ร้านอาหารเกาหลีเหม่งจ๋าย - ร้านอาหารเกาหลี รีวิว
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 3.5/5
Service 4.5/5
Value 2/5
ร้านอาหารเกาหลี เหม่งจ๋าย - ร้านอาหารเกาหลี on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้านเกาหลีในรีวิวนี้บ่องตงว่าไม่ได้ตั้งใจจะมากินเลยสักนิดเดียว คือ ณ ที่ตั้งของร้านนี้เมื่อสัก 2-3 เดือนก่อนนั้นยังเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส (จำชื่อร้านไม่ได้) อยู่เลย ตอนแรกที่ตั้งใจเอาไว้นี่กะจะมากินอาหารฝรั่งเศสกันเต็มที่เลยล่ะ แต่พอมาเห็นว่ากลายเป็นร้านเกาหลีไปแล้วก็เลยแบบ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ล่ะขี้เกียจไปหาร้านใหม่กินร้านนี้ซะเลย ร้านนี้มีนามว่า "ร้านอาหารเกาหลี เหม่งจ๋าย" ชื่อร้านแบบเช๊ย เชย เนอะว่ามั้ย แต่ก็เป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นร้านนี้ได้อย่างดี ฟังชื่อร้านแล้วเข้าใจเลยว่านี่คือร้านอาหารเกาหลี และตั้งอยู่แถว ๆ สี่แยกเหม่งจ๋ายนะ! อะไรแบบนั้น (ร้านตั้งอย่ตรงข้ามโรงเรียนนานาชาติอะไรสักอย่าง ถ้ามาจากเลียบทางด่วนรามอินทราขับผ่านสี่แยกเหม่งจ๋ายมาเลยแหลมเจริญซีฟู้ดมาเล็กน้อยครับ)
ร้านนี้เจ้าของร้านเป็นคนเกาหลี (จากที่ฟังเจ๊แกคุย กับดูรูปพรรณสัณฐาน) อะไรต่าง ๆ ของทางร้านก็เลยค่อนข้างจะเป็นเกาหลีอยู่พอสมควร สิ่งแรกที่แตกต่างจากร้านอื่น ๆ ที่ผมเคยเจอมาคือ ร้านอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเตาแบบวงกลม ใช้แผ่นอลูมิเนียม, แผ่นเหล็กมาเป็นฐานรองให้เราปิ้งพวกเนื้อย่าง, หมูย่างกันแต่ของร้านนี้นี่คือเป็เตาสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดใหญ่เต็มโต๊ะและปิ้งกันบนหินภูเขาไฟเลย อืม ผมชอบนะเตาใหญ่ดี ปิ้งสะดวก กินสะดวก ส่วนอย่างที่ 2 ที่แตกต่างจากร้านอื่นแบบสังเกตได้ก็คือ อาหารเค้าค่อนข้างน้อยครับ มีแค่หน้าเดียวเอง เป็นพวกอาหารปิ้งย่างสัก 1 ใน 3 และก็พวกอาหารเกาหลีแบบจานเดียว/ข้าวหน้าต่าง ๆ อีกประมณ 2 ใน 3 เมนูน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับร้านเกาหลีร้านอื่น ๆ ที่มักจะมากันแบบจัดเต็มหลายสิบหน้ากระดาษเมนูอะไรแบบนั้น
ราคาอาหารเห็นแว่บแรกก็แอบไม่แพงเหมือนกันนะครับสำหรับร้านนี้พวกปิ้งย่างราคาประมาณ 200 - 300 บาทต่อจาน ส่วนพวกอาหารจานเดียวก็ 200 - 300 บาทโดยประมาณอีกเช่นกัน แต่แบบพอเห็นปริมาณที่เอามาให้แล้ว เอิ่ม ราคาแอบแพงอยู่เหมือนกันครับ โดยเฉพาะพวกปิ้งย่างที่ให้มาน้อยมากจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ค่อนข้างจะคุ้นชินกับราคาอาหารร้านเกาหลีที่มักจะแพงกว่าปกติล่ะเพราะว่าราคาที่เราจ่ายไปนั้นเราไม่ได้จ่ายไปเฉพาะแค่อาหารจานนั้น ๆ แต่จะเป็นค่าของกินเล่น/กับแกล้มสไตล์เกาหลีที่เติมได้ไม่อั้น กับค่า service ที่พนักงานจะมาปรุงให้เรากันที่โต๊ะด้วย (ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วช่วงแรกผมชอบปิ้งเองนะ แต่หลัง ๆ เห็นหลาย ๆ ร้านราคาแพง และก็ชอบเหมา service นี้มาให้ก็เลยแบบ เออ ๆ มาทำให้เลยมา)
มื้อนี้มีอาหาร 4 อย่างครับเป็นปิ้งย่าง 2 อย่างกับอาหาร a la carte อีก 2 อย่าง
สันคอหมู (Pork neck meat - 300 บาท): เนื้อสันคอดูเป็นของคุณภาพดีครับ มีมันแทรกแบบสวย ๆ ไม่ได้เป็นมันแทรกแยกชั้นมาเหมือนพวกคอมูชั้นเลว เอามาย่างกินแล้วก็ค่อนข้างโอเค ไม่ได้อร่อยจนึงขนาดประทับใจแต่กินแล้วก็รู้สึกว่าอยากกินอีกเรื่อย ๆ ส่วน ไส้กรอก (Sausage - 100 บาท) นี่ผมว่าค่อนข้างคุ้ม (รึเปล่า?) เพราะได้เป็นไส้กรอกขนาดใหญ่ยักษ์มาชิ้นนึง (รู้สึกว่าหลัง ๆ นี่ไส้กรอกตามร้านอาหรจะแพงมาก 300 บาทได้ 3 ชิ้นกลาง ๆ ยังมีเลยมั้งครับ) ไส้กรอกอร่อยดีครับ เนื้อเด้ง ๆ หน่อย และก็มันดี
ซึ่งเจ้าจานนี้ไม่ได้เสิร์ฟแค่เนื้ออย่างเดียวครับมีผักมาให้ด้วยเซ็ทนึงเป็นฟักทอง, เห็ดชิเมจิ, เห็ดเข็มทอง, เห็ดออรินจิ, กระเจี๊ยบ, เห็ดหอม, หัวหอม, กระเทียม, ถั่วงอกดอง ซึ่งทั้งหมดนี้พนักงานก็จะทำให้เราหมดเลยทั้งเนื้อและผัก ผัด ๆ ย่าง ๆ ให้เราจนพร้อมกิน ส่วนพวกเครื่องเคียงที่ให้มาฟรีและเติมได้เรื่อย ๆ ก็จะมีกิมจิผักกาดขาว, กิมจิถั่วงอกหัวโต, ผัดกาดหอม, เต้าหู้, ซุปกิมจิ และก็ผักอะไรไม่รู้ดองอีก 2 อย่าง ให้มากินเล่น ๆ แกล้มกับอาหารคาวครับ
ยำเนื้อดิบ (ยุคฮเว - Beef Tartare - 300 บาท): หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Yukke ครับ จานนี้แพงมาก 300 บาทให้มาเท่า ๆ กับพวกร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นที่จะขายกันอยู่ประมาณแค่ 200 บาทแค่นั้นเอง และก็รสชาติพิลึกมากครับ หวานเจี๊ยบเลย และก็ใส่เม้ดอะไรสักอย่างมาเยอะเหลือเกิน กินไปแต่ละคำนี่ก็จได้ทั้งมันแกว, เนื้อดิบ และก็เจ้าเม็ดนี่มาด้วย ซึ่งเจ้าเม็ดนี้นี่แบบมันจะกรอบ ๆ แข็ง ๆ ไม่ค่อยเข้ากับเนื้อเท่าไรนะ จานนี้เป็นยำเนื้อดิบที่ผมรู้สึกว่าแย่ที่สุดและแพงที่สุดที่เคยกินมาเลยก็ว่าได้มั้ง
ยุคเกจัง (ซุปเนื้อ-เผ็ด) (Spicy beef and leek soup - 200 บาท): ซุปเนื้ออร่อยดี หน้าตาตอนแรกนี่นึกว่าซุปกิมจินะครับ ตัวเนื้อที่ใส่มาจะเป็นประมาณเนื้อตุ๋น และก็มีใส่ผัก, ไข่มาด้วย รสชาติแซ่บดีครับ เป็นซุปที่อร่อยเลยดีทีเดียว ยิ่งกินกับข้าวร้อน ๆ ที่ให้มาด้วยนี่ยิ่งอร่อยเพิ่มขึ้นเลย
สรุป "ร้านอาหารเกาหลี เหม่งจ๋าย" - ร้านอาหารเกาหลีใกล้ ๆ สี่แยกเหม่งจ๋ายแห่งนี้ก็เป็นร้านเกาหลีที่.. แอบมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเหมือนกันนะครับ ทั้งเรื่องเตาย่างที่ไม่เหมือนใคร, รายการอาหารที่น้อยไม่เหมือนใคร, ราคาอาหารที่บางอย่างแพงเว่อร์ บางอย่างคุ้มค่า แต่รวม ๆ แล้วร้านนี้ก็พอโอเคนะครับ พนักงานบริการดี อาหารพอเอาแพง ๆ มารวมกับถูก ๆ ก็กลายเป็นราคากลาง ๆ อืม ย่านเหม่งจ๋าย, ประชาอุทิศนี่ก็ยังไม่มีร้านอาหารเกาหลีเลยมั้ง ใครบ้านอยู่แถวนี้ก็มาลองกันได้ครับ เปิดประสบการณ์ใหม่กับร้านอาหารเกาหลีแนว ๆ ร้านนี้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Showing posts with label Korean Restaurants. Show all posts
Showing posts with label Korean Restaurants. Show all posts
Sunday, February 2, 2014
Sunday, January 12, 2014
Dae Jung Kim - Korean Restaurant Review
Dae Jung Kuem - Korean Restaurant at Prasarnmitr Plaza Sukhumvit 23 Review
แดจังกึม - ร้านอาหารเกาหลี ประสานมิตรพลาซ่า สุขุมวิท 23 รีวิว
Overall Score 7/10
Taste 3/5
Ambiance 4/5
Service 5/5
Value 3/5
Dae Jung Kim - Korean Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้าน แด จัง กึม (Dae Jung Kim) ในรีวิวนี้ถ้าจำไม่ผิดร้านนี้น่าจะเป็นร้านที่เปิดทำการมานานแล้ว ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นช่วงที่ ซีรีย์เรื่อง แด จัง กึม ฉายที่ช่อง 3 และดัง ๆ อยู่ช่วงนั้นรึเปล่า ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของประสานมิตรพลาซ๋า - community mall เล็ก ๆ ในซอยประสานมิตร (สุขุมวิท 23) ที่มีร้านอาหารไม่(ค่อย) franchise ตั้งอยู่กันหลายร้านเลย ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ เหมือนแบบเป็นสไตล์แบบทำกันเองเล่น ๆ ไม่ได้กะได้กำรี้กำไรอะไรมากมาย ซึ่งเจ้าของร้านน่าจะเป็นคุณป้าชาวเกาหลีคนนึง แกดูจะให้ความสนใจกับลูกค้ามาก แต่เหมือนจะพูดไทยไม่ได้ก็เลยจะสั่ง ๆ คุม ๆ พนักงานที่พูดไทยไม่ค่อยชัด (ไม่แน่ใจพม่าหรือเกาเหลี) ให้มาดูแลเราอีกทีนึง
If I not recall wrong, Dae Jung Kim - Korean restaurant in htis review has been operated for quite a long time. Not sure if it was the period when Dae Jung Kim - Korean series was very popular or not (5-6 years ago). This restaurant locate on the third floor of Prasarnmit Plaza - a small community mall in Soi Sukhumvit 23 (Prasarnmitr alley) that contain some not-so-franchise restaurants. This Korean restaurant is a small size restaurant seem like it is a home-made style restaurant where profit is not their primary concern. The shop owner (in my thought) is an old Korean woman who seem to pretty care abut customers very much. Although she can't speak Thai, she orchestrate her waiters to have a good care to the customers.
แต่ละโต๊ะของที่ร้าน แด จัง กึม นี้ก็จะมีเตาย่างสไตล์เกาหลี ที่จะแบบแตกต่างกับแบบญี่ปุ่นตรงที่จะเป็นแผ่นเหล็กแผ่นใหญ่ ๆ แทนที่จะเป็นตะแกรง วางเอาไว้อยู่ทุกโต๊ะ เพราะว่าอาหารของร้านนี้ก็จะแบ่งครึ่ง ๆ ได้เป็นพวกอาหารย่าง (barbecue) ทั้งจาก เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่ และอาหารจากครัวร้อนเกาหลี พวก ซุป, ข้าวอบ อะไรพวกนี้ ผมเห็นโต๊ะนึงที่เค้าไม่ได้สั่งของปิ้งย่างเลยก็จะมีการนำแผ่นเหล็กมาปิดเตาไว้อย่างลงล็อคพอดีและกลายเป็นโต๊ะอาหารแบบไม่มีเตาไปอย่างง่าย ๆ ส่วนของผมสั่งทั้งอาหารแบบปิ้งย่างและแบบไม่ปิ้งย่างก็เลยแบบตอนที่อาหารมากันครบก็เลยค่อนข้างจะเต็มทะลักโต๊ะอยู่เหมือนกัน เมื่อรวมกับเครื่องเคียงสไตล์เกาหลีที่ทางร้าน Dae Jung Kim แห่งนี้ก็ให้มาเยอะไม่แพ้ร้านเกาหลีแท้ ๆ ร้านอื่นเลย
Every tables have Korean style BBQ grill which use the iron plate grill instead of Japanese style small net grill. The food here can be divide into two main categories, barbecue food - beef, pork chicken and the traditional Korean cuisine like soup, rice or vegetables dishes. While I was there, there was one table that didn't order barbecue dishes at all so their table was transformed into a normal dining table by cover the barbecue grill with large iron plate. In contrast, my table was contained all two category of food so the table was pretty full house with barbecue dishes, non-barbecue dishes and all-you-can-eat Korean side dishes.
ราคาอาหารของร้านนี้ก็แพงตามสไตล์ร้านเกาหลีในเมืองส่วนใหญ่ที่ผมเคยกิน ๆ มา แต่ก็ยังไม่ถือว่าแพงมากอยู่ในระดับพอรับได้อยู่ อย่างมื้อนี้ค่าเสียหายของผมอยู่ที่ 1,500 บาทโดยประมาณไปกัน 2 คนก็คือถือว่าพอรับได้เมื่อคิดว่าแลกกับ side dish จำนวนมากที่เติมได้ไม่อั้น, พนักงานที่มาปิ้งเนื้อให้เราตลอดเวลา + ดูแลเราเป็นอย่างดี และอาหาร 4 อย่าง ที่ portion ค่อนข้างเยอะ
Their food price is comparable high to other Korean restaurant in town with a little bit less expensive than most of them. The cost of my meal was 1,500 baht for two people. Pretty acceptable for numerous all-you-can-eat Korean side dishes, the complete service from the shops- the waiters grilled for us, chop the meat for us and took care us really well, and four main dishes for the meal.
ก่อนที่จะเข้าเรื่องอาหารที่เสียตังค์ก็ต้องพูดถึงเครื่องเคียงมากหน้าหลายตาสไตล์เกาหลีก่อนล่ะครับ ตัวเครื่องเคียงก็จะประกอบด้วย กิมจิกะหล่ำปลี, กิมจิหัวไชเท้า, ไข่กับผักทอดคล้าย ๆ ชะอมบ้านเรา, ผักดอง, ถั่วงอกดอง, ถั่วดอง, ผักคล้าย ๆ ปวยเล้งหมัก ๆ มา ก็ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้มีอะไรอร่อยเป็นพิเศษ แต่ก็รสชาติดีนะครับ ถ้าผมหน้าด้าน ๆ หน่อยสั่งอาหารอย่างเดียวและก็เติมพวกนี้ไปเรื่อย ๆ ผมก็ทำได้ อารมณ์ความอร่อย พอใช้ได้ประมาณนั้นเลย
Before I go into detail about the main dishes I ordered, I need to say about the side dishes we got. There were variety of side dishes for us like other normal Korean cuisines. There were cabbage kimchi, horse radish kimchi, ferment bean sprout, ferment peanut and ferment spinach. All of these were not that delicious, of course there were free dishes anyway, but they were tasty enough that if I had an audacity to order just one main dishes, I can have myself full just by order these side dishes continuously. The deliciousness level are like that for somehow.
ซี่โครงนื้อนุ่มย่างแบบบาร์บีคิวบนเตาถ่าน (Deung Sim - 480 บาท): เป็นเนื้อซี่โครงแบบที่แล่ตัวซี่โครงวัวมาแบบยาว ๆ เลยตอนเสิร์ฟก็แบบทำการม้วนพับมาเป็นก้อนใหญ่ ๆ ให้เราอย่างเรียบร้อย แต่พอจะกินก็จะมีการคลี่เนื้อออกมาเป็นแนวยาวเพื่อให้ปิ้งกันได้ง่าย ๆ (คล้าย ๆ กับเนื้อซี่โครงหมักไหของพวกญี่ปุ่นเค้านะครับแค่อันนี้ไม่ได้ใส่มาในไหแค่นั้น) เนื้ออร่อยดีครับ ติดมัน นุ่มดี แต่เหมือนกับว่าจะหมักมาแบบยังไม่ค่อยเข้ารสถ้าเอาจริง ๆ น่าจะทำได้อร่อยกว่านี้
Tender ribs BBQ (Dueng Sim - 480 baht): It was a large piece of beef ribs that sliced into a thin long piece. They folded it together into a big chunky one when they served me. After I took some pictures, the waiter unfold it into a very long piece and grilled it for us. When the meat is in an edible form, medium rare, the waiter cut it into small pieces for us. It was pretty delicious, each pieces were marble-like, fatty incorporate. The texture was tender but the taste could be a little bit better if they put more sauce, or fermented it more IMHO.
ลิ้นวัวย่าง (So Hye - 350 บาท): ลิ้นวัวจานนี้ไม่ค่อย work ครับลิ้นแบบไม่ได้โรยอะไรมาเลย, ไม่ได้ปรุงรสอะไรมาเลย และก็แล่มาแบบบางเกินไป กินแต่ละคำแล้วไม่ค่อยได้รสผิวสัมผัสจากลิ้นวัวสักเท่าไร และแบบแต่ละคำที่กินนี่จืดมากครับ น้ำจิ้มของทางร้านก็หาได้ช่วยอะไรได้ คือแบบแพงก็พอ แต่ยังทำมาไม่ดีแบบนี้นี่ผมเซ็งครับ เฮ้อ
Beef Tongue (So Hye - 350 baht): This dish was pretty bad. First, they served us plainly. No seasonal, no sauce, nothing at all and this make the tongue tasteless. The sauce they gave us to accompany with barbecue dishes was already not that tasty. So when when combine this neutral taste beef tongue with almost tasteless sauce - the overall taste of this dish is quite unacceptable for me. The price also ridiculously high. I can find this beef tongue portion in a half price from most Japanese barbecue places.
ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี (Samke tang - 350 บาท): จานนี้เป็นอีกจานที่แบบจื๊ด จืด แต่เอาจริง ๆ แล้วไก่ตุ๋นโสมเกาหลีของแท้ก็คงจะรสชาติจืดแบบนี้ทั้งนั้นล่ะครับ และเหมือนทางร้านก็จะรู้ใจลูกค้านะครับ เอากระปุกเกลือ, กระปุกพริกไทยเสิร์ฟมาพร้อมกันเลย ตัวน้ำแกงตอนแรก ๆ จืดสนิทกินแล้วไม่อร่อย ผมก็ปรุง ๆ หน่อยเหยาะเกลือเหยาะพริกไทยลงไปค่อนข้างเยอะ(มาก) จนสุดท้ายก็กลายเป็นซุปที่หอมพริกไทยและเค็มกำลังดีขึ้นมา อร่อยล่ะ ส่วนตัวเนื้อไก่ก็ให้มาทั้งตัวเลย เนื้อนุ่มอร่อย คงตุ๋นมาหลายชั่วโมงอยู่ ก็รสชาติหลังปรุงแล้วของซุปชามนี้ก็ถือว่าอร่อยดี ส่วนถ้ายังไม่ปรุงก็คงพอกินได้ประมาณนั้น
Ginseng and chicken soup (Samke tang - 350 baht): Another tasteless dish. I cannot blame them because the traditional one that I tried at Korean also tasteless like this. But seem like the owner know that Thai (or other non-Korean citizen) want tasty soup so they served us together with salt and pepper jars. I put both of them on the soup pretty much until there are salty and peppery enough to eat. The final taste by my addition was pretty OK. They gave us the whole chicken which is quite tender (they probably boiled it for several hours). This dish is suitable for 3-4 people party easily because our 2 people party could not devour them all.
โดลซดบิบิมบับ (Dolsot Bibimbab - 200 บาท): จานนี้อร่อยที่สุดในมื้อล่ะครับ น่าจะเป็น one of the best บิบิมบับที่ผมเคยกินมาเลยล่ะครับ คำชมอย่างแรกที่ขอมอบให้คือ ให้มาเยอะดีมาก ให้ผักและเนื้อหมูและไข่มาแบบไม่หวงกันเลย คือแบบให้มาเยอะขนาดที่อร่อยจนผมกินกันเรื่อย ๆ แล้ว กินยังไงก็ไม่หมดซะที อ้อ ตอนก่อนจะกินนี่ทางพนักงานเค้ามาคลุกให้ด้วย คงต้องชมพนักงานสักหน่อยเพราะว่าเค้าคลุกมาได้แบบทุกอย่างผสมกลมกลืนกันดีมากเลย
Stir-fried Korean style mixed rice (Dolsot Bibimbab - 200 baht): This was the most delicious dish in the meal even probably one of the best Bibimbab I ever tried. The portion they gave us are enormous. A variety of vegetables, minced pork and Korean rice. The portion was so much that even though this dish was very delicious we cannot had them all. The part of scrumptious may need to thank good mixture skill from the waiter. He mixed this dish for us for quite sometimes and the ingredients were sure mix well and gave us the balance texture and taste.
สรุป ร้าน แดจังกึม (Dae Jung Kim) ร้านอาหารเกาหลีในซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) แห่งนี้ก็เป็นร้านที่ไม่ได้ประทับใจอะไรผมมากนักครับ ร้านเกาหลีในรอบปีที่ผ่านมา (2013) ที่ผมได้กิน ๆ มาอร่อยกว่าทั้งหมดเลย แต่คือร้านที่อร่อย ๆ กว่าที่กินมาก็จะราคาแพงกว่าร้านนี้หมดเลย แพงกว่าสัก 20-30% ได้ ก็ถ้าคิดว่าอยากจะกินอาหารเกาหลีแท้ ๆ ในราคาที่คุ้มค่าหน่อยและอยู่กลางเมืองด้วย ร้านนี้ก็น่าจเป็นร้านที่ตอบโจทย์ได้ดีอยูเหมือนกันนะครับ แต่จะว่าไปแล้ว อาหารจากครัวร้อนที่ไม่ใช่ BBQ ของร้านนี้เค้าก็ทำมารสชาติดีอยู่เหมือนกัน และมีให้เลือกเยอะด้วย ถ้าผมจะมาร้านนี้อีกรอบก็คงจะสั่งพวกอาหารที่ไม่ใช่ปิ้งย่างล่ะครับ ส่วนพวกปิ้งย่างนี่...ขอบายละกันแพงก็แพงแถมยังทำมาไม่ดีอีก เหอ เหอ
A meal at Dae Jung Kim Korean restaurant, Soi Sukhumvit 23 in this review was not a memorable meal for me. All of Korean restaurants that I have tried in the past year (2013) are all more delicious. However, most of them also more 20-30% expensive than this place as well. So if anyone want to have a decent Korean meal with reasonable price, this place might be a proper choice. Come to think about it, the only downsize of this place is those BBQ dishes which too expensive and not so delicious. So maybe next time I will try just non-barbecue dishes. It would cost me less and give me more taste.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
แดจังกึม - ร้านอาหารเกาหลี ประสานมิตรพลาซ่า สุขุมวิท 23 รีวิว
Overall Score 7/10
Taste 3/5
Ambiance 4/5
Service 5/5
Value 3/5
Dae Jung Kim - Korean Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้าน แด จัง กึม (Dae Jung Kim) ในรีวิวนี้ถ้าจำไม่ผิดร้านนี้น่าจะเป็นร้านที่เปิดทำการมานานแล้ว ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นช่วงที่ ซีรีย์เรื่อง แด จัง กึม ฉายที่ช่อง 3 และดัง ๆ อยู่ช่วงนั้นรึเปล่า ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของประสานมิตรพลาซ๋า - community mall เล็ก ๆ ในซอยประสานมิตร (สุขุมวิท 23) ที่มีร้านอาหารไม่(ค่อย) franchise ตั้งอยู่กันหลายร้านเลย ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ เหมือนแบบเป็นสไตล์แบบทำกันเองเล่น ๆ ไม่ได้กะได้กำรี้กำไรอะไรมากมาย ซึ่งเจ้าของร้านน่าจะเป็นคุณป้าชาวเกาหลีคนนึง แกดูจะให้ความสนใจกับลูกค้ามาก แต่เหมือนจะพูดไทยไม่ได้ก็เลยจะสั่ง ๆ คุม ๆ พนักงานที่พูดไทยไม่ค่อยชัด (ไม่แน่ใจพม่าหรือเกาเหลี) ให้มาดูแลเราอีกทีนึง
If I not recall wrong, Dae Jung Kim - Korean restaurant in htis review has been operated for quite a long time. Not sure if it was the period when Dae Jung Kim - Korean series was very popular or not (5-6 years ago). This restaurant locate on the third floor of Prasarnmit Plaza - a small community mall in Soi Sukhumvit 23 (Prasarnmitr alley) that contain some not-so-franchise restaurants. This Korean restaurant is a small size restaurant seem like it is a home-made style restaurant where profit is not their primary concern. The shop owner (in my thought) is an old Korean woman who seem to pretty care abut customers very much. Although she can't speak Thai, she orchestrate her waiters to have a good care to the customers.
แต่ละโต๊ะของที่ร้าน แด จัง กึม นี้ก็จะมีเตาย่างสไตล์เกาหลี ที่จะแบบแตกต่างกับแบบญี่ปุ่นตรงที่จะเป็นแผ่นเหล็กแผ่นใหญ่ ๆ แทนที่จะเป็นตะแกรง วางเอาไว้อยู่ทุกโต๊ะ เพราะว่าอาหารของร้านนี้ก็จะแบ่งครึ่ง ๆ ได้เป็นพวกอาหารย่าง (barbecue) ทั้งจาก เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่ และอาหารจากครัวร้อนเกาหลี พวก ซุป, ข้าวอบ อะไรพวกนี้ ผมเห็นโต๊ะนึงที่เค้าไม่ได้สั่งของปิ้งย่างเลยก็จะมีการนำแผ่นเหล็กมาปิดเตาไว้อย่างลงล็อคพอดีและกลายเป็นโต๊ะอาหารแบบไม่มีเตาไปอย่างง่าย ๆ ส่วนของผมสั่งทั้งอาหารแบบปิ้งย่างและแบบไม่ปิ้งย่างก็เลยแบบตอนที่อาหารมากันครบก็เลยค่อนข้างจะเต็มทะลักโต๊ะอยู่เหมือนกัน เมื่อรวมกับเครื่องเคียงสไตล์เกาหลีที่ทางร้าน Dae Jung Kim แห่งนี้ก็ให้มาเยอะไม่แพ้ร้านเกาหลีแท้ ๆ ร้านอื่นเลย
Every tables have Korean style BBQ grill which use the iron plate grill instead of Japanese style small net grill. The food here can be divide into two main categories, barbecue food - beef, pork chicken and the traditional Korean cuisine like soup, rice or vegetables dishes. While I was there, there was one table that didn't order barbecue dishes at all so their table was transformed into a normal dining table by cover the barbecue grill with large iron plate. In contrast, my table was contained all two category of food so the table was pretty full house with barbecue dishes, non-barbecue dishes and all-you-can-eat Korean side dishes.
ราคาอาหารของร้านนี้ก็แพงตามสไตล์ร้านเกาหลีในเมืองส่วนใหญ่ที่ผมเคยกิน ๆ มา แต่ก็ยังไม่ถือว่าแพงมากอยู่ในระดับพอรับได้อยู่ อย่างมื้อนี้ค่าเสียหายของผมอยู่ที่ 1,500 บาทโดยประมาณไปกัน 2 คนก็คือถือว่าพอรับได้เมื่อคิดว่าแลกกับ side dish จำนวนมากที่เติมได้ไม่อั้น, พนักงานที่มาปิ้งเนื้อให้เราตลอดเวลา + ดูแลเราเป็นอย่างดี และอาหาร 4 อย่าง ที่ portion ค่อนข้างเยอะ
Their food price is comparable high to other Korean restaurant in town with a little bit less expensive than most of them. The cost of my meal was 1,500 baht for two people. Pretty acceptable for numerous all-you-can-eat Korean side dishes, the complete service from the shops- the waiters grilled for us, chop the meat for us and took care us really well, and four main dishes for the meal.
ก่อนที่จะเข้าเรื่องอาหารที่เสียตังค์ก็ต้องพูดถึงเครื่องเคียงมากหน้าหลายตาสไตล์เกาหลีก่อนล่ะครับ ตัวเครื่องเคียงก็จะประกอบด้วย กิมจิกะหล่ำปลี, กิมจิหัวไชเท้า, ไข่กับผักทอดคล้าย ๆ ชะอมบ้านเรา, ผักดอง, ถั่วงอกดอง, ถั่วดอง, ผักคล้าย ๆ ปวยเล้งหมัก ๆ มา ก็ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้มีอะไรอร่อยเป็นพิเศษ แต่ก็รสชาติดีนะครับ ถ้าผมหน้าด้าน ๆ หน่อยสั่งอาหารอย่างเดียวและก็เติมพวกนี้ไปเรื่อย ๆ ผมก็ทำได้ อารมณ์ความอร่อย พอใช้ได้ประมาณนั้นเลย
Before I go into detail about the main dishes I ordered, I need to say about the side dishes we got. There were variety of side dishes for us like other normal Korean cuisines. There were cabbage kimchi, horse radish kimchi, ferment bean sprout, ferment peanut and ferment spinach. All of these were not that delicious, of course there were free dishes anyway, but they were tasty enough that if I had an audacity to order just one main dishes, I can have myself full just by order these side dishes continuously. The deliciousness level are like that for somehow.
ซี่โครงนื้อนุ่มย่างแบบบาร์บีคิวบนเตาถ่าน (Deung Sim - 480 บาท): เป็นเนื้อซี่โครงแบบที่แล่ตัวซี่โครงวัวมาแบบยาว ๆ เลยตอนเสิร์ฟก็แบบทำการม้วนพับมาเป็นก้อนใหญ่ ๆ ให้เราอย่างเรียบร้อย แต่พอจะกินก็จะมีการคลี่เนื้อออกมาเป็นแนวยาวเพื่อให้ปิ้งกันได้ง่าย ๆ (คล้าย ๆ กับเนื้อซี่โครงหมักไหของพวกญี่ปุ่นเค้านะครับแค่อันนี้ไม่ได้ใส่มาในไหแค่นั้น) เนื้ออร่อยดีครับ ติดมัน นุ่มดี แต่เหมือนกับว่าจะหมักมาแบบยังไม่ค่อยเข้ารสถ้าเอาจริง ๆ น่าจะทำได้อร่อยกว่านี้
Tender ribs BBQ (Dueng Sim - 480 baht): It was a large piece of beef ribs that sliced into a thin long piece. They folded it together into a big chunky one when they served me. After I took some pictures, the waiter unfold it into a very long piece and grilled it for us. When the meat is in an edible form, medium rare, the waiter cut it into small pieces for us. It was pretty delicious, each pieces were marble-like, fatty incorporate. The texture was tender but the taste could be a little bit better if they put more sauce, or fermented it more IMHO.
ลิ้นวัวย่าง (So Hye - 350 บาท): ลิ้นวัวจานนี้ไม่ค่อย work ครับลิ้นแบบไม่ได้โรยอะไรมาเลย, ไม่ได้ปรุงรสอะไรมาเลย และก็แล่มาแบบบางเกินไป กินแต่ละคำแล้วไม่ค่อยได้รสผิวสัมผัสจากลิ้นวัวสักเท่าไร และแบบแต่ละคำที่กินนี่จืดมากครับ น้ำจิ้มของทางร้านก็หาได้ช่วยอะไรได้ คือแบบแพงก็พอ แต่ยังทำมาไม่ดีแบบนี้นี่ผมเซ็งครับ เฮ้อ
Beef Tongue (So Hye - 350 baht): This dish was pretty bad. First, they served us plainly. No seasonal, no sauce, nothing at all and this make the tongue tasteless. The sauce they gave us to accompany with barbecue dishes was already not that tasty. So when when combine this neutral taste beef tongue with almost tasteless sauce - the overall taste of this dish is quite unacceptable for me. The price also ridiculously high. I can find this beef tongue portion in a half price from most Japanese barbecue places.
ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี (Samke tang - 350 บาท): จานนี้เป็นอีกจานที่แบบจื๊ด จืด แต่เอาจริง ๆ แล้วไก่ตุ๋นโสมเกาหลีของแท้ก็คงจะรสชาติจืดแบบนี้ทั้งนั้นล่ะครับ และเหมือนทางร้านก็จะรู้ใจลูกค้านะครับ เอากระปุกเกลือ, กระปุกพริกไทยเสิร์ฟมาพร้อมกันเลย ตัวน้ำแกงตอนแรก ๆ จืดสนิทกินแล้วไม่อร่อย ผมก็ปรุง ๆ หน่อยเหยาะเกลือเหยาะพริกไทยลงไปค่อนข้างเยอะ(มาก) จนสุดท้ายก็กลายเป็นซุปที่หอมพริกไทยและเค็มกำลังดีขึ้นมา อร่อยล่ะ ส่วนตัวเนื้อไก่ก็ให้มาทั้งตัวเลย เนื้อนุ่มอร่อย คงตุ๋นมาหลายชั่วโมงอยู่ ก็รสชาติหลังปรุงแล้วของซุปชามนี้ก็ถือว่าอร่อยดี ส่วนถ้ายังไม่ปรุงก็คงพอกินได้ประมาณนั้น
Ginseng and chicken soup (Samke tang - 350 baht): Another tasteless dish. I cannot blame them because the traditional one that I tried at Korean also tasteless like this. But seem like the owner know that Thai (or other non-Korean citizen) want tasty soup so they served us together with salt and pepper jars. I put both of them on the soup pretty much until there are salty and peppery enough to eat. The final taste by my addition was pretty OK. They gave us the whole chicken which is quite tender (they probably boiled it for several hours). This dish is suitable for 3-4 people party easily because our 2 people party could not devour them all.
โดลซดบิบิมบับ (Dolsot Bibimbab - 200 บาท): จานนี้อร่อยที่สุดในมื้อล่ะครับ น่าจะเป็น one of the best บิบิมบับที่ผมเคยกินมาเลยล่ะครับ คำชมอย่างแรกที่ขอมอบให้คือ ให้มาเยอะดีมาก ให้ผักและเนื้อหมูและไข่มาแบบไม่หวงกันเลย คือแบบให้มาเยอะขนาดที่อร่อยจนผมกินกันเรื่อย ๆ แล้ว กินยังไงก็ไม่หมดซะที อ้อ ตอนก่อนจะกินนี่ทางพนักงานเค้ามาคลุกให้ด้วย คงต้องชมพนักงานสักหน่อยเพราะว่าเค้าคลุกมาได้แบบทุกอย่างผสมกลมกลืนกันดีมากเลย
Stir-fried Korean style mixed rice (Dolsot Bibimbab - 200 baht): This was the most delicious dish in the meal even probably one of the best Bibimbab I ever tried. The portion they gave us are enormous. A variety of vegetables, minced pork and Korean rice. The portion was so much that even though this dish was very delicious we cannot had them all. The part of scrumptious may need to thank good mixture skill from the waiter. He mixed this dish for us for quite sometimes and the ingredients were sure mix well and gave us the balance texture and taste.
สรุป ร้าน แดจังกึม (Dae Jung Kim) ร้านอาหารเกาหลีในซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) แห่งนี้ก็เป็นร้านที่ไม่ได้ประทับใจอะไรผมมากนักครับ ร้านเกาหลีในรอบปีที่ผ่านมา (2013) ที่ผมได้กิน ๆ มาอร่อยกว่าทั้งหมดเลย แต่คือร้านที่อร่อย ๆ กว่าที่กินมาก็จะราคาแพงกว่าร้านนี้หมดเลย แพงกว่าสัก 20-30% ได้ ก็ถ้าคิดว่าอยากจะกินอาหารเกาหลีแท้ ๆ ในราคาที่คุ้มค่าหน่อยและอยู่กลางเมืองด้วย ร้านนี้ก็น่าจเป็นร้านที่ตอบโจทย์ได้ดีอยูเหมือนกันนะครับ แต่จะว่าไปแล้ว อาหารจากครัวร้อนที่ไม่ใช่ BBQ ของร้านนี้เค้าก็ทำมารสชาติดีอยู่เหมือนกัน และมีให้เลือกเยอะด้วย ถ้าผมจะมาร้านนี้อีกรอบก็คงจะสั่งพวกอาหารที่ไม่ใช่ปิ้งย่างล่ะครับ ส่วนพวกปิ้งย่างนี่...ขอบายละกันแพงก็แพงแถมยังทำมาไม่ดีอีก เหอ เหอ
A meal at Dae Jung Kim Korean restaurant, Soi Sukhumvit 23 in this review was not a memorable meal for me. All of Korean restaurants that I have tried in the past year (2013) are all more delicious. However, most of them also more 20-30% expensive than this place as well. So if anyone want to have a decent Korean meal with reasonable price, this place might be a proper choice. Come to think about it, the only downsize of this place is those BBQ dishes which too expensive and not so delicious. So maybe next time I will try just non-barbecue dishes. It would cost me less and give me more taste.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Friday, October 25, 2013
Ewawon Korean Cuisine Review
Ewawon - Royal Korean Cuisine Review
อีวาวอน - ร้านอาหารเกาหลี ปิ้งย่าง นาคนิวาส เลียบทางด่วนรามอินทรา
Overall Score 10/10
Taste 5/5
Ambiance 4/5
Service 3/5
Value 5/5
Ewawon - Korean Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้านปิ้งย่างเกาหลีในบ้านเราถ้าเทียบกับปิ้งย่างญี่ปุ่นแล้วทุกคนก็คงทราบกันดีว่ามีให้เลือกไม่ค่อยเยอะเท่า ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ แล้วปิ้งย่างของ 2 สัญชาตินี้ก็เป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะแตกต่างกันเท่าไร ไม่ว่าจะตัวเนื้อ, ตัว side dish หรืออาหารจานซุป หรืออาหารจานข้าวที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้พินิจพิเคราะห์กันโดยละเอียดก็คงจะแยกออกจากกันได้ยากพอสมควร (นอกเหนือจากที่ปิ้งย่างเกาหลีจะมีเครื่องเคียงสไตล์เกาหลีสิบกว่าอย่างให้กินพ่วงด้วย) ซึ่งรีวิวนี้เราก็จะพากันไปที่ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่ผมได้รับคำแนะนำจากญาติผมมากันกับร้าน อีวาวอน หรือ Ewawon ที่อยู่ในซอยสหกรณ์ (นาคนิวาส 16) ซอยที่เป็นทางลัดเชื่อมระหว่างเลียบทางด่วนรามอินทรากับถนนนาคนิวาสและเป็นซอยที่มีคนขับรถผ่านกันค่อนข้างเยอะ, มีร้านอาหารตั้งอยู่ในซอยนี้กันค่อนข้างเยอะเลยซอยนึง
ร้าน Ewawon แห่งนี้ ก็เป็นร้านที่เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะดู premium มากเลย ไล่กันไปตั้งแต่ตัวร้านที่เป็นบ้านมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารแบบดูดี ๆ , ชื่อร้านที่มีคำว่า Royale Cuisine ต่อท้าย รวมถึงเวลาเปิดปิดร้านที่มีการพักเบรคตอนบ่ายแบบร้าน premium ๆ ทั้งหลายแหล่ด้วย ซึ่งตอนก่อนหน้าที่ผมจะมากินที่ร้านนี้ผมก็แอบเตรียมใจเอาไว้แล้วเหมือนกันว่าจะต้องเสียค่าอาหารแพงแน่เลย แต่แบบพอเห็นราคาเมนูแล้ว เห็นว่าไม่มี vat + service charge ในเมนูด้วยแล้ว ก็แบบอืม ปริมาณอาหารก็คงจะไม่เยอะหรอกมั้ง แต่ไป ๆ มา ๆ พอเห็นปริมาณอาหารที่ยกมา ไม่ว่าจะจานเนื้อที่เป็นจานใหญ่มีเนื้อมากมายหลายชิ้น, จานที่เป็นซุปก็มาแบบเป็นกะละมัง แล้วก็แบบ เฮ้ย เป็นไปได้ยังไงกับราคาอาหารเท่านี้ เพราะว่าผมเองก็กินร้านปิ้งย่างเกาหลีในกรุงเทพฯมาหลายร้าน แทบทุกร้านนี่เรียกได้ว่าราคาแพงแบบน่าตกใจหมด ไปกินทีนึงนี่คนละ 1000 กว่าบาทนี่เป็นเรื่องปกติเลย พอเห็นราคาเห็นปริมาณแล้ว ก็เลยถึงบางอ้อว่าทำไมลูกค้าของร้านนี้ถึงเน้นขนัดกันได้ในทุกคราที่ผมขับรถผ่าน, ในว่านที่ผมไปก็ลูกค้านั่งกันเต็มร้านและแบบขนาดตอน 4 ทุ่มกว่าแล้วก็ยังมีลูกค้าเข้ามานั่งกินกันใหม่ ๆ รวมถึงมีลูกค้านั่งกันอยู่เต็มร้านอยู่เลยด้วย
อาหารของร้านนี้ก็จะแบ่งได้เป็นพวกปิ้งย่าง หมวดปิ้งย่างนี่ก็มีให้เลือกค่อนข้างจะเหมือน ๆ กับปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น มีเนื้อวัวส่วนต่าง ๆ ให้เลือกครบครันไม่ว่าจะเนื้อซี่โครง, ลิ้นวัว, เนื้อลาย มีเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่นเนื้อไก่, เนื้อหมูครบครัน และอาหารที่ไม่ใช่ปิ้งย่างก็มีให้เลือกเยอะไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะซุปแบบต่าง ๆ , ข้าวแบบต่าง ๆ หรืออาหารกินเล่นสไตล์เกาหลี มีครบหมดเลยครับ มื้อนี้ผมไปกับแฟนแค่ 2 คนก็เลยสั่งกันไม่ค่อยเยอะเท่าไรมาไล่เรียงกันไปเลย
ซี่โครงเนื้อ (Grilled beef rip 200 บาท) : อร่อยไม่เท่าของญี่ปุ่นสักเท่าไรครับ เนื้อไม่มันเท่า และก็มีแบบติดซี่โครงมาจริง ๆ แค่ชิ้นเดียว แต่ถามว่าเลวร้ายไม่ก็ไม่นะครับ แค่สู้เนื้อจานอื่น ๆ ในมื้อนี้ไม่ได้แค่นั้นเอง
เนื้อย่าง (Grilled beef - 160 บาท) : เนื้อส่วนไหนไม่รู้ ผมเดาว่าน่าจะเป็นส่วนสันนอก จานนี้ก็อร่อยดีครับ ค่อนข้างมาตฐาน
ลิ้นวัว (Ox’s tongue - 120 บาท) : จานนี้ผมชอบมาก 120 บาทแต่ว่าให้ลิ้นวัวมาเยอะมาก ๆ ประมาณสัก 15 ชิ้นได้ และแต่ละชิ้นนี่ก็คุณภาพระดับเดียวกับพวกร้านอาหารญี่ปุ่นที่คิดกันจานละ 300 บาทแต่ว่าให้มาน้อยกว่านี้เลย จานนี้แนะนำจริง ๆ น่าลองเป็นอย่างยิ่ง อร่อยคุ้มค่าคุ้มราคา
เนื้อคอวัว (Cow’s neck - 180 บาท) : จานนี้ก็เยี่ยมครับ เป็นเนื้อที่ลายที่สุดในมื้อนี้แล้ว ลายอาจจะไม่ได้สวยมากเท่าพวกเนื้อแพงมาก ๆ ตามร้านปิ้งย่างญี่ปุ่น แต่กับ 180 บาท ได้เนื้อมาเยอะขนาดนี้ ลายสวยขนาดนี้ ชิ้นใหญ่ มัน นุ่ม อร่อย แบบนี้ อืม เป็นใครก็คงเลือกเนื้อคอวัวของร้าน Ewawon แห่งนี้กันทั้งนั้นล่ะครับ
ซุปไก่ตุ๋นโสม (Steam Chicken - 200 บาท) : จานนี้เป็นอีกหนึ่งจานที่ผมประทับใจมากคือแบบ 200 บาทได้ซุปมาแบบเป็นกะละมัง แบบกะละมังจริง ๆ เลย คือเท่าที่เคยกินซุปตามร้านหรู ๆ และราคา 200 บาทนี่ส่วนใหญ่จะให้มาชามเล็ก ๆ ประมาณสัก 1 ใน 4 ของที่นี่ได้ ไก่ให้ไก่มาทั้งตัวแม้ว่าจะเป็นไก่ตัวไม่ใหญ่แต่ก็เป็นไก่ทั้งตัว เนื้อไก่ถูกต้มมาจนเปื่อย นุ่มอร่อย ไร้ที่ติ ส่วนน้ำซุปนี่ ผมเคยกินซุปโสมที่เกาหลีมา บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นไม่ชอบเลย ไม่ค่อยอร่อย จืดสนิท แต่ของร้านนี้เหมือนเค้าจะปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทย รสค่อนข้างจัดจ้าน อร่อยดีมากเลยล่ะครับ (แฟนผมแอบเติมเกลือกับพริกไทยลงไปเพิ่มอีกหน่อยก็เลยยิ่งอร่อยฟิน)
ผักย่าง (Vegetables - 40 บาท) : ผักให้มาแบบคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ ทั้งหอมใหญ่, แครอท, พริกหวาน, ข้าวโพด และขายแค่ 40 บาทแค่นั้น! ร้านอื่นที่ผมเคยเจอนี่เห็นขายกันจานละ 100 บาทและให้มาสักครึ่งนึงของร้านนี้ได้มั้ง
สรุป มื้อนี้จัดกันไปจนพุงแทบจะระเบิด 2 คนมีเบียร์ด้วยขวดนึง มีข้าวสวยด้วยถ้วยนึง เลขที่ออกออกมาแค่ 1,005 บาทแค่นั้น OMFG! จริง ๆ คือตอนก่อนเรียกเช็คบิลนี่ผมกะเอาไว้คร่าว ๆ ว่าประมาณ 1,500 บาท แต่นี่คือแบบเลข 5 สลับตำแหน่งไปอยู่ที่หลักหน่วย โอ้โห ชื่นใจจริง ๆ ครับกับความคุ้มค่าของร้านนี้ แม้ว่าความอร่อยจะไม่ได้เลอเลิศประเสริฐศรีอะไรมาก แต่กับราคาที่ถูกขนาดนี้ ผมขอเลือกร้าน Ewawon แห่งนี้เหนือกว่าร้านที่อร่อยกว่านี้นิดนึงแต่แพงกว่ากัน 2 เท่าได้ไม่ยากเลย มื้อนี้ติดอยู่แค่อย่างเดียวครับ การบริการของพนักงานค่อนข้างจะติดลบอยู่ แต่อันนี้ก็แอบพอจะเข้าใจเค้าเหมือนกันเพราะว่าลูกค้าเยอะมาก พนักงานมีกันไม่กี่คน แต่ละคนวิ่งวุ่นกันตลอด ไม่ได้อู้อะไรเลยจริง ๆ แต่แค่ทำไม่ทันกัน ก็นะ ต่อไปเวลานึกถึงเนื้อย่างเกาหลีผมคงจะนึกถึงร้านนี้เป็นอันดับต้น ๆ แล้วล่ะครับ ชอบจริง ๆ ให้ดิ้นตาย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
อีวาวอน - ร้านอาหารเกาหลี ปิ้งย่าง นาคนิวาส เลียบทางด่วนรามอินทรา
Overall Score 10/10
Taste 5/5
Ambiance 4/5
Service 3/5
Value 5/5
Ewawon - Korean Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ร้านปิ้งย่างเกาหลีในบ้านเราถ้าเทียบกับปิ้งย่างญี่ปุ่นแล้วทุกคนก็คงทราบกันดีว่ามีให้เลือกไม่ค่อยเยอะเท่า ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ แล้วปิ้งย่างของ 2 สัญชาตินี้ก็เป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะแตกต่างกันเท่าไร ไม่ว่าจะตัวเนื้อ, ตัว side dish หรืออาหารจานซุป หรืออาหารจานข้าวที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้พินิจพิเคราะห์กันโดยละเอียดก็คงจะแยกออกจากกันได้ยากพอสมควร (นอกเหนือจากที่ปิ้งย่างเกาหลีจะมีเครื่องเคียงสไตล์เกาหลีสิบกว่าอย่างให้กินพ่วงด้วย) ซึ่งรีวิวนี้เราก็จะพากันไปที่ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่ผมได้รับคำแนะนำจากญาติผมมากันกับร้าน อีวาวอน หรือ Ewawon ที่อยู่ในซอยสหกรณ์ (นาคนิวาส 16) ซอยที่เป็นทางลัดเชื่อมระหว่างเลียบทางด่วนรามอินทรากับถนนนาคนิวาสและเป็นซอยที่มีคนขับรถผ่านกันค่อนข้างเยอะ, มีร้านอาหารตั้งอยู่ในซอยนี้กันค่อนข้างเยอะเลยซอยนึง
ร้าน Ewawon แห่งนี้ ก็เป็นร้านที่เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะดู premium มากเลย ไล่กันไปตั้งแต่ตัวร้านที่เป็นบ้านมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารแบบดูดี ๆ , ชื่อร้านที่มีคำว่า Royale Cuisine ต่อท้าย รวมถึงเวลาเปิดปิดร้านที่มีการพักเบรคตอนบ่ายแบบร้าน premium ๆ ทั้งหลายแหล่ด้วย ซึ่งตอนก่อนหน้าที่ผมจะมากินที่ร้านนี้ผมก็แอบเตรียมใจเอาไว้แล้วเหมือนกันว่าจะต้องเสียค่าอาหารแพงแน่เลย แต่แบบพอเห็นราคาเมนูแล้ว เห็นว่าไม่มี vat + service charge ในเมนูด้วยแล้ว ก็แบบอืม ปริมาณอาหารก็คงจะไม่เยอะหรอกมั้ง แต่ไป ๆ มา ๆ พอเห็นปริมาณอาหารที่ยกมา ไม่ว่าจะจานเนื้อที่เป็นจานใหญ่มีเนื้อมากมายหลายชิ้น, จานที่เป็นซุปก็มาแบบเป็นกะละมัง แล้วก็แบบ เฮ้ย เป็นไปได้ยังไงกับราคาอาหารเท่านี้ เพราะว่าผมเองก็กินร้านปิ้งย่างเกาหลีในกรุงเทพฯมาหลายร้าน แทบทุกร้านนี่เรียกได้ว่าราคาแพงแบบน่าตกใจหมด ไปกินทีนึงนี่คนละ 1000 กว่าบาทนี่เป็นเรื่องปกติเลย พอเห็นราคาเห็นปริมาณแล้ว ก็เลยถึงบางอ้อว่าทำไมลูกค้าของร้านนี้ถึงเน้นขนัดกันได้ในทุกคราที่ผมขับรถผ่าน, ในว่านที่ผมไปก็ลูกค้านั่งกันเต็มร้านและแบบขนาดตอน 4 ทุ่มกว่าแล้วก็ยังมีลูกค้าเข้ามานั่งกินกันใหม่ ๆ รวมถึงมีลูกค้านั่งกันอยู่เต็มร้านอยู่เลยด้วย
อาหารของร้านนี้ก็จะแบ่งได้เป็นพวกปิ้งย่าง หมวดปิ้งย่างนี่ก็มีให้เลือกค่อนข้างจะเหมือน ๆ กับปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น มีเนื้อวัวส่วนต่าง ๆ ให้เลือกครบครันไม่ว่าจะเนื้อซี่โครง, ลิ้นวัว, เนื้อลาย มีเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่นเนื้อไก่, เนื้อหมูครบครัน และอาหารที่ไม่ใช่ปิ้งย่างก็มีให้เลือกเยอะไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะซุปแบบต่าง ๆ , ข้าวแบบต่าง ๆ หรืออาหารกินเล่นสไตล์เกาหลี มีครบหมดเลยครับ มื้อนี้ผมไปกับแฟนแค่ 2 คนก็เลยสั่งกันไม่ค่อยเยอะเท่าไรมาไล่เรียงกันไปเลย
ซี่โครงเนื้อ (Grilled beef rip 200 บาท) : อร่อยไม่เท่าของญี่ปุ่นสักเท่าไรครับ เนื้อไม่มันเท่า และก็มีแบบติดซี่โครงมาจริง ๆ แค่ชิ้นเดียว แต่ถามว่าเลวร้ายไม่ก็ไม่นะครับ แค่สู้เนื้อจานอื่น ๆ ในมื้อนี้ไม่ได้แค่นั้นเอง
เนื้อย่าง (Grilled beef - 160 บาท) : เนื้อส่วนไหนไม่รู้ ผมเดาว่าน่าจะเป็นส่วนสันนอก จานนี้ก็อร่อยดีครับ ค่อนข้างมาตฐาน
ลิ้นวัว (Ox’s tongue - 120 บาท) : จานนี้ผมชอบมาก 120 บาทแต่ว่าให้ลิ้นวัวมาเยอะมาก ๆ ประมาณสัก 15 ชิ้นได้ และแต่ละชิ้นนี่ก็คุณภาพระดับเดียวกับพวกร้านอาหารญี่ปุ่นที่คิดกันจานละ 300 บาทแต่ว่าให้มาน้อยกว่านี้เลย จานนี้แนะนำจริง ๆ น่าลองเป็นอย่างยิ่ง อร่อยคุ้มค่าคุ้มราคา
เนื้อคอวัว (Cow’s neck - 180 บาท) : จานนี้ก็เยี่ยมครับ เป็นเนื้อที่ลายที่สุดในมื้อนี้แล้ว ลายอาจจะไม่ได้สวยมากเท่าพวกเนื้อแพงมาก ๆ ตามร้านปิ้งย่างญี่ปุ่น แต่กับ 180 บาท ได้เนื้อมาเยอะขนาดนี้ ลายสวยขนาดนี้ ชิ้นใหญ่ มัน นุ่ม อร่อย แบบนี้ อืม เป็นใครก็คงเลือกเนื้อคอวัวของร้าน Ewawon แห่งนี้กันทั้งนั้นล่ะครับ
ซุปไก่ตุ๋นโสม (Steam Chicken - 200 บาท) : จานนี้เป็นอีกหนึ่งจานที่ผมประทับใจมากคือแบบ 200 บาทได้ซุปมาแบบเป็นกะละมัง แบบกะละมังจริง ๆ เลย คือเท่าที่เคยกินซุปตามร้านหรู ๆ และราคา 200 บาทนี่ส่วนใหญ่จะให้มาชามเล็ก ๆ ประมาณสัก 1 ใน 4 ของที่นี่ได้ ไก่ให้ไก่มาทั้งตัวแม้ว่าจะเป็นไก่ตัวไม่ใหญ่แต่ก็เป็นไก่ทั้งตัว เนื้อไก่ถูกต้มมาจนเปื่อย นุ่มอร่อย ไร้ที่ติ ส่วนน้ำซุปนี่ ผมเคยกินซุปโสมที่เกาหลีมา บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นไม่ชอบเลย ไม่ค่อยอร่อย จืดสนิท แต่ของร้านนี้เหมือนเค้าจะปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทย รสค่อนข้างจัดจ้าน อร่อยดีมากเลยล่ะครับ (แฟนผมแอบเติมเกลือกับพริกไทยลงไปเพิ่มอีกหน่อยก็เลยยิ่งอร่อยฟิน)
ผักย่าง (Vegetables - 40 บาท) : ผักให้มาแบบคุณภาพดี ชิ้นใหญ่ ทั้งหอมใหญ่, แครอท, พริกหวาน, ข้าวโพด และขายแค่ 40 บาทแค่นั้น! ร้านอื่นที่ผมเคยเจอนี่เห็นขายกันจานละ 100 บาทและให้มาสักครึ่งนึงของร้านนี้ได้มั้ง
สรุป มื้อนี้จัดกันไปจนพุงแทบจะระเบิด 2 คนมีเบียร์ด้วยขวดนึง มีข้าวสวยด้วยถ้วยนึง เลขที่ออกออกมาแค่ 1,005 บาทแค่นั้น OMFG! จริง ๆ คือตอนก่อนเรียกเช็คบิลนี่ผมกะเอาไว้คร่าว ๆ ว่าประมาณ 1,500 บาท แต่นี่คือแบบเลข 5 สลับตำแหน่งไปอยู่ที่หลักหน่วย โอ้โห ชื่นใจจริง ๆ ครับกับความคุ้มค่าของร้านนี้ แม้ว่าความอร่อยจะไม่ได้เลอเลิศประเสริฐศรีอะไรมาก แต่กับราคาที่ถูกขนาดนี้ ผมขอเลือกร้าน Ewawon แห่งนี้เหนือกว่าร้านที่อร่อยกว่านี้นิดนึงแต่แพงกว่ากัน 2 เท่าได้ไม่ยากเลย มื้อนี้ติดอยู่แค่อย่างเดียวครับ การบริการของพนักงานค่อนข้างจะติดลบอยู่ แต่อันนี้ก็แอบพอจะเข้าใจเค้าเหมือนกันเพราะว่าลูกค้าเยอะมาก พนักงานมีกันไม่กี่คน แต่ละคนวิ่งวุ่นกันตลอด ไม่ได้อู้อะไรเลยจริง ๆ แต่แค่ทำไม่ทันกัน ก็นะ ต่อไปเวลานึกถึงเนื้อย่างเกาหลีผมคงจะนึกถึงร้านนี้เป็นอันดับต้น ๆ แล้วล่ะครับ ชอบจริง ๆ ให้ดิ้นตาย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)


















































