BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label Author's Favorite (9 - 10 Score). Show all posts
Showing posts with label Author's Favorite (9 - 10 Score). Show all posts

Friday, October 25, 2013

Ewawon Korean Cuisine Review

Ewawon - Royal Korean Cuisine Review

อีวาวอน - ร้านอาหารเกาหลี ปิ้งย่าง นาคนิวาส เลียบทางด่วนรามอินทรา




Overall Score  10/10
Taste   5/5
Ambiance  4/5
Service  3/5
Value   5/5

Ewawon - Korean Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ร้านปิ้งย่างเกาหลีในบ้านเราถ้าเทียบกับปิ้งย่างญี่ปุ่นแล้วทุกคนก็คงทราบกันดีว่ามีให้เลือกไม่ค่อยเยอะเท่า ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ แล้วปิ้งย่างของ 2 สัญชาตินี้ก็เป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะแตกต่างกันเท่าไร ไม่ว่าจะตัวเนื้อ, ตัว side dish หรืออาหารจานซุป หรืออาหารจานข้าวที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้พินิจพิเคราะห์กันโดยละเอียดก็คงจะแยกออกจากกันได้ยากพอสมควร (นอกเหนือจากที่ปิ้งย่างเกาหลีจะมีเครื่องเคียงสไตล์เกาหลีสิบกว่าอย่างให้กินพ่วงด้วย) ซึ่งรีวิวนี้เราก็จะพากันไปที่ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่ผมได้รับคำแนะนำจากญาติผมมากันกับร้าน อีวาวอน หรือ Ewawon ที่อยู่ในซอยสหกรณ์ (นาคนิวาส 16) ซอยที่เป็นทางลัดเชื่อมระหว่างเลียบทางด่วนรามอินทรากับถนนนาคนิวาสและเป็นซอยที่มีคนขับรถผ่านกันค่อนข้างเยอะ, มีร้านอาหารตั้งอยู่ในซอยนี้กันค่อนข้างเยอะเลยซอยนึง

ร้าน Ewawon แห่งนี้ ก็เป็นร้านที่เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะดู premium มากเลย ไล่กันไปตั้งแต่ตัวร้านที่เป็นบ้านมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารแบบดูดี ๆ , ชื่อร้านที่มีคำว่า Royale Cuisine ต่อท้าย รวมถึงเวลาเปิดปิดร้านที่มีการพักเบรคตอนบ่ายแบบร้าน premium ๆ ทั้งหลายแหล่ด้วย ซึ่งตอนก่อนหน้าที่ผมจะมากินที่ร้านนี้ผมก็แอบเตรียมใจเอาไว้แล้วเหมือนกันว่าจะต้องเสียค่าอาหารแพงแน่เลย แต่แบบพอเห็นราคาเมนูแล้ว เห็นว่าไม่มี vat + service charge ในเมนูด้วยแล้ว ก็แบบอืม ปริมาณอาหารก็คงจะไม่เยอะหรอกมั้ง แต่ไป ๆ มา ๆ พอเห็นปริมาณอาหารที่ยกมา ไม่ว่าจะจานเนื้อที่เป็นจานใหญ่มีเนื้อมากมายหลายชิ้น, จานที่เป็นซุปก็มาแบบเป็นกะละมัง แล้วก็แบบ เฮ้ย เป็นไปได้ยังไงกับราคาอาหารเท่านี้ เพราะว่าผมเองก็กินร้านปิ้งย่างเกาหลีในกรุงเทพฯมาหลายร้าน แทบทุกร้านนี่เรียกได้ว่าราคาแพงแบบน่าตกใจหมด ไปกินทีนึงนี่คนละ 1000 กว่าบาทนี่เป็นเรื่องปกติเลย พอเห็นราคาเห็นปริมาณแล้ว ก็เลยถึงบางอ้อว่าทำไมลูกค้าของร้านนี้ถึงเน้นขนัดกันได้ในทุกคราที่ผมขับรถผ่าน, ในว่านที่ผมไปก็ลูกค้านั่งกันเต็มร้านและแบบขนาดตอน 4 ทุ่มกว่าแล้วก็ยังมีลูกค้าเข้ามานั่งกินกันใหม่ ๆ รวมถึงมีลูกค้านั่งกันอยู่เต็มร้านอยู่เลยด้วย





อาหารของร้านนี้ก็จะแบ่งได้เป็นพวกปิ้งย่าง หมวดปิ้งย่างนี่ก็มีให้เลือกค่อนข้างจะเหมือน ๆ กับปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น มีเนื้อวัวส่วนต่าง ๆ ให้เลือกครบครันไม่ว่าจะเนื้อซี่โครง, ลิ้นวัว, เนื้อลาย มีเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่นเนื้อไก่, เนื้อหมูครบครัน และอาหารที่ไม่ใช่ปิ้งย่างก็มีให้เลือกเยอะไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะซุปแบบต่าง ๆ , ข้าวแบบต่าง ๆ หรืออาหารกินเล่นสไตล์เกาหลี มีครบหมดเลยครับ มื้อนี้ผมไปกับแฟนแค่ 2 คนก็เลยสั่งกันไม่ค่อยเยอะเท่าไรมาไล่เรียงกันไปเลย

ซี่โครงเนื้อ (Grilled beef rip 200 บาท) : อร่อยไม่เท่าของญี่ปุ่นสักเท่าไรครับ เนื้อไม่มันเท่า และก็มีแบบติดซี่โครงมาจริง ๆ แค่ชิ้นเดียว แต่ถามว่าเลวร้ายไม่ก็ไม่นะครับ แค่สู้เนื้อจานอื่น ๆ ในมื้อนี้ไม่ได้แค่นั้นเอง





 เนื้อย่าง (Grilled beef - 160 บาท) : เนื้อส่วนไหนไม่รู้ ผมเดาว่าน่าจะเป็นส่วนสันนอก จานนี้ก็อร่อยดีครับ ค่อนข้างมาตฐาน

ลิ้นวัว (Ox’s tongue - 120 บาท) : จานนี้ผมชอบมาก 120 บาทแต่ว่าให้ลิ้นวัวมาเยอะมาก ๆ ประมาณสัก 15 ชิ้นได้ และแต่ละชิ้นนี่ก็คุณภาพระดับเดียวกับพวกร้านอาหารญี่ปุ่นที่คิดกันจานละ 300 บาทแต่ว่าให้มาน้อยกว่านี้เลย จานนี้แนะนำจริง ๆ น่าลองเป็นอย่างยิ่ง อร่อยคุ้มค่าคุ้มราคา

เนื้อคอวัว (Cow’s neck - 180 บาท) : จานนี้ก็เยี่ยมครับ เป็นเนื้อที่ลายที่สุดในมื้อนี้แล้ว ลายอาจจะไม่ได้สวยมากเท่าพวกเนื้อแพงมาก ๆ ตามร้านปิ้งย่างญี่ปุ่น แต่กับ 180 บาท ได้เนื้อมาเยอะขนาดนี้ ลายสวยขนาดนี้ ชิ้นใหญ่ มัน นุ่ม อร่อย แบบนี้ อืม เป็นใครก็คงเลือกเนื้อคอวัวของร้าน Ewawon แห่งนี้กันทั้งนั้นล่ะครับ






ซุปไก่ตุ๋นโสม (Steam Chicken - 200 บาท) : จานนี้เป็นอีกหนึ่งจานที่ผมประทับใจมากคือแบบ 200 บาทได้ซุปมาแบบเป็นกะละมัง แบบกะละมังจริง ๆ เลย คือเท่าที่เคยกินซุปตามร้านหรู ๆ และราคา 200 บาทนี่ส่วนใหญ่จะให้มาชามเล็ก ๆ ประมาณสัก 1 ใน 4 ของที่นี่ได้ ไก่ให้ไก่มาทั้งตัวแม้ว่าจะเป็นไก่ตัวไม่ใหญ่แต่ก็เป็นไก่ทั้งตัว เนื้อไก่ถูกต้มมาจนเปื่อย นุ่มอร่อย ไร้ที่ติ ส่วนน้ำซุปนี่ ผมเคยกินซุปโสมที่เกาหลีมา บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นไม่ชอบเลย ไม่ค่อยอร่อย จืดสนิท แต่ของร้านนี้เหมือนเค้าจะปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทย รสค่อนข้างจัดจ้าน อร่อยดีมากเลยล่ะครับ (แฟนผมแอบเติมเกลือกับพริกไทยลงไปเพิ่มอีกหน่อยก็เลยยิ่งอร่อยฟิน)

ผักย่าง (Vegetables - 40 บาท) : ผักให้มาแบบคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ ทั้งหอมใหญ่, แครอท, พริกหวาน, ข้าวโพด และขายแค่ 40 บาทแค่นั้น! ร้านอื่นที่ผมเคยเจอนี่เห็นขายกันจานละ 100 บาทและให้มาสักครึ่งนึงของร้านนี้ได้มั้ง




สรุป มื้อนี้จัดกันไปจนพุงแทบจะระเบิด 2 คนมีเบียร์ด้วยขวดนึง มีข้าวสวยด้วยถ้วยนึง เลขที่ออกออกมาแค่ 1,005 บาทแค่นั้น OMFG! จริง ๆ คือตอนก่อนเรียกเช็คบิลนี่ผมกะเอาไว้คร่าว ๆ ว่าประมาณ 1,500 บาท แต่นี่คือแบบเลข 5 สลับตำแหน่งไปอยู่ที่หลักหน่วย โอ้โห ชื่นใจจริง ๆ ครับกับความคุ้มค่าของร้านนี้ แม้ว่าความอร่อยจะไม่ได้เลอเลิศประเสริฐศรีอะไรมาก แต่กับราคาที่ถูกขนาดนี้ ผมขอเลือกร้าน Ewawon แห่งนี้เหนือกว่าร้านที่อร่อยกว่านี้นิดนึงแต่แพงกว่ากัน 2 เท่าได้ไม่ยากเลย มื้อนี้ติดอยู่แค่อย่างเดียวครับ การบริการของพนักงานค่อนข้างจะติดลบอยู่ แต่อันนี้ก็แอบพอจะเข้าใจเค้าเหมือนกันเพราะว่าลูกค้าเยอะมาก พนักงานมีกันไม่กี่คน แต่ละคนวิ่งวุ่นกันตลอด ไม่ได้อู้อะไรเลยจริง ๆ แต่แค่ทำไม่ทันกัน ก็นะ ต่อไปเวลานึกถึงเนื้อย่างเกาหลีผมคงจะนึกถึงร้านนี้เป็นอันดับต้น ๆ แล้วล่ะครับ ชอบจริง ๆ ให้ดิ้นตาย



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Friday, October 18, 2013

บ้านเหนือน้ำ ปทุมธานี Review

บ้านเหนือน้ำ - ร้านอาหารไทย ริมน้ำ ปทุมธานี กุ้งแม่น้ำเผา อาหารทะเล อาหารไทย Review




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4/5

บ้านเหนือน้ำ - ร้านอาหารไทย on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



สำหรับคนกรุงเทพแล้วเวลาที่นึกถึงกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ๆ เผามาแบบมันกุ้งเยิ้ม ๆ นี่ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะนึกถึงพระนครศรีอยุธยากัน เพราะว่าจังหวัดเมืองหลวงเก่าเรานามนี้นั้น เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของคำว่า "กุ้งแม่น้ำ" ก็คงไม่ผิดนัก แต่จริง ๆ แล้วเท่าที่ผมได้กินกุ้งแม่น้ำมาหลาย ๆ ร้าน กลายเป็นว่าอยุธยานี่เป็นที่ที่ผมได้ไปกินกุ้งแม่น้ำมาน้อยที่สุดเลย กลายเป็นจังหวัดปริมณฑลกรุงเทพ ที่คั่นกลางระหว่างกรุงเทพกับอยุธยานามว่า ปทุมธานี ที่กลายเป็นร้านที่ผมได้ไปกินกุ้งแม่น้ำบ่อยครั้งกว่าแทน ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วจังหวัดปทุมธานีนี่ก็เป็นจังหวัดที่มีร้านกุ้งแม่น้ำร้านดัง ๆ หลายร้านเหมือนกันนะ อาจจะเพราะอยู่ ใกล้กรุงเทพฯดี คนจับกุ้งแม่น้ำขี้เกียจฝ่ารถติด ๆ เข้ากรุงเทพฯ อะไรงี้ และก็เผอิญอยู่ใกล้กับแหล่งจับกุ่งแม่น้ำของจังหวัดตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยก็เป็นได้

สำหรับร้านในรีวิวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีเมนูกุ้งแม่น้ำเผาเป็นเมนูเด่น เคียงคู่กันไปกับอาหารไทยหลากหลายชนิด ตามพิมพ์นิยมของร้านกุ้งแม่น้ำในบ้านเรา นามว่า "บ้านเหนือน้ำ" ร้านนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ ๆ กับถนน รังสิต-ปทุมธานี สำหรับผมที่เดินทางมาจากรามคำแหงก็ขึ้นทางด่วนแล้วก็ลากยาว มาตามทางด่วนสายบางปะอิน ออก exit รังสิตปทุมธานีแล้วก็ขับ ๆ มาตามทางข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็ไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนปทุมธานี-สามโคก แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าปทุมสัมพันธ เลี้ยวซ้ายเข้าเทอดปทุมขับ ๆ ไปตามทางก็จะเจอร้านอยู่ขวามือ อืม การเดินทางจากรามคำแหงของผมนี่ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างจะหลงทางได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ได้ใช้ google maps ช่วยนำทางมาตลอด แต่ว่าพอมี google maps แล้วก็เรียกได้ว่ามาถึงง่ายมาก ๆ ครับ ไม่มีหลงเลย







ร้านบ้านเหนือน้ำแห่งนี้เป็นร้านที่เปิดทำการกันมาหลายปีแล้ว ผ่านช่วงเวลาที่น้ำท่วมหนักเมื่อ 2 ปีก่อน (ทางร้านบอกว่าน้ำท่วมไปถึงเพดานชั้น 1) และผ่านร้อนผ่านฝนมาแล้วหลายครั้ง ร้านตกแต่งเป็นคล้าย ๆ บ้านริมน้ำแบบโบราณ เอ่อ คำว่าโบราณอาจจะดูเก่าไป เอาเป็นบ้านสมัยเก่าสัก 20 - 30 ปีก่อนละกัน แบ่งร้านเป็นหลายโซน ทั้งโซน terrace ริมน้ำ , โซน indoor dining ที่สามารถปิด/เปิด หน้าต่างออกมาเป็นห้องแอร์หรือห้องรับลมธรรมชาติก็ได้ ทางเดินเข้าร้านนั้นก็เก๋ไก๋ เป็นทางเดินแบบเดินผ่านสวนมา รื่นรมย์ ร่มรื่นย์ก่อนที่จะมานั่งรับลมแม่น้ำกันแบบชิลล์ ๆ อืม บางครั้งการมากินข้าวต่างจังหวัด แม้ว่าจะเป็นแค่จังหวัดปริมณฑลแบบนี้มันก็ให้ฟิลลิ่งแบบที่หาตามร้านในกรุงเทพฯ ไม่ได้เหมือนกันนะครับเนี่ย

อาหารของร้าน "บ้านเหนือน้ำ" แห่งนี้ก็เป็นอาหารไทยแบบไทยแท้ ๆ ที่มีการนำเมนูไทยโบราณ, เมนูไทยท้องถิ่นแบบที่ไม่ค่อยจะมีขายที่ไหน เคียงคู่ไปกับอาหารไทยยอดนิยมที่พบเจอได้ทั่วไป อาหารมีให้เลือกค่อนข้างเยอะมากครับ ใคร ๆ มาก็น่าจะมีเมนูที่โดนใจกันบ้างไม่มากก็น้อย อาหารส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างมาตรฐานอยู่ที่ 100 - 300 บาทโดยประมาณ ถ้ามากินกันโดยเฉลี่ยแล้วก็คงประมาณ 600 - 1,000 บาทโดยประมาณ (ในสมมติฐานที่ว่าสั่งกุ้งแม่น้ำเผากันคนละตัว)

อาหารในมื้อนี้ก็มีอาหารคาว 7 อย่าง ของหวาน 2 อย่างครับ มาไล่เรียงกันไปเลยดีกว่า

กุ้งแม่น้ำเผา (grilled king river prawns - 1,550 baht/kg) : อาหารเรือธงของร้านบ้านเหนือน้ำ (และอีกหลาย ๆ ร้านในจังหวัดปทุมธานีแห่งนี้) กุ้งตัวใหญ่ประมาณ 3 ขีด (3 ตัวโล) ผ่าครึ่งมาให้เรา และมาแบบยั่วเนื้อขาว ๆ มันเยิ้ม ๆ กันแบบถ้าเปลี่ยนกุ้งเป็นผู้หญิงนี่ผู้ชายคงโดดตะครุบกันหมด แต่พอนี่เป็นกุ้งก็เลยเปลี่ยนจากโดดตะครุบเป็นจับยัดเข้าปากแทน โอย ฟิน ครับ ไม่รู้จะไปติอะไร ถึงแม้ว่าช่วงหลัง ๆ นี่ผมจะรู้สึกว่าทำไมกุ้งแม่น้ำมันแพงจัง(วะ) ตอนเด็ก ๆ จำได้ว่าตัวขนาดนี้กินกันอยู่ที่โลละ 600 บาทเอง แต่ก็นะ ก็ยังคงถูกกว่า Otoro อยู่ดี อร่อยพอ ๆ กันได้เนื้อเยอะกว่าด้วย กิน ๆ มันเข้าไปเถอะสนับสนุนคนไทย (เนอะ)







แกงส้มมะตาด (Matad sour soup - 150 บาท) : เมนูนี้แปลกดีครับ เกิดมาผมก็เพิ่งเคยรู้จักมะตาดเหมือนกัน คือตัวน้ำของแกงส้มนี่ก็ค่อนข้างเป็นน้ำแกงส้มมาตรฐานครับ เปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ ลงตัวดี มันได้ความแปลกใหม่ก็คือตัวมะตาดนี่แหละที่แบบมันคล้าย ๆ กินเปลือกผลไม้ลื่น ๆ เหนียว ๆ อะไรสักอย่าง กินไปคำแรกแอบไม่ชอบ แต่พอกินไป 3-4 คำก็เริ่มคุ้นเริ่มอร่อยขึ้นมาครับ และทางร้านยังใจดีใส่กุ้งมาให้ช่วยดับความฝาดของมะตาดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ลาบปลาตะเพียน ("Larb Pla" spicy minced fish salad - 220 บาท) : เมนูจานเด่น อีกหนึ่งจานของทางร้าน เป็นการเอาเนื้อปลาตะเพียนไปบดจนละเอียด จนก้างที่มีเยอะของปลาแม่น้ำชนิดนี้สามารถกินได้โดยไม่มีปัญหา และก็เอามายำเป็นลาบ ตัวรสชาติลาบนั้นค่อนข้างมาตรฐานได้ความแปลกใหม่ตรงเนื้อปลาตะเพียนที่มันจะแบบไร้มันหน่อยแต่ก็อร่อยดี






ซี่โครงหมูอบยอดผัก (Baked stew spare ribs with kale - 220 บาท) : ซี่โครงหมูนุ่มอร่อย ตุ๋นมาจนแบบเนื้อเปื่อยยุ่ย และตัวน้ำซอสก็รสชาติดี เค็ม นัว ดีมาก คะน้าที่ทางร้านให้มาก็เป็นคะน้าฮ่องกงของแท้ นุ่มไม่แพ้กันกับตัวซี่โครงหมู จานนี้ทำมาซะจนร้านอาหารจีนหลาย ๆ ร้านยังอายเลยนะครับเนี่ย

แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา (home style red curry with egg horseshoe crab - 220 บาท) : อีกหนึ่งเมนูจานแปลกที่ผมไม่เคยกินมาก่อน ตัวน้ำแกงจะรสชาติคล้าย ๆ พะแนง แต่ว่าจะหวานน้อยกว่า เผ็ดมากกว่าหน่อย ตัวสับปะรดที่ให้มาไม่ค่อยเหลือรสชาติสับปะรดเพราะเจอรสน้ำแกงกลบไปหมด ทีเด็ดจริง ๆ ของจานนี้คือตัวไข่แมงดาที่แบบกินแล้วมันกรุบกรอบ เข้ากันดีกับน้ำแกงพอสมควรเลยนะเนี่ย






กระทงทอง (minced chicken sweet corn in crispy golden cup - 120 บาท) : จานนี้มี fail อย่างเดียวคือกระทงมันไม่กรอบ แต่ว่าด้านรสชาตินี่ผ่านฉลุยครบั อร่อยดี แต่ถ้าคิดว่ากระทงแบบไม่กรอบนี่เป็นสูตรของร้าน บ้านเหนือน้ำ แห่งนี้ ก็ตัดเรื่องความไม่กรอบออกไปก็จะกลายเป็นกระทงทองที่อร่อยดีทีเดียวเลย

ข้าวผัดผู้ว่า ("Mayor" fried rice - 100 บาท) : จานนี้ที่สั่งไปเพราะเห็นชื่อแล้วแปลกดีครับ ตอนแรกก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าผู้ว่าไหนสรุปก็คือ นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่ากทม. สมัยสัก 20 - 30 ปีก่อนนั่นเอง (มีรายการทำอาหารของเค้าด้วยใช่มั้ยครับถ้าจำไม่ผิด?) ข้าวผัดจานนี้ก็คล้าย ๆ ข้าวผัดธรรมดาทั่ว ๆ ไปนี่แหละ มีใส่ ก้านผักคะน้าซอย, เนื้อกุ้งสับ(ไม่ละเอียด), เบคอน มากับข้าวที่ผัดมาแห้ง ๆ กำลังดี อร่อยดีครับ ชอบเลย






บัวลอยบังเอิญ (House special taro balls with ice cream - 80 บาท) : จานนี้ทางร้านบอกว่าเกิดจากความบังเอิญที่ทางพนักงานของทางร้านไปเห็นลูกค้าคนนึงนำไอศครีมไปเทใส่บัวลอย และก็แบบเห็นกินอย่างเอร็ดอร่อย ทางร้านก็เลยเอามาทำบ้าง ตอนผมเห็นนี่ก็แอบแปลกดีเหมือนกันครับ ซึ่งพอกินแล้วก็แบบ อืม เข้าใจว่าทำไมทางร้านถึง proudly present เมนูชนิดนี้ อร่อยมากครับ ไอศครีมเย็น ๆ หวาน ๆ กับ บัวลอย อุ่น ๆ เหนียว ๆ หนืด ๆ ผสมผสานกันอย่างลงตัว

เหนือน้ำบอล (Home made deep fried taro balls - 150 บาท) : หรือเผือกทอดเสิร์ฟพร้อม whip cream นั่นเอง จานนี้ก็อร่อยดีครับ แต่ไม่เท่ากับจานบัวลอยบังเอิญจานก่อนหน้า






สรุป พวกผมไปกัน 3 คน ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับร้านบ้านเหนือน้ำ - ปทุมธานี แห่งนี้กันมากนัก แต่พอจบมื้อนี้ ทุกคนก็ล้วนให้คะแนนเต็มแก่ร้านนี้กันหมด คือแบบ ร้านบรรยากาศดี, พนักงานบริการใช้ได้, อาหารรสชาติอร่อย ในราคามาตรฐาน แค่นี้ก็เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่หลาย ๆ ร้านอยากให้เป็นกันมากล่ะครับ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ทางร้านบอกว่าร้านนี้วันเสาร์-อาทิตย์นี่คนจะเต็มร้านเลย และถ้ายิ่งเป็นวันหยุดนักขตฤกษ์นี่ยิ่งหนัก ทางร้านถึงกับไม่รับจองกันเลยทีเดียว ก็ถ้าใครอยากจะมาอิ่มเอิบกับบรรยากาศชานเมือง เคล้าไปกับอาหารอร่อย ๆ แล้วล่ะก็ บ้านเหนือน้ำแห่งนี้ รับรอง น่าจะทำให้ท่านฟินกันได้ง่าย ๆ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Thursday, October 3, 2013

Mantra Restaurant & Bar Review

Mantra Restaurant & Bar - North Pattaya Review

มันตรา ร้านอาหารนานาชาติ พัทยาเหนือ เลียบหาด รีวิว



Overall Score  10/10
Taste   4.5/5
Ambiance  5/5
Service  5/5
Value   4/5

Mantra - Premium International Restaurant on BumRes.com (For more pictures, info and menu)



สำหรับผมเมื่อได้ยินคำว่า Mantra Restaurant & Bar โดยที่ยังไม่ได้ค้นข้อมูลอะไรเพิ่มเติมนั้น ผมคิดเอาเองว่าร้านนี้ก็คงเป็นร้านอาหารไทยธรรมดา ๆ อีกร้านนึงนั่นแหละไม่มีอะไรพิเศษมาก แต่กับคนพัทยา หรือคนที่เคยได้มีโอกาสมายังร้านนี้แล้วก็คงจะได้แต่ยักไหล่กับความคิดของผมว่ามันหาใช่สิ่งที่ร้านอันสุดแสนจะเจ๋งแห่งนี้เป็นเลยสักนิดเดียว

ร้าน Mantra หรือ มนตรา, เวทมนตร์ แห่งนี้เพียงแค่ได้เดินไปในร้าน เราก็เหมือนกับถูกสะกดไว้ด้วยเวทมนตร์ได้อย่างไม่ยากเย็นกับบรรยากาศอันสุดแสนจะ chic และเก๋ไก่ด้วยสไตล์การตกแต่งแบบ ​modern Chinese ที่ผมยังไม่เคยพบเจอร้านไหนทำได้ไฉไลเท่าที่ร้านนี้เลย ร้านนี้เป็นร้านขนาดใหญ่ สามารถแบ่งได้เป็น 3 zone โดยประมาณ โซนแรกนั้นคือโซนบาร์ ขนาดใหญ่ และเป็นส่วนทางเข้าของร้านที่จะทำให้เราตกอยู่ในภวังค์ความงดงามและอลังการได้ไม่ยาก ด้วยบาร์ขนาดใหญ่, ที่นั่งเก๋ไก๋หลายจุด พร้อมเพดานโปร่ง ๆ สูง ๆ และพอเดินเข้าไปด้านในก็จะพบกับส่วนรับประทานอาหารหลัก ที่ใหญ่โต อลังการ และใส่ใจในทุกรายละเอียดของการตกแต่ง พร้อม open kitchen กระจายตัวกันไปในทุกด้านของทางร้าน ทั้งครัวเย็น หรือ Sushi Bar , เตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่พร้อมบริเวณปรุงอาหารอิตาเลียน, ครัวอาหารจีนที่มีเข่งติ่มซำพร้อมเป็ดย่างตัวใหญ่ ๆ น่ากินห้อยเรียกน้ำลายของเรา และโซนสุดท้ายของทางร้านกับบริเวณชั้น 2 ของทางร้านบริเวณที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว, ความโรแมนติคเป็นพิเศษ โดยจะมีที่นั่งแบบ Opera สำหรับกรุ๊ปเล็ก ๆ , Sultan's Table สำหรับกรุ๊ปใหญ่ และที่นั่งแบบหลบเข้าไปในกำแพงสำหรับคู่รัก คือสำหรับผมแล้ว การแค่ได้เห็นบรรยากาศร้าน การได้เข้าไปอยู่ในร้านนี้โดยที่ยังไม่ทันได้ลิ้มรสอาหารแต่อย่างใด ก็ทำให้ผมถูกสะกดด้วยมนตราไปเรียบร้อยแล้วล่ะ (เป็นหนึ่งในร้านที่สวยที่สุดที่ผมเคยเจอก็ว่าได้ หาร้านที่สวยขนาดนี้ในกรุงเทพ (หรือในโลก) ยังไม่ค่อยได้เลยมั้ง)







อาหารของร้านนี้ที่ตอนแรกผมคิดเอาไว้ว่าคงเป็นอาหารไทยธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะบ้องตื้นพอสมควรเลย เพราะว่าจริง ๆ แล้วอาหารของร้านนี้คือยกทุกครัวโลกมาไว้ที่ร้านก็คงไม่ผิดนัก อาหารไทย, อาหารญี่ปุ่น, อาหารจีน, อาหารอิตาเลียน, อาหารตะวันตก, อาหารอินเดีย ร้าน Mantra Restaurant & Bar แห่งนี้เค้ามีไว้พร้อมรองรับลูกค้าหลากหลายเชื้อชาติของพัทยากันอย่างพร้อมสรรพ และเนื่องด้วยเป็นร้านอาหารที่อยู่ติดทะเล อาหารส่วนใหญ่ก็เลยจะเน้นไปที่อาหารทะเลเป็นหลักแต่ก็มีอาหารจากบนบกปน ๆ อยู่ด้วยเพื่อให้ครบครันเรื่องความหลากหลายของอาหารแบบสมบูรณ์แบบ

อาหารของทางร้านมีให้เลือกทั้งแบบ a la carte , แบบ set dinner ที่จะมีให้เลือก 3 แบบในวันที่ผมไป โดยจะเป็นอาหาร 6-7 course แบบ full course ที่ดูเมนู ดูราคาแล้วเหมือนจะคุ้มค่าน่าลองมาก ๆ ทางร้าน Mantra แห่งนี้ยังเพิ่มความคุ้มค่าของอาหารเข้าไปอีกด้วย Sunday Brunch ของทางร้านที่จะเป็นการรวบรวมเอาอาหารกว่า 300 ชนิดมาให้เราได้เลือกกินกันได้อย่างตามใจ ด้วยสนนราคา 1,690++ บาทแค่นั้น (และหลาย ๆ คนที่ผมรู้จักเค้าว่ากันว่า Sunday Brunch ของที่นี่คือสุดยอดของพัทยาด้วย เจ๋งกว่าหลาย ๆ ที่ในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ)







เครื่องดื่มของทางร้าน Mantra Restaurant & Bar แห่งนี้ก็อลังการไม่แพ้กัน ด้วยห้อง Wine Cellar ขนาดใหญ่ที่เราสามารถไปเดินดูเลือกไวน์มาดื่มด่ำกำซาบกันได้ตามใจ, เบียร์สด, spirit, whiskey, signature cocktail ที่หาดื่มที่ไหนไม่ได้, น้ำ(ผลไม้เป็นหลัก) สูตรพิเศษของทางร้านที่ทำออกมาแบบดูดีน่าดื่มกว่าน้ำผลไม้ธรรมดา ๆ อืม คือแบบดูเมนูอาหารของร้านนี้, เดินดู open kitchen ของร้านนี้, หยุดดูความอลังการของบาร์น้ำของร้านนี้แล้ว ผมก็ได้ข้อสรุปว่า คงไม่มีร้านไหนอีกแล้วที่จะเพียบพร้อมในเรื่องบรรยากาศ, ความหลากหลายของสัญชาติอาหาร และของเครื่องดื่มได้เท่าร้านนี้แล้วล่ะ อ้อ การบริการของร้านนี้ก็เรียกได้ว่า top-notch ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จากการที่ร้านนี้เป็นส่วนนึงของโรงแรม Amari Pattaya โรงแรม 4 และ 5 ดาว (คือมีตึกนึง 4 ดาว และตึกนึง (ตึกใหม่) 5 ดาวครับ) ในย่านพัทยาเหนือแห่งนี้ด้วย เรื่องการบริการของพนักงานเลยไม่ต้องสืบ บริการได้ดีมากจริง ๆ และไม่ใช่แค่การบริการแค่นั้นครับ ชุดของพนักงานนี่ก็แบบสวยงาม เก๋ไก๋ พนักงานแต่ละฝ่ายก็จะมีชุดกันคนละแบบ ออกแบบมาได้สวยงามเข้ากับบรรยากาศของทางร้านได้เป็นอย่างดี

หลาย ๆ ท่านคงพอจะเห็นภาพรวมของที่ Mantra Restaurant & Bar แห่งนี้กันไปแล้ว ทีนี้ก็มาเข้าเรื่องอาหารและเครื่องดื่มของทางร้านที่พวกผมได้ไปลิ้มลองกัน ซึ่งมื้อนี้ก็ค่อนข้างจะจัดหนักจัดเต็มเหมือนกันด้วยเครื่องดื่ม 5 ชนิด และ อาหาร & ของหวาน 7 ชนิดครับ มาไล่เรียงกันไปดีกว่า

เครื่องดื่ม

- Cantaloup : กินแล้วสดชื่นมาก ไม่หวาน อร่อยสุด ๆ ไปเลย

- Lychee Soda : อร่อย สดชื่น หวานกำลังดี ซาบซ่า ซาบซ่าน

- Milk Pineapple : สับปะรดกับนมผสมกัน แปลกดี เปรี้ยวหอมมันลงตัว








- Mantratini : Cocktail ชื่อร้านเป็น Martini มาดัดแปลงเล็กน้อย ก็ หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ เหล้านิด ๆ กำลังดี

- Bangkok by night : แก้วนี้จำรสชาติไม่ได้ครับ -*- แต่ก็น่าจะโอเคแหละ เพราะไม่มีอะไรให้ติดใจ

อาหารและของคาวในมื้อนี้ก็มี 7 อย่างครับ

- Deep-fried prawns with sweet horseradish sauce (540 บาท) : สลัดสไตล์ฟิวชั่นนิด ๆ ประกอบด้วยกุ้งตัวใหญ่ ๆ 4 ตัวนำไปแกะเปลือกและทอดมาจนเกรียม ๆ กรอบ ๆ และมาพร้อมกับผักหลากหลายชนิด และผสมผสานเนื้อกุ้งและผักเข้าด้วยกันด้วยน้ำสลัดแบบ creamy ๆ ที่มีใส่วาซาบิมาเล็กน้อย อารมณ์จานนี้เอาจริง ๆ ก็คล้าย ๆ กุ้งทอดครีมสลัด อาหารยอดฮิตตามร้านอาหารไทยในช่วงหลัง ๆ นี้แต่จะแบบเลิศกว่า สวยงามกว่า อร่อยกว่า จากวาซาบิ, กุ้งตัวใหญ่ ๆ และผักสด ๆ ในจานนี่แหละครับ











- Mantra Quinteto (990 บาท) : คำว่า Quinteto นั้นแปลภาษาลาตินแปลว่า 5 เป็นคำที่ใช้พูดถึงจำนวน 5 แบบเก๋ ๆ คล้าย ๆ คำว่า เบญจ ในบ้านเรา ซึ่งจานนี้ตั้งชื่อมาแบบนี้ก็ไม่มีสาเหตุอื่นใดไปได้นอกจากการมีอาหาร 5 อย่างใส่มาในจานแบบเบญจภาคกันเลยทีเดียว ซึ่งอาหาร 5 อย่างนี้ก็ประกอบด้วย

  • Souffle Truffle : อร่อย ฟู กำลังดี หอมกลิ่นทรัฟเฟิลและชีส โดยไม่ต้องมีการใส่เนื้อสัตว์มาด้านล่างแต่อย่างใด 
  • Foie Gras : ตับห่านชิ้นใหญ่ แล่มาเป็นทรงตับแบบอวบอิ่มสมบูรณ์แบบ (สี่เหลี่ยมคางหมู) , ทอดมากำลังดี ผิวเกรียม ๆ แต่ด้านในยังเยิ้ม ๆ เละ ๆ กินเข้าไปแล้วไปละลายในปาก และเพิ่มรสชาติมาด้วยผักและซอสเปรี้ยว ๆ มาตัดรสความเลี่ยนของตับ
  • Avocado Tuna : ปลาทูน่าคุณภาพดีชิ้นหนา ผสมมากับ avocado และน้ำสลัด ได้อย่างลงตัว
  • พริกซอสสามสีผัดชีส : อันนี้เหมือนจะเป็นอาหาร side dish กลาย ๆ ของจานนี้เพราะเป็นอย่างเดียวที่มีรสชาติจัดจ้าน ไว้กินตัดรสกับอาหารรสชาติเบา ๆ อย่างอื่น
  • Parma ham melon : อันนี้ค่อนข้างธรรมดาไปนิดครับ เมล่อนไม่ได้หวานอะไรมาก ปาร์มาแฮม เค็มกำลังดี แต่ก็เหมือนจะให้มาน้อยไปหน่อย เนื้อบางไปนิด ประมาณนั้น

- Mushroom crusted snow fish with passion fruit butter (1,250 บาท) : จานนี้สุดยอดที่สุดในสามโลกครับ เกิดมาผมก็เพิ่งจะเคยเห็นปลาหิมะที่ชิ้นใหญ่และหนาขนาดนี้ ทางพ่อครัวนำปลาหิมะไป sous-vide หรือไม่ก็ไปนึ่งก่อน เพื่อให้เนื้อปลานั้นสุกทั่วถึงกันทั้งก้อน จากนั้นก็นำไป sear ให้ผิวเกรียม ๆ มากำลังดี เพิ่มความหลากหลายของ texture ที่ทำให้กินไปแต่ละคำก็จะได้ความกรอบของผิว, ความนุ่มเนียนละมุนละไมของเนื้อปลา บวกกับการปรุงรสที่ปรุงมาแบบจีน ๆ ผสมกับฝรั่ง อร่อยแบบ..กินเท่าไรก็ไม่พอครับจานนี้







- ยำมะม่วงกุ้งแม่น้ำเผา (510 บาท) : กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ สดอร่อย มันกุ้งเยิ้ม ๆ เต็มหัว เนื้อกุ้งแกะออกมาได้ง่าย ๆ หลุดกันมาทั้งยวง ตัวยำมะม่วงยำมาได้แบบเผ็ดจัดจ้านมาก ๆ เมื่อกินพร้อม ๆ กัน ทั้งกุ้งและยำมะม่วงก็ได้เป็นอะไรที่รสชาติค่อนข้างผสมผสานกันพอดี

- ขนมจีบปลาแซลมอน (290 บาท) : เป็นขนมจีบที่แนวสุด ๆ ครับ ชิ้นใหญ่กว่าขนมจีบทั่วไปสักเท่านึง เพราะเป็นการนำเอาปลาแซลมอนชิ้นใหญ่ ๆ มายัดไส้และห่อแป้งให้ออกมาหน้าตา (แค่) คล้าย ๆ ขนมจีบธรรมดา เนื่องจากว่าชิ้นใหญ่ เลยต้องแบ่งเป็น 2 คำ คำแรกที่กินเข้าไปนี่คือแบบ โอว ฟินครับ เนื้อปลาแซลมอน สด นุ่ม และให้มาเยอะ และได้อีกรสชาติจากเนื้อหมูสับที่ยัด ๆ มาด้วยนิดหน่อยด้วย ขนมจีบชิ้นเขื่องชิ้นนี้ไม่ต้องจิ้มจิ๊กโฉ่วแต่อย่างใดเนื่องจากว่าทางร้านราดน้ำซีอิ๊ว หวาน ๆ เค็ม ๆ อร่อยมาเรียบร้อยแล้ว






- บะหมี่เกี๊ยวราดซอสเสฉวน ( Szechuan noodle soup with pak choy & spicy pork sauce in chicken broth - 290 บาท): ถ้ามองเผิน ๆ จานนี้ก็อาจจะเหมือนบะหมี่เกี๊ยวแห้งธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่ความจริงแล้ว ความพิเศษของจานนี้มันคือตัวซอสเสฉวนที่ราดมามาครับ พอคลุก ๆ ซอสให้เข้ากันกับเส้นบะหมี่, ผักคะน้าฮ่องกง, เกี๊ยวกุ้งแล้ว ก็จะได้เป็นบะหมี่ที่แบบสีดำ ๆ น่ากินขึ้นมา และพอกินเข้าไปก็ โอย ฟินอีกแล้วครับ ทุกอย่างในจานนี่คือของดีหมด โดยเฉพาะผักคะน้าฮ่องกงกรอบ อร่อยกว่า บางร้านในกรุงเทพที่กล้าขายกันจานละ 400 บาทแค่คะน้าฮ่องกงอย่างเดียวด้วยซ้ำครับ ทีเด็ดของจานนี้เอาจริง ๆ ผมว่าน่าจะเป็นตัวซอสเสฉวนนี่แหละที่ทำให้รสชาติมันออกมานัวขนาดนี้

- Apple Flan (380 บาท) : แป้งทาร์ต (แป้งฟลาน) บาง ๆ ผสมแอปเปิ้ลฝาน ที่ถูกวางทับมาด้วยไอศครีมวานิลลา และราดมาด้วยน้ำเชื่อมและโรยมาด้วย icing ของหวานสไตล์ฝรั่ง ๆ ที่มาช่วยเติมเต็มความเป็นนานาชาติของมื้อนี้ให้สมกับตัวร้านอาหารที่เป็นอาหารนานาชาติ จานนี้ อร่อยดีครับ แป้งแบบแข็ง ๆ กรอบ ๆ ดี ไอศครีมวานิลลาแม้จะไม่โดดเด่นมาก แต่ก็ถือว่าโอเค ช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับตัวแป้งทาร์ตได้อย่างลงตัว

ผมว่าการที่ร้าน Mantra Restaurant & Bar ณ พัทยา แห่งนี้ ตั้งชื่อร้านมาได้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งครับ ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครคนไหนที่มาร้านนี้แล้วจะไม่ถูกเวทมนตร์ของร้านนี้สะกดให้ตกอยู่ในภวังค์เอา เพราะเวทมนตร์ของร้านนี้มีหลายคาถามาก ทั้ง บรรยากาศร้าน, รสชาติอาหาร, ความหลากหลายของอาหาร, การบริการอันไร้ที่ติ อืม อาจจะฟังดูเว่อร์เกินจริง แต่เท่าที่ได้ยินจากปากของคนรู้จักผมที่ได้มาร้านนี้ แทบทุกคนก็เหมือนจะถูกเวทมนตร์นี้กันเข้าทั้งนั้น อยากจะมาโดนเวทมนตร์สะกดกันโดยที่ไม่ต้องหลุดเข้าไปในโลกของ  Harry Potter มั้ยล่ะครับ? ร้าน Mantra แห่งนี้เค้าเปิดทุกวัน 6 โมงเย็นเป็นต้นไปถึงตี 1 หรือถ้าใครอยากจัดหนัก ๆ กับอาหาร 300 กว่าชนิดของทางร้านก็มาลองกันกับ Sunday Brunch ของทางร้านได้เลย


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...