Bitter Deck - Thai & International Restaurant at Sala Arun Residence Bangkok
บิทเทอร์ เดค - ร้านอาหารไทย อาหารนานาชาติ ริมน้ำ ศาลาอรุณ รีวิว
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4.5/5
Service 4/5
Value 3/5
Bitter Deck - Thai & International Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ฝั่งพระนครบริเวณถนนมหาราชใกล้ ๆ กับพระบรมหาราชวังนั้น ถ้ามองจากภายนอกหรือขับรถผ่านก็อาจจะเห็นว่าเป็นย่านเมืองเก่า มีแต่ห้องแถวเก่า ๆ, ผู้คนสมัยเก่า ไม่ค่อยโสภานักที่จะมาเยือน แต่เอาจริง ๆ แล้วในย่านนี้มีโรงแรม boutique เก๋ ๆ, ร้านอาหารริมน้ำสวย ๆ บรรยากาศดี เรียงรายกันอยู่ค่อนข้างจะหลายร้านเลย ซึ่งในรีวิวนี้เราก็จะไปยังร้านริมน้ำสวย ๆ เก๋ ๆ ในย่านนี้ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานนักกับร้าน Bitter Deck ร้านอาหารที่ฝังตัวอยู่ในโรงแรม boutique เล็ก ๆ นามว่า Sala Arun ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของร้าน The Deck ร้านอาหารชื่อดังเก่าแก่ประจำย่านนี้อีกทีนึง
เท่าที่ได้ความจากทางร้านมา ชื่อร้าน Bitter Deck นั้นตั้งใจจะตั้งให้มีคำว่า The Deck ผูก ๆ อยู่ด้วยเพื่อให้รู้ว่าร้านนี้เป็นร้านในเครือ อยู่ภายใต้การบริหารของร้านแม่ The Deck และอาหารภายในร้านก็ควบคุมคุณภาพโดยเชฟใหญ่จากร้าน The Deck เองด้วย แต่ร้านนี้จะเป็นร้านขนาด mini-mini หน่อยเมื่อเทียบกับร้านหลัก ซึ่งจริง ๆ ก็ควรจะเป็น little deck แต่ว่าไป ๆ มา ๆ ทำไมถึงกลายเป็น Bitter Deck - ท่าเรืออันขื่นขมไปได้ก็ไม่รู้ แต่ถ้าถามผม ชื่อนี้ก็ฟังดูเก๋ไปอีกแบบนะครับ
บรรยากาศของร้านนี้ก็เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์ของทำเลที่ตั้งได้เป็นอย่างดี ที่นั่งโซนด้านนอกของร้านที่เป็นส่วน terrace ริมน้ำนั้นจะสามารถมองเห็นวิวของวัดอรุณได้อย่างเต็ม ๆ ตา และก็ตกแต่งเป็น terrace แนวไม้ ๆ สวยงามเก๋ไก๋ น่านั่งมาก ๆ ตัวผมเองไปร้านนี้ตอนกลางวันอย่างเดียวก็เลยไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศยามค่ำของที่ร้านนี้เลย แต่ก็พอเดาได้ว่าบรรยากาศยามค่ำของร้านนี้ต้องเป็นอะไรที่โรแมนติคสุด ๆ แน่นอน ส่วนที่นั่งอีกโซนนึงของร้านนี้ก็จะเป็นที่นั่งห้องแอร์ด้านใน ที่ทำหน้าที่เป็นครัวเล็ก ๆ ด้วยและก็มีโต๊ะให้นั่งด้านในอยู่เล็กน้อย
อาหารของร้าน Bitter Deck @ Sala Arun แห่งนี้ก็ตอนแรกผมก็นึกว่าจะเป็นอาหารไทยอย่างเดียว แต่เอาจริง ๆ แล้วอาหารของร้านนี้นั้นเป็นการผสมผสานกันระหว่างตะวันตกและตะวันออกกันอย่างลงตัวมากกว่า ซึ่งทางร้านเค้าได้นิยามสัญชาติอาหารของตัวเองว่าเป็น อาหารฝรั่งเศส, อาหารอิตาเลียน, อาหารนานาชาติ และอาหารไทย คือแบบครอบคลุมสัญชาติอาหารหลัก ๆ ไว้หมดเลยก็ว่าได้ครับ รายการอาหารของร้านนี้ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างครบครัน มีอยู่หลายสิบอย่าง ส่วนราคาอาหารของร้านนี้จะอยู่ในระดับมาตรฐานร้านอาหารริมน้ำดี ๆ ทั่วไปในกรุงเทพคือถ้ามากินกันจริงจังหน่อยก็น่าจะตกอยู่ที่คนละ 600 - 1,000 บาทโดยประมาณล่ะครับ ซึ่งมื้อนี้ผมก็จะรีวิวอาหารทั้งหมด 4 อย่างและเครื่องดื่ม 2 แก้วของร้านนี้กัน มาไล่เรียงกันไปเลย
Fruit Punch - 130 บาท: เป็นน้ำพันช์แบบไม่ใส่แอลกอฮอล์ที่กินแล้วสดชื่นดีมากครับ
Mango shake - 120 บาท: น้ำมะม่วงปั่นหวานหอมอร่อยชอบมาก ๆ ครับ คือแก้วนี้นี่คือ perfect จริง ๆ ทั้งความหวาน, ความเย็น, ผิวสัมผัส สมบูรณ์แบบจริง ๆ
ปลาแซลมอนดองน้ำมันมะกอกเครื่องเทศสดเสิร์ฟกับสลัดบัลซามิคพริกขี้หนูสดซอส (Marinate salmon in extra virgin olive oil fresh herbs with salad spicy balsamic dressing - 260 บาท): จานนี้อารมณ์ประมาณสลัดสไตล์ตะวันตกตกแต่งมาแบบกระจาย ๆ ตัวไม่ค่อยเหมือน style แบบ traditional สักเท่าไร ในจานก็จะประกอบด้วย ปลาแซลมอนที่นำไปดองมาต่างจากร้านอื่น ๆ ที่จะใช้แซลมอนรมควัน ซึ่งผมว่าทางร้านดองมาเค็มไปนิดนึง ตัวน้ำบัลซามิคไม่ค่อยช่วยได้เท่าไร แต่คือพอกินปลาพร้อมกับผัก romaine และ red lettuce ที่ให้มาด้วยกันแล้วก็ค่อยยังชั่วหน่อยครับ อร่อยดี ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าทางคนคิดสูตรนี้ต้องการให้สลัดจานนี้รสชาติแตกต่างจากสลัดแซลมอนทั่ว ๆ ไปที่มักจะเบา ๆ รึเปล่า เพราะจานนี้นี่คือรสชาติแตกต่างจริง ๆ ทั้งความเค็ม, เผ็ด คือแบบชัดมาก
ยำส้มโอกับกุ้ง (Spicy pomelo salad with prawn - 240 บาท): อาหารเบา ๆ จานที่สองแบบเบา ๆ จานนี้สิ่งแรกที่โดดเด่นเลยคือความหลากสีของจานครับ คือแบบทางร้านเลือกผักเลือกวัตถุดิบจนแต่งจานออกมาเป็นยำส้มโอที่สวยงามกว่าร้านไหน ๆ รสชาติจานนี้จัดจ้านตามหน้าตาเผ็ดกว่าที่ผมคิดพอสมควร เนื้อส้มโอหวานอร่อย, ผักต่าง ๆ ที่ให้มาก็สดดี ส่วนตัวไข่ต้มกับกุ้งก็ช่วยเพิ่มความเป็นเนื้อเป็นหนังให้จานนี้ได้เป็นอย่างดีครับ
เส้นพาสต้าดีปลาหมึกผัดกับกุ้งลายเสือซอสมะเขือเทศ (Black fettuccine sauteed with tiger prawn basil tomato sauce - 380 บาท): จานนี้ทำมาเก๋ไก๋เช่นเดียวกันกับจานก่อน ๆ หน้าครับ ด้วยการนำเส้นพาสต้า (fettucinie) แบบไปคลุกกับดีหมึกมามายัดแทนที่ตัวเนื้อกุ้งลายเสือขนาดกำลังดี และคลุกเส้นมากับซอสมะเขือเทศ + มะเขือเทศเชอรี่ + เนื้อกุ้งที่หั่น ๆ มา รสชาติรวม ๆ อร่อยดีครับ แต่ถ้าจานนี้มาแบบฉ่ำ ๆ ซอสกว่านี้หน่อย และก็รสจัดจ้านกว่านี้อีกนิดนึงผมว่าน่าจะอร่อยเลิศไปเลยล่ะ จานนี้รสชาติรวม ๆ มันออกแนวอิตาเลียนจ๋าไปนิดนึง
เนื้อสันในลูกวัวย่างเสิร์ฟพร้อมกามองแบร์ชีสซอสไวน์แดง (Grilled AUS. veal tenderloin camom bert cheese red wine sauce - 850 บาท): จานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจานที่งดงามตระการตา ด้วยการตกแต่งมาเหมือนเป็นดาวล้อมเดือน โดยตัวเดือนนั้นก็เป็นเนื้อสันในลูกวัวชิ้นหนา ๆ ขนาดกำลังดี วางโปะลงมาบนพริกหวาน ส่วนตัวดาวนั้นก็คือ wadge potatoes แบบหั่นมาชิ้นเล็ก ๆ สวย ๆ ความอร่อยของจานนี้นี่คือเยี่ยมไปเลยล่ะครับ เนื้อมาเป็นแบบ medium กำลังดี (ผิวนอกแอบเกือบ ๆ เป็น welldone ไปแล้วเหมือนกัน แต่ด้านในนี่ medium กำลังดีมาก) ตัวชีสที่อบมาแบบ crusty และซอสไวน์แดงก็ช่วยเพิ่มรสชาติของเนื้อให้อร่อยยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี ส่วนตัว wedge potatoes ก็ของดีครับ อร่อยเพลินเลย
สรุป ร้าน Bitter Deck แห่งนี้ก็เป็นร้านที่ครบเครื่องอีกหนึ่งร้าน ไม่ว่าจะตัวบรรยากาศร้านที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาและเห็นวัดอรุณกันแบบเต็ม ๆ ตา, อาหารของทางร้านที่รสชาติดี หน้าตาสวยงามและมีให้เลือกมากมาย, การบริการของพนักงานที่บริการได้ดี ตามสไตล์ boutique hotel ที่มักจะบริการแขกเสมือนเป็นเจ้าบ้านอยู่แล้ว ใครกำลังมองหาร้านอาหารดี ๆ สักร้านสำหรับมื้อพิเศษกับคนรู้จใจสักมื้อนึง ไม่น่าจะพลาดร้านนี้ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Showing posts with label French Restaurants. Show all posts
Showing posts with label French Restaurants. Show all posts
Saturday, November 9, 2013
Saturday, October 26, 2013
Chez Bruno Bangkok Review
Chez Bruno - European Restaurant at Khaosarn Rd. Review
เชส์ บรูโน่ - ร้านอาหารยุโรป อาหารตะวันตก ฝรั่งเศส ข้าวสาร รามบุตรี รีวิว
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 4/5
Chez Bruno - European Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้านกาแฟนามกระเดื่องนามว่า Starbucks นั้นเคยมีสาขาอยู่สาขานึงบนถนนข้าวสารที่ได้ชื่อว่าเป็นสาขาที่งดงามที่สุดในโลกเพราะว่าสร้างอยู่บนบ้านไม้สักทองอายุ 100 กว่าปี และตั้งอยู่ในซอยที่เชื่อมระหว่างถนนข้าวสารกับซอยรามบุตรีก็เลยทำให้ได้ความเงียบสงบที่หาได้ยากในละแวกนี้เพิ่มเติมจากความขลัง, ความสวยของตัวบ้านนี้อีกด้วย แต่เมื่อทาง Starbucks ได้หมดสัญญากับเจ้าของบ้าน และท่านเจ้าของบ้านกลัวบ้านจะโทรมจนเกินไปจากลูกค้า Starbucks ที่มากันแบบมืดฟ้ามัวดิน และบ้านหลังนี้ก็ได้มีผู้เช่ารายใหม่มาทำสัญญาและทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นร้านอาหารยุโรป/อาหารฝรั่งเศส เก๋ไก๋ นามว่า Chez Bruno ขึ้นมา
ร้าน Chez Bruno แห่งนี้ (chez แปลว่าบ้าน) ตั้งอยู่ในซอยอะไรผมก็ไม่ทราบเหมือนกันแต่มันจะเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนข้าวสารกับซอยรามบุตรี ซึ่งถ้าใครขับรถมาก็ไปจอดได้ที่โรงแรมเวียงใต้ แล้วก็เดินมาในซอยรามบุตรีอีกสัก 50 - 100 เมตร ผ่านปากซอยที่เป็น Molly's Bar เข้าไปก็จะเจอร้านนี้แล้วล่ะครับ หาไม่ยากเลย ร้าน Chez Bruno แห่งนี้เปิดทำการกันทั้งวัน ไม่มีเบรค แต่ก็ไม่ได้มี set lunch ไว้บริการแต่อย่างใด ร้านนี้ตอนแรกที่ผมรู้ว่ามาเปิดที่นี่นั้นผมนึกเอาไว้ว่าร้านน่าจะใหญ่กว่านี้ แต่เอาจริง ๆ แล้วร้านนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างเล็กครับ มีประมาณ 10 โต๊ะแค่นั้นเอง แผนผังร้านนั้นก็จะแบ่งเป็นที่นั่งด้านนอก ที่จะนั่งท่ามกลางความเงียบสงบและสนามหญ้าเล็ก ๆ และที่นั่งด้านในที่จะแบ่งเป็น 4 ห้องย่อย - ห้องไทย ที่จะเป็นห้องใหญ่สุดมีโต๊ะอาหารอยู่เยอะที่สุดและเป็นห้องที่มีโต๊ะอาหารแบบกินกันจริงจังที่สุด, ห้องยุโรป ที่จะเป็นที่นั่งที่เหมาะสำหรับนั่งจิบชากาแฟ มากกว่า, ห้องอียิปต์ที่จะเป็นห้องเล็ก ๆ ห้องเดียวและมีโต๊ะกลมวางอยู่ในห้องอย่างลงตัว (ห้องนี้เป็นประมาณห้องส่วนตัวครับ ไม่เสียค่าห้องเพิ่ม) และห้องจีน ที่จะเป็นบาร์น้ำ ไม่มีโต๊ะอาหาร เหมาะสำหรับมานั่งดื่มซะมากกว่า ก็เรียกได้ว่าเป็นร้านที่แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก ทั้งตัวเพดานที่มีการรังสรรค์จิตรกรรมเอาไว้, ประติมากรรมตกแต่งต่าง ๆ นา ๆ ผสมผสานกันอย่างลงตัวออกมาเป็นร้านอาหารเก๋ไก๋ร้านนึง
ส่วนอาหารของร้าน Chez Bruno แห่งนี้ตอนแรกผมก็นึกว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสจ๋า ๆ แต่เอาจริง ๆ แล้วทางเชฟเค้าขอนิยามอาหารเค้าว่าเป็นอาหารยุโรป กลิ่นอายฝรั่งเศสและมีการฟิวชั่นกับอาหารไทยปน ๆ อยู่ซะมากกว่า อาหารของทางร้านมีให้เลือกไม่เยอะนัก ประมาณ 50 อย่าง (คือเยอะเมื่อคิดว่าเป็นร้านอาหารยุโรปล่ะมั้ง) อาหารราคาอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าไม่สูงนัก ถ้าคิดว่าเป็นอาหารยุโรป คือจานละ 200 - 300 บาทโดยประมาณ และเพิ่มความคุ้มค่าด้วยราคาที่ net แล้ว ไม่มี vat + service charge ตามพิมพ์นิยมร้านอาหารตะวันตกในบ้านเรา ส่วนเครื่องดื่มของทางร้านก็มีให้เลือกดื่มกันพอสมควรครับ มี Beer, Wine และ Cocktail นิดหน่อย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยากดื่มอะไรแปลก ๆ มากนักเครื่องดื่มของร้าน Chez Bruno แห่งนี้ก็ค่อนข้างจะเพียงพอล่ะครับ
อาหารของร้านนี้บางจานจะราคากระโดดขึ้นไปบ้าง เนื่องจากว่าเป็นจานที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าโดยตรงจากฝรั่งเศส หรือ ต่างประเทศ เช่น ซี่โครงแกะออสเตรเลีย, ตับห่านฝรั่งเศส, น่องเป็ดฝรั่งเศส อะไรแบบนี้ แต่คือถามว่าราคากระโดดขึ้นไปเยอะมั้ยก็ไม่เยอะเท่าไรนะครับอยู่ที่ประมาณ 700 บาทแค่นั้น เมื่อเทียบกับร้านอื่น ๆ ที่พอมีคำว่า "Import" แปะพ่วงท้ายเมนูปุ๊บ ราคาก็มักจะขยับขึ้นมาเป็น 1,000 กว่าบาทอยู่ร่ำไป
Rocket Mushroom (Sauteed mushroom and rocket salad with balsamic olive oil - สลัดเห็ดออรินจิผัดน้ำมันมะกอกจากสเปน เสิร์ฟพร้อมผักร็อคเก็ตและน้ำสลัดบัลซามิคจากเมือง Maedona - 220 บาท) : สลัดหน้าตาสวยงาม เห็ดกรุบกว่าปกติเพราะว่ามีการนำเห็ดไปผัด 2 ครั้ง ตัวผักร็อคเก็ตก็ใบโต เขียวสวยงาม และน้ำ balsamic ก็สมกับเป็นน้ำที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ จริง ๆ เพราะมันหอม อร่อยกว่า balsamic ทั่วไปแบบชัดเจนเลย ทุกอย่างผสมผสานกันออกมาเป็นสลัดที่อร่อย ได้ทั้งความมันจากเห็ด ความสดจากผัก และความเปรี้ยวจาก balsamic ได้อย่างลงตัว
Black ink, Thai Seafood (Pasta black ink, seafood with chili and basil leave - สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดขี้เมาทะเล รสกลมกล่อมแบบจัดจ้าน - 250 บาท) : สปาเก็ตตี้หมึกดำแบบไทย ๆ ที่ใส่เครื่องมาได้แบบเป็นขี้เมาจริง ๆ พริกไทยอ่อน, พริก, กระเทียมมาครบ สิ่งแรกที่ประทับใจคือตัวเครื่องที่ให้มา เครื่องให้มาเยอะมาก แทบจะหมดทะเลเลย และแต่ละอย่างก็แบบชิ้นใหญ่ คุ้มค่าเกินราคา 250 บาทที่แปะหัวไว้มาก ส่วนสปาเก็ตตี้เส้นดำก็แบบ al dante พอดีครับ ไม่นุ่มไป ไม่แข็งไป กินกันเพลิน ๆ อร่อย ๆ
Spanish Chicken Stew (As per tradition, the stew is seasoned with oranges subtle and tasty! served with bread or spinach fried rice - สตูไก่ซอสส้มเนื้อนุ่ม รสเข้มข้นอวลกลิ่นส้มแบบสเปน เสิร์ฟกับขนมปังหอมกรุ่น หรือกับข้าวผัดผักโขม - 250 บาท) : สตูว์ไก่ที่นำสะโพกไก่ชิ้นกำลังดี ไปตุ๋นมาจนเปื่อย และก็ตกแต่งมาแบบสวยงามเกินกว่าสตูว์ทั่ว ๆ ไปเล็กน้อย ตัวเนื้อไก่นั้นตุ๋นมานานพอจนซอสส้มนั้นซึมเข้าไปในทุกอณูของเนื้อ ทำให้แต่ละคำที่กินนั้นเป็นอะไรที่เข้ากันดี ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกแยกจากกันระหว่างน้ำซอสกับตัวเนื้อไก่ ตัวซอสจะรสชาติแบบเปรี้ยวเล็ก ๆ อร่อยกำลังดีครับ ส่วนข้าวกับผักโขมบดที่ให้มาด้วยกัน ก็เอามากินเปล่า ๆ ก็ได้ กินกับน้ำสตูว์ก็ดีครับ เป็นสไตล์การกินแบบสเปนเลยล่ะ
Almond Crepes (เครปไส้ครีมอัลมอนด์ - 150 บาท) : แป้งเครปแบบสุกกำลังดี นุ่ม ๆ เนียน ๆ ส่วนไส้ในที่เป็นครีมชีสนั้นก็แบบละมุนเข้ากันกับตัวเนื้อแป้งดีมากครับ เสียดายที่ผมว่าแป้งน่าจะร้อนกว่านี้และตัวครีมน่าจะเย็นกว่านี้ ถ้าเป็นแบบนั้นได้นี่จานนี้คงจะ perfect เลยล่ะครับ (แต่ก็น่าจะทำยากเป็นเงาตามตัวไปด้วย)
Lemon Honey Smoothie - 100 บาท : เครื่องดื่มแบบเบา ๆ ที่ผมว่าอร่อยดี ส่วนคุณแฟนผมนางว่าอร่อยมาก ดูดโฮก ๆ ไปจนหมดแก้วโดยไม่แบ่งผมเลย ฮ่า ๆ
สรุป ร้าน Chez Bruno ณ ข้าวสาร - รามบุตรี แห่งนี้ก็เป็นร้านอาหารตะวันตก - อาหารฝรั่งเศสที่ผมว่าโดดเด่นมากในหลาย ๆ ด้านเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะตัวอาหารที่หน้าตาสวย รสชาติดี ราคาไม่แพง (ถูกด้วยซ้ำ) , บรรยากาศร้านที่ได้ความ classic ของบ้านเก่าแก่มาเป็นตัวร้าน, การบริการของพนักงาน อืม ผมว่าร้านนี้เหมาะทั้งกับการพาคนรู้ใจ หรือพาแขกบ้านแขกเมืองมาลิ้มลองกันทั้งนั้นเลยนะ พาใครมาก็น่าจะชอบทั้งนั้น ครบเครื่องขนาดนี้กับ Chez Bruno แห่งนี้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
เชส์ บรูโน่ - ร้านอาหารยุโรป อาหารตะวันตก ฝรั่งเศส ข้าวสาร รามบุตรี รีวิว
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 4/5
Chez Bruno - European Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้านกาแฟนามกระเดื่องนามว่า Starbucks นั้นเคยมีสาขาอยู่สาขานึงบนถนนข้าวสารที่ได้ชื่อว่าเป็นสาขาที่งดงามที่สุดในโลกเพราะว่าสร้างอยู่บนบ้านไม้สักทองอายุ 100 กว่าปี และตั้งอยู่ในซอยที่เชื่อมระหว่างถนนข้าวสารกับซอยรามบุตรีก็เลยทำให้ได้ความเงียบสงบที่หาได้ยากในละแวกนี้เพิ่มเติมจากความขลัง, ความสวยของตัวบ้านนี้อีกด้วย แต่เมื่อทาง Starbucks ได้หมดสัญญากับเจ้าของบ้าน และท่านเจ้าของบ้านกลัวบ้านจะโทรมจนเกินไปจากลูกค้า Starbucks ที่มากันแบบมืดฟ้ามัวดิน และบ้านหลังนี้ก็ได้มีผู้เช่ารายใหม่มาทำสัญญาและทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นร้านอาหารยุโรป/อาหารฝรั่งเศส เก๋ไก๋ นามว่า Chez Bruno ขึ้นมา
ร้าน Chez Bruno แห่งนี้ (chez แปลว่าบ้าน) ตั้งอยู่ในซอยอะไรผมก็ไม่ทราบเหมือนกันแต่มันจะเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนข้าวสารกับซอยรามบุตรี ซึ่งถ้าใครขับรถมาก็ไปจอดได้ที่โรงแรมเวียงใต้ แล้วก็เดินมาในซอยรามบุตรีอีกสัก 50 - 100 เมตร ผ่านปากซอยที่เป็น Molly's Bar เข้าไปก็จะเจอร้านนี้แล้วล่ะครับ หาไม่ยากเลย ร้าน Chez Bruno แห่งนี้เปิดทำการกันทั้งวัน ไม่มีเบรค แต่ก็ไม่ได้มี set lunch ไว้บริการแต่อย่างใด ร้านนี้ตอนแรกที่ผมรู้ว่ามาเปิดที่นี่นั้นผมนึกเอาไว้ว่าร้านน่าจะใหญ่กว่านี้ แต่เอาจริง ๆ แล้วร้านนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างเล็กครับ มีประมาณ 10 โต๊ะแค่นั้นเอง แผนผังร้านนั้นก็จะแบ่งเป็นที่นั่งด้านนอก ที่จะนั่งท่ามกลางความเงียบสงบและสนามหญ้าเล็ก ๆ และที่นั่งด้านในที่จะแบ่งเป็น 4 ห้องย่อย - ห้องไทย ที่จะเป็นห้องใหญ่สุดมีโต๊ะอาหารอยู่เยอะที่สุดและเป็นห้องที่มีโต๊ะอาหารแบบกินกันจริงจังที่สุด, ห้องยุโรป ที่จะเป็นที่นั่งที่เหมาะสำหรับนั่งจิบชากาแฟ มากกว่า, ห้องอียิปต์ที่จะเป็นห้องเล็ก ๆ ห้องเดียวและมีโต๊ะกลมวางอยู่ในห้องอย่างลงตัว (ห้องนี้เป็นประมาณห้องส่วนตัวครับ ไม่เสียค่าห้องเพิ่ม) และห้องจีน ที่จะเป็นบาร์น้ำ ไม่มีโต๊ะอาหาร เหมาะสำหรับมานั่งดื่มซะมากกว่า ก็เรียกได้ว่าเป็นร้านที่แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก ทั้งตัวเพดานที่มีการรังสรรค์จิตรกรรมเอาไว้, ประติมากรรมตกแต่งต่าง ๆ นา ๆ ผสมผสานกันอย่างลงตัวออกมาเป็นร้านอาหารเก๋ไก๋ร้านนึง
ส่วนอาหารของร้าน Chez Bruno แห่งนี้ตอนแรกผมก็นึกว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสจ๋า ๆ แต่เอาจริง ๆ แล้วทางเชฟเค้าขอนิยามอาหารเค้าว่าเป็นอาหารยุโรป กลิ่นอายฝรั่งเศสและมีการฟิวชั่นกับอาหารไทยปน ๆ อยู่ซะมากกว่า อาหารของทางร้านมีให้เลือกไม่เยอะนัก ประมาณ 50 อย่าง (คือเยอะเมื่อคิดว่าเป็นร้านอาหารยุโรปล่ะมั้ง) อาหารราคาอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าไม่สูงนัก ถ้าคิดว่าเป็นอาหารยุโรป คือจานละ 200 - 300 บาทโดยประมาณ และเพิ่มความคุ้มค่าด้วยราคาที่ net แล้ว ไม่มี vat + service charge ตามพิมพ์นิยมร้านอาหารตะวันตกในบ้านเรา ส่วนเครื่องดื่มของทางร้านก็มีให้เลือกดื่มกันพอสมควรครับ มี Beer, Wine และ Cocktail นิดหน่อย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยากดื่มอะไรแปลก ๆ มากนักเครื่องดื่มของร้าน Chez Bruno แห่งนี้ก็ค่อนข้างจะเพียงพอล่ะครับ
อาหารของร้านนี้บางจานจะราคากระโดดขึ้นไปบ้าง เนื่องจากว่าเป็นจานที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าโดยตรงจากฝรั่งเศส หรือ ต่างประเทศ เช่น ซี่โครงแกะออสเตรเลีย, ตับห่านฝรั่งเศส, น่องเป็ดฝรั่งเศส อะไรแบบนี้ แต่คือถามว่าราคากระโดดขึ้นไปเยอะมั้ยก็ไม่เยอะเท่าไรนะครับอยู่ที่ประมาณ 700 บาทแค่นั้น เมื่อเทียบกับร้านอื่น ๆ ที่พอมีคำว่า "Import" แปะพ่วงท้ายเมนูปุ๊บ ราคาก็มักจะขยับขึ้นมาเป็น 1,000 กว่าบาทอยู่ร่ำไป
Rocket Mushroom (Sauteed mushroom and rocket salad with balsamic olive oil - สลัดเห็ดออรินจิผัดน้ำมันมะกอกจากสเปน เสิร์ฟพร้อมผักร็อคเก็ตและน้ำสลัดบัลซามิคจากเมือง Maedona - 220 บาท) : สลัดหน้าตาสวยงาม เห็ดกรุบกว่าปกติเพราะว่ามีการนำเห็ดไปผัด 2 ครั้ง ตัวผักร็อคเก็ตก็ใบโต เขียวสวยงาม และน้ำ balsamic ก็สมกับเป็นน้ำที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ จริง ๆ เพราะมันหอม อร่อยกว่า balsamic ทั่วไปแบบชัดเจนเลย ทุกอย่างผสมผสานกันออกมาเป็นสลัดที่อร่อย ได้ทั้งความมันจากเห็ด ความสดจากผัก และความเปรี้ยวจาก balsamic ได้อย่างลงตัว
Black ink, Thai Seafood (Pasta black ink, seafood with chili and basil leave - สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดขี้เมาทะเล รสกลมกล่อมแบบจัดจ้าน - 250 บาท) : สปาเก็ตตี้หมึกดำแบบไทย ๆ ที่ใส่เครื่องมาได้แบบเป็นขี้เมาจริง ๆ พริกไทยอ่อน, พริก, กระเทียมมาครบ สิ่งแรกที่ประทับใจคือตัวเครื่องที่ให้มา เครื่องให้มาเยอะมาก แทบจะหมดทะเลเลย และแต่ละอย่างก็แบบชิ้นใหญ่ คุ้มค่าเกินราคา 250 บาทที่แปะหัวไว้มาก ส่วนสปาเก็ตตี้เส้นดำก็แบบ al dante พอดีครับ ไม่นุ่มไป ไม่แข็งไป กินกันเพลิน ๆ อร่อย ๆ
Spanish Chicken Stew (As per tradition, the stew is seasoned with oranges subtle and tasty! served with bread or spinach fried rice - สตูไก่ซอสส้มเนื้อนุ่ม รสเข้มข้นอวลกลิ่นส้มแบบสเปน เสิร์ฟกับขนมปังหอมกรุ่น หรือกับข้าวผัดผักโขม - 250 บาท) : สตูว์ไก่ที่นำสะโพกไก่ชิ้นกำลังดี ไปตุ๋นมาจนเปื่อย และก็ตกแต่งมาแบบสวยงามเกินกว่าสตูว์ทั่ว ๆ ไปเล็กน้อย ตัวเนื้อไก่นั้นตุ๋นมานานพอจนซอสส้มนั้นซึมเข้าไปในทุกอณูของเนื้อ ทำให้แต่ละคำที่กินนั้นเป็นอะไรที่เข้ากันดี ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกแยกจากกันระหว่างน้ำซอสกับตัวเนื้อไก่ ตัวซอสจะรสชาติแบบเปรี้ยวเล็ก ๆ อร่อยกำลังดีครับ ส่วนข้าวกับผักโขมบดที่ให้มาด้วยกัน ก็เอามากินเปล่า ๆ ก็ได้ กินกับน้ำสตูว์ก็ดีครับ เป็นสไตล์การกินแบบสเปนเลยล่ะ
Almond Crepes (เครปไส้ครีมอัลมอนด์ - 150 บาท) : แป้งเครปแบบสุกกำลังดี นุ่ม ๆ เนียน ๆ ส่วนไส้ในที่เป็นครีมชีสนั้นก็แบบละมุนเข้ากันกับตัวเนื้อแป้งดีมากครับ เสียดายที่ผมว่าแป้งน่าจะร้อนกว่านี้และตัวครีมน่าจะเย็นกว่านี้ ถ้าเป็นแบบนั้นได้นี่จานนี้คงจะ perfect เลยล่ะครับ (แต่ก็น่าจะทำยากเป็นเงาตามตัวไปด้วย)
Lemon Honey Smoothie - 100 บาท : เครื่องดื่มแบบเบา ๆ ที่ผมว่าอร่อยดี ส่วนคุณแฟนผมนางว่าอร่อยมาก ดูดโฮก ๆ ไปจนหมดแก้วโดยไม่แบ่งผมเลย ฮ่า ๆ
สรุป ร้าน Chez Bruno ณ ข้าวสาร - รามบุตรี แห่งนี้ก็เป็นร้านอาหารตะวันตก - อาหารฝรั่งเศสที่ผมว่าโดดเด่นมากในหลาย ๆ ด้านเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะตัวอาหารที่หน้าตาสวย รสชาติดี ราคาไม่แพง (ถูกด้วยซ้ำ) , บรรยากาศร้านที่ได้ความ classic ของบ้านเก่าแก่มาเป็นตัวร้าน, การบริการของพนักงาน อืม ผมว่าร้านนี้เหมาะทั้งกับการพาคนรู้ใจ หรือพาแขกบ้านแขกเมืองมาลิ้มลองกันทั้งนั้นเลยนะ พาใครมาก็น่าจะชอบทั้งนั้น ครบเครื่องขนาดนี้กับ Chez Bruno แห่งนี้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Tuesday, October 8, 2013
La Ferme French Restaurant Review
La Ferme - French Restaurant at Pattaya, Thailand Review
ลา เฟิร์ม (ลา เฟมเม่) ร้านอาหารฝรั่งเศส พัทยาเหนือ รีวิว
Overall Score 10/10
Taste 5/5
Ambiance 5/5
Service 5/5
Value 5/5
La Ferme - French Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ช่วงหลัง ๆ นี่คนกรุงเทพที่มาเที่ยวพัทยา แทบทุกคนผมว่าน่าจะแวะเวียนไปกินของหวานที่ร้าน La Baguette กันแทบทั้งนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วโรงแรม Woodlands Hotel & Resort ที่เป็นเจ้าของร้านขนมหวานชื่อดังนั้นยังมีร้านอาหารเจ๋ง ๆ ในเครืออยู่อีก 2 ร้านด้วยนั่นก็คือร้านอาหารอิตาเลียนนามว่า Grappa และร้านอาหารฝรั่งเศส La Ferme ซึ่งรีวิวนี้เราก็จะไปกันที่ร้าน La Ferme กัน
ร้าน La Ferme แห่งนี้ความหมายนั้นก็ค่อนข้างจะบ่งชี้ถึงอาหารของทางร้านพอสมควรเพราะคำนี้นั้นแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า The Farm ซึ่งทางร้านนั้นจะเน้นใช้วัตถุดิบจากฟาร์มชั้นดี ไม่ว่าจะตัวเนื้อสัตว์ หรือผัก นอกจากนั้นแล้วทางร้านก็มีการนำเข้าอาหารจากฝรั่งเศสมาบ้างตามเทศกาลด้วย ร้าน La Ferme แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรม Woodlands Hotel & Resort เลย อยู่ติดกันกับร้าน La Baguette ด้วยประตูที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน ซึ่งลูกค้าที่นั่งที่ร้านนี้สามารถสั่งขนมหวานของร้านข้าง ๆ มากินได้ ในทางตรงกันข้ามร้านขนมหวานไม่สามารถสั่งอาหารคาวจากร้านนี้ไปกินได้
ร้าน La Ferme แห่งนี้เปิดทำการทุกวันตั้งแต่มื้อเที่ยงไปจนถึงดึกดื่น โดยลูกค้าที่มาตอนเที่ยงนั้นจะพิเศษหน่อยตรงที่จะมี set lunch ราคาประหยัดไว้ให้สั่งด้วย ส่วนถ้ามาเลยบ่าย 2 ไปแล้วก็จะเป็นอาหารแบบ a la carte ยาว ๆ กันไปจนถึง 5 ทุ่มครึ่งเลย อาหารแบบ a la carte ของร้านนี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่งเศสผสมกับอาหารเบลเยี่ยม ซึ่งตัวผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าอาหารเบลเยี่ยมเป็นยังไง แต่เท่า ๆ ที่ดูเมนูแล้ว เอาจริง ๆ มันก็คืออาหารฝรั่งเศสที่เราคุ้นเคยกันนี่แหละผมว่า อาหารของร้านนี้มีให้เลือกค่อนข้างเยอะ ครบครันและหลากหลายจนร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพเราหลาย ๆ ร้านอายม้วนตัวหนีกันได้ง่าย ๆ เลย และยิ่งเมื่อเจอกับราคาของร้านนี้ที่ผมเรียกได้ว่าเป็นราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ และยิ่งเพิ่มความคุ้มด้วยการเป็นราคาสุทธิในเมนูแล้วด้วยอีก โอย รู้สึกเหมือนร้านฝรั่งเศสในกรุงเทพนี่ตั้งราคากะปอกลอกเรากันเต็มที่เลยนะเนี่ย (อาหารของร้านนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 - 500 บาท จานค่อนข้างใหญ่ กินกันคนละ 1-2 จานก็อิ่มกันล่ะครับ)
อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา สะดุดใจพวกผมมาก ๆ ก็คือบรรยากาศของทางร้านครับ ร้านตกแต่งสวยงาม สไตล์ Modern French แบบลงตัว ร้านมีที่นั่งหลายโซนทั้ง al fresco dining ด้านนอก และ indoor dining ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนพร้อมเก้าอี้สวย ๆ เก๋ ๆ หลากหลายรูปแบบ ในตัวร้านอาหารนั้นยังมีการนำเตาอบไก่ขนาดใหญ่ (ราคา 500,000 บาท) มาอบไก่โชว์ไว้กลางร้านด้วย (ไก่อบเป็นเมนูเด่นของร้านนี้ครับ) เคียงคู่กันไปกับ open kitchen ขนาดใหญ่และ bar น้ำขนาดกลาง ๆ ด้วย คือแบบ เดิน ๆ ดูบรรยากาศร้านแค่นี้ก็เพลินแล้วล่ะครับ ร้านเค้าสวยจริงอะไรจริง
อาหารในมื้อนี้มีทั้งหมด 7 อย่างแนะ มาไล่เรียงกันไปเลยดีกว่า ก่อนจะมากความไปกว่านี้
- Chicken La Ferme Style (600 บาท) : เมนูไก่อบแบบทั้งตัวนี่หลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกันเพราะมีร้านในกรุงเทพหลายร้านขายกันอยู่บ้าง แต่ผมบอกตรง ๆ ว่าทุกร้านที่ผมเคยกินมา เมื่อมาเจอไก่จานนี้ก็เป็นอันต้องสยบแบบยอมจำนนโดยไร้ทางสู้จริง ๆ ไก่ ตัวใหญ่กำลังดี (น่าจะสักเกือบ ๆ โล) อบมาจนหนังแห้ง แต่ไม่ถึงกับเกรียม และก็ทาซอสสูตรพิเศษ ซึ่งดูเหมือนจะมีเครื่องเทศค่อนข้างเยอะ หนังไก่รสค่อนข้างจัดจ้านดี แต่ทีเด็ดนั้นจริง ๆ คือตัวเนื้อไก่ครับ เนื้อไก่คือแบบ เนียนนุ่ม และฉ่ำมากกกกกก ตัวผมเองเป็นคนไม่กินอกไก่ แต่พอมากินอกไก่จานนี้แล้วแบบ โอย กินได้ไม่หยุดเลยล่ะ ผม, แฟน และเพื่อนตัวอ้วนเห็นตรงกันว่า นี่คือสุดยอดของไก่อบแล้ว ทีเด็ดของจานนี้ยังไม่หมดแค่นี้เพราะว่าทางร้านมีเสิร์ฟ ผักโขมอบชีสมาด้วย ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นจานแบบสักแต่ว่าทำมา แต่ที่ไหนได้ อร่อยแบบทำขายแยกได้เลย
- Caesar Salad (290 บาท) : จานนี้นำเสนอจัดจานมาแบบสวยงามเก๋ไก๋ดีมาก แต่รสชาติไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ครับ เนื้อไก่แห้งไปนิด (คนละเรื่องกับจานไก่อบเลย) น้ำสลัดซีซาร์ก็จืด ๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยเข้มข้นนัก จานนี้ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำมาสไตล์เบา ๆ แบบฝรั่งเศสรึเปล่า เพราะส่วนใหญ่ที่พวกผมกินกันจะเจอแต่ซีซาร์สลัดแบบเข้มข้นสะใจสไตล์อิตาเลียนน่ะครับ
- Escargot de Bourgagre (320 บาท) : หอยทากฝรั่งเศสเอาไปอบกับเนยและก็ผักโขม และก็เสิร์ฟมาแบบเก๋ ๆ ด้วยจานเฉพาะ และที่คีบและส้อมจิ้มเฉพาะ เมนูนี้สำหรับผมแล้วก็ค่อนข้างจะชอบอยู่แล้วล่ะครับ มันเป็น appetizer ชั้นยอดเลย หอยทาก เนย ผักโขม ทุกอย่างนัวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
- Lobster Bisque Soup (250 บาท) : ซุปข้นกุ้งมังกรที่พบเจอได้ค่อนข้างจะแทบทุกร้านอาหารยุโรปจานนี้ทางร้าน La Ferme ทำมาพิเศษกว่าที่อื่นหน่อยตรงที่นำแป้งเพสทรี้ไปปิดฝาแล้วอบมาให้พองด้วย พอเจาะแป้งลงไปแล้วก็จะเจอกับซุปกุ้งมังกรร้อน ๆ รสชาติเข้มข้นดี พร้อมเนื้อกุ้งที่ให้มาค่อนข้างเยอะ แป้งพายก็ใช่ว่าทำมาตกแต่งเฉย ๆ ฉีกมาจุ่มซุปกินก็อร่อยเช่นเดียวกันครับ
- Mussel la Ferme (720 บาท) : ร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพที่มีการนำเมนูหอยแมลงภู่หรือ Moules ไปอบเป็นหม้อ ๆ แล้วนำมาให้เราใช้มือหยิบกินกันอย่างสนุกสนานนั้นเท่าที่ผมนึกออกก็มีอยู่แค่ 3 ร้านเท่านั้น ส่วนของร้าน La Ferme แห่งนี้นำไปอบกับซอสไวน์ขาวมา แต่เหมือนกับทางร้านจะอบมานานไปนิด หอยแห้งไปหน่อย แต่พอเอาหอยไปคว้าน ๆ เอาน้ำไวน์ในหม้อมากินก็อืมค่อยฟินขึ้นมาหน่อยครับ อร่อยดีเลย
- Angus Beef Burger (280 บาท) : เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ยักษ์ ยัดไส้ในมาเต็ม ๆ ด้วยเนื้อวากิว, ชีสที่อบมาจนเป็น crust เกาะเนื้อทั้งแผ่น, เบคอน, หัวหอม, green oak คือตอนแรกนึกว่าแบบ เอาอีกแล้วเจอร้านที่ทำเบอร์เกอร์มาชิ้นใหญ่ไป กินธรรมดา ๆ ไม่ได้แล้ว แต่ที่ไหนได้ ตัว bun ที่ทางร้านทำเองนั้นมันนุ่มสุด ๆ บีบ ๆ ให้แบนหน่อยแล้วก็จับยัดเข้าปากทั้งคำ อืม อร่อยดีครับ นุ่ม ๆ ฉ่ำ ๆ ไปทั้งก้อนเลย (แต่ว่าตัว patty wagyu น่าจะหนากว่านี้นิดนึงจะฟินมาก)
- Profiteroles Vanilla Trio (190 บาท) : ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ กับแป้ง Choux ไส้ไอศครีม size เล็ก ๆ ที่ผมไม่ได้กินมานานแล้ว จานนี้อร่อย ปิดท้ายได้อย่างลงตัว ไอศครีมวานิลลาเย็น ๆ ขนมปังก็เย็นด้วย กินรวดเดียวทั้งก้อน ให้ไปเย็น ๆ ในปาก อร่อยดีแท้ครับ
สรุป ร้าน La Ferme ณ โรงแรม Woodlands Hotels and Resort แห่งนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ทำเอาผมหลงใหลไปเลยหลังจากกินเสร็จ feature ทุก ๆ อย่างของทางร้านนี่เรียกได้ว่าทำมาได้อย่างเพียบพร้อมเลย ทั้งการบริการ, บรรยากาศ, ราคาอาหาร และ รสชาติอาหาร ทุกอย่างยอดเยี่ยมหมดเลย ต่อไปถ้าผมมาพัทยาแล้วเต็มอิ่มกับอาหารทะเลในทริปนั้น ๆ แล้ว อาหารที่จะนึกออกเป็นอันดับสองก็คงจะเป็นอาหารฝรั่งเศสของร้าน La Ferme แห่งนี้นี่แหละครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
ลา เฟิร์ม (ลา เฟมเม่) ร้านอาหารฝรั่งเศส พัทยาเหนือ รีวิว
Overall Score 10/10
Taste 5/5
Ambiance 5/5
Service 5/5
Value 5/5
La Ferme - French Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ช่วงหลัง ๆ นี่คนกรุงเทพที่มาเที่ยวพัทยา แทบทุกคนผมว่าน่าจะแวะเวียนไปกินของหวานที่ร้าน La Baguette กันแทบทั้งนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วโรงแรม Woodlands Hotel & Resort ที่เป็นเจ้าของร้านขนมหวานชื่อดังนั้นยังมีร้านอาหารเจ๋ง ๆ ในเครืออยู่อีก 2 ร้านด้วยนั่นก็คือร้านอาหารอิตาเลียนนามว่า Grappa และร้านอาหารฝรั่งเศส La Ferme ซึ่งรีวิวนี้เราก็จะไปกันที่ร้าน La Ferme กัน
ร้าน La Ferme แห่งนี้ความหมายนั้นก็ค่อนข้างจะบ่งชี้ถึงอาหารของทางร้านพอสมควรเพราะคำนี้นั้นแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า The Farm ซึ่งทางร้านนั้นจะเน้นใช้วัตถุดิบจากฟาร์มชั้นดี ไม่ว่าจะตัวเนื้อสัตว์ หรือผัก นอกจากนั้นแล้วทางร้านก็มีการนำเข้าอาหารจากฝรั่งเศสมาบ้างตามเทศกาลด้วย ร้าน La Ferme แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรม Woodlands Hotel & Resort เลย อยู่ติดกันกับร้าน La Baguette ด้วยประตูที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน ซึ่งลูกค้าที่นั่งที่ร้านนี้สามารถสั่งขนมหวานของร้านข้าง ๆ มากินได้ ในทางตรงกันข้ามร้านขนมหวานไม่สามารถสั่งอาหารคาวจากร้านนี้ไปกินได้
ร้าน La Ferme แห่งนี้เปิดทำการทุกวันตั้งแต่มื้อเที่ยงไปจนถึงดึกดื่น โดยลูกค้าที่มาตอนเที่ยงนั้นจะพิเศษหน่อยตรงที่จะมี set lunch ราคาประหยัดไว้ให้สั่งด้วย ส่วนถ้ามาเลยบ่าย 2 ไปแล้วก็จะเป็นอาหารแบบ a la carte ยาว ๆ กันไปจนถึง 5 ทุ่มครึ่งเลย อาหารแบบ a la carte ของร้านนี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่งเศสผสมกับอาหารเบลเยี่ยม ซึ่งตัวผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าอาหารเบลเยี่ยมเป็นยังไง แต่เท่า ๆ ที่ดูเมนูแล้ว เอาจริง ๆ มันก็คืออาหารฝรั่งเศสที่เราคุ้นเคยกันนี่แหละผมว่า อาหารของร้านนี้มีให้เลือกค่อนข้างเยอะ ครบครันและหลากหลายจนร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพเราหลาย ๆ ร้านอายม้วนตัวหนีกันได้ง่าย ๆ เลย และยิ่งเมื่อเจอกับราคาของร้านนี้ที่ผมเรียกได้ว่าเป็นราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ และยิ่งเพิ่มความคุ้มด้วยการเป็นราคาสุทธิในเมนูแล้วด้วยอีก โอย รู้สึกเหมือนร้านฝรั่งเศสในกรุงเทพนี่ตั้งราคากะปอกลอกเรากันเต็มที่เลยนะเนี่ย (อาหารของร้านนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 - 500 บาท จานค่อนข้างใหญ่ กินกันคนละ 1-2 จานก็อิ่มกันล่ะครับ)
อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา สะดุดใจพวกผมมาก ๆ ก็คือบรรยากาศของทางร้านครับ ร้านตกแต่งสวยงาม สไตล์ Modern French แบบลงตัว ร้านมีที่นั่งหลายโซนทั้ง al fresco dining ด้านนอก และ indoor dining ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนพร้อมเก้าอี้สวย ๆ เก๋ ๆ หลากหลายรูปแบบ ในตัวร้านอาหารนั้นยังมีการนำเตาอบไก่ขนาดใหญ่ (ราคา 500,000 บาท) มาอบไก่โชว์ไว้กลางร้านด้วย (ไก่อบเป็นเมนูเด่นของร้านนี้ครับ) เคียงคู่กันไปกับ open kitchen ขนาดใหญ่และ bar น้ำขนาดกลาง ๆ ด้วย คือแบบ เดิน ๆ ดูบรรยากาศร้านแค่นี้ก็เพลินแล้วล่ะครับ ร้านเค้าสวยจริงอะไรจริง
อาหารในมื้อนี้มีทั้งหมด 7 อย่างแนะ มาไล่เรียงกันไปเลยดีกว่า ก่อนจะมากความไปกว่านี้
- Chicken La Ferme Style (600 บาท) : เมนูไก่อบแบบทั้งตัวนี่หลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกันเพราะมีร้านในกรุงเทพหลายร้านขายกันอยู่บ้าง แต่ผมบอกตรง ๆ ว่าทุกร้านที่ผมเคยกินมา เมื่อมาเจอไก่จานนี้ก็เป็นอันต้องสยบแบบยอมจำนนโดยไร้ทางสู้จริง ๆ ไก่ ตัวใหญ่กำลังดี (น่าจะสักเกือบ ๆ โล) อบมาจนหนังแห้ง แต่ไม่ถึงกับเกรียม และก็ทาซอสสูตรพิเศษ ซึ่งดูเหมือนจะมีเครื่องเทศค่อนข้างเยอะ หนังไก่รสค่อนข้างจัดจ้านดี แต่ทีเด็ดนั้นจริง ๆ คือตัวเนื้อไก่ครับ เนื้อไก่คือแบบ เนียนนุ่ม และฉ่ำมากกกกกก ตัวผมเองเป็นคนไม่กินอกไก่ แต่พอมากินอกไก่จานนี้แล้วแบบ โอย กินได้ไม่หยุดเลยล่ะ ผม, แฟน และเพื่อนตัวอ้วนเห็นตรงกันว่า นี่คือสุดยอดของไก่อบแล้ว ทีเด็ดของจานนี้ยังไม่หมดแค่นี้เพราะว่าทางร้านมีเสิร์ฟ ผักโขมอบชีสมาด้วย ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นจานแบบสักแต่ว่าทำมา แต่ที่ไหนได้ อร่อยแบบทำขายแยกได้เลย
- Caesar Salad (290 บาท) : จานนี้นำเสนอจัดจานมาแบบสวยงามเก๋ไก๋ดีมาก แต่รสชาติไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ครับ เนื้อไก่แห้งไปนิด (คนละเรื่องกับจานไก่อบเลย) น้ำสลัดซีซาร์ก็จืด ๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยเข้มข้นนัก จานนี้ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำมาสไตล์เบา ๆ แบบฝรั่งเศสรึเปล่า เพราะส่วนใหญ่ที่พวกผมกินกันจะเจอแต่ซีซาร์สลัดแบบเข้มข้นสะใจสไตล์อิตาเลียนน่ะครับ
- Escargot de Bourgagre (320 บาท) : หอยทากฝรั่งเศสเอาไปอบกับเนยและก็ผักโขม และก็เสิร์ฟมาแบบเก๋ ๆ ด้วยจานเฉพาะ และที่คีบและส้อมจิ้มเฉพาะ เมนูนี้สำหรับผมแล้วก็ค่อนข้างจะชอบอยู่แล้วล่ะครับ มันเป็น appetizer ชั้นยอดเลย หอยทาก เนย ผักโขม ทุกอย่างนัวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
- Lobster Bisque Soup (250 บาท) : ซุปข้นกุ้งมังกรที่พบเจอได้ค่อนข้างจะแทบทุกร้านอาหารยุโรปจานนี้ทางร้าน La Ferme ทำมาพิเศษกว่าที่อื่นหน่อยตรงที่นำแป้งเพสทรี้ไปปิดฝาแล้วอบมาให้พองด้วย พอเจาะแป้งลงไปแล้วก็จะเจอกับซุปกุ้งมังกรร้อน ๆ รสชาติเข้มข้นดี พร้อมเนื้อกุ้งที่ให้มาค่อนข้างเยอะ แป้งพายก็ใช่ว่าทำมาตกแต่งเฉย ๆ ฉีกมาจุ่มซุปกินก็อร่อยเช่นเดียวกันครับ
- Mussel la Ferme (720 บาท) : ร้านอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพที่มีการนำเมนูหอยแมลงภู่หรือ Moules ไปอบเป็นหม้อ ๆ แล้วนำมาให้เราใช้มือหยิบกินกันอย่างสนุกสนานนั้นเท่าที่ผมนึกออกก็มีอยู่แค่ 3 ร้านเท่านั้น ส่วนของร้าน La Ferme แห่งนี้นำไปอบกับซอสไวน์ขาวมา แต่เหมือนกับทางร้านจะอบมานานไปนิด หอยแห้งไปหน่อย แต่พอเอาหอยไปคว้าน ๆ เอาน้ำไวน์ในหม้อมากินก็อืมค่อยฟินขึ้นมาหน่อยครับ อร่อยดีเลย
- Angus Beef Burger (280 บาท) : เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ยักษ์ ยัดไส้ในมาเต็ม ๆ ด้วยเนื้อวากิว, ชีสที่อบมาจนเป็น crust เกาะเนื้อทั้งแผ่น, เบคอน, หัวหอม, green oak คือตอนแรกนึกว่าแบบ เอาอีกแล้วเจอร้านที่ทำเบอร์เกอร์มาชิ้นใหญ่ไป กินธรรมดา ๆ ไม่ได้แล้ว แต่ที่ไหนได้ ตัว bun ที่ทางร้านทำเองนั้นมันนุ่มสุด ๆ บีบ ๆ ให้แบนหน่อยแล้วก็จับยัดเข้าปากทั้งคำ อืม อร่อยดีครับ นุ่ม ๆ ฉ่ำ ๆ ไปทั้งก้อนเลย (แต่ว่าตัว patty wagyu น่าจะหนากว่านี้นิดนึงจะฟินมาก)
- Profiteroles Vanilla Trio (190 บาท) : ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ กับแป้ง Choux ไส้ไอศครีม size เล็ก ๆ ที่ผมไม่ได้กินมานานแล้ว จานนี้อร่อย ปิดท้ายได้อย่างลงตัว ไอศครีมวานิลลาเย็น ๆ ขนมปังก็เย็นด้วย กินรวดเดียวทั้งก้อน ให้ไปเย็น ๆ ในปาก อร่อยดีแท้ครับ
สรุป ร้าน La Ferme ณ โรงแรม Woodlands Hotels and Resort แห่งนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ทำเอาผมหลงใหลไปเลยหลังจากกินเสร็จ feature ทุก ๆ อย่างของทางร้านนี่เรียกได้ว่าทำมาได้อย่างเพียบพร้อมเลย ทั้งการบริการ, บรรยากาศ, ราคาอาหาร และ รสชาติอาหาร ทุกอย่างยอดเยี่ยมหมดเลย ต่อไปถ้าผมมาพัทยาแล้วเต็มอิ่มกับอาหารทะเลในทริปนั้น ๆ แล้ว อาหารที่จะนึกออกเป็นอันดับสองก็คงจะเป็นอาหารฝรั่งเศสของร้าน La Ferme แห่งนี้นี่แหละครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)



















































































