BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label Fusion. Show all posts
Showing posts with label Fusion. Show all posts

Sunday, March 30, 2014

The Rock - Fusion Restaurant at Cape Nidhra Hua Hin Review

Rock Restaurant - International & Fusion Restaurant at Cape Nidhra Hotel Review



Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  4.5/5
Value   4.5/5

Rock Restaurant - Asian Fusion Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ณ โรงแรม Capd Nidhra หัวหินจะมีห้องอาหารชื่อดังประจำโรงแรมอยู่ห้องนึงนามว่า Rocks Restaurant ชื่อร้านนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนักมวยปล้ำชื่อดังที่ผันตัวเองมาเล่นหนัง, ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่องดังเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่อร้านนั้นมีที่มาจากอะไร (คือเขียนเหมือนจะรู้) เพราะว่าบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งเป็นแนว modern ริมทะเลนั้นไม่ได้มีอะไรที่มีความเป็นหินหรือเกี่ยวข้องอะไรกับหินเลย (เท่าที่สังเกต) ร้านนี้เป็นห้องอาหารหนึ่งเดียวของโรงแรม เสิร์ฟอาหารทั้งมื้อเช้า, เที่ยง และเย็นให้กับแขกเหรื่อและคนทั่วไป

ห้องอาหาร Rocks Restaurant แห่งนี้แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ริมทะเลแบบติดทะเลเลย แต่ก็ยังพอเห็นวิวเป็นทะเลอยู่บ้าง ให้ไม่เสียเที่ยวกับห้องอาหารของโรงแรมริมทะเลแบบนี้ ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน จะมีส่วน al fresco dining อยู่เล็กน้อยมีโต๊ะอยู่ 4-5 โต๊ะซึ่งโต๊ะบริเวณนี้ถามาตอนกลางคืนนี่จะโรแมนติคมากเลเพราะจะเห็นวิวสระน้ำ, ทะเล และแสงจันทร์(นวลผ่อง) ส่วนถ้ามาตอนกลางวันก็อาจจะไม่ดีเท่าเพราะร้อนด้วยและไม่โรแมนติคเท่าไรด้วย ส่วนที่นั่งด้านในนั้นจะมีจำนวนโต๊ะอยู่ค่อนข้างเยอะ มีทั้งโต๊ะใหญ่และโต๊ะเล็ก ๆ รองรับลูกค้าหลากหลายรูปแบบ บรรยากาศด้านในนั้นตกแต่งสวยงามดีครับ สมกับเป็นห้องอาหารของโรงแรม 5 ดาว เช่นเดียวกันกับการบริการของที่นี่ พนักงานดูแลดีมาก มืออาชีพ และใส่ใจกับลูกค้าสุด ๆ







อาหารของห้องอาหาร Rocks Restaurant - Cape Nidhra Hua Hin นั้นจะเป็นอาหารแนวผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออก แต่ว่าจะแบ่งหมวดหมู่อาหารเป็นแบบตะวันตกคือจะมี soup, pasta, appetzier, salad, main course, dessert อะไรพวกนี้ แต่คือก็ไม่ได้มีแต่อาหารตะวันตกจะมีอาหารไทย, อาหารตะวันออกแทรก ๆ เข้าไปอยู่ในเมนูด้วย ตัวอาหารมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นนั้นก็จะแตกต่างกันบ้างพอสมควรมีอาหารบางตัวที่มีทั้ง 2 มื้อและมีบางตัวที่มีแค่มื้อใดมื้อหนึ่งก็เลยทำให้เกิดความหลากหลายในด้านอาหารเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถมารับประทานได้ 2 มื้อติดต่อกันได้แบบสบาย ๆ






อาหารของทางร้านจะเป็นอาหารที่เน้นแนว fusion หน่อย มีการใส่ความเป็น seafood, ความเป็นไทย ลงไปในอาหารตะวันตก , มีการ twist อาหารไทยแบบบ้าน ๆ ให้หน้าตาออกมาดูดีเหมือนกับของตะวันตก จนสุดท้ายแล้วอาหารของร้าน Rocks Restaurant แห่งนี้จึงเป็นแต่ละจานที่ creative และไม่ซ้ำแบบกับใครเลยจริง ๆ เพราะเป็นจานที่คิดขึ้นมาใหม่เองทั้งหมด ส่วนราคาอาหารนั้นก็อยู่ในระดับกลาง ๆ เทียบได้กับร้านอาหารตะวันตกมีระดับหน่อยในกรุงเทพมากินกันเต็มที่ก็คงจะคนละ 600 - 1,000 บาทโดยประมาณอะไรประมาณนั้น เครื่องดื่มของทางร้านมีให้เลือกเยอะครบครัน เท่าที่ดู ๆ แล้วอยากจะดื่มอะไร อยากจะซดอะไรที่ร้านน้เค้ามีให้เลือกสั่งหมดครับ (ยกเว้นเบียร์สดนะ)

Cape Nidhra Coffee (Single malt whisky, baileys, whipped cream, lavazza coffee, Cinnamon - 260 บาท) : กาแฟที่เอาชื่อโรงแรมมาเป็นชื่อเมนู เห็นแบบนี้ปุ๊บอดที่จะไม่สั่งไม่ได้จริง ๆ ล่ะครับเป็นกาแฟเข้มข้นที่ผสมวิสกี้มาด้วย ใส่วิปครีมนิด, ซินนามอนหน่อยเพื่อความมันความอร่อย แก้วนี้ให้วิสกี้ค่อนข้างเยอะกินเข้าไปอึกแรกแอบสะอึกอยู่เหมือนกัน แต่กินไปกินมาหลัง ๆ เริ่มลื่น รู้สึกว่าเอ้อมันก็เข้ากันดีนะเนี่ยวิสกี้กับกาแฟเนี่ย







Watermelon and Feta Cheese Salad with Pink Pepper - 340 บาท : สลัดไอเดียสุดบรรเจิด นำแตงโมมาหั่นเป็นลูกเต๋าแล้วเอาไปคลุกกับ feta cheese และมีการยัดกลับลงไปในแตงโมลูกเล็ก ๆ และเสิร์ฟมาพร้อมกับใบร็อคเก็ตเล็ก ๆ หน้าตาตอนแรกนี่บอกตรง ๆ คือผมไม่คิดว่ามันจะเข้ากันเลย แต่คือพอได้กินแล้วมันกลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด แตงโมเพิ่มความหวานและฉ่ำ ส่วนชีสเพิ่มความมันและหอม ใบร็อคเก็ตเหมือนเป็นใบตัดเลี่ยน แอบมีรสเผ็ด ๆ ด้วยเล็กน้อย

Angel hair pasta with crabmeat, crab roe, white wine, olive oil, chili, garlic and rocket leaves - 370 บาท : จานนี้ทางร้านบอกว่าเป็น pasta ที่โด่งดังที่สุดของทางร้านล่ะ ลูกค้าที่มานี่แทบจะสั่งกันทุกคน เป็นเส้นแองเจิ้ลแฮร์นำไปผัดกับไวน์ขาว, ใบร็อคเก็ตและใส่พวกเครือ่งเทศเพิ่มรสจัดจ้านลงไป ส่วนที่สำคัญที่สุดคือเนื้อปูที่ให้มาเยอะมาก ตักขึ้นมาคำไหนก็เจอ และมีก้ามปูขนาดใหญ่แปะมาด้วย ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเนื้อปูนั้นมาจากก้ามปูรึเปล่า ซึ่งถ้าใช่นี่จานนี้จะเป็นอะไรที่ถูกมากเลยนะเพราะก้ามปูนึ่งเปล่า ๆ อย่างเดียวในกรุงเทพส่วนใหญ่ก็ขายกันก้ามละ 400 บาทเข้าไปล่ะ จานนี้รสชาติจัดจ้าน, ไม่แห้ง, ไม่แฉะไป เนื้อปูสด อร่อยฟินครับ









Herb-crusted Australian rack of lamb with truffle-flavoured mashed potatoes and rosemary gravy - 750 บาท : เป็นซี่โครงแกะที่สวยงามและบรรเจิดที่สุดที่ผมเคยเจอมาแล้วล่ะมั้งครับ ตัวซี่โครงมีเอาไปชุบกับแป้ง, สมุนไพร เพิ่มความกรอบของผิวด้านนอก ส่วนผิวในก็นุ่มและ medium rare กำลงดี ติดมันมากำลังดี, จานนี้มีการพัน onion rings มาให้สวย ๆ พร้อมกับเป็น side dish ของจานด้วย ยังไม่พอมีใส่มันบดกลิ่นทรัฟเฟิลมาให้อีก โอย เป็นซี่โครงแกะที่พิถีพิถันและอร่อยจริง ๆ ครับ

ไข่เจียวปู (Crabmeat Omelette - 450 บาท) : อาหารไทย fusion ตะวันตกจานเดียวในมื้อนี้เป็นไข่เจียวที่ทำออกมาเป็นหลาย ๆ ชั้น ระหว่างแต่ละชั้นจะมีเนื้อปูปริมาณมากแทรกเอาไว้อยู่และก็เรียง ๆ มาลักษณะคล้าย ๆ .. เบอร์เกอร์, พุดดิ้ง อะไรประมาณนั้น เป็นไข่เจียวที่อร่อย เนื้อปูเยอะ และหน้าตาน่ากินสุด ๆ ไปเลยล่ะครับ









Pavlova with Fresh Tropical Fruist - 190 บาท : เป็นเมอแรงค์ที่นำไปอบมา รสชาติของตัว pavlova จะหวาน ๆ กรอบ ๆ และได้ความหวาน ฉ่ำ อ่รยเพิ่มเติมจากผลไม้ที่วางประดับประดาด้านบนมาจนเต็ม เป็นของหวานที่ผมไม่เคยกินมาก่อน สวยงามและอร่อยในตัวเอง ยอดไปเลย

Fruit Platter - 130 บาท : รวมมิตรผลไม้จานใหญ่ยักษ์ แกะสลักมาสวย ๆ ผลไม้สดทุกอย่าง



สรุป ร้าน Rocks Restaurant แห่งนี้ก็สมกับเป็นร้านดังในหัวหินล่ะครับ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ ไม่ว่าจะบรรยากาศ, การบริการและตัวอาหาร และองค์ประกอบคุณภาพเยี่ยมทั้งหมดนี้แลกมากับราคาที่ไม่ได้แพงมากนัก (ตามความรู้สึกผม) ผมเลยรู้สึกว่าร้านนี้นี่เหมาะจริง ๆ ถ้ามาหัวหินแล้วอยากจะกินอาหารดี ๆ หากินที่ไหนไม่ได้ บรรยากาศดี ๆ โรแมนติค ร้าน Rocks Restaurant แห่งนี้นี่เป็นอะไรที่ใช่เลยจริง ๆ ล่ะครับ


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Tuesday, March 25, 2014

No. 43 Italian Restaurant Bangkok Review

No. 43 ร้านอาหารอิตาเลียน พิซซ่า พาสต้า โรงแรม Cape House หลังสวน รีวิว



Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   3.5/5

No. 43 - Italian Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



No. 43 Italian Bistro เป็นชื่อของห้องอาหารหลักของ serviced apartment "Cape House" บนถนนหลังสวนใจกลางกรุงเทพ ชื่อร้านนี้มีที่มาจากบ้านเลขที่ของโรงแรมที่จะเป็นบ้านเลขที่ 43 ตัวเลขนี้ก็เลยไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก ตัวห้องอาหารนี้ในตอนเช้าจะประพฤติตัวเป็นไลน์อาหารเช้าให้กับแขกเหรื่อของโรงแรม ส่วนมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นก็จะให้บริการอาหารอิตาเลียนตามชื่อร้าน แต่ก็มีอาหารไทยให้เลือกสั่งด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าแขกของโรงแรมนี้จะเป็นชาวต่างชาติและอย่างที่รู้ ๆ กันว่าชาวต่างชาตินั้นชอบอาหารไทย ก็เลยต้องมีอาหารจากทั้ง 2 ซีกโลกไว้บริการ

บรรยากาศของที่นี่ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารอิตาเลียนไม่กี่ร้านในกรุงเทพที่ตกแต่งร้านได้ในระดับเดียวกันกับชื่อร้าน คือร้านนี้ใช้ชื่อว่า Bistro ซึ่งถ้านิยามคร่าว ๆ ของคำนี้ก็คือร้านอาหารแบบบ้าน ๆ สบาย ๆ ของพวกฝรั่งเค้า ไม่ต้องหรูหราอะไรมาก เมนูมีจดในกระดานดำตามวัตถุดิบที่ได้มาในแต่ละวัน อะไรประมาณนี้ ร้าน No. 43 Italian Bistro แห่งนี้บรรยากาศค่อนข้างจะเหมือนกินข้าวอยู่ที่บ้านดีนะตามความรู้สึกผม ไม่ต้องพิธีการมากแต่ก็สะอาด สวยงามและเป็นระเบียบดี







อาหารของร้านก็ตามที่เกริ่นไปตอนแรกว่าจะมีทั้งอาหารอิตาเลียนและอาหารไทย แบบที่ไม่ได้เน้นอันไหนมากกว่ากัน และตัวอาหารของแต่ละฝั่งนี้ก็ไม่ได้แบบเป็นไทยจ๋า, อิตาเลียนจ๋า แต่อย่างใดแต่จะมีการ fusion ผสมผสาน ข้ามไปข้ามมาซึ่งกันและกันด้วย อาหารของร้าน No. 43 Italian Bistro แห่งนี้แค่อาหารอิตาเลียนอย่างเดียวก็มีให้เลือกครบครันจนสั่งแทบไม่ถูกล่ะ มีทั้ง set menu , a la carte และแบบพอมีอาหารไทยที่เยอะพอ ๆ กันมาให้สั่งด้วยก็เลยยิ่งตาลายเข้าไปใหญ่ครับ ราคาอาหารของร้านนี้ค่อนข้างมาตรฐาน ระดับเดียวกับร้านอิตาเลียนมีระดับ, ร้านอิตาเลียนในโรงแรมที่ไม่ได้หรูหรามากนักอื่น ๆ เริ่มต้นกันที่ 200 บาทสำหรบ appetizer และก็ลากยาวไปจนถึง 500 - 600 บาทสำหรับ main course โดยประมาณ อ้อ แต่มีอยู่หมวดนึงที่ผมรู้สึกว่าถูกเว่อร์ก็คือพวกหมวดของหวานอิตาเลียนของร้านนี้ครับ ราคาอยู่ที่แค่ประมาณ 100 ต้น ๆ บาทแค่นั้นเอง ในขณะที่ถ้าเป็นที่อื่นน่าจะสัก 200 - 300 บาทสบาย ๆ เลย

พะแนงแซลมอน (Thai red curry with salmon - 240 บาท) : เริ่มต้นกันด้วยอาหารไทยที่ fusion กับความเป็นตะวันตกโดยการใช้ปลาจากโลกตะวันตก หน้าตาสวยงาม ดูดีกว่าพะแนงจากร้านอาหารไทยแท้ ๆ ที่มักจะไม่มีการตกแต่งจานมา แซลมอนชิ้นใหญ่ และทางร้านเลือกเอาส่วนท้องที่จะติดมัน ๆ มาหน่อยและก็เสิร์ฟแบบติดหนังมาด้วย หนังกับผิวนอกของปลาแซลมอนถูกทอดมาก็เลยจะกรอบ ๆ เกรียม ๆ อร่อยดี ตัวน้ำพะแนงก็รสชาติดีครับกลมกล่อม เป็นจานเปิดประเดิมที่เยี่ยมเลย








Al Frutti di Mare (with seafood and white wine in tomato sauce - 280 บาท) : เส้นสปาเก็ตตี้ที่มาพร้อมกับ seafood รวมมิตรหลากหลายมากทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, กุ้ง, หอยลาย, หอยเชลล์ ทั้งหมดนี้ผัดมากับซอสมะเขือเทศที่รสชาตกลมกล่อมดี และก็ผัดมาดีครับ ซอสเคลือบเส้น, ซอสห่อหุ้มตัว seafood ดี เป็นพาสต้าที่ทำมาได้ดีทีเดียวเลย

Pizza Affogata (Mozzarella, cream cheese, shrimp and spinach - 275 บาท) : พิซซ่าเรียบง่าย ๆ ที่ให้หน้าพิซซ่ามาแบบไม่หวงเลย กุ้งตัวใหญ่ให้มาพอดีกับจำนวน slice ที่ทางร้านหั่นมา, ผักโขมโรยเคลือบผิวหน้ามาแบบกำลังดี และชีส mozzarella แผล่คลุมพิซซ่าทั้งแผ่น ราคาก็ถือว่าถูกด้วยนะครับจานนี้เพราะว่าถ้าเป็นที่อื่นนี่ผมว่าน่าจะ 400 - 500 บาทได้เลยกุ้งเยอะขนาดนี้ รสชาติอร่อยดี กุ้งกับชีสกับผักโขมผสมกันมานัวดีมาก








Al Salmone (Penne with salmon and pink sauce - 330 บาท) : เพนเน่ที่มาพร้อมกับเนื้อปลาแซลมอนชิ้นเล็ก ๆ และ pink sauce จานนี้ตัวเส้นเพนเน่ต้มมาดี นุ่มกำลังดี , แซลมอนกับมะเขือเทศก็อร่อยดีครับแต่เหมือนจานนี้จะมาตกม้าตายตรงตัว pink sauce ที่ผมว่ารสชาติมันแหม่ง ๆ อ่ะ กินแล้วไม่ค่อยรู้สึกว่าอยากกินอีก

Costine d'Agnello al Vino Rosso con Verdure Cotte e Focacciette (Pan-fried lamb chops in red wine sauce served with seasonal sauteed vegetables and small focaccias - 600 บาท): ซี่โครงแกะชิ้นใหญ่ที่จัดเสิร์ฟมาได้อย่างสวยงาม ย่างมาแบบสมบูรณ์แบบ medium rare พอดี, หมักมาดีมากหอมพริกไทย และเค็มกำลังดี , ซี่โครงชิ้นหนาทำให้แต่ละคำที่กินเข้าไปจะได้ความฉ่ำความอร่อยมากกว่าปกติ จานนี้กินแล้วฟินครับ









Panna Cotta (Vanilla Cream with Mixed Berry Coulis - 120 บาท) : ไม่น่าเชื่อครับว่าจานนี้จะ 120 บาท เพราะให้ panna cotta ลูกใหญ่ และเสิร์ฟมาแบบสวยงามดีมาก ซอสที่ให้มามี 2 ซอส คือ pistachio กับ raspberry ซึ่งอันนึงจะเปรี้ยวส่วนอีกอันจะหวาน ทำให้การกิน panna cotta จานนี้สนุกดีครับ และตัว panna cotta เองก็ทำมาได้ดี นุ่ม เด้งดึ๋ง ๆ อร่อยดี

สรุป ร้านอาหารอิตาเลียน No. 43 Italian Bistro ณ Cape House Bangkok แห่งนี้ก็เป็นร้านอิาเลียนแบบ casual ๆ ที่ค่อนข้างจะมาตรฐานร้านนึงนะครับ ในย่านหลังสวนแห่งนี้ก็มีร้านอาหารอิตาเลียน/อาหารตะวันตกอยู่หลายร้าน แต่เท่าที่ผมเคยกินมาร้านส่วนใหญ่มักจะหรูหาและราคาแพงเว่อร์หมดเลย แต่คือถ้าใครอยากกินอิตาเลียนที่ไม่เป็นทางการมากนัก ราคาคุ้มค่ากว่า และก็มีอาหารให้เลือกมากมายด้วย ร้าน No. 43 Italian Bistro แห่งนี้นี่คือใช่เลยล่ะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...