BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label Pub and Restaurant. Show all posts
Showing posts with label Pub and Restaurant. Show all posts

Saturday, February 8, 2014

The Bar Italia Izakaya Bangkok Review

The Bar Italian Izakaya - Sukhumvit 33, Bangkok

เดอะ บาร์ อิตาเลียน อิซากาย่า - สุขุมวิท 33 พร้อมพงษ์ กรุงเทพ



Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  4.5/5
Value   5/5

The Bar Italia Izakaya Bangkok - Italian Bar and Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงอาหารอิตาเลียนเราก็มักจะนึกถึงร้านอาหารหรู ๆ , fine dining เหมาะสำหรับมื้อพิเศษอะไรแบบนั้นกัน และถ้าพูดถึงร้นอาหารแนว Izakaya เราก็มักจะนึกถึงอาหารญี่ปุ่นง่าย ๆ จานเล็ก ๆ เป็นกับแกล้ม มีเครื่องดื่มในร้านให้เลือกมากมาย เหมาะสำหรับไปปาร์ตี้สังสรรค์กัน และถ้าเอาร้าน 2 ประเภทนี้มารวมกันล่ะจะเป็นอย่างไร? มันก็น่าจะกลายเป็นร้านที่มีเครื่องดื่มราคาไม่แพงและมีให้เลือกมากมายเคียงคู่กันไปกับอาหารของทางร้านที่เป็นแนวกับแกล้มกินง่าย ๆ และก็ราคาไม่แพงด้วยเช่นกันใช่รึเปล่าครับ? ใช่ครับที่ญี่ปุ่นมีมีเรียกแนวนี้เยอะและก็จะถูกเรียกว่าร้านแนว "Bar" กัน คำว่า The Bar นั้นเป็นคำเรียกรวม ๆ ของร้านอาหารแนว Italian Izakaya ที่นิยามก็เป็นไปตามที่ผมกล่าวไปคือจะมีอาหาร, เครื่องดื่มให้เลือกมากมาย ราคาไม่แพงเหมาะแก่การมาสังสรรค์กันหลังเลิกงานเฉกเช่นเดียวกันกับร้านอาหาร Izakaya แท้ ๆ สไตล์ญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างออกไปก็จะมีแค่เรื่องที่อาหารของร้านแนว Italian Izakaya นั้นจะเป็นอาหารอิตาเลียนแทนอาหารญี่ปุ่นแทน (ซึ่งจุดนี้ผมแอบผิดคาดเหมือนกันครับ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแนว fusion อิตาเลียน-ญี่ปุ่น แต่คือเอาจริง ๆ แล้วมันเป็นแนวอิตาเลียนจ๋า อิตาเลียนเพียว ๆ เลยล่ะ)

ร้าน The Bar - Italian Izakaya ในรีวิวฉบับนี้ตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ในซอยสุขุมวิท 33 อีกทีนึง คือถ้ารู้พิกัดเป๊ะ ๆ แล้วก็คงมาไม่ยากนัก เพราะจากปากซอยมาแค่ไม่กี่สิบเมตรก็จะเจอตรอกนี้อยู่ขวามือ และร้านนี้ก็จะตั้งอยู่สุดตรอกเลยแต่พอดีผมไม่ได้ดูพิกัดอะไรมามากนักนึกว่าร้านอยู่ริมถนนในซอยก็เลยหาไม่เจอในตอนแรกจนต้องโทรไปถามร้านเอาในตอนหลัง ร้านนี้เป็นห้องแถวคูหาเดียวที่ทำการดัดแปลงมาเป็นร้านสไตล์อิตาเลียนได้อย่างเก๋ไก๋ สไลเดอร์สุด ๆ ตัวร้านจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยประมาณ ชั้นล่างจะเป็นบาร์ขนาดกลาง ๆ เหมาะแก่ลูกค้าที่จะมานั่งดื่มเครื่องดื่มของทางร้านอย่างเดียว, ชั้นลอยที่จะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มกลาง ๆ ต้องการความเป็นส่วนตัวเล็กน้อยเพราะนั่งกันได้ไม่กี่โต๊ะ และก็ชั้น 2 ที่จะเป็นที่ที่เหมาะแก่คนที่จะมารับประทานอาหารกันจริงจังพร้อมกับดื่มไปด้วย เพราะว่าโต๊ะจะเป็นโต๊ะขนาดใหญ่และที่นั่งจะเป็นแบบนั่งกันเอกเขนกสบาย ๆ เลย บรรยากาศของร้านนี้ผมค่อนข้างชอบมากเลยนะครับ เป็นอะไรที่อิตาเลียนดีเหลือเกิน คือถ้าไม่มีพวกตัวอักษณญี่ปุ่นเขียนอยู่ตามจุดต่าง ๆ นี่คงไม่รู้จริง ๆ ว่าร้านนี้เป็นร้านอิตาเลียนสไตล์อิซากายะ






อาหารของร้านนี้ก็ตามที่กล่าวไปตอนต้นว่าจะเป็นอาหารอิตาเลียนเป็นหลัก อาหารอิตาเลียนอย่างเดียวไม่มีอะไรที่เป็นญี่ปุ่นแทรกเข้ามาอยู่ในเมนูเลยสักนิดเดียว แต่อย่าเอาอาหารอิตาเลียนของร้านนี้ไปเหมารวมกับอิตาเลียนหรู ๆ แพง ๆ ร้านอื่น ๆ ในย่านทองหล่อ-พร้อมพงษ์ครับ อาหารของที่นี่เค้าถูกกว่านั้นเยอะ ราคาพวกจานเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่ main course นี่ส่วนใหญ่จานละไม่ถึง 200 บาทเท่านั้น ตัว pasta ก็ประมาณเกือบ ๆ 300 บาท และแต่ละจานที่ได้มานี่คือ portion ใหญ่มากครับ ไม่ใช่ portion เท่าแมวดมแต่ขายกันแพ๊งแพงเหมือนร้านอิตาเลียนอื่น ๆ ที่ผมเคยกินมา

ส่วนเครื่องดื่มขอร้านนี้ก็มีให้เลือกกันครบครันตามสไตล์ร้าน Izakaya 0ริง ๆ beer, sangria, cocktail, limoncello, whiskey, wine แต่ละอย่าง แต่ละแบบนี่มีให้เลือกกันมาดื่มเยอะจริง ๆ และราคาก็ถือว่าไม่ค่อยแพงด้วยเช่นกัน cocktail แก้วละ 100 กลาง ๆ พวก whiskey ญี่ปุ่นก็แก้วละ 200 กว่าบาทอะไรแบบนี้ (มีเบียร์ที่ผมว่าราคาแอบสูงอยู่แก้วเล็กเริ่มต้นที่ 150 บาทแน่ะ) อาหารและเครื่องดื่มในมื้อนี้ก็มีกันพอสมควรครับมาไล่เรียงกันไปเลยดีกว่า (อ้อ สิ่งที่ผมประทับใจอีกอย่างของที่ The Bar Italian Izakaya แห่งนี้ก็คือการบริการครับ พนักงานบริการดีมากและก็รู้เรื่องอาหารและเครื่องดื่มเป็นอย่างดี เจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นน่าจะเทรนมาดีมาก ๆ เลย)








Namimori Sparkling Wine (165 ml) (150 บาท): มื้อนี้เริ่มต้นกันด้วย aperitif เด่นของทางร้านกับสปาร์คกลิ้งไวน์ที่จะรินกันาแบบให้ล้นท่วมแก้วกันไปเลย (namimori แปลว่าน้ำท่วม) เป็นการเสิร์ฟที่แปลกไม่เหมือนใครทำให้ลูกค้าตื่นตาตื่นใจตอนเริ่มต้นมื้อได้เป็นอย่างดีครับ ตัวรสชาติสปาร์คกลิ้งก็อร่อยดีครับ ซ่า ๆ หวานเล็ก ๆ ตามสไตล์ และราคาแค่นี้ผมว่าคุ้มจริง ๆ ใครมาแนะนำให้สั่งจะได้เห็นอะไรเจ๋ง ๆ และกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดีด้วย

Straight Limoncello (80 บาท): เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สไตล์อิตาเลียนที่ผมชื่นชอบเหลือเกิน ทางร้านเสิร์ฟมาแบบไม่ได้เป็นแก้วช็อตเล็ก ๆ เหมือนที่ผมเคยเจอมาส่วนใหญ่แต่มาในแก้วเล็ก ๆ คล้าย ๆ กับแก้ว sparkling wine แทน ลิมอนเซลโลแก้วนี้มาแบบเย็น ๆ รสชาติไม่ได้เข้มข้นมากนัก มีความหวานแทรก ๆ มาอยู่ เหมาะกับการเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นอาหารอย่างดีอีกแก้วนึง







Baked Spinach with Mozzarella (180 บาท): จานนี้ก็คือผักโขมอบชีสนั่นเอง เป็นผักโขมอบชีสจานใหญ่ที่อบมาได้แบบผิว crusty ดีมาก ๆ และแบบ 180 บาทนี่เอาจริง ๆ บางร้านที่ผมไปกินมานี่ได้เป็นถ้วยเล็ก ๆ ยังมีเลย เป็นอะไรที่คุ้มมากอีกแล้วจานนี้ ตัวรสชาตินั้นถือว่าทำได้แบบไม่รู้จะติอะไรครับ ชีสเยิ้ม ผิวกรอบ ผักโขมและ ๆ เป็นอะไรที่ผักโขมอบชีสดี ๆ จานนึงควรจะเป็นจริง ๆ

Diablo Arrabbiata (260 บาท): Arrabbiata ปกติแล้วก็จะเป็นซอสที่เผ็ดอยู่แล้ว (มีการใส่พริกเข้าไปผสมกับมะเขือเทศ) แต่ของร้านนี้คือถึงกับตั้งชื่อว่า Diablo Arrabbiata มาเลยฟังดูเผ็ด ร้อนแรงตั้งแต่ยังไม่ทันจะกินแล้ว แต่ก็นะร้านนี้กลุ่มลูกค้าเค้าเป็นคนญี่ปุ่นทำเผ็ดเกินไปก็คงจะกินกันไม่ได้ ซึ่งจานนี้กินเข้าไปคำแรกแล้วแบบอืมเผ็ด อร่อย กลมกล่อมดีแท้ครับ ซอสมะเขือเทศ, พริกผสมกันอย่างลงตัว เส้นสปาเก็ตตี้มาแบบ al dante พอดิบพอดี (พนักงานบอกว่าเชฟจงใจให้มาสุกตรงหน้าเราพอดีจริง ๆ อาหารแต่ละจานทำกันจานต่อจาน) เป็นพาสต้าที่จานใหญ่ อร่อยและคุ้มค่าอีกจานเลย








Bismarch Pizza (290 บาท): ทางร้าน The Bar Italian Izakaya แห่งนี้เค้าโฆษณาตัวเองเอาไว้ในหลาย ๆ ที่ว่าพิซซ่าของร้านเขาเป็นสไตล์นาโปลีแท้ ๆ ซึ่งผมก็พยายามไปหาข้อมูลมาแล้วว่าพิซซ่าสไตล์นาโปลีนั้นเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ค่อยมีที่ไหนเขียนกันไว้อย่างชัดเจนมากนัก แต่สรุปได้คร่าว ๆ จากที่อ่านมาคือ จะเป็นพิซซ่าที่จะใช้แค่มะเขือเทศ, แป้ง dough และ mozzarella cheese เป็นหลัก และก็จะใช้มือทำตัวแป้งพิซซ่าไม่ได้ใช่เครื่อง อะไรแบบนี้ ส่วนพิซซ่าที่ทางร้านนี้นำมาเสิร์ฟ - Bismarch Pizza นี้ก็จะประกอบด้วย ไข่ทอดมาแบบยังไม่สุกดีมากวางมาตรงกลาง, parma ham, mozarella cheese และก็ใส่ผักโขมมาด้วย คำแรกที่กินพิซซ่าของร้านนี้เข้าไป.. อร่อยครับ อร่อยมาก แป้งหนาเล็กน้อยแต่กลับกรอบอร่อย และตรงขอบพิซซ่าก็เป็นแป้งนุ่ม ๆ ทำให้มีสอง texture ของแป้งในคำเดียวและตัวหน้าพิซซ่านี่ก็แบบผสมผสานมาแบบนัวอร่อยดีมาก จานนี้พวกผมชอบที่สุดในมื้อ แนะนำครับ

French Fry with Scramble Egg (150 บาท): เป็นอีก 1 จานที่ไอเดียดี ทำหน้าตามาน่ากินและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนครับ เป็นการนำเอาเฟรนช์ฟราย์ชิ้นใหญ่ อย่างดีเสิร์ฟมาในถ้วยและก็โปะมาด้วยไข่คนที่แบบยังไม่สุกดีมากนัก ยังเป็นไข่คนเละ ๆ อยู่ ซึ่งไข่คนนี่นอกจากจะทำให้แบบเฟรนช์ฟรายมันร้อน ๆ มัน ๆ แล้วยังทำให้น่ากินจริง ๆ นะ จานนี้เหมาะแก่การสั่งมากินตอนแรกที่รออาหารจานหลักหรือกินตอนหลังเพื่อเติมเต็มกระเพาะก็เหมาะสมไม่ต่างกันเลย จานนี้ที่สำคัญอีกอย่างคือ "ให้เยอะมาก"






Mante Bianco (180 บาท): มื้อนี้ปิดท้ายด้วยของหวานที่ไม่เคยกินมาก่อนกับมันบดญี่ปุ่นที่ราดมาด้วยวิปครีมและผสมช็อคโกแลตมา บอกตรง ๆ ว่าตอนแรกที่ผมเห็นนี่นึกว่าเป็น tiramisu เหมือนร้านอื่น ๆ (รูปทรง tiramisu ของแต่ละร้านนี่ไม่เหมือนกันเลยจริง ๆ) แต่คือพอตัดลงไป เอ๊ะไม่นุ่ม, พอตักเข้าไป เอ๊ะทำไมมันไม่ได้เละ ๆ ต้องถามพนักงานถึงรู้ว่ามันคือมันบดญี่ปุ่น รสชาติก็แปลก ๆ ดีครับ แต่ผมว่า tiramisu แบบธรรมดาทั่วไปส่วนใหญ่อร่อยกว่า

สรุป ร้าน The Bar - Italian Izakaya ณ ซอยสุขุมวิท 33 แห่งนี้พวกผมค่อนข้างชอบกันมากเลยนะครับ อาหารอร่อยและเป็นอิตาเลียนแท้ ๆ เลย ไม่มีญี่ปุ่นมาปะปน (ผมกินอิตาเลียนฟิวชั่นญี่ปุ่นมาหลาย ๆ ร้านส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอร่อย อิตาเลียนแท้ ๆ อร่อยกว่าหมด) อาหารและเครื่องดื่มราคาไม่แพง และบรรยากาศของร้านก็แบบเหมาะแก่การมานั่งชิล, ทอดอารมณ์ หรือสังสรรค์กับเพื่อนตามจุดประสงค์ของร้านได้เป็นอย่างดี ต่อไปถ้าผมอยากจะหาร้าน izakaya ดี ๆ สักร้านนึงก็คไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างเดียวล่ะครับ มีอาหารอิตาเลียนมาให้เลือกเพิ่มอีกร้านแล้ว :)


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Saturday, January 4, 2014

ครัวพัฒนาการ รีวิว

ครัวพัฒนาการ Check In @ พัฒนาการ ร้านอาหารไทย สวนอาหาร คาราโอเกะ เบียร์สด ดนตรีสด



Overall Score  6/10
Taste   3/5
Ambiance  3/5
Service  3/5
Value   3/5

ครัวพัฒนาการ - ร้านอาหารไทย คาราโอเกะ on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



บนถนนพัฒนาการตอนค่ำคืนนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นถนนที่ค่อนข้างเงียบเหงาพอสมควรนะครับ ไม่มีร้านรวงริมถนนขายของ, ไม่ค่อยมีคนเดิน ไม่ค่อยมีอะไรเลย คนละเรื่องกับถนนรามคำแหง ที่ผมอยู่ที่แบบคึกคักกันไปจนถึงดื่นดื่นเลย แต่บริเวณกลาง ๆ ถนนพัฒนาการแห่งนี้จะมีร้านอาหารอยู่ร้านนึงที่ผมขับรถผ่านมาหลายครั้งและทุกครั้งที่ขับผ่านทีไรก็จะคนเต็มอยู่ทุกที (โดยเฉพาะวันศุกร์นี่คนทะลักกันเลยทีเดียว) แต่บอกตรง ๆ ว่าชื่อร้านนี้ผมไม่ชัวร์เลยว่าชื่ออะไรเพราะว่าป้ายหน้าร้านอันใหญ่นั้นเขียนว่าครัวพัฒนาการ แต่ว่าป้ายร้านติดไฟนีออนอีกหลายอันและหน้าเมนูเขียนว่า check in @ พัฒนาการ ก็เลยขอเหมารวมชื่อร้านนี้เป็น ครัวพัฒนาการ - check in @ พัฒนาการไปเลยละกัน ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าม.เกษมบัณฑิต ถ้ามาจากทางฝั่งเพชรบุรีตัดใหม่ร้านก็จะอยู่ซ้ายมือก่อนถึงอุโมงค์กลับรถเล็กน้อย ร้านหาไม่ยากเพราะว่าใหญ่มาก



ร้านนี้บรรยากาศของร้านก็จะเป็นแนวสวนอาหารธรรมดา ๆ ทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แบ่งเป็นส่วนนั่ง open air เล็กน้อยมีหลังคาคุ้มกบาลกับส่วน open air เต็ม ๆ และก็ยังมีห้องคาราโอเกะอีกหลายห้องด้วย ตอนผมไปนี่มีวงดนตรีมาร้องเพลงสด ๆ ให้ฟังด้วย เสียงเพลงดังไปหน่อย วงดนตรีร้องได้ไม่เป็นสับปะรดเลยทำให้เสียอรรถรสของการรับประทานอาหารไปพอสมควร อาหารของทางร้าน ครัวพัฒนาการแห่งนี้จะเป็นอาหารไทย, อาหารกับแกล้มเป็นหลัก อาหารมีให้เลือกไม่ค่อยเยอะนักเมื่อเทียบกับสวนอาหารอื่น ๆ ราคาอาหารก็ค่อนข้างจะมาตรฐานเช่นกันประมาณ 100 - 300 บาท มื้อนี้ผมไปกับแฟนแค่ 4 คนก็เลยสั่งมาแค่ 4 อย่างพอ จริง ๆ แล้วยังอิ่มจากมื้อเที่ยงมาแล้วด้วยซ้ำ อืม

ปลาหมึกนึ่งมะนาว (Steamed squid with spicy lime sauce - 199 บาท): จานนี้ชอบที่สุดในมื้อแล้วล่ะครับปลาหมึกให้มาเยอะมาก มีหลาย ๆ ท่อนที่ไข่ยังติดมาแบบเต็ม ๆ ไส้อยู่เลย ตัวน้ำมะนาวรสชาติแซ่บ เผ็ดจัดจ้านกำลังดี ถือว่าเป็นปลาหมึกนึ่งมะนาวที่ทำได้ดีกว่าหลาย ๆ ที่เลยล่ะครับจานนี้






แหนมซี่โครงกระดูกอ่อน (Deep fried marinated ribs - 139 บาท): จานนี้แปลกดีครับ นึกว่าจะเป็นแหนมซี่โครงแบบเอาไปชุบซอสแล้วก็ทอดมาเฉย ๆ แต่อันนี้คือแบบมีเอาไปชุบแป้งมาก่อนแล้วก็ทอดมานเป็นคล้าย ๆ ชุบแป้งทอดไปเลย รสชาติจานนี้ค่อนข้างกลาง ๆ ครับ กินได้เพลิน ๆ แต่ไม่ได้ติดอกติดใจจนต้องสั่งสองเหมือนกับกับแกล้มเจ๋ง ๆ บางอย่าง

ยำก้านคะน้ากุ้งสด (Spicy kale with shrimp salad - 129 บาท): ยำมารสชาติค่อนข้างดี แต่ก้านคะน้าไม่ค่อยสด แข็งเกินไปและก็มาแต่แบบก้านเล็ก ๆ เคี้ยวไม่ค่อยสะใจเลย ตัวกุ้งสดที่ให้มาเป็นกุ้งจิ๋วมากและก็ให้มาน้อยแค่ 2-3 ตัวกินไปหลาย ๆ คำแล้วไม่ค่อยมีเนื้อให้กินด้วยกับผักสักเท่าไร แต่ก็กินได้จนหมดครับเพราะถือว่าน้ำยำรสชาติค่อนข้างดีเลย






ข้าวผัดแหนมจานเล้ก (Fried rice with northeastern style pork sausage - 69 บาท): จานนี้ค่อนข้างคุ้มค่ามากครับ ข้าวผัดให้มาเยอะมาก ผัดมารสชาติดี ข้าวเละไปหน่อย แฉะไปหน่อยแต่ก็ยังอร่อยอยู่ (แต่ถ้าแห้งนี่น่าจะอร่อยล้ำไปเลยล่ะ) แหนมให้มาค่อนข้างเยอะดี เช่นเดียวกับไข่ ตัวพริกน้ำปลาก็ให้พริกมาเยอะ กินเข้าคู่กันอย่างแซ่บ ๆ มัน ๆ ลงตัว เป็นจานที่ช่วยเติมเต็มกระเพาะของผมและแฟนได้ดีมากเลยครับจานนี้

สรุป ร้าน ครัวพัฒนาการ - check in @ พัฒนาการ สวนอาหาร , ร้านอาหารไทย แบบบ้าน ๆ บนถนนพัฒนาการแห่งนี้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมคนถึงเต็มร้านทุกวี่ทุกวันที่ขับผ่าน เพราะว่าถ้าถามว่าร้านนี้มีอะไรเด่นแบบชัดเจนเหนือกว่าร้านอื่น ๆ มั้ย ผมตอบได้เลยว่า "ไม่เห็นจะมีสักอย่าง" ไม่ว่าจะ ราคาอาหาร, รสชาติอาหาร, บรรยากาศร้าน ที่แบบผมว่ามีหลายที่องค์ประกอบโดยรวมดีกว่าร้านนี้แบบชัดเจนเลย แต่มีสิ่งนึงที่ไม่มีที่ไหนเหมือนก็คงเป็นเรื่องทำเล ก็นะ ถนนพัฒนาการไม่มีร้านแนวกิน-ดื่มแบบนี้เลยก็ว่าได้นะ (ถ้าไม่นับรวม new stories ที่อยู่ถัดไปค่อนข้างไกลอยู่)


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Tuesday, December 24, 2013

Melon Mint - Pub & Restaurant อ่อนนุช รีวิว

Melon Mint - Pub & Restaurant ร้านอาหารไทย ร้านเหล้า อ่อนนุช เบียร์สด ดนตรีสด



Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3.5/5
Service  3.5/5
Value   3/5

Melon Mint - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



วันก่อน เริ่มจะมีลมหนาวพัดเข้ามาพวกผมกับเพื่อนก็เลยว่าจะไปหาร้านนั่งชิล นั่งดื่มเบียร์กันแถวอ่อนนุช ตอนแรกเล็งกันไว้ว่าจะไปกินที่ Pickadaily - community mall เปิดใหม่ในย่านอ่อนนุชแห่งนี้ แต่หลังจากที่ไปเดินดูห้างแล้ว เหมือนกับว่าห้างยังสร้างไม่เสร็จดี ร้านนั่งชิลล์ก็ปิดกันเร็วและก็ไม่ค่อยมีร้านให้เลือกสักเท่าไร สุดท้ายเลยไปลงเอยที่ร้านใกล้ ๆ กัน ข้าง ๆ กันแทนกับร้านที่มีชื่อว่า Melon Mint

ร้าน Melon Mint นี้เป็นร้านที่พี่ที่ทำงานผมคนนึงเค้าเคยมากินเมื่อ 2-3 ปีก่อนล่ะ แล้วเค้าค่อนข้างเฉย ๆ ไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่เค้าก็บอกว่าอาหารไม่ค่อยแพง มีดนตรีสด และก็ร้านค่อนข้างจะเปิดโล่ง รับลมเย็น ๆ ในหน้าหนาว (ระยะสั้น) แบบนี้ได้เป็นอย่างดี ัวร้านนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 zone โดยประมาณ ส่วนบาร์น้ำ, ส่วนที่นั่งด้านใน และก็ส่วนที่นั่งด้านนอก ร้านค่อนข้างใหญ่ และเป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะ typical pub & restaurant แบบไทย ๆ เราเหลือเกิน ไม่มีอะไรพิเศษมากครับ







อาหารของร้านนี้ ก็คล้าย ๆ กับร้าน Pub & Restaurant อื่น ๆ อีกเช่นกัน จะเน้นไปที่อาหารไทยเป็นหลัก แต่ก็จะมีอาหารไทย fusion ปน ๆ อยู่บ้าง และก็มีอาหารให้เลือกครบครัน ทั้งแบบกินเล่น ๆ กับแกล้ม หรือว่าจะจัดหนักจัดเต็มอย่าง แกง, ผัดโน่นผัดนี่ก็ตาม ราคาอาหารก็จะอยู่ในช่วง 150 - 200 บาทโดยประมาณ มากินกันเต็มที่คนนึงก็น่าจะสัก 500 - 700 บาทล่ะครับ เมื่อรวมค่าเครื่องดื่มที่ทางร้าน Melon Mint แห่งนี้ก็ค่อนข้างจะมีให้เลือกเยอะพอสมควรด้วยเหมือนกัน

Federbrau Tower 3 Litre - 600 บาท: เบียร์ indy จากค่ายเบียร์ที่ไม่อินดี้สักเท่าไรยี่ห้อนี้ จำได้ว่าช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ ในกรุงเทพนี่ผมชอบมากเจอร้านไหนที่มีเบียร์ยี่ห้อนี้จะต้องขอจัดสักหน่อยอยู่ร่ำไป แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ดี ๆ เบียร์นี้ก็ค่อย ๆ หายไปจากความทรงจำของผม ไปเดิน supermarket ก็ไม่เจอ , ร้านอาหารก็ไม่มีขาย จนผมนึกว่าเบียร์นี้เจ๊งไปแล้วด้วยซ้ำ พอมาเจอแบบเป็นเบียร์สดที่ร้าน Melon Mint แห่งนี้ก็เลยพลาดไม่ได้ต้องขอจัดสักหน่อย ซึ่งราคาทาวเวอร์นี้ก็ค่อนข้างจะทัดเทียมกับพวกเบียร์สิงห์, Heineken ทั่ว ๆ ไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนรสชาติหลังจากที่ไม่ได้กินนาน รู้สึกว่ามันไม่ค่อยอร่อยเท่าไรเลยอะครับ เปรี้ยวเกินไป และก็แบบไม่ค่อยหอมสักเท่าไร อืม





กุ้งทอดครีมสลัด (Crispy Prawn with Fruit Salad - 180 บาท): เริ่มต้นกันด้วยอาหารเบา ๆ จานแรก ก็เป็นกุ้งทอดครีมสลัดมาตรฐานไม่มีอะไรมากล่ะครับ กุ้งให้มาประมาณ 5-6 ตัว เอาไปชุบแป้งทอด ทอดมากรอบกำลังดี , ตัวสลัดก็จะมีแคนตาลูปและสับปะรดเป็นหลัก และจานนี้ผมรู้สึกว่าราดน้ำสลัดมาเยอะเกินไป เยอะจนแบบกินคำหลัง ๆ มันเลี่ยนไปแล้วเน้อ แต่คำแรก ๆ ของจานนี้นี่โอเคเลยครับ อร่อยใช้ได้เลย

ข้าวอบหนำเลี๊ยบหม้อดิน (Kao Op Nam Leab Chinese Style - 180 บาท): ตัวข้าวอบรสชาติจืด ๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยมีความเป็นข้าวอบหนำเลี๊ยบเท่าที่ควร ข้าวก็อบมาแบบยังไม่ค่อยแห้งดีนัก ยังดีที่ให้ตัวเครื่องเคียงมาค่อนข้างเยอะ มากินเสริมปรุงแต่งเป็นรสชาติเผ็ด ๆ จัดจ้านตามสไตล์ไทยได้อย่างค่อนข้างตามใจเราได้ดี




แกงป่าลูกชิ้นปลากราย (fish balls in forest curry paste - 180 บาท): จานนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมาเช่นกัน ไม่ค่อยอร่อยสักเท่าไรครับ ให้ลูกชิ้นมาน้อย และก็เครื่องมั่ว ๆ ดูไม่ค่อยเป็นแกงป่าสักเท่าไร

กะหล่ำเมล่อนมิ้นท์ (Sauteed cabbage Melon Mint style - 150 บาท): จานนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่อร่อยดีครับสมกับเป็นอาหารที่นำชื่อร้านไปตั้งชื่อเมนู ผัดมาได้แบบรสชาติกลมกล่อมลงตัว ผักนุ่มดีแต่ยังแฝงความกรอบไว้บ้าง และก็ตัวซอสก็เคลือบตัวกะหล่ำปลีดีครับ เป็นอีกจานที่พวกผมชอบกันในมื้อนี้



ยำวุ้นเส้น (Spicy mix seafood with vermicellli - 120 บาท): ยำวุ้นเส้นมาตรฐานไม่มีอะไรมากครับจานนี้

ปลากะพงทอดน้ำปลา (Deep-fried seabass in fish sauce - 350 บาท): อร่อยได้มาตรฐานอีก 1 จานปลาตัวค่อนข้างใหญ่ ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มในดีตัวน้ำปลาก็ซึมเข้าเนื้อแบบทุกอณูใช้ได้ดี รวม ๆ แล้วก็เป็นปลากะพงทอดน้ำปลาทีใช้ได้ คาดหวังได้จานนึงล่ะครับ






ชีสสติ๊ก (Deep fried breaded mozzarella sticks - 200 บาท): จานนี้จัดได้ว่าค่อนข้างอร่อยเลยล่ะครับ ชีสแต่ละแท่งให้มาแท่งใหญ่และยาวดี และไส้ในก็เป็นชีสแบบเน้น ๆ จริง ๆ รสชาติดีครับ กรอบนอกนุ่มในกินเปล่า ๆ ก็ดี หรือจะกินกับซอสมะเขือเทศ, ซอสมายองเนสที่ให้มาด้วยกันก็ใช้ได้ครับ

จี๊ดจ๊าดเอ็นแก้ว (Spicy soup with beef tendon - 180 บาท): หม้อไฟหม้อใหญ่ ที่รสชาติน้ำซุปค่อนข้างจัดจ้านดี เปรี้ยว เผ็ด ลงตัวดี ตัวเอ็นแก้วก็ให้มาค่อยข้างเยอะ ตัวผักที่ให้มานั้นก็ถือว่าค่อนข้างโอเค แต่ผมว่าจริง ๆ แล้วให้เห็ดฟางมาอีกสักหน่อยคงน่าจะดีกว่านี้เหมือนกันะครับ






ข้าวผัดปูจานใหญ่ (Fried rice with crab meat - 180 บาท): จานนี้ไม่ค่อยเป็นข้าวผัดปูสักเท่าไร เหมือนเป็นข้าวผัดรวมมิตร, ข้าวผัดเด็กซะมากกว่า ไม่ค่อยให้ feeling ของข้าวผัดปูดีนัก รสชาติรวม ๆ ก็ผัดมายังไม่ได้โดดเด่นอะไรมากครับ เป็นอีกหนึ่งจานที่ค่อนข้างธรรมดา ๆ หากินได้ทั่ว ๆ ไป

สรุป ร้าน Melon Mint - ร้านแนว Pub & Restaurant บนถนนอ่อนนุชแห่งนี้ก็เป็นร้านนั่งชิล ที่ค่อนข้างจะโอเคร้านนึงล่ะครับ บรรยากาศร้านชิลดีสมกับเป็นร้านแนวนี้ อาหารราคากลาง ๆ รอไม่ค่อยนาน และพนักงานก็บริการค่อนข้างดี ส่วนรสชาติอาหารก็กลาง ๆ ไม่ค่อยหนีจากร้านอื่นสักเท่าไร หรือพูดง่าย ๆ ก็คือโดยรวมแล้ว ร้านนี้ก็เป็นร้านที่มาฝากท้องทั้งจากอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างค่อนข้างลงตัวดีล่ะครับ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...