BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label Isan (Northeastern Thai Food) Restaurants. Show all posts
Showing posts with label Isan (Northeastern Thai Food) Restaurants. Show all posts

Thursday, February 6, 2014

ราชาเมี่ยงปลาเผา เจ๊กุ้ง รีวิว

ราชาเมี่ยปลาเผา เจ๊กุ้ง - ร้านอาหารอีสาน รามคำแหง 24 หน้าสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน รีวิว



Overall Score  7.5/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3/5
Service  4/5
Value   3.5/5

ราชาเมี่ยงปลาเผา เจ๊กุ้ง - ร้านอาหารอีสาน on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



แถวรามคำแหงตอนต้น, พระราม 9 ตอนกลาง ๆ นี่มีร้านเมี่ยงปลาเผา, ร้านอาหารอีสานเยอะครับ ร้านในรีวิวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่เข้าข่ายนิยามดังกล่าวกับร้าน "ราชาเมี่ยงปลาเผา เจ๊กุ้ง" ร้านนี้ผมรู้จักจากน้องที่บริษัทคนนึงที่แนะนำมาบอกว่าร้านนี้คนเยอะ และคนแถว ๆ หลังรามบอกว่าถ้าจะกินเมี่ยงปลาเผาต้องมากินร้านนี้กัน อร่อยที่สุดแล้ว อะไรประมาณนั้น ฟังแบบนี้แล้วก็แน่นอนสิครับจะไม่มากินได้อย่างไร ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้าสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานเลย แต่เป็นทางเข้าในซอยรามคำแหง 24 ถ้าใครขับรถมาก็เข้าไปจอดในสนามกีฬาได้เลย มีที่จอดรถเหลือเฟือ ตัวร้านนั้นจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่แบ่งที่นั่งเป็นทั้งแบบนั่งที่พื้นแบบอีสานแท้ ๆ แบบสมัยก่อนที่เรานั่งกับพื้น กับมีโต๊ะแบบธรรมดา ๆ ด้วยปน ๆ กันไป ตอนผมไปนี่คนค่อนข้างเยอะมากเลย สมกับเป็นร้านดังในละแวกนี้จริง ๆ




อาหารของร้านนี้มีให้เลือกน้อยมากเมื่อเทียบกับร้านอีสานร้านอื่น ๆ สาเหตุที่มีน้อยนั้นผมขอเดาว่าทางร้านใช้ระบบการสั่งอาหารผ่าน mobile device (ระบบเดียวกันกับ MK ทางร้านบอกว่าซื้อมา 300,000 บาท!) เลย set เมนูลงเยอะไม่ได้เดี๋ยวเครื่องจะรับไม่ไหว กับอีกอย่างคือร้านใหญ่ ถ้าทำเมนูเยอะ ๆ ระบบ order , ระบบ stock ของคงจะวุ่นวายน่าดู ร้านนี้เป็นร้านอีสานแบบไม่มีเนื้อขายผมแอบเซ็งนิดนึงเพราะไม่ได้สั่งเนื้อย่างของโปรด (ร้านอีสาน-เมี่ยงปลาเผาแถวรามนี่มีแบบนี้เยอะครับ บางร้านเป็นอิสลาม บางร้านไม่ขายเนื้อ ฯลฯ) ส่วนราคาอาหารนั้นก็ค่อนข้างมาตรฐานไม่ต่างจากร้านอีสานร้านอื่น ๆ เลย มากินกันเต็มที่ก็คงคนละ 300 บาทโดยประมาณล่ะครับ

รายการอาหารในมื้อนี้มี 6 อย่างเหมือนจะเยอะแต่ไปกัน 5 คน ก็เลยกลายเป็นไม่ได้เยอะอะไรเท่าไรเลย ก็มาไล่เรียงกันไปเลยละกันครับ

ชุดเมี่ยงปลาทับทิมใหญ่ (350 บาท): เมี่ยงปลาเผามาแบบอลังการดีครับ ปลาทับทิมตัวใหญ่ดี น้ำจิ้มมีให้ 2 แบบ และก็ให้วุ้นเส้นกับผักมาด้วย ผักที่ให้มากินด้วยแอบน้อยไปหน่อย น้อยกว่าหลาย ๆ ร้าน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะพวกผมไม่ได้กินผักอะไรกันเยอะอยู่แล้ว เนื้อปลาทำมาได้ดีมากครับ เนื้อสดมาก และก็แบบเพิ่งย่างมาร้อน ๆ เนื้อละมุน เอามาจิ้มกินกับน้ำจิ้ม 2 อย่างของที่มีทั้งแบบเน้นเผ็ด กับแบบหวาน ก็เข้ากันดี ทำให้เกิดรสชาติหลากหลายดีครับ








ต้มแซบกระดูกอ่อน (150 บาท): จานนี้อลังการมาเป็นหม้อไฟขนาดใหญ่ หน้าตาเหมือนต้มแซ่บผู้ดีหน่อย น้ำใส ๆ และก็มีแต่กระดูกอ่อนมา ไม่มีเครื่องในปนมาแต่อย่างใด รสชาติน้ำซุปรสชาติดีครับ เปรี้ยว แซ่บสะใจ ตัวกระดูกอ่อนก็ให้มาเยอะมาก กินกันจนเหนื่อยกว่าจะกินหมด อืม ทุกทีกินหม้อไฟนี่พวกผมมักจะกินจนเกลี้ยงอยู่เสมอ เพราะว่าหลาย ๆ ร้านจะให้มาน้อยไม่ต่างอะไรจากถ้วยมากนัก แต่คือของร้านนี้นี่คือหม้อใหญ่มาก ๆ กินคุ้มจริง ๆ

ส้มตำปูปลาร้า (40 บาท): เป็นส้มตำแบบค่อนข้างอีสานแท้ ๆ เลย เส้นมะละกอใหญ่ น้ำปลาร้าเข้มข้น รสชาติใช้ได้อีกเช่นกันครับจานนี้






ตำไทยไข่เค็ม (50 บาท): หน้าตาน่ากินดีครับไม่ได้ใส ๆ เหมือนส้มตำคนไทยทำ และก็ไม่ได้สีเข้ม ๆ เหมือนส้มตำอีสานแท้ ๆ จานนี้แอบให้มาน้อยไปนิดแต่ก็ราคาถูกกว่าบางที่ รสชาติกลมกล่อมดี เปรี้ยว หวาน เผ็ด ผสมผสานกันออกมาเป็นรสนัว ๆ ที่กินกันเพลิน ๆ แปบเดียวหมดจานเลย

คอหมูย่าง (80 บาท): หมูมาแบบเป็นคอหมูแบบดีจริง ๆ ไม่ได้เป็นมัน ๆ มาทั้งชิ้น หรือว่าไม่ได้ไม่มีมันติดมาเลยแต่จะเป็นคอหมูแบบมันแทรก ๆ มันติดมาเป็นติ่ง ๆ แบบที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วที่จะเอาไปย่าง ทางร้านย่างมาดีครับ เกรียม ๆ หน่อย เนื้อด้านในยังนุ่มอยู่ เห็นราคาตอนแรกแอบแพงกว่าชาวบ้านหน่อยแต่พอดูปริมาณแล้ว เอ้อ ให้เยอะดี ก็ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปล่ะครับ






น้ำตกหมู (80 บาท): จานนี้เป็นจานปิดท้ายที่ค่อนข้างลงตัว เนื้อหมูให้มาเยอะอีกแล้ว และก็ปรุงมารสชาติดีเลย เผ็ดเปรี้ยวกำลังดี เนื้อหมูต้มมาแบบสุกกำลังดีไม่สุกไป เนื้อยังคงมีความนุ่มอยู่

สรุป ร้านราชาเมี่ยงปลาเผา เจ๊กุ้ง - ร้านอาหารอีสาน เมี่ยงปลาเผา บริเวณด้านหน้าสนามกีฬาราชมคลังกีฬาสถานแห่งนี้ก็ค่อนข้างจะสมราคาคุยอยู่ครับ อาหารราคาไม่แพง บางจานให้เยอะคุ้มค่าเกินราคา อาหารเสิร์ฟกันรวดเร็ว เพราะมีระบบการจัดการที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือรสชาติ ถือว่าอร่อยได้มาตรฐานทุกจานเลย ไม่มีตก QC ไปเหมือนบางร้าน ใครมาแถวราม อยากจะจัดอาหารอีสานสักมื้อนึง ร้านนี้ก็เป็นตัเลือกที่น่าสนใจนะครับ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Monday, February 3, 2014

ไก่ย่างท่าช้าง-จักราช รีวิว

ไก่ย่างท่าช้าง-จักราช ร้านอาหารอีสาน เลียบทางด่วนรามอินทรา



Overall Score  /10
Taste   /5
Ambiance  /5
Service  /5
Value   /5

ไก่ย่างท่าช้าง-จักราช on BumRes.com (For more pictures, menu and info)


วันก่อนตามหาร้านอาหารอีสานที่ผมยังไม่เคยกินและอยู่ในละแวกที่ผมสามารถขับรถไปได้ง่าย ๆ นั่งหาจากเว็บเพื่อนบ้านอยู่สักพักนึง ก็มาเจอเข้ากับร้านไก่ย่างท่าช้าง-จักราชในรีวิวนี้เข้า ร้านนี้ที่เว็บเพื่อนบ้านเห็นได้คะแนนรีวิวสูงดีและก็เปิดทำการกันทั้งวันเลย และก็อยู่เลียบทางด่วนเดินทางสะดวกก็เลยชวนคุณแฟนไปกินกัน ร้านนี้ถ้ามาจากพระราม 9 ก็วิ่งเลียบทางด่วนมาเรื่อย ๆ ข้ามลาดพร้าว, ข้ามประเสริฐมนูกิจ แล้วก็ไปกลับรถตรงก่อนจะถึงรามอินทรา กลับรถปุ๊บก็จะเจอร้านนี้เลย เป็นประมาณสวนอาหารร้านอาหารขนาดใหญ่ไม่ค่อยเหมือนร้านอาหารอีสานแบบปกติ ๆ นัก มีทั้งส่วน open air และส่วน ห้องแอร์ ตอนผมไปเป็นเวลาบ่าย 3 มีลูกค้านั่งอยู่ด้านในอยู่แค่ 2-3 โต๊ะ ทำให้ร้านดูค่อนข้างโหรงเรงมากเลย





เมนูอาหารของร้านนี้ค่อนข้างจะหลากหลายสมกับที่เป็นร้านขนาดใหญ่ ออกแนวสวนอาหารแบบนี้ และตัวเมนูก็มีหลาย ๆ รายการที่เป็นเมนูหากินยาก เป็นลาวแท้ ๆ เป็นอีสานแบบที่พบเจอได้ในร้านลาวแต๊ ๆ เท่านั้นจริง ๆ ราคาอาหารก็อยู่ในระดับร้านอาหารเป็นกิจลักษณะทั่ว ๆ ไปล่ะครับ กินกันเต็มที่ก็น่าจะอยู่ที่ 500 บาทโดยประมาณต่อคน (ในกรณีที่สั่งเยอะและซัดเบียร์ด้วยนะครับ

ไก่บ้านย่างครึ่งตัว (Grilled chicken (half) - 200 บาท) : เมนูไก่ย่างนี่ได้ค่อนข้างเร็วมากครับ เพราะแบบมีพนักงานคนนึงประจำสถานีคอยย่างไก่อยู่ตลอดเวลาเลย ไก่เป็นไก่บ้าน ไม่ได้เป็นไก่ฟาร์มเหมือนกับร้านอีสานส่วนใหญ่ ซึ่งไก่บ้านนี่บอกตรง ๆ ว่าผมไม่ค่อยชอบเลย หาร้านที่ทำอร่อย ๆ ยากมาก ซึ่งไก่บ้านย่างของร้าน "ไก่ย่างท่าช้าง-จักราช" แห่งนี้ผมถือว่าทำได้ดีกว่าหลาย ๆ ที่นะครับ เนื้อมีความนุ่มอร่อยอยู่ ไม่ได้แห้งแก๋แด๋ และก็ทาซอสที่ผิวมารสชาติค่อนข้างเข้มข้นดีเลย เป็นเมนูเปิดประเดิมที่ค่อนข้างลงตัวมาก







ตำมะม่วงปลากรอบ (Mango sliced salad with crispy fish - 70 บาท) : เมนูนี้คุณแฟนผมสั่ง นางบอกว่าอยากลองเพราะว่าแปลกดี ซึ่งพอได้กินเข้าไปคำแรกแล้วรู้สึกเหมือนว่าคิดผิดที่สั่งไปครับมัน.. ไม่อร่อยเลยสักนดเดียว รสชาติมันแปลก ๆ งง ๆ เปรี้ยว หวาน เค็ม มาแบบไม่ค่อยจะสมดุลนัก และก็ตัวมะม่วงนี่คือพอมากินแบบเป็นยำแห้ง ๆ แบบนี้แล้วมันไม่ค่อยอร่อยเลย ผมว่ากินแบบน้ำท่วม ๆ เยิ้ม ๆ แบบที่พบเอในถ้วยน้ำจิ้มอร่อยกว่ากันเยอะ

ลาบเป็ด (Spicy minced duck salad - 90 บาท) : อร่อยดีครับจานนี้ รสชาตินัวดีมาก เปรี้ยวนิด ๆ เผ็ดนำ ๆ และตัวเนื้อเป็ดก็ล้างมาดี ทำมาดีไม่เหม็นคาวเลย และก็จะมีความนุ่ม ๆ มัน ๆ มากกว่าเนื้อหมูก็เลยทำให้ลาบเป็ดจานนี้กินเพลินดีแท้







แหนมผัดกระเทียมโทน (Stir-fried ferment meat with garlic - 100 บาท) : เมนูนี้แปลกดีไม่เคยเจอที่ไหนและเป็นเมนูแนะนำของทางร้านด้วย เป็นอารมณ์แบบแหนมหั่นเป็นชิ้นค่อนข้างใหญ่หน่อย และก็เอาไปผัดกับไข่ และกระเทียมโทน จานนี้จะผัดมาค่อนข้างมันเยิ้ม ๆ หน่อยกินเข้าไปคำแรกแอบเลี่ยนนิดหน่อย แต่พอกินไปสักพักแล้วมันแบบ เข้ากันดีนะครับ กระเทียมโทนกลิ่นฉุย ๆ หน่อย แหนมเปรี้ยว ๆ ไข่นุ่ม ๆ หวานเล็กน้อย ช่วยส่งเสริมกันและกันดี

แกงหน่อไม้ลาว (Bamboo shoot soup - 120 บาท) : จานนี้สั่งมาปิดท้ายตอนหลังเพิ่มเติม เพราะแฟนผมนางชอบแกงหน่อไม้ หรือแกงอะไรที่ลาว ๆ น้ำดำ ๆ แบบนี้มาก แกงนี้เป็นแกงมังสวิรัติครับมีเห็ดหลากหลายชนิดใส่มาค่อนข้างครบครัน ตัวน้ำแกงก็แบบรสชาติดีมาก หน่อไม้ลาวจริง ๆ น้ำมาแบบใส ๆ ลื่น ๆ หน่อยกินง่ายดี สรุป แกงนี้แฟนผมและผมชอบมากซดกันหมดถ้วยเลย






วุ้นในลูกมะพร้าว (Jelly in coconut - 50 บาท): ปิดท้ายด้วยของหวาน signature อีก 1 อย่างของร้านนี้เป็นประมาณน้ำมะพร้าวที่เอาไปทำอะไรสักอย่างให้กลายมาเป็นวุ้นมะพร้าวและก็เสิร์ฟมาแบบทั้งลูกมะพร้าวเลย ราคาไม่ค่อยแพง 50 บาทได้มาทั้งลูก และก็เสิร์ฟกันมาแบบเย็นจับใจ เหมาะกับเป็นของหวานตบท้ายในบ่ายอันแสนจะร้อนระอุที่กรุงเทพฯดีมาก

สรุป ร้าน ไก่ย่างท่าช้าง-จักราช ร้านอาหารอีสานขนาดใหญ่ เลียบทางด่วนรามอินทรา แห่งนี้ก็มีรสชาติอาหารที่ค่อนข้างดีเลยนะครับ เมนูในมื้อนี้ก็อร่อยแทบทุกจานมีแค่ตำมะม่วงปลากรอบจานเดียวที่ไม่ค่อยอร่อย อาหารรอไม่ค่อยนาน, พนักงานก็บริการค่อนข้างดี ก็สมกับที่ร้านนี้เค้าได้คะแนนรีวิวในเวบเพื่อนบ้านค่อนข้างสูงล่ะครับ ใครสนใจร้านอาหารอีสานดี ๆ ซักร้านนึงก็มาจัดร้านนี้กันได้เลย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Tuesday, January 28, 2014

Thai Kin - Thai Restaurant Review

Thai Kin - Thai Restaurant at Thonglor 20 Review

ไทย กิน - ร้านอาหารไทย ทองหล่อ 20 รีวิว



Overall Score  8.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4.5/5

Thai Kin - Thai Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ผมรู้สึกว่าร้านอาหารไทยเปิดใหม่ร้านล่าสุดในย่านทองหล่อที่มีผมมีโอกาสได้ไปลิ้มลองนั้น น่าจะท้าวความไปตั้งแต่ปลาย ๆ ปี 2012 นุ่นเลยกับร้าน Supanika Eating's Room เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปกินอีกหนึ่งร้านอาหารไทยแท้ ๆ ที่เพิ่งเปิดมาได้ 2-3 เดือนในย่านทองหล่อมาร้านนึงกับร้าน Thai Kin หรือ ไทยกิน ที่เปิดทำการอยู่ในซอยทองหล่อ 20 แทนที่ร้าน Bird House หรือเบิร์ดอะไรสักอย่างที่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นและเจ๊งไปนี่แหละครับ ร้าน Thai Kin แห่งนี้มีความพิเศษมากกว่าแค่เป็นร้านอาหารไทยเฉย ๆ อีกคือมีอาหารอีสานขายด้วย ก็เลยทำให้ร้านนี้น่าจะเป็นร้านเดียวในย่านทองหล่อที่เป็นร้านอาหารอีสานที่ผมรู้จักเลยนะเนี่ย (แต่ไม่รวมเอกมัยที่มีอยู่หลายร้านนะครับ ฮ่า ๆ)

บรรยากาศของร้านนี้หลังจากที่ผมเข้าร้านไปตอนแรกนี่ก็น่าจะเรียกได้ว่าค่อนข้างคุ้นเคยมากเพราะเคยมากินร้านนี้เอาตอนที่ยังเป็นร้าน Bird ๆ อะไรสักอย่างเมื่อปีที่แล้ว ร้านจะเน้นการตกแต่งด้วยปูนเปลือย มีที่นั่งแบบโต๊ะธรรมดาเป็นเมนหลักของร้าน และก็มีที่นั่งแบบนั่งขัดสมาธิ, นั่งกับพื้น(บนเบาะ) เป็นที่นั่งเก๋ไก๋ ๆ ไว้สำหรับให้คนมานั่งเปลี่ยนบรรยากาศอีกโซนนึง หรือว่าถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวร้าน ไทยกิน (Thai Kin) แห่งนี้ก็สามารถจัดให้ได้อีกเช่นกัน (แต่ก็เป็นห้องส่วนตัวขนาดไม่ใหญ่นัก) ก็เรียกได้ว่าอยากจะได้บรรยากาศแบบไหนร้านนี้เค้าตอบโจทย์ได้หมดเลยจริง ๆ






ส่วนอาหารของทางร้านนี้ก็ตามที่กล่าวไปตอนแรกคือจะเป็นอาหารไทยกับอาหารอีสานปน ๆ กันอย่างละครึ่ง ๆ โดยประมาณ ราคาอาหารไม่ค่อยแพงนักเมื่อเทียบกับทำเลของร้านที่ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อแบบนี้และถ้ายิ่งคิดว่าร้านนี้เป็นร้านที่การบริการ, บรรยากาศนั้นจัดอยู่ในระดับภัตตาคารแบบเป็นเรื่องเป็นราวนี่ราคาอาหารของร้านนี้เค้ายิ่งถูกเข้าไปใหญ่ ด้วยราคาเฉลี่ยของอาหารอยู่ที่ประมาณ 120 - 180 บาทเท่านั้นเอง โอย ไปกินร้าน sushi ในย่านนี้ราคาเท่านี้ยังกินหน้าซูชิแพง ๆ คำนึงไม่ได้เลยครับทำเป็นเล่นไป ส่วนตัวเครื่องดื่มของร้าน ไทยกิน (Thai Kin) แห่งนี้ก็มีให้เลือกเยอะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มีทั้งเครื่องดื่ม alcohol มาตรฐานทั้งหลายแหล่ whiskey, vodka, beer แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือตัวเหล้าปั่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไทย ๆ ที่ผมไม่เคยพบเจอที่ไหนในโลก และเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับสาว ๆ เป็นอย่างดีใครที่เคยดื่มเหล้าปั่นมาคงทราบเป็นอย่างดีว่ามันเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ค่อยเหลือเค้าความเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักเท่าไรเลย







มื้อนี้ก็มีอาหารหลากหลายประเภทและก็มีเครื่องดื่มอีกเล็กน้อยมาไล่เรียงกันไปเลย

ชาเย็น (Thai ice tea with milk - 50 บาท): เครื่องดื่มแบบไทย ๆ มาตรฐาน ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้ ชงมาไม่ค่อยหวานมากนัก ผู้ชายดื่มได้ผู้หญิงดื่มดี





เหล้าปั่น Thai Kin (120 บาท): 120 บาทได้มาเหยือกนึง และเป็น 120 บาทที่สามารถเมากันได้สบาย ๆ เลยเพราะเหยือกนึงนี่ผมว่ามีเหล้าอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 ช็อตได้ รสชาติอันนี้ผมไม่แน่ใจว่าทางร้านเอาไปผสมอะไรกันมาบ้างนะครับแต่กินแล้วคืออร่อยเลยล่ะ อร่อยกว่าเหล้าปั่นหลาย ๆ ที่ที่เคยกินมา ก็สมกับที่ทางร้านถึงกับเอาชื่อร้านมาตั้งเป็นชื่อล่ะครับ พวกผมไปกัน 3 คนชอบเหยือกนี้กันทุกคนเลย


ส้มตำแคปหมู (Papaya salad with crisp pork skin - 120 บาท): เปิดฉากกันด้วยอาหารอีสาน เป็นส้มตำที่ก็ถือว่าค่อนข้างแพงเล็กน้อยถ้าเทียบกับส้มตำส่วนใหญ่ที่มักจะอยู่ที่ 60 - 80 บาทโดยประมาณกับร้านที่เป็นกิจลักษณะ แต่ปริมาณของส้มตำจานนี้ก็เรียกได้ว่าให้มาค่อนข้างเยอะดี แต่ที่น่าตกใจคือ ตอนแรกที่รู้จักร้านนี้คือเค้าเป็นร้านที่กะจะเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็นคนญี่ปุ่นเป็นหลัก ผมก็เลยเดา ๆ เอาว่าอาหารไม่น่าจะรสจัดแต่ที่ไหนได้ส้มตำจานนี้นี่คือรสชาติจัดจ้านมาก เผ็ดจนผมไม่คิดว่าคนญี่ปุ่นหรือคนต่างชาติจะกินกันได้ แต่ก็เพราะเผ็ดแบบนี้นี่แหละครับที่ทำให้ส้มตำจานนี้อร่อยและรสชาตินัวดีแท้เลย








แกงเขียนหวานไก่ (Green curry with chicken - 160 บาท): แกงเขียวหวานที่ค่อนข้างจะมาตรฐานไม่ได้มีความหวือหวาอะไรนักทั้งเรื่องรสชาติ, วัตถุดิบ, องค์ประกอบที่อออกมาในถ้วย เนื้อไก่ให้มาเยอะดี, มะเขือยาว, มะเขือเปาะให้มาอย่าง balance ๆ ตัวน้ำแกงมีรสหวานเล็ก ๆ ใส่กะทิมากำลังดี น้ำไม่ข้นคลั่กเกินไป รวม ๆ แล้วเป็นรสชาติแกงเขียวหวานแบบที่คนไทยส่วนใหญ่น่าจะชอบกันนะครับ

ลาบหมู (Spicy minced pork salad - 150 บาท): เป็นลาบหมูที่หน้าตาดูดีมาก จัดจานมาแบบสะอาดสะอ้านดูดีมีชาติตระกูลกว่าลาบหมูไหน ๆ ที่ผมเคยเจอมาให้เนื้อหมูสับกับตับหมูมาในปริมาณที่ค่อนข้างจะเท่า ๆ กันเลย ลาบปรุงรสชาติมานัวดีมากครับ เผ็ด เค็ม เปรี้ยว ผสมผสานกันอย่างลงตัว กินกับข้าวสวยหอมมะลิอย่างดีที่ทางร้านให้มาพร้อมกันนี่เป็นอะไรที่ฟินเลยล่ะครับ





ยำผักบุ้งทอดกรอบ (Fried morning glory salad - 180 บาท): เป็นยำผักบุ้งที่ผมว่าต้องมีการปรับปรุงอีกสักหน่อยอย่างแรกเลยคือทอดมาแบบไม่ค่อยกรอบเหมือนที่เคย ๆ กินมา จริง ๆ แล้วออกแนวนุ่มด้วยซ้ำ กินแล้วเหมือนกับกินแป้งนุ่ม, ปูนิ่ม อะไรพวกนั้น ส่วนน้ำยานี่รสชาติออกหวานไปหน่อยทำให้แบบรสชาติโดยรวมของจานขาดความเป็นยำไปพอสมควร

ปลาทับทิมทอดกระเทียม (Deep-fried Tubtim fish with garlic - 290 บาท): ปลาทับทิมตัวเขื่อง ๆ ทอดมาแบบกรอบดีมาก เนื้อในก็สุกทั่วถึงกันและขาวเนียนดี ไม่มีความคาวเลยสักนิดเดียว บ่งบอกถึงการทอดที่ดีและความสดของปลาเป็นอย่างดี ทางร้าน ไทยกิน (Thai Kin) บั้งตัวเนื้อปลามาค่อนข้างใหญ่ ทำให้แต่ละคำที่ตัด ๆ ลงไปก็ได้ชิ้นปลาที่ค่อนข้างเต็มปากเต็มคำดี กระเทียมที่โรย ๆ มาก็ทอดจนกรอบและช่วยเพิ่มรสชาติดีมาก สรุปคือ ไม่ได้กินปลาทับทิมทอดกระเทียมที่ทำได้ดีแบบนี้มาสักพักแล้วล่ะครับ







ไก่ย่างทรงเครื่อง (Grilled Chicken - 120 บาท): จานนี้ชอบที่สุดในมื้อเลยล่ะครับ อร่อย max จริง ๆ ไก่แบบย่างมาได้ดีมาก หนังไก่ไม่มีตรงไหนไหม้เลย และตัวเนื้อไก่ก็แบบขาวเนี๊ยน เนียนมาก ตัวเนื้อไก่นี่ทางร้านจัดมาให้ครึ่งตัวก็เลยได้ทั้งส่วนเนื้อสะโพกและเนื้อหน้าอกมาทั้งสองแบบ คือถ้าใครที่ชอบกินเนื้อ lean ก็จัดเนื้ออกไป ส่วนใครชอบเนื้อมัน ๆ ก็จัดเนื้อสะโพกไป ไม่ต้องมีอะไรให้ทะเลาะกัน จานนี้ความอร่อยนี่ผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าอยู่ตรงไหน แต่คือกินแล้วมันชอบจริง ๆ อ่ะครับ รสชาติไก่มันกลมกล่อม และเนื้อไก่มันฉ่ำอร่อยมากเลย อร่อยจนร้านอีสาน, ร้านไก่ย่างบางร้านยังต้องอายอะไรประมาณนั้นเลย

ปอเปี๊ยะทอด (Spring Rolls - 90 บาท): ปอเปี๊ยะทอดอาหารแบบจีน ๆ ที่ช่วงหลังร้านอาหารไทยแทบทุกร้านก็มีอยู่ในเมนูกันหมดแล้ว สำหรับร้าน ไทยกิน (Thai Kin) แห่งนี้ก็ทำปอเปี๊ยะมาได้ค่อนข้างจะเป็นแบบจีนนะครับ ตัวไส้ในให้มาค่อนข้างเต็มปากเต็มคำดี วุ้นเส้น, ผักกาด, เนื้อหมูสับ ให้มาแบบค่อนข้างสมดุล แต่ละคำที่กัดผ่านแป้งกรอบ ๆ ลงไปนี่คือได้ไส้ในมาแบบ balance ดีมาก เป็นปอเปี๊ยะที่ถือว่ารสชาติดีครับจานนี้







ไข่เยี่ยวม้ากระเพรากรอบ (Stir-fried holy basil with minced pork and century eggs - 150 บาท): ปิดท้ายของคาวมื้อนี้ด้วยของคาวที่ค่อนข้างจะเบสิค พบเจอได้ตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไปแต่มักจะไม่ค่อยพบเจอตามร้านอาหารเป็นเรื่องเป็นราว ไข่เยี่ยวม้ามีการไปชุบแป้งและทอดมาจนกรอบกำลังดี, ใบกะเพรากรอบก็กรอบจริง ๆ และให้มาเยอะดี ตัวเนื้อหมูสับก็ให้มาปริมาณค่อนข้างจะสมดุลกัน ส่วนรสชาติกระเพรานั้นมาแบบนัว ๆ ใช้ได้ดีมากขาดแค่รสเผ็ดที่ถ้าเผ็ดอีกหน่อยนี่จะทำให้จานนี้กลายเป็นสุดยอดกระเพราได้อย่างไม่ยากเย็นเลยล่ะครับ

เฉาก๊วยชาเย็น (Black root jelly in iced Thai tea - 50 บาท): มื้อนี้ปิดท้ายด้วยของหวานแบบไทย ๆ ปิดท้ายด้วยเฉาก๊วยแบบไม่ธรรมดาที่ทางร้านเปลี่ยนเอาน้ำเฉาก๊วยมาเป็นน้ำชาเย็นแทน ตัวเฉาก๊วยอร่อยดีเด้งดึ๋ง ๆ ตัวน้ำชาเย็นไม่ค่อยหวานเท่าไร เลยทำให้รู้สึกว่าเฉาก๊วยจานนี้มันขาดความหวานไปเล็กน้อย แต่รวม ๆ แล้วก็ได้ความแปลกใหม่ของการกินเฉาก๊วยดีนะครับ




สรุป ร้าน ไทยกิน (Thai Kin) ร้านอาหารไทย-อาหารอีสาน น้องใหม่ในย่านทองหล่อแห่งนี้ผมว่ามีหลาย ๆ อย่างที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของทางร้านเลย อย่างแรกเลยคือเรื่องราคา ราคาอาหารของร้านนี้ถือว่าถูกมาก ๆ กินกันเต็มที่ก็คงไม่น่าจะเกิน 500 บาท ซึ่งเป็นอะไรที่หาได้ยากยิ่งนักกับร้านในย่านทองหล่อแบบนี้, อย่างที่สองก็คือเรื่องรสชาติ รสชาติร้านนี้ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นแบบไม่ใช่รสชาติคนไทย แต่พอกินแต่ละจาน ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้วก็แบบอืม นี่มันรสคนไทยชัด ๆ เราต้องทำให้คนต่างชาติอร่อยกับรสแบบไทย ๆ นี่สิไม่ใช่เราไปปรับให้รสมันถูกปากคนต่างชาติ อย่างที่ 3 เลยก็คือตัวเครื่องดื่มที่มีให้เลือกเยอะและมีเหล้าปั่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันแสนจะเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยด้วย ครับ ร้านนี้เป็นอะไรที่น่ามาลองกันสำหรับคนที่เบื่อร้านอาหารญี่ปุ่น, อิตาเลียน, ยุโรป ในย่านทองหล่อ แต่พอดีต้องผ่านมาแถวนี้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...