้างมากด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนหลุดเข้าไปใน Cafe ต่างแดนเข้าไปใหญ่เลยครับ
อาหารของร้านนี้ก็จะเป็นอาหารแนวเบา ๆ easy bite หรืออาหารกินเล่น, อาหารเช้า สไตล์ฝรั่งเค้าล่ะครับ จะมีแบ่งเป็นหมวด breakfast, sandwiches, pasta, main course ประมาณนี้ ราคาอาหารนั้นไม่ค่อยแพงเลยคือประมาณ 150 - 200 บาทสำหรับอาหารส่วนใหญ่ และก็ไม่มี vat + service charge แต่อย่างใด อืมพยายามคงความเป็นฝรั่งให้ถึงที่สุดจริง ๆ ครับ (ที่เมกาเรา tips กันต่างหากครับ และร้านแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่มี tips) นอกจากของคาวแล้วทางร้าน Tinee Eatery Workshop ก็มีพวกเค้กให้เลือกกินอยู่หลายชนิดเลย และน่าจะมีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละวันเรื่อย ๆ ด้วย ตามนั้น
มื้อนี้เริ่มต้นด้วย Matcha Frappe (100 บาท) หรือชาเขียวปั่น (ที่ร้านส่วนใหญ่จะขายกันแก้วละ 150 - 200 บาท ผมเพิ่งเห็นชาเขียวปั่นที่ราคาสมเหตุสมผลก็กับร้านนี้นี่แหละครับ) แก้วนี้ผมไม่ได้กินเลยสักคำเดียว แต่แฟนผมผู้ซึ่งเป็นคนสั่งมาบอกว่าอร่อย และขนาดเช็คบิลเดินออกจากร้านแล้วก็ยังไม่ยอมทิ้งแก้วไป ยังคงเอาขึ้นรถไปกินด้วย จนเกลี้ยง ก่อนกลับถึงบ้าน
อาหารจานแรกนั้นเป็น Grilled Chicken Salad (with lettuce, cucumber, tomatoes & vinaigrette dressing - 160 บาท) - เป็นสลัดแบบบ้าน ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก ไม่ว่าจะตัวเนื้อไก่ที่ไม่ได้เป็นแบบติดหนังมา และก็ยังเลือกส่วนอกไก่มาอีก เลยทำให้แต่ละคำที่กินไปนี่ค่อนข้างแห้ง ไม่ค่อยมีความฉ่ำ, ความอร่อยเท่าไรนัก ซึ่งไม่รู้ว่าทางร้านจงใจให้เป็นแบบนี้รึเปล่าเพราะว่าตัวสลัดผักนั้นค่อนข้างจะฉ่ำน้ำสลัดที่มาแบบเปรี้ยว ๆ กับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ให้เน้นกินเอารสชาติของผักเป็นหลัก คือถ้าคิดว่าเป็นสลัดแบบบ้าน ๆ จานนึงก็โอเคครับ แค่พอดีช่วงหลังเจอสลัดแนว ๆ นี้ที่ทำตัวเนื้อไก่ หรือเนื้อสัตว์ที่ให้มาด้วยกัน อร่อยกว่านี้ โดดเด่นกว่านี้ก็แค่นั้นเอง
Morraccan Baked Eggs (Egg, bacon, sausages, onion chutney, tomatoes served with toast - 160 บาท) - จานนี้อร่อยมากครับ เป็นอาหารที่แปลกดีด้วย รู้สึกว่าผมจะไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต ก็เป็นประมาณ ไข่, เบคอน, ไส้กรอก เอาไปอบมาในจานหลุม และก็เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปัง อารมณ์ตอนกินก็ประมาณกินไข่กระทะเวีดยนาม แต่จะได้ความหนา, ความนุ่ม, ความ juicy และได้เนื้อได้หนังกว่าเยอะ อร่อยกว่าเยอะ ประมาณนั้นครับ จานนี้ผมกับแฟนชอบมาก
Beef Burger (Beef patty, cheese, bacon, fried egg on ciabatta bun - 180 บาท) - จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลย บอกตรง ๆ ว่าตอนสั่งไป ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเบอร์เกอร์จากร้านที่ไม่ใช่ specialize burger สักเท่าไรหรอก แต่พอเห็นหน้าตาที่เป็นเบอร์เกอร์แบบแบบชิ้นใหญ่บะเบิ้ม (เบ้อเริ่ม) มีใส่ไข่ดาว, เบคอน มากับเนื้อแพทตี้ที่ใหญ่, หนาและ juicy ด้วยแล้ว โอว แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่นอน ซึ่งพออ้าปากกว้าง ๆ และกัดเข้าไปรวดเดียวจากบนลงล่างแล้วก็โอว อร่อยจริง ๆ ครับ ขนมปังนุ่มอร่อยมีทาซอสมาด้วยทั้ง 2 แผ่น, ตัวเนื้อแพทตี้, เบคอน, ไข่ดาว ก็รสชาติแบบเน้นเอารสชาติแท้ ๆ ไม่ต้องมีปรุงแต่งอะไรมาก ซึ่งก็เป็นอะไรที่เหมาะสมและเรียกความอร่อยได้ที่สุดแล้ว และจานนี้ยังมีเพิ่มความอร่อยด้วย french fries ที่ทำมาแบบประณีต ๆ มีโรยผงปาปริก้า และให้จิ้มกินกับซอสที่คล้าย ๆ ซอส tartar ด้วย หึหึ ร้านเบอร์เกอร์เฉพาะทางก็เฉพาะทางเหอะ เจอก้อนนี้เข้าไป อาจจะต้องกลับไปพิจารณาตัวเองกันใหม่หลายร้านเลยล่ะ
Smoked Salmon Sandwich with White / Whole Wheat Roll (Smoked salmon, cucumber, capers & dill cream cheese - 120 บาท) - น่าเสียดายที่มื้อนี้ปิดท้ายของคาวไม่ค่อยสวยเท่าไรครับ คือจริง ๆ ก็ไม่ใช่ไรหรอกครับ ผมแค่ไม่ชอบตัวขนมปัง ที่เป็นขนมปังอะไรก็ไม่รู้ แผ่นบาง ๆ แห้ง ๆ กินแล้วไม่อร่อยเลย แต่ว่าตัวไส้ในที่เป็นแซลมอนรมควัน, แตงกวา และเม็ดเคเปอร์นี่ อร่อยดีทีเดียวเลยครับ
Banoffee Pie (120 บาท) - ชิ้นนี้รสชาติพอใช้ได้ครับ ชิ้นค่อนข้างใหญ่ด้วย แต่ความหอมของกลิ่นเนยและคาราเมลอาจจะน้อยไปหน่อย และเนื่องด้วยผมเพิ่งได้กิน banoffee pie ที่อร่อยที่สุดในชีวิตมาที่ palm cuisine เค้กชิ้นนี้ก็เลยหมอง ๆ ไปนิดครับ
สรุป ร้าน Tinee Eatery Workshop ณ Town in Town แห่งนี้ก็เป็นร้านที่โดนใจผมเหลือเกิน อาหารราคาไม่แพง และยิ่งเทียบกับปริมาณที่ให้มานี่ยิ่งคุ้มเข้าไปใหญ่ (ไม่มี vat + service charge + ให้น้ำเปล่าฟรีด้วย) , บรรยากาศร้านดี และพนักงานที่แม้จะมีกัน 2 คนแต่ก็ service mind ดีมาก ๆ พยายามดูแลเป็นอย่างดี ใครกำลังมองหาร้านแนว cafe , กินเล่น ๆ สไตล์ฝรั่ง มาลองร้านนี้น่าจะติดใจกันครับ (แต่ใครไม่อยู่แถวนี้อาจจะสับสนกับเส้นทางหน่อยนะครับ ก็ลองโทรถามที่ร้านกันดูละกัน)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
ธินี อีทเทอรี่ เวิร์คช็อป - ร้านอาหารฝรั่ง ร้านกาแฟ โรงเรียนสอนทำอาหาร ทาวน์ อิน ทาวน์
Overall Score 9/10
Taste 4.5/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 5/5
Tinee Eatery Workshop - Daily Cuisine on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้าน Tinee (ธินี) ที่ชื่อร้านนั้นมาจากเชฟสาวเจ้าของร้านผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการอาหารมากว่า 10 ปีจากต่างประเทศ นามว่า สุทธินี โดยเชฟท่านนี้เคยมีประสบการณ์การทำอาหารอยู่ออสเตรเลียมาหลายปี และสุดท้ายอาจจะด้วยสำนึกรักบ้านเกิด หรือด้วยอะไรก็ตาม ทางเชฟสุทธินีก็เลยมาเปิดร้าน Tinee Eatery Workshop ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง โดยร้านนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณของ Town in Town เป็นตึกสีส้ม ๆ ที่เป็นการนำ townhouse มาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร และตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Town in Town Place ภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนี้อีกทีนึง (ถ้าเข้าจากทางถนนศรีวรา อาจจะหาทางมาร้านนี้ลำบากหน่อยครับ แต่ว่าถ้าเข้ามาจากทางถนนอินทราภรณ์ หรือถนนที่จะมุ่งหน้าไปบดินทร์เดชา สิงห์ สิงหเสณี อาจจะง่ายกว่า)
ตัวชื่อร้านเต็ม ๆ Tinee Eatery Workshop นั้นมีที่มาจากการที่ร้านนี้นอกจากชั้นล่างที่เป็นส่วนร้านอาหารแล้ว ณ ชั้น 2 ของทางร้านนี้ก็ประพฤติตัวเองเป็น Workshop หรือส่วนสอนทำอาหาร และครัวร้อนด้วยในตัวเอง โดย course ทำอาหารของที่นี่เท่าที่ผมดูก็น่าสนใจดีนะครับ และก็มีหลากหลายคอร์สและตัวเชฟ ธินีจะเป็นคนสอนเองกับมือด้วย ด้วยเหตุนี้ชื่อร้านเลยมีที่มาแบบนี้นี่เอง แต่แน่นอนครับ วันนี้ผมไปกิน ไม่ได้ไปทำอาหาร ก็เลยนั่งกันที่ชั้น 1 บรรยากาศตอนแว่บแรกที่เข้าไปในร้านนี่บอกตรง ๆ ว่าค่อนข้างประทับใจครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปใน cafe ในต่างแดนเลย ไม่ว่าจะตัวโต๊ะที่จะเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ เน้นให้ลูกค้านั่งแชร์กันเป็นหลัก, ส่วนตู้เก็บอาหารที่จะมีทั้งอาหารคาวและอาหารหวานให้เราไปชี้เลือกสั่งกันได้เอง และยิ่งประกอบกับลูกค้าในวันที่ผมไปที่มีลูกค้าชาวต่างชาติค่อนข้างมากด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนหลุดเข้าไปใน Cafe ต่างแดนเข้าไปใหญ่เลยครับ
อาหารของร้านนี้ก็จะเป็นอาหารแนวเบา ๆ easy bite หรืออาหารกินเล่น, อาหารเช้า สไตล์ฝรั่งเค้าล่ะครับ จะมีแบ่งเป็นหมวด breakfast, sandwiches, pasta, main course ประมาณนี้ ราคาอาหารนั้นไม่ค่อยแพงเลยคือประมาณ 150 - 200 บาทสำหรับอาหารส่วนใหญ่ และก็ไม่มี vat + service charge แต่อย่างใด อืมพยายามคงความเป็นฝรั่งให้ถึงที่สุดจริง ๆ ครับ (ที่เมกาเรา tips กันต่างหากครับ และร้านแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่มี tips) นอกจากของคาวแล้วทางร้าน Tinee Eatery Workshop ก็มีพวกเค้กให้เลือกกินอยู่หลายชนิดเลย และน่าจะมีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละวันเรื่อย ๆ ด้วย ตามนั้น
มื้อนี้เริ่มต้นด้วย Matcha Frappe (100 บาท) หรือชาเขียวปั่น (ที่ร้านส่วนใหญ่จะขายกันแก้วละ 150 - 200 บาท ผมเพิ่งเห็นชาเขียวปั่นที่ราคาสมเหตุสมผลก็กับร้านนี้นี่แหละครับ) แก้วนี้ผมไม่ได้กินเลยสักคำเดียว แต่แฟนผมผู้ซึ่งเป็นคนสั่งมาบอกว่าอร่อย และขนาดเช็คบิลเดินออกจากร้านแล้วก็ยังไม่ยอมทิ้งแก้วไป ยังคงเอาขึ้นรถไปกินด้วย จนเกลี้ยง ก่อนกลับถึงบ้าน
อาหารจานแรกนั้นเป็น Grilled Chicken Salad (with lettuce, cucumber, tomatoes & vinaigrette dressing - 160 บาท) - เป็นสลัดแบบบ้าน ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก ไม่ว่าจะตัวเนื้อไก่ที่ไม่ได้เป็นแบบติดหนังมา และก็ยังเลือกส่วนอกไก่มาอีก เลยทำให้แต่ละคำที่กินไปนี่ค่อนข้างแห้ง ไม่ค่อยมีความฉ่ำ, ความอร่อยเท่าไรนัก ซึ่งไม่รู้ว่าทางร้านจงใจให้เป็นแบบนี้รึเปล่าเพราะว่าตัวสลัดผักนั้นค่อนข้างจะฉ่ำน้ำสลัดที่มาแบบเปรี้ยว ๆ กับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ให้เน้นกินเอารสชาติของผักเป็นหลัก คือถ้าคิดว่าเป็นสลัดแบบบ้าน ๆ จานนึงก็โอเคครับ แค่พอดีช่วงหลังเจอสลัดแนว ๆ นี้ที่ทำตัวเนื้อไก่ หรือเนื้อสัตว์ที่ให้มาด้วยกัน อร่อยกว่านี้ โดดเด่นกว่านี้ก็แค่นั้นเอง
Morraccan Baked Eggs (Egg, bacon, sausages, onion chutney, tomatoes served with toast - 160 บาท) - จานนี้อร่อยมากครับ เป็นอาหารที่แปลกดีด้วย รู้สึกว่าผมจะไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต ก็เป็นประมาณ ไข่, เบคอน, ไส้กรอก เอาไปอบมาในจานหลุม และก็เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปัง อารมณ์ตอนกินก็ประมาณกินไข่กระทะเวีดยนาม แต่จะได้ความหนา, ความนุ่ม, ความ juicy และได้เนื้อได้หนังกว่าเยอะ อร่อยกว่าเยอะ ประมาณนั้นครับ จานนี้ผมกับแฟนชอบมาก
Beef Burger (Beef patty, cheese, bacon, fried egg on ciabatta bun - 180 บาท) - จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลย บอกตรง ๆ ว่าตอนสั่งไป ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเบอร์เกอร์จากร้านที่ไม่ใช่ specialize burger สักเท่าไรหรอก แต่พอเห็นหน้าตาที่เป็นเบอร์เกอร์แบบแบบชิ้นใหญ่บะเบิ้ม (เบ้อเริ่ม) มีใส่ไข่ดาว, เบคอน มากับเนื้อแพทตี้ที่ใหญ่, หนาและ juicy ด้วยแล้ว โอว แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่นอน ซึ่งพออ้าปากกว้าง ๆ และกัดเข้าไปรวดเดียวจากบนลงล่างแล้วก็โอว อร่อยจริง ๆ ครับ ขนมปังนุ่มอร่อยมีทาซอสมาด้วยทั้ง 2 แผ่น, ตัวเนื้อแพทตี้, เบคอน, ไข่ดาว ก็รสชาติแบบเน้นเอารสชาติแท้ ๆ ไม่ต้องมีปรุงแต่งอะไรมาก ซึ่งก็เป็นอะไรที่เหมาะสมและเรียกความอร่อยได้ที่สุดแล้ว และจานนี้ยังมีเพิ่มความอร่อยด้วย french fries ที่ทำมาแบบประณีต ๆ มีโรยผงปาปริก้า และให้จิ้มกินกับซอสที่คล้าย ๆ ซอส tartar ด้วย หึหึ ร้านเบอร์เกอร์เฉพาะทางก็เฉพาะทางเหอะ เจอก้อนนี้เข้าไป อาจจะต้องกลับไปพิจารณาตัวเองกันใหม่หลายร้านเลยล่ะ
Smoked Salmon Sandwich with White / Whole Wheat Roll (Smoked salmon, cucumber, capers & dill cream cheese - 120 บาท) - น่าเสียดายที่มื้อนี้ปิดท้ายของคาวไม่ค่อยสวยเท่าไรครับ คือจริง ๆ ก็ไม่ใช่ไรหรอกครับ ผมแค่ไม่ชอบตัวขนมปัง ที่เป็นขนมปังอะไรก็ไม่รู้ แผ่นบาง ๆ แห้ง ๆ กินแล้วไม่อร่อยเลย แต่ว่าตัวไส้ในที่เป็นแซลมอนรมควัน, แตงกวา และเม็ดเคเปอร์นี่ อร่อยดีทีเดียวเลยครับ
Banoffee Pie (120 บาท) - ชิ้นนี้รสชาติพอใช้ได้ครับ ชิ้นค่อนข้างใหญ่ด้วย แต่ความหอมของกลิ่นเนยและคาราเมลอาจจะน้อยไปหน่อย และเนื่องด้วยผมเพิ่งได้กิน banoffee pie ที่อร่อยที่สุดในชีวิตมาที่ palm cuisine เค้กชิ้นนี้ก็เลยหมอง ๆ ไปนิดครับ
สรุป ร้าน Tinee Eatery Workshop ณ Town in Town แห่งนี้ก็เป็นร้านที่โดนใจผมเหลือเกิน อาหารราคาไม่แพง และยิ่งเทียบกับปริมาณที่ให้มานี่ยิ่งคุ้มเข้าไปใหญ่ (ไม่มี vat + service charge + ให้น้ำเปล่าฟรีด้วย) , บรรยากาศร้านดี และพนักงานที่แม้จะมีกัน 2 คนแต่ก็ service mind ดีมาก ๆ พยายามดูแลเป็นอย่างดี ใครกำลังมองหาร้านแนว cafe , กินเล่น ๆ สไตล์ฝรั่ง มาลองร้านนี้น่าจะติดใจกันครับ (แต่ใครไม่อยู่แถวนี้อาจจะสับสนกับเส้นทางหน่อยนะครับ ก็ลองโทรถามที่ร้านกันดูละกัน)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Monday, July 29, 2013
Wheelz - Pub & Restaurant at Ton Soong Avenue Review
Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทรา ต้นซุงอเวนิว เบียร์สด ร้านเหล้า ดนตรีสด
Overall Score 8.5/10
Taste 4/5
Ambiance 4.5/5
Service 4/5
Value 4.5/5
Wheelz - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ในตอนนี้ก็เหมือนจะกลายเป็นถนนแห่ง Pub & Restaurant ไปแล้วก็คงจะไม่ผิดนักเพราะว่าตลอด 2 ข้างทางของถนนแห่งนี้ ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ช่วงต้น ๆ บริเวณสี่แยกประชาอุทิศ ไปจนถึงถนนรามอินทรา นั้นคับคั่งไปด้วยร้านแนวนั่งดื่ม, นั่งขิลล์ เฮฮา ตามประสาเพื่อนฝูง หรือ Pub & Restaurant กันแทบทั้งนั้น ในรีวิวฉบับนี้เราก็จะไปกันที่ร้านน้องใหม่แนวนี้ กับร้าน Wheelz ณ Ton Soong Avenue - Community Mall แห่งใหม่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม
ร้าน Wheelz แห่งนี้ก็เป็นร้านที่เกิดจากหุ้นส่วนหลาย ๆ คนที่รักในการเฮฮาสังสรรค์ และเป็นเพื่อนกันมานาน มารวมตัวกันเปิดร้านแนว ๆ ที่ concept ของทางร้านคืออยากให้เป็น Car Museum หรือ พิพิธภัณฑ์รถแบบย่อม ๆ มีการตกแต่งประดับประดาไปด้วยอะไรต่าง ๆ นา ๆ ที่เกี่ยวกับรถแทบทั้งหมด ร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่โตและแบ่งเป็นหลาย Zone มาก ๆ ตั้งแต่ zone outdoor ด้านนอกที่เป็นโตีะอาหารอยู่บนหญ้าเทียม และเป็นโซนที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะนั่งกัน สำหรับช่วงก่อนหน้านี้ที่ฝนยังไม่ตกบ่อย , ส่วนที่นั่งด้านในชั้นล่างที่จะเป็นห้องแอร์ วางโต๊ะอย่างโปร่ง ๆ ไม่แออัด และตกแต่งอย่างสวยงามมีสไตล์ พร้อมกับวงดนตรีที่มาร้องเพลงกันสด ๆ ทุกวัน (วันศุกร์กับเสาร์จะมี 2 วงส่วนวันอื่นจะมีแค่วงเดียว) และชั้น 2 ที่เป็น open air แบบมีหลังคาและเป็นโซนที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้เพราะสามารถหลบฝนได้พอดี ซึ่งชั้น 2 zone นี้ก็ตกแต่งร้านคล้าย ๆ กับชั้น 1 ครับ จะแตกต่างกันตรงที่เป็น open air แค่นั้น
อาหารและเครื่องดื่มของร้าน Wheelz นี้อาจจะยังไม่ค่อยลงตัวสักเท่าไร เพราะว่าร้านเพิ่งเปิดมาได้ประมาณ 2 เดือนเอง ทุกอย่างยังไม่ set ร้านเองก็ยังไม่ได้ grand opening ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รีวิวในฉบับนี้ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้ากับประสบการณ์ที่ได้พบเจอในวันนั้นล่ะครับ
ตัวอาหารของร้านนี้ก็จะคล้าย ๆ ร้านแนว Pub & Restaurant ร้านอื่น ๆ ครับคือจะเป็นอาหารแนว Thai - Fusion โดยจะแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ แบบกินเล่น (appetizer, snacks) และ อาหารจานเดียวทั้งข้าวและ Pasta โดยทางร้านบอกว่าอาหารจะมีการเพิ่มเติมในเดือนหน้าอีกหลากหลายรายการ ส่วนตัวเครื่องดื่มนั้น ตอนนี้ตัวเบียร์สดก็จะมีแค่ Hoegaarden แค่ชนิดเดียว ส่วนเบียร์แนว ๆ ก็จะมี Budweiser ให้สั่ง ส่วนเครื่องดื่มอย่างอื่นก็ค่อนข้างมาตรฐานครับ cocktail, whiskey ยังไม่มากมายซักเท่าไหร่ ซึ่งทางร้านก็บอกว่าจะมีการเพิ่มเติมตัวรายการอาหารในภายหลังอีกเช่นกัน
ไล่เรียงอาหารกันไปทีละอย่างเลยละกันนะครับ
ลาบปลาแซลมอน (Lab Salmon - 220 บาท) - เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็มักจะมีเมนูปลาแซลมอนเอาไปทำโน่นทำนี่ออกมานะครับ โดยเฉพาะเมนูแซลมอนแบบ fusion แบบไทย ๆ นี่ยิ่งเยอะเลย ไม่รู้เพราะว่าเจ้าปลาเนื้อส้มนี่เป็นที่ถูกปากคนไทยมาก หรือยังไง แต่ยังไงก็ตามเมนูจานนี้ทำมาได้ดีครับ ปลาแซลมอนหั่นมาแบบลูกเต๋าพอดีคำ และก็ปรุงมาแบบเป็นลาบดีมาก ใส่ข้าวคั่วมาเยอะ, ปรุงรสมาค่อนข้างแซ่บ เป็น appetizer ที่เหมาะแก่การกินเรียกน้ำย่อยมาก ๆ เลย จานนี้น่าจะอร่อยกว่านี้ถ้าตัวแซลมอนมาแบบเย็น ๆ เจี๊ยบ ๆ อารมณ์ประมาณกินลาบ Sashimi อะไรประมาณนั้นครับ
ข้าวผัดแหนม (Thai sausage fried rice - 120 บาท) - สิ่งที่รู้สึกประทับใจอย่างแรกเลยคือปริมาณครับ ทางร้าน Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทรา แห่งนี้ให้มาเยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับราคา ซึ่งหลังจากที่กินจนหมดมื้อก็พบว่าอาหารจานเดียวของร้านนี้นั้นทำมา size ประมาณนี้หมดเลย คือถ้าแบบกะมากินเอาอิ่ม สั่งอาหารจานเดียวกันคนละจานก็น่าจะโอเคแล้ว ไม่เหมือนกับร้านอื่นที่อย่างต่ำ ๆ ก็ต้องสักสองจานถึงจะอิ่ม ส่วนรสชาติจานนี้ค่อนข้างมาตรฐานครับ ผัดมาแบบไม่ได้แห้งมาก ให้แหนมมาเยอะกำลังดี กินแล้วเพลินมาก
หมูทอดไส้แฮมชีส (Deep-fried gordon bleu - 150 บาท) - จานนี้อร่อยดีเช่นกันครับ ชีสอาจจะให้มาน้อยไปนิด กินแล้วไม่ค่อยยืด ไม่ค่อยเยิ้มเท่าไร แต่อย่างอื่นไม่ว่าจะเรื่องการทอดที่ชุบแป้งทอดมากำลังดี, ตัวเนื้อหมูที่นุ่ม ๆ อร่อย ๆ กินเพลินอีกเช่นกันครับ
ราดหน้าเส้นกรอบ (Crispy noodle with light gravy and vegetables - 120 บาท) - จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลยครับ เป็นการทำราดหน้าแบบไทย ๆ เรานี่แหละ ที่รสชาติตัวน้ำราดหน้า, ตัวผักคะน้า ทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานหมด อารมณ์เอาไปขายที่ food court ก็คงเป็นร้านดังใน food court นั้น ๆ ได้เลย หรือไม่ก็ไปเปิดร้านห้องแถวก็คงเป็นร้านที่ขายดีกว่าห้องแถวร้านอื่น ๆ และยิ่งเพิ่มความอร่อย ความแปลกแหวกแนวด้วย เส้นราดหน้าที่เอาไปทอดมาจนกรอบก่อน เพิ่มความอร่อยจาก texture ที่แปลกจากคนอื่นไปพอสมควร อร่อยมากเลยครับจานนี้ และให้มาเยอะด้วย จานนี้ถ้าให้ตินิดนึงก็คงจะเป็นตัวเนื้อหมูที่น่าจะหมักเพิ่มอีกสักหน่อย น่าจะดีกว่านี้อีกครับ
สปาเก็ตตี้ผัดไส้กรอกอีสาน (Spaghetti with Thai sausage - 190 บาท) - จานนี้เส้นสปาเก็ตตี้แอบผัดมามันมากไปหน่อย, ไส้กรอกอีสานไม่ได้มาเป็นลูก ๆ และก็ไม่ได้หั่นมาเป็นชิ้นสวยงามแต่จะมาเป็นชิ้นเละ ๆ แต่รวม ๆ ก็เป็นสปาเก็ตตี้แบบแห้ง ๆ ที่รสชาติดีจานนึงครับ เผ็ดกำลังดี แอบแฉะไปนิดนึง แต่เมื่อเทียบกับสปาเก็ตตี้แบบแห้ง ๆ ของหลายร้าน ของร้าน Wheelz จานนี้นี่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว
ข้าวผัดพริกเผาหมู (Steam rice with stir-fried pork with chilli oil - 120 บาท) - จานนี้ค่อนข้างมาตรฐานครับ อารมณ์ประมาณพวกข้าวผัดพริกเผาหมูตามร้านอาหารตามสั่ง, อาหารจานเดียวทั่ว ๆ ไป แต่ว่าจะทำมาได้ดีกว่าหน่อยตรงการจัดจาน, ตรงรสชาติที่กินได้แบบเรื่อย ๆ จนหมดจานได้อย่างไม่ยากเย็น
ปีกไก่ทอดน้ำปลา (Wheelz Wings - 140 บาท) - จานนี้ก็เป็นจานสุดท้ายในมื้อนี้ครับ สั่งมาเพราะแบบอยากหาอะไรกินแกล้มเบียร์, แกล้มเหล้า ซึ่งของทอด ๆ นั้นเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ตรงจุดนี้ได้ดี และจานนี้ทางร้าน Wheelz ก็ทอดมาได้กำลังดีครับ ทอดมาแบบไม่ได้แห้งแก๋แด๋ และก็ใส่น้ำปลามากำลังดี แต่ละคำที่กินนี่เพลินน่าดูเลย ยิ่งกินกับ Hoegaarden ด้วยแล้ว อืม
สรุป ร้าน Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทราแห่งนี้ ผมกับเพื่อนค่อนข้างชอบกันมากเลย อย่างแรกที่ประทับใจเลยก็คือบรรยากาศของทางร้านครับ มีสไตล์ของตัวเอง มีความเป็นส่วนตัว และก็มีหลายส่วนให้เลือกนั่ง อย่างที่ 2 ก็คงเป็นราคาอาหารกับปริมาณอาหารที่คุ้มค่า เหนือกว่าร้านในละแวกนี้แทบจะทุกร้านเลย ส่วนอย่างสุดท้าย รสชาติอาหาร ถึงแม้ว่าอาหารของร้าน Wheelz นี้ค่อนข้างเป็นอาหารแบบเบสิค ๆ หน่อยพบเจอได้ทั่วไป ไม่ได้เป็น signature dishes แบบหลาย ๆ ร้านที่หากินได้ที่ร้านนั้นเท่านั้น สักเท่าไร แต่รสชาติก็ถือว่าอร่อยได้มาตรฐานเกือบทุกเมนู ถ้าถามว่าต่อไปถ้าอยากจะหาร้านนั่งดื่มนั่งชิลล์ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) แล้วล่ะก็ ร้านนี้คงโผล่ขึ้นมาลำดับแรก ๆ ล่ะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8.5/10
Taste 4/5
Ambiance 4.5/5
Service 4/5
Value 4.5/5
Wheelz - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ในตอนนี้ก็เหมือนจะกลายเป็นถนนแห่ง Pub & Restaurant ไปแล้วก็คงจะไม่ผิดนักเพราะว่าตลอด 2 ข้างทางของถนนแห่งนี้ ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ช่วงต้น ๆ บริเวณสี่แยกประชาอุทิศ ไปจนถึงถนนรามอินทรา นั้นคับคั่งไปด้วยร้านแนวนั่งดื่ม, นั่งขิลล์ เฮฮา ตามประสาเพื่อนฝูง หรือ Pub & Restaurant กันแทบทั้งนั้น ในรีวิวฉบับนี้เราก็จะไปกันที่ร้านน้องใหม่แนวนี้ กับร้าน Wheelz ณ Ton Soong Avenue - Community Mall แห่งใหม่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม
ร้าน Wheelz แห่งนี้ก็เป็นร้านที่เกิดจากหุ้นส่วนหลาย ๆ คนที่รักในการเฮฮาสังสรรค์ และเป็นเพื่อนกันมานาน มารวมตัวกันเปิดร้านแนว ๆ ที่ concept ของทางร้านคืออยากให้เป็น Car Museum หรือ พิพิธภัณฑ์รถแบบย่อม ๆ มีการตกแต่งประดับประดาไปด้วยอะไรต่าง ๆ นา ๆ ที่เกี่ยวกับรถแทบทั้งหมด ร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่โตและแบ่งเป็นหลาย Zone มาก ๆ ตั้งแต่ zone outdoor ด้านนอกที่เป็นโตีะอาหารอยู่บนหญ้าเทียม และเป็นโซนที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะนั่งกัน สำหรับช่วงก่อนหน้านี้ที่ฝนยังไม่ตกบ่อย , ส่วนที่นั่งด้านในชั้นล่างที่จะเป็นห้องแอร์ วางโต๊ะอย่างโปร่ง ๆ ไม่แออัด และตกแต่งอย่างสวยงามมีสไตล์ พร้อมกับวงดนตรีที่มาร้องเพลงกันสด ๆ ทุกวัน (วันศุกร์กับเสาร์จะมี 2 วงส่วนวันอื่นจะมีแค่วงเดียว) และชั้น 2 ที่เป็น open air แบบมีหลังคาและเป็นโซนที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้เพราะสามารถหลบฝนได้พอดี ซึ่งชั้น 2 zone นี้ก็ตกแต่งร้านคล้าย ๆ กับชั้น 1 ครับ จะแตกต่างกันตรงที่เป็น open air แค่นั้น
อาหารและเครื่องดื่มของร้าน Wheelz นี้อาจจะยังไม่ค่อยลงตัวสักเท่าไร เพราะว่าร้านเพิ่งเปิดมาได้ประมาณ 2 เดือนเอง ทุกอย่างยังไม่ set ร้านเองก็ยังไม่ได้ grand opening ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รีวิวในฉบับนี้ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้ากับประสบการณ์ที่ได้พบเจอในวันนั้นล่ะครับ
ตัวอาหารของร้านนี้ก็จะคล้าย ๆ ร้านแนว Pub & Restaurant ร้านอื่น ๆ ครับคือจะเป็นอาหารแนว Thai - Fusion โดยจะแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ แบบกินเล่น (appetizer, snacks) และ อาหารจานเดียวทั้งข้าวและ Pasta โดยทางร้านบอกว่าอาหารจะมีการเพิ่มเติมในเดือนหน้าอีกหลากหลายรายการ ส่วนตัวเครื่องดื่มนั้น ตอนนี้ตัวเบียร์สดก็จะมีแค่ Hoegaarden แค่ชนิดเดียว ส่วนเบียร์แนว ๆ ก็จะมี Budweiser ให้สั่ง ส่วนเครื่องดื่มอย่างอื่นก็ค่อนข้างมาตรฐานครับ cocktail, whiskey ยังไม่มากมายซักเท่าไหร่ ซึ่งทางร้านก็บอกว่าจะมีการเพิ่มเติมตัวรายการอาหารในภายหลังอีกเช่นกัน
ไล่เรียงอาหารกันไปทีละอย่างเลยละกันนะครับ
ลาบปลาแซลมอน (Lab Salmon - 220 บาท) - เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็มักจะมีเมนูปลาแซลมอนเอาไปทำโน่นทำนี่ออกมานะครับ โดยเฉพาะเมนูแซลมอนแบบ fusion แบบไทย ๆ นี่ยิ่งเยอะเลย ไม่รู้เพราะว่าเจ้าปลาเนื้อส้มนี่เป็นที่ถูกปากคนไทยมาก หรือยังไง แต่ยังไงก็ตามเมนูจานนี้ทำมาได้ดีครับ ปลาแซลมอนหั่นมาแบบลูกเต๋าพอดีคำ และก็ปรุงมาแบบเป็นลาบดีมาก ใส่ข้าวคั่วมาเยอะ, ปรุงรสมาค่อนข้างแซ่บ เป็น appetizer ที่เหมาะแก่การกินเรียกน้ำย่อยมาก ๆ เลย จานนี้น่าจะอร่อยกว่านี้ถ้าตัวแซลมอนมาแบบเย็น ๆ เจี๊ยบ ๆ อารมณ์ประมาณกินลาบ Sashimi อะไรประมาณนั้นครับ
ข้าวผัดแหนม (Thai sausage fried rice - 120 บาท) - สิ่งที่รู้สึกประทับใจอย่างแรกเลยคือปริมาณครับ ทางร้าน Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทรา แห่งนี้ให้มาเยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับราคา ซึ่งหลังจากที่กินจนหมดมื้อก็พบว่าอาหารจานเดียวของร้านนี้นั้นทำมา size ประมาณนี้หมดเลย คือถ้าแบบกะมากินเอาอิ่ม สั่งอาหารจานเดียวกันคนละจานก็น่าจะโอเคแล้ว ไม่เหมือนกับร้านอื่นที่อย่างต่ำ ๆ ก็ต้องสักสองจานถึงจะอิ่ม ส่วนรสชาติจานนี้ค่อนข้างมาตรฐานครับ ผัดมาแบบไม่ได้แห้งมาก ให้แหนมมาเยอะกำลังดี กินแล้วเพลินมาก
หมูทอดไส้แฮมชีส (Deep-fried gordon bleu - 150 บาท) - จานนี้อร่อยดีเช่นกันครับ ชีสอาจจะให้มาน้อยไปนิด กินแล้วไม่ค่อยยืด ไม่ค่อยเยิ้มเท่าไร แต่อย่างอื่นไม่ว่าจะเรื่องการทอดที่ชุบแป้งทอดมากำลังดี, ตัวเนื้อหมูที่นุ่ม ๆ อร่อย ๆ กินเพลินอีกเช่นกันครับ
ราดหน้าเส้นกรอบ (Crispy noodle with light gravy and vegetables - 120 บาท) - จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลยครับ เป็นการทำราดหน้าแบบไทย ๆ เรานี่แหละ ที่รสชาติตัวน้ำราดหน้า, ตัวผักคะน้า ทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานหมด อารมณ์เอาไปขายที่ food court ก็คงเป็นร้านดังใน food court นั้น ๆ ได้เลย หรือไม่ก็ไปเปิดร้านห้องแถวก็คงเป็นร้านที่ขายดีกว่าห้องแถวร้านอื่น ๆ และยิ่งเพิ่มความอร่อย ความแปลกแหวกแนวด้วย เส้นราดหน้าที่เอาไปทอดมาจนกรอบก่อน เพิ่มความอร่อยจาก texture ที่แปลกจากคนอื่นไปพอสมควร อร่อยมากเลยครับจานนี้ และให้มาเยอะด้วย จานนี้ถ้าให้ตินิดนึงก็คงจะเป็นตัวเนื้อหมูที่น่าจะหมักเพิ่มอีกสักหน่อย น่าจะดีกว่านี้อีกครับ
สปาเก็ตตี้ผัดไส้กรอกอีสาน (Spaghetti with Thai sausage - 190 บาท) - จานนี้เส้นสปาเก็ตตี้แอบผัดมามันมากไปหน่อย, ไส้กรอกอีสานไม่ได้มาเป็นลูก ๆ และก็ไม่ได้หั่นมาเป็นชิ้นสวยงามแต่จะมาเป็นชิ้นเละ ๆ แต่รวม ๆ ก็เป็นสปาเก็ตตี้แบบแห้ง ๆ ที่รสชาติดีจานนึงครับ เผ็ดกำลังดี แอบแฉะไปนิดนึง แต่เมื่อเทียบกับสปาเก็ตตี้แบบแห้ง ๆ ของหลายร้าน ของร้าน Wheelz จานนี้นี่ทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว
ข้าวผัดพริกเผาหมู (Steam rice with stir-fried pork with chilli oil - 120 บาท) - จานนี้ค่อนข้างมาตรฐานครับ อารมณ์ประมาณพวกข้าวผัดพริกเผาหมูตามร้านอาหารตามสั่ง, อาหารจานเดียวทั่ว ๆ ไป แต่ว่าจะทำมาได้ดีกว่าหน่อยตรงการจัดจาน, ตรงรสชาติที่กินได้แบบเรื่อย ๆ จนหมดจานได้อย่างไม่ยากเย็น
ปีกไก่ทอดน้ำปลา (Wheelz Wings - 140 บาท) - จานนี้ก็เป็นจานสุดท้ายในมื้อนี้ครับ สั่งมาเพราะแบบอยากหาอะไรกินแกล้มเบียร์, แกล้มเหล้า ซึ่งของทอด ๆ นั้นเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ตรงจุดนี้ได้ดี และจานนี้ทางร้าน Wheelz ก็ทอดมาได้กำลังดีครับ ทอดมาแบบไม่ได้แห้งแก๋แด๋ และก็ใส่น้ำปลามากำลังดี แต่ละคำที่กินนี่เพลินน่าดูเลย ยิ่งกินกับ Hoegaarden ด้วยแล้ว อืม
สรุป ร้าน Wheelz - Pub & Restaurant เลียบทางด่วนรามอินทราแห่งนี้ ผมกับเพื่อนค่อนข้างชอบกันมากเลย อย่างแรกที่ประทับใจเลยก็คือบรรยากาศของทางร้านครับ มีสไตล์ของตัวเอง มีความเป็นส่วนตัว และก็มีหลายส่วนให้เลือกนั่ง อย่างที่ 2 ก็คงเป็นราคาอาหารกับปริมาณอาหารที่คุ้มค่า เหนือกว่าร้านในละแวกนี้แทบจะทุกร้านเลย ส่วนอย่างสุดท้าย รสชาติอาหาร ถึงแม้ว่าอาหารของร้าน Wheelz นี้ค่อนข้างเป็นอาหารแบบเบสิค ๆ หน่อยพบเจอได้ทั่วไป ไม่ได้เป็น signature dishes แบบหลาย ๆ ร้านที่หากินได้ที่ร้านนั้นเท่านั้น สักเท่าไร แต่รสชาติก็ถือว่าอร่อยได้มาตรฐานเกือบทุกเมนู ถ้าถามว่าต่อไปถ้าอยากจะหาร้านนั่งดื่มนั่งชิลล์ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) แล้วล่ะก็ ร้านนี้คงโผล่ขึ้นมาลำดับแรก ๆ ล่ะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)
































































