BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label European (Western) Restaurants. Show all posts
Showing posts with label European (Western) Restaurants. Show all posts

Tuesday, April 1, 2014

Flan O' Brian Eighth Thonglor Review

Flann O'Brien's Irish Pub - ร้านเหล้า เบียร์สด ไอริช ผับ Review




Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3.5/5
Service  3/5
Value   3/5

Flann O'Brien's Irish Pub - Irish Pub on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



วันก่อนไปนวดแถวทองหล่อมาครับ พอนวดเสร็จเวลาล่วงเลยไปเป็น 4 ทุ่มหาร้านอาหารปกติกินไม่ค่อยจะได้ล่ะ ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าอยากกินเบอร์เกอร์สักหน่อยไม่ได้กินนานแล้ว เห็นร้าน Flann O'Brien' Irish Pub แห่งนี้เข้าตอนที่เดินผ่านมาร้านพอดีเห็นมีเบอร์เกอร์ขายก็เลยชวนคุณแฟนไปกินอาหารมื้อดึก เบา ๆ เร็ว ๆ กันที่ร้านนี้

ร้าน Flann O'Brien's Irish Pub แห่งนี้ก็ตามชื่อเลยจะเป็น Irish Pub หรือร้านเหล้าสไตล์อังกฤษ, สไตล์ไอริชนั่นเอง มีที่นั่งส่วน outdoor, indoor, bar ให้เลือกนั่งกันตามสะดวก เครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะแยะมากมายตามสไตล์ผับ มีเบียร์สดหลากหลายยี่ห้อ ทั้งเบียร์สด local และ import | อาหารของร้านนี้ก็มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่งและให้เลือกสั่งพอ ๆ กัน ซึ่งเรื่องมีร้านอาหารไทยใน Irish Pub ในเมืองไทยนี่ผมก็สงสัยมานานล่ะว่าทำไมทุกร้านถึงมีกันหมด และไม่ใช่แค่มีแบบไม่กี่จานด้วยนะ มีให้สั่งกันจริงจังหลายอย่างเลยซะส่วนใหญ่ ราคาอาหารของร้านนี้ สั้น ๆ ง่าย ๆ "แพง" ราคาอาหารจานหลักส่วนใหญ่อยู่ที่ 300 - 400 บาท แต่ยงดีที่เป็นราคาที่รวม Vat + Service Charge เอาไว้เรียบร้อยแล้ว





มื้อนี้ก็สั่งกันคนละอย่างครับ ของผมมี Tiger 1 Pint (170 บาท) หรือเบียร์สดไทเกอร์แก้วใหญ่แก้วนึงกับสั่ง Flann O' Brien's Burger (369 บาท) | ตัวเบียร์สดก็ปกติดีไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเบอร์เกอร์นี่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษอีกเช่นกัน fries เป็นแบบเรียว ๆ ยาว ๆ คล้าย ๆ ร้าน McDonald , ตัวเบอร์เกอร์ชิ้นค่อนข้างใหญ่ยัดไส้ในมาด้วย ไข่ดาว, สับปะรด, เบคอน, ใบ green oak และเนื้อ patty บอกตรง ๆ ว่าเบอร์เกอร์นี่หลังจากที่กัดเข้าไปคำแรกแล้วความรู้สึกมันช่างเหมือนกับ Siam Burger ก้อนละ 20 กว่าบาทตอนเด็ก ๆ เหลือเกิน คือแบบไส้ในนี่มันใช่เลย แต่ว่าแค่อันนี้จะแบบ premium กว่า ใช้ของดีกว่าแค่นั้น ก็เป็นเบอร์เกอร์มาตรฐานจานนึงล่ะครับ กินแล้วไม่ได้ติดอกติดใจอะไร แต่ก็กินได้อีกเรื่อย ๆ





ส่วนของแฟนผมนั้นสั่ง Beef & Guinness PIe - 369 บาท : เป็นพายถ้วยขนาดกำลังดีนำไปอบจนฟู ตอนจะกินก็ต้องเจาะแป้ง puff ที่หุ้มอยู่ก่อน ตัวซุปด้านในเป็นซุปเนื้อน้ำข้น รสชาติดี ที่ให้เนื้อเปื่อย ๆ 3-4 ชิ้นมากับมันฝรั่ง 3-4 ก้อน ตัวซุปอร่อยดีนะครับ กินเปล่า ๆ ก็ดีหรือว่าจะเอาแป้ง puff ที่หุ้มอยู่ลงไปช้อนขึ้นมากินก็อร่อยก็ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่ ทางร้านให้ wadge potatoes มาด้วย ก็ธรรมดา ๆ ไม่ได้มีอะไรมาก

สรุป ร้าน Flann O'Brien's Irish Pub แห่งนี้จุดเด่นผมว่าน่าจะเป็นเรื่องลูกค้าที่เป็นฝรั่งเยอะ เวลาอยู่ในร้านนี้เราเลยเหมือนหลุดไปอยู่ใน Irish Pub จริง ๆ เลย อย่างที่สองก็ตัวเครื่องดื่มที่มีให้เลือกดื่มหลากหลายดี ไม่ได้จำกัดอยู่ที่แค่เบียร์สด 2-3 อย่างเหมือนร้าน Pub & Restaurant แบบไทย ๆ เราส่วนใหญ่ แต่ผมว่าราคาอาหารของร้านี้แพงไป(ไม่)หน่อย และก็อาหารค่อนข้างช้า แต่ก็ยังดีที่พนักงานมารยาทดี บริการดี ก็ใครอยากมาดูบอล พร้อมกับมีเบียร์สดให้เลือกเยอะ ๆ ก็มาลองร้านนี้กันได้เลยครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Sunday, March 30, 2014

The Rock - Fusion Restaurant at Cape Nidhra Hua Hin Review

Rock Restaurant - International & Fusion Restaurant at Cape Nidhra Hotel Review



Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  4.5/5
Value   4.5/5

Rock Restaurant - Asian Fusion Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ณ โรงแรม Capd Nidhra หัวหินจะมีห้องอาหารชื่อดังประจำโรงแรมอยู่ห้องนึงนามว่า Rocks Restaurant ชื่อร้านนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนักมวยปล้ำชื่อดังที่ผันตัวเองมาเล่นหนัง, ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่องดังเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่อร้านนั้นมีที่มาจากอะไร (คือเขียนเหมือนจะรู้) เพราะว่าบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งเป็นแนว modern ริมทะเลนั้นไม่ได้มีอะไรที่มีความเป็นหินหรือเกี่ยวข้องอะไรกับหินเลย (เท่าที่สังเกต) ร้านนี้เป็นห้องอาหารหนึ่งเดียวของโรงแรม เสิร์ฟอาหารทั้งมื้อเช้า, เที่ยง และเย็นให้กับแขกเหรื่อและคนทั่วไป

ห้องอาหาร Rocks Restaurant แห่งนี้แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ริมทะเลแบบติดทะเลเลย แต่ก็ยังพอเห็นวิวเป็นทะเลอยู่บ้าง ให้ไม่เสียเที่ยวกับห้องอาหารของโรงแรมริมทะเลแบบนี้ ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน จะมีส่วน al fresco dining อยู่เล็กน้อยมีโต๊ะอยู่ 4-5 โต๊ะซึ่งโต๊ะบริเวณนี้ถามาตอนกลางคืนนี่จะโรแมนติคมากเลเพราะจะเห็นวิวสระน้ำ, ทะเล และแสงจันทร์(นวลผ่อง) ส่วนถ้ามาตอนกลางวันก็อาจจะไม่ดีเท่าเพราะร้อนด้วยและไม่โรแมนติคเท่าไรด้วย ส่วนที่นั่งด้านในนั้นจะมีจำนวนโต๊ะอยู่ค่อนข้างเยอะ มีทั้งโต๊ะใหญ่และโต๊ะเล็ก ๆ รองรับลูกค้าหลากหลายรูปแบบ บรรยากาศด้านในนั้นตกแต่งสวยงามดีครับ สมกับเป็นห้องอาหารของโรงแรม 5 ดาว เช่นเดียวกันกับการบริการของที่นี่ พนักงานดูแลดีมาก มืออาชีพ และใส่ใจกับลูกค้าสุด ๆ







อาหารของห้องอาหาร Rocks Restaurant - Cape Nidhra Hua Hin นั้นจะเป็นอาหารแนวผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออก แต่ว่าจะแบ่งหมวดหมู่อาหารเป็นแบบตะวันตกคือจะมี soup, pasta, appetzier, salad, main course, dessert อะไรพวกนี้ แต่คือก็ไม่ได้มีแต่อาหารตะวันตกจะมีอาหารไทย, อาหารตะวันออกแทรก ๆ เข้าไปอยู่ในเมนูด้วย ตัวอาหารมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นนั้นก็จะแตกต่างกันบ้างพอสมควรมีอาหารบางตัวที่มีทั้ง 2 มื้อและมีบางตัวที่มีแค่มื้อใดมื้อหนึ่งก็เลยทำให้เกิดความหลากหลายในด้านอาหารเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถมารับประทานได้ 2 มื้อติดต่อกันได้แบบสบาย ๆ






อาหารของทางร้านจะเป็นอาหารที่เน้นแนว fusion หน่อย มีการใส่ความเป็น seafood, ความเป็นไทย ลงไปในอาหารตะวันตก , มีการ twist อาหารไทยแบบบ้าน ๆ ให้หน้าตาออกมาดูดีเหมือนกับของตะวันตก จนสุดท้ายแล้วอาหารของร้าน Rocks Restaurant แห่งนี้จึงเป็นแต่ละจานที่ creative และไม่ซ้ำแบบกับใครเลยจริง ๆ เพราะเป็นจานที่คิดขึ้นมาใหม่เองทั้งหมด ส่วนราคาอาหารนั้นก็อยู่ในระดับกลาง ๆ เทียบได้กับร้านอาหารตะวันตกมีระดับหน่อยในกรุงเทพมากินกันเต็มที่ก็คงจะคนละ 600 - 1,000 บาทโดยประมาณอะไรประมาณนั้น เครื่องดื่มของทางร้านมีให้เลือกเยอะครบครัน เท่าที่ดู ๆ แล้วอยากจะดื่มอะไร อยากจะซดอะไรที่ร้านน้เค้ามีให้เลือกสั่งหมดครับ (ยกเว้นเบียร์สดนะ)

Cape Nidhra Coffee (Single malt whisky, baileys, whipped cream, lavazza coffee, Cinnamon - 260 บาท) : กาแฟที่เอาชื่อโรงแรมมาเป็นชื่อเมนู เห็นแบบนี้ปุ๊บอดที่จะไม่สั่งไม่ได้จริง ๆ ล่ะครับเป็นกาแฟเข้มข้นที่ผสมวิสกี้มาด้วย ใส่วิปครีมนิด, ซินนามอนหน่อยเพื่อความมันความอร่อย แก้วนี้ให้วิสกี้ค่อนข้างเยอะกินเข้าไปอึกแรกแอบสะอึกอยู่เหมือนกัน แต่กินไปกินมาหลัง ๆ เริ่มลื่น รู้สึกว่าเอ้อมันก็เข้ากันดีนะเนี่ยวิสกี้กับกาแฟเนี่ย







Watermelon and Feta Cheese Salad with Pink Pepper - 340 บาท : สลัดไอเดียสุดบรรเจิด นำแตงโมมาหั่นเป็นลูกเต๋าแล้วเอาไปคลุกกับ feta cheese และมีการยัดกลับลงไปในแตงโมลูกเล็ก ๆ และเสิร์ฟมาพร้อมกับใบร็อคเก็ตเล็ก ๆ หน้าตาตอนแรกนี่บอกตรง ๆ คือผมไม่คิดว่ามันจะเข้ากันเลย แต่คือพอได้กินแล้วมันกลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด แตงโมเพิ่มความหวานและฉ่ำ ส่วนชีสเพิ่มความมันและหอม ใบร็อคเก็ตเหมือนเป็นใบตัดเลี่ยน แอบมีรสเผ็ด ๆ ด้วยเล็กน้อย

Angel hair pasta with crabmeat, crab roe, white wine, olive oil, chili, garlic and rocket leaves - 370 บาท : จานนี้ทางร้านบอกว่าเป็น pasta ที่โด่งดังที่สุดของทางร้านล่ะ ลูกค้าที่มานี่แทบจะสั่งกันทุกคน เป็นเส้นแองเจิ้ลแฮร์นำไปผัดกับไวน์ขาว, ใบร็อคเก็ตและใส่พวกเครือ่งเทศเพิ่มรสจัดจ้านลงไป ส่วนที่สำคัญที่สุดคือเนื้อปูที่ให้มาเยอะมาก ตักขึ้นมาคำไหนก็เจอ และมีก้ามปูขนาดใหญ่แปะมาด้วย ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเนื้อปูนั้นมาจากก้ามปูรึเปล่า ซึ่งถ้าใช่นี่จานนี้จะเป็นอะไรที่ถูกมากเลยนะเพราะก้ามปูนึ่งเปล่า ๆ อย่างเดียวในกรุงเทพส่วนใหญ่ก็ขายกันก้ามละ 400 บาทเข้าไปล่ะ จานนี้รสชาติจัดจ้าน, ไม่แห้ง, ไม่แฉะไป เนื้อปูสด อร่อยฟินครับ









Herb-crusted Australian rack of lamb with truffle-flavoured mashed potatoes and rosemary gravy - 750 บาท : เป็นซี่โครงแกะที่สวยงามและบรรเจิดที่สุดที่ผมเคยเจอมาแล้วล่ะมั้งครับ ตัวซี่โครงมีเอาไปชุบกับแป้ง, สมุนไพร เพิ่มความกรอบของผิวด้านนอก ส่วนผิวในก็นุ่มและ medium rare กำลงดี ติดมันมากำลังดี, จานนี้มีการพัน onion rings มาให้สวย ๆ พร้อมกับเป็น side dish ของจานด้วย ยังไม่พอมีใส่มันบดกลิ่นทรัฟเฟิลมาให้อีก โอย เป็นซี่โครงแกะที่พิถีพิถันและอร่อยจริง ๆ ครับ

ไข่เจียวปู (Crabmeat Omelette - 450 บาท) : อาหารไทย fusion ตะวันตกจานเดียวในมื้อนี้เป็นไข่เจียวที่ทำออกมาเป็นหลาย ๆ ชั้น ระหว่างแต่ละชั้นจะมีเนื้อปูปริมาณมากแทรกเอาไว้อยู่และก็เรียง ๆ มาลักษณะคล้าย ๆ .. เบอร์เกอร์, พุดดิ้ง อะไรประมาณนั้น เป็นไข่เจียวที่อร่อย เนื้อปูเยอะ และหน้าตาน่ากินสุด ๆ ไปเลยล่ะครับ









Pavlova with Fresh Tropical Fruist - 190 บาท : เป็นเมอแรงค์ที่นำไปอบมา รสชาติของตัว pavlova จะหวาน ๆ กรอบ ๆ และได้ความหวาน ฉ่ำ อ่รยเพิ่มเติมจากผลไม้ที่วางประดับประดาด้านบนมาจนเต็ม เป็นของหวานที่ผมไม่เคยกินมาก่อน สวยงามและอร่อยในตัวเอง ยอดไปเลย

Fruit Platter - 130 บาท : รวมมิตรผลไม้จานใหญ่ยักษ์ แกะสลักมาสวย ๆ ผลไม้สดทุกอย่าง



สรุป ร้าน Rocks Restaurant แห่งนี้ก็สมกับเป็นร้านดังในหัวหินล่ะครับ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ ไม่ว่าจะบรรยากาศ, การบริการและตัวอาหาร และองค์ประกอบคุณภาพเยี่ยมทั้งหมดนี้แลกมากับราคาที่ไม่ได้แพงมากนัก (ตามความรู้สึกผม) ผมเลยรู้สึกว่าร้านนี้นี่เหมาะจริง ๆ ถ้ามาหัวหินแล้วอยากจะกินอาหารดี ๆ หากินที่ไหนไม่ได้ บรรยากาศดี ๆ โรแมนติค ร้าน Rocks Restaurant แห่งนี้นี่เป็นอะไรที่ใช่เลยจริง ๆ ล่ะครับ


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Thursday, February 13, 2014

Four Season - Afternoon High Tea Review

Afternoon High Tea at Lobby Lounge - Four Season Bangkok Review

จิบน้ำชายามบ่าย ณ โรงแรม โฟร์ ซีซัน กรุงเทพ



Overall Score  8.5/10
Taste   4.5/5
Ambiance  5/5
Service  4/5
Value   4/5

Afternoon High Tea at Four Season Bangkok on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



โรงแรม 4-5 ดาวในบ้านเราแทบทุกที่ (หรือจริง ๆ ทุกที่เลย) ณ lobby ของทางโรงแรมก็มักจะมีบริการ Afternoon High Tea ไว้คอยบริการลูกค้าของทางโรงแรมกัน อาจจะเป็นแขกของทางโรงแรมที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนจากในห้องมานั่งจิบชา ฟังเพลง ชมวิวกันที่ห้อง Café หรือ lobby lounge ของทางโรงแรม หรืออาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้พักในโรงแรมและตั้งใจมากิน Afternoon High Tea กันโดยเฉพาะเลย ซึ่งตัวชุดชายามบ่ายนี้ หลาย ๆ ที่ในโรงแรมบ้านเราก็เรียกได้ว่าทำได้ดีจริง ๆ จนมีลูกค้ากลุ่มหลังเยอะกว่ากลุ่มแรกเยอะและชัดเจน ซึ่ง 1 ในหลาย ๆ ที่ที่โด่งดังในเรื่องนี้ก็จะมีที่โรงแรม Four Seasons Bangkok – ราชดำริ ในรีวิวนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

Afternoon High Tea ของโรงแรม Four Seasons นั้นเราก็จะนั่งรับประทานกันที่ตัว lobby ของทางโรงแรมเลย โดยตัว lobby นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง บรรยากาศและที่นั่งของแต่ละฝั่งนั้นไม่ค่อยแตกต่างกันมาก แต่ว่าถ้าใครชอบเสียงเปียโนแล้วต้องเลือกนั่งฝั่งซ้ายมือหลังจากเดินเข้าโรงแรมมา เพราะว่าฝั่งนี้จะมีเปียโนมาบรรเลงขับกล่อมให้เราฟังทุกวัน บรรยากาศตัว lobby ของที่นี่แน่นอนว่าโดดเด่น/หรูหราและยอดเยี่ยมไม่แพ้ที่ไหนด้วยหลังคาสูงที่ตกแต่งเป็นลายไทย และที่นั่งหลากหลายรูปแบบที่มีประติมากรรมแบบไทย ๆ วางประดับอยู่อย่างลงตัว รวมถึงที่ช่วยเพิ่มความงดงามให้กับตัว lobby ของโรงแรมนี้ได้อย่างชัดเจนเลยก็คงเป็นตัวดอกไม้ตรงทางเดินกลางของร้านที่แบบอลังการและงดงาม เปลี่ยนธีมกันไปทุกด้วย ส่งกลิ่นหอมและสร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับ lobby สุด classic แห่งนี้จริง ๆ






Lobby ที่โรงแรม Four Season แห่งนี้ก็จะคล้าย ๆ กับของที่อื่นที่จะมีอาหารคาว, อาหารทานเล่น, เค้ก, เครื่องดื่มให้สั่งกัน แต่ก็จะมีไม่เยอะมาก แค่แบบให้ลูกค้าได้สั่งฆ่าเวลา หรือไว้สำหรับเรื่องกินเป็นเรื่องรองมากกว่า ในทางตรงกันข้ามถ้าเป็นตัว Afternoon High Tea นี่คือเหมาะสำหรับคนที่จะมากินกันอย่างจริงจังมากกว่าเพราะว่า set นึงนี่กินแล้วอิ่มแทนข้าวได้เลยจริง ๆ โดยตัวชุดชายามบ่ายของโรงแรมนี้ก็จะแบ่งได้เป็น 2 แบบ วันธรรมดาจะเป็น set ปกติราคา 800 บาทต่อเซ็ท ที่เมื่อสั่งเซ็ทนึงแล้วก็จะได้เครื่องดื่มด้วย 2 อย่าง หรืออีกนัยนึงก็คือสั่งเซ็ทนึงต่อ 2 คนก็ได้นั่นเอง (ซึ่งผมว่าเป็นอะไรที่กำลังดีครับ 1 คน 1 set นั้นมันเยอะไปจริง ๆ) ส่วนถ้าเป็นตอนบ่ายนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์แล้ว ตัวชายามบ่ายนี้จะเปลี่ยนจากชุดชาเป็นไลน์อาหารให้ตักกันแบบ all-you-can-eat แทน และราคาก็จะขยับเพิ่มขึ้นไปเป็น 900 บาทต่อ 1 ท่านและก็ได้เครื่องดื่มกันคนละอย่างเช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้วตัว Afternoon High Tea ของที่โรงแรม Four Seasons แห่งนี้จะค่อนข้างโด่งดังมาก มีแขกมานั่งกันเต็มแทบจะทุกวัน (โดยเฉพาะวันหยุดที่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ที่จะต้องจงก่อนมาเสมอ) แต่พอดีวันที่ผมไปเป็นช่วงที่มีม็อบกำนันพอดิบพอดีคนก็เลยค่อนข้างโหรงเหรง แต่ถ้าเมื่อใดที่ม็อบสลายแล้ว ก็น่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมล่ะครับผมว่า





เครื่องดื่มในมื้อนี้มี 2 อย่างของผมและก็ของแฟน เป็นชาเขียวทั้งคู่ แต่ว่าต่างสายพันธุ์กัน ซึ่งก็คือ Green Tea - Tie Guan Yin - Delicate and mild, hints of olive and herb – 220 บาท และ Imperial China Natural Jasmine - a fragrant and gentle tea softly enveloped with delicate jasmine - 220 บาท ชาของที่นี่เค้าใช้ชาอย่างดียี่ห้อ Dilmah จากฝรั่งเศส ซึ่งพอดีผมก็ไม่ใช่สาวกชาสักเท่าไร ไม่เคยรู้จักยี่ห้อนี้มาก่อน แต่ดื่มชาของผมแล้วคือแบบมัน premium จริง ๆ มันใช่เลย หอม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงอะไรเลย






ส่วนชุดชายามบ่ายของผมก็จะประกอบด้วยรายการอาหารที่แบ่งเป็น 3 หมวดตามข้างล่างนี้เลย 
(Weekdays - a classic Afternoon Tea stand featuring and Sweets, Savouries, Scones - 800 บาท)

Refreshment: Blackcurrant Sherbet with violet flower crisp: เปิดประเดิมมื้อนี้ด้วย sherbet แบบไม่เปรี้ยวมากมาล้างปากเตรียมความพร้อมเข้าสู้การกินชุดน้ำชายามบ่ายกัน

The Savories – ของคาว (กินจากล่างขึ้นบนนะครับเผื่อใครไม่รู้) ประกอบด้วย











Egg-croissant, chives, mayonnaise | Ham - tomato, grain mustard, pumpkin bread | Salmon - coconut charcoal bread, avocado, ikura | Brie de Maux - cucumber, moist bread | Quiche - seafood, tempura, chili oil dust| Pannini - mushroom, pesto, gruyere ทุกอย่างอร่อยหมดเลยครับแต่ที่พวกผมชอบเป็นพิเศษก็คือตัวขนมปังชุบถ่านโปะมาด้วยเนื้อปลาแซลมอนรมควันและไข่ปลาแซลมอนนี่แหละครับ มันอร่อย มันนัวดีแท้ ส่วนอีกอย่างที่ชอบก็คือ แซนวิชแตงกวาที่เรียกว่าเป็นอีก 1 อย่างที่ค่อนข้างจะ mandatory สำหรับชุดชามยามบ่ายเลย ตัวแซนด์วิชแตงกวาของที่นี่ทำมาแบบอร่อยแบบไร้รสชาติดีครับ พูดไม่ถูกเหมือนกันว่ามันยังไง แต่คือแตงกวากับขนมปังมันนุ่มและฉ่ำดีมากเลยครับแต่ละคำที่กัดลงไป

The Sweets Treats – ของหวาน (ชั้นกลางและชั้นบน) ประกอบด้วย

Peach panna cotta - red wine, rosemary jelly | Praline tiramisu - caramelia pearls | Profiterolle - violet flower, cassis | Mon-Blanc - chestnut, dulcey chocolate | Blackcurrant pillow - breton sable | Romanoff - berry, flacky dough | Macaron – vanilla | Madeleine - bee pollen, honey ของหวานก็อร่อยหมดอีกเช่นกันที่ชอบเป็นพิเศษก็จะมีอยู่ 2 ตัวคือ tiramisu ที่แบบอร่อยประทับใจมาก ไม่ได้กินทีรามิสุอร่อย ๆ แบบนี้มานานมากแล้วล่ะครับ มันแบบเนื้อเนียน หวานกำลังดี หอมผงโกโก้ และก็ mascarpone cheese โอย ชอบ ส่วนอีกอย่างที่ชอบก็คือตัว Mon-Blanc ที่แบบช็อคโกแลตอร่อยมาก กินแล้วเหมือนกับตัวสารในช็อคโกแลตไปกระตุ้นให้ endorphin หลั่งออกมาเลยอะไรแบบนั้นเลยล่ะครับ ฮ่า ๆ










The scones – สโคน สิ่งที่ขาดไม่ได้ในชุดชามยามบ่าย

ในชุดมีมาให้ 2 แบบคือ Scones - plain and cranberry และ Preserve - strawberry, rhubarb ส่วนตัวคล็อตครีมก็จะเป็น Devonshire clotted cream สโคนทั้ง 2 แบบอร่อยหมดนะครับ แต่ว่าพวกผม 3 คนที่ไปด้วยกันเห็นพ้องต้องกันว่าแบบ plain หรือแบบเรียบ ๆ นั้นอร่อยกว่าแบบค่อนข้างชัดเจน เนื้อมันแบบเนียนอร่อยมาก และตัวคล็อตครีมนี่ก็แบบไม่หวานจนเกินไป เข้าคู่กับ scone ได้ดีจริง ๆ


สรุป Afternoon High Tea ในมื้อนี้ก็สมคำร่ำลือล่ะครับ เลิศเลอไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะบรรยากาศของโรงแรม, ตัวอาหารที่หน้าตาดูดีและรสชาติดีมาก และเครื่องดื่มที่แบบเป็นชา premium จริงอะไรจริง มื้อนี้ติดอย่างเดียวครับ พนักงานบริการไม่ค่อยสุดซอยเท่าไร มีต้องชะเง้อคอเรียกหาอยู่พอสมควร แต่ตอนที่อยู่ที่โต๊ะตอนที่บริการนี่ก็ทำได้ดีจริง ๆ ล่ะครับ ก็ใครที่เป็นคอชายามบ่ายหรือใครที่ไม่ได้เป็นแต่อยากจะเข้าวงการนี้อย่างประทับใจก็ลองมากันที่นี่ได้ครับ ตอนมีม็อบแบบนี้ก็อาจจะมาได้ง่ายหน่อยแต่ม็อบหมดแล้วแนะนำให้จองกันมาก่อนนะครับแล้วจะหาว่าไม่เตือน





--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...