BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label Thai Restaurants. Show all posts
Showing posts with label Thai Restaurants. Show all posts

Friday, February 21, 2014

Never Ending Summer - Review

The Never Ending Summer - ร้านอาหารไทย ชิค ๆ กับอาหารไทยโบราณที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในย่านคลองสาน



Overall Score  7.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4.5/5
Service  4/5
Value   3/5

The Never Ending Summer - Thai Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ใครจะไปคิดใช่มั้ยครับว่าชื่อร้านอาหารเก๋ ๆ นามว่า Never Ending Summer นั้นจะเป็นชื่อร้านอาหารน้องใหม่ ณ ท่าเรือคลองสาน ย่านฝั่งธน ที่ขายอาหารไทยแท้ ๆ แบบไร้การ fusion อะไรโดยสิ้นเชิงเลย ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยที่ได้ยินชื่อนี้ก็คงต้องคิดเหมือนกันว่าร้านนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งร้านคาเฟ่ในกรุงเทพฯ เราที่เปิดกันแบบค่อนข้างจะเกร่อเหลือเกิน ที่มาของชื่อร้านนี้นั้นเกิดจากการที่เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อนมีฤดูอยู่ฤดูเดียวคือฤดูร้อน อาจจะร้อนมาก ร้อนน้อย ฝนตกมากหน่อย แต่สุดท้ายแล้วอากาศบ้านเรามันก็เป็นอากาศแบบ tropical เป็นหลัก (savanna climate ด้วยบางส่วน - ภาคอีสานบางท้องที่) ซึ่งเมื่อเขียนวลีซักวลีนึงที่จะบ่งบอกความเป็นไทยก็คือเมืองที่ฤดูร้อนไม่มีวันหมด - อกาลิโกเหมันตฤดู นั่นเอง

ร้าน Never Ending Summer แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ท่าเรือคลองสานสำหรับคนที่บ้านอยู่รามคำแหงแบบผมแล้วการเดินทางมายังร้านนี้บอกตรง ๆ ว่า "งงเป็นไก่ตาแตก" ไม่รู้เลยว่าจะมายังไง แต่สำหรับคนที่มาด้วยกันกับผมและมีบ้านอยู่ฝั่งธนนั้นกลับบอกว่าร้านนี้หาง่ายมากจะขับรถมาก็มีที่จอดสะดวกสบาย หรือว่าจะนั่งเรือมาก็ลงท่าเรือคลองสานแล้วก็เดินมาอีกเล็กน้อยก็จะเจอร้านแล้ว ก็คงต้องเชื่อคนบ้านอยู่ฝั่งธนเค้าล่ะครับว่าร้านนี้เดินทางมาง่ายจริง ๆ







ร้านนี้ได้ทำการดัดแปลงโรงน้ำแข็งเก่า ๆ ริมท่าเรือให้กลายมาเป็นร้านอาหารสุด chic แบบเปิดโล่ง เพดานสูง ออกแนวดิบ ๆ retro ๆ ไม่ค่อยมีความเป็นร้านอาหารไทยเลยสักนิดเดียว (บอกตรง ๆ ว่าผมเดินเข้าไปในร้านผมยังเดาไม่ถูกเลยว่าร้านนี้เค้าขายอาหาร ฮ่า ๆ รู้เอาตอนที่ดูเมนูนุ่นเลย) จุดเด่นของร้านนี้ก็คงเป็น open kitchen ขนาดใหญ่ที่ไม่ค่อยจะมีร้านอาหารไหนทำกัน ทำอย่างมากก็ open กันเล็กน้อยแต่ของที่นี่นี่คือเปิดโล่ง เห็นกันเต็ม ๆ เลย (ซึ่งผมว่าดีนะทำให้ครัวสะอาดด้วย, เห็นพ่อครัว/เชฟ ทำงานกันอย่างเพลิน ๆ ด้วยระหว่างที่รออาหาร) ผมเชื่อว่าใครที่มาร้านนี้น่าจะชอบบรรยากาศ/การตกแต่งของร้านนี้กันหมด เพราะผมกับคนที่ไปด้วยนี่ก็แบบนั่งมอง นั่งซึมซับบรรยากาศกันเพลินมากเลยล่ะครับ

ร้าน Never Ending Summer แห่งนี้เพิ่งเปิดทำการมาได้ประมาณเดือนเดียว (เขียนเมื่อกลางเดือนกุมภาษพันธ์ 2557) อะไรต่าง ๆ ของร้านก็เลยยังไม่ลงตัวนัก เช่น บัตรเครดิตก็ยังไม่รับ, ที่นั่งส่วน terrace ริมน้ำก็ยังไม่เสร็จดี, ระบบการจัดการออเดอร์อาหารก็ดูยังไม่ค่อยลงตัว แต่ถ้าถามว่าโอเคมั้ยสำหรับร้านที่เปิดมา 1 เดือน? ก็ตอบได้ง่าย ๆ เลยว่าโอเคมากเลยล่ะครับ






อาหารของร้านนี้ก็ตามที่เกริ่น ๆ ไปตอนแรกว่าจะเป็นอาหารไทยแบบแท้ ๆ ไทยโบราณ ไร้ซึ่งการ fusion เลยสักนิดเดียว อาหารบางอย่าง, วัตถุดิบบางชนิด บอกตรง ๆ ว่าผมไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย อาหารของร้านนี้ ณ วันที่ผมไปก็จะมีให้เลือกยังไม่ค่อยเยอะนัก อันนี้ไผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพอร้านเปิดไปเรื่อย ๆ แล้วจะมีอาหารเพิ่มขึ้นอีกรึเปล่า และนอกเหนือจากเมนูอาหารปกติแล้วที่ร้านนี้เค้าก็จะมีอาหารพิเศษประจำวันไว้คอยบริการด้วยเช่นกัน ราคาอาหารของร้านนี้ก็สาารถมองได้ 2 มุมมองล่ะครับ ถ้าคิดว่าเป็นอาหารไทยราคาก็อาจจะดูแพงไปนิดนึงเพราะเฉลี่ยอยู่ที 250 - 350 บาทต่อจานโดยประมาณ แต่ถ้ามองว่าร้านนี้เค้าก็เป็นร้านเก๋ไก่ บรรยากาศดี บริการดี คล้าย ๆ กับร้านอาหารฝรั่งทั่ว ๆ ไปที่มักตั้งราคาอาหารกันประมาณนี้ ราคาของร้านนี้ก็หาได้แพงแต่อย่างใดเลยล่ะครับ (แต่บอกตรง ๆ ว่ามันยากจริง ๆ ที่จะลบความรู้สึกเรื่องอาหารไทยราคาสูงออกไปจากหัวคนไทยได้ ผมเองก็คนนึงล่ะ)




มื้อนี้ก็มีอาหารทั้งหมด 4 อย่างครับมาไล่เรียงกันไปเลยดีกว่า

น้ำพริกลงเรือ-หมูวานไข่เค็ม 280 บาท: จัดจานมาได้อย่างเรียบง่ายตามสไตล์น้ำพริก แต่ก็มีความสวยงามแบบไทย ๆ แฝงอยู่ ผักที่ให้มาในจานนี้ก็เป็นผักที่พบเจอได้ในจานน้ำพริกทั่ว ๆ ไป มะเขือเปาะ, ถั่วฝักยาว, แตงกวา, ใบบัวบก, ถั่วพู แต่มีผักอยู่อย่างนึงซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน - ผักปลัง ที่หน้าตาดูน่ากินมากเพราะเป็นเหมือนกับดอกของต้นไม้ ส่วนตัวน้ำพริกก็ให้มาไม่ค่อยเยอะนัก ตัวหมูหวานที่ให้มาก็เข้าคู่กันดีกับผักและน้ำพริกดี จานนี้โดยรวมโอเคเลยครับเป็น appetizer แบบไทย ๆ ที่ลงตัวมากติดอยู่เล็กน้อยก็ตรงที่ผักผมว่าน่าจะฉ่ำกว่านี้สดกว่านี้ได้, ตัวน้ำพริกก็น่าจะให้มาเยอะกว่านี้หน่อย คือแบบน้ำพริกหมดตั้งแต่ตอนที่ผักเพิ่งหมดไปครึ่งจานเองครับ (ไม่รู้ขอเพิ่มได้รึเปล่า)











ต้มยำปลาทู 320 บาท: จานนี้บอกตรง ๆ ว่าแอบราคาแรงไปหน่อย ปลาทู 2 ตัว 320 บาท! จานนี้เสิร์ฟมาอย่างเก๋ไก๋ด้วยจานแก้วแบบสี่เหลี่ยมแบน ๆ ทำให้น้ำซุปนั้นท่วมตัวปลาอยู่แทบจะตลอดเวลา (ถ้าไม่ได้ซดน้ำซุปจนพร่องไปซะเยอะก่อนนะครับ) น้ำซุปรสชาติเป็นต้มยำแบบกลมกล่อมดี เปรี้ยว เค็ม เผ็ด มากันแบบลงตัว ไม่เหมือนกับต้มยำของร้านส่วนใหญ่ที่ช่วงหลัง ๆ ผมกินมานี่เจอแต่แบบเปรี้ยวจี๊ดอยู่ร่ำไป ปลาทูตัวใหญ่และสดดีครับ รวม ๆ แล้วจานนี้รสชาติดีมากครับ

ไข่เจียวดอกโสน 110 บาท: เป็นไข่เจียวที่ทอดมาแบบกรอบ ๆ ไม่ได้ใส่พวกเนื้อสัตว์สับมาเหมือนกับร้านอื่น ๆ แต่จะเน้นให้กินความกรอบ ความฟูของตัวไข่เจียวเป็นหลัก ส่วนดอกโสนก็เป็นอะไรที่ช่วยให้จานนี้หน้าตาสวยงามกว่าไข่เจียวปกติ ส่วนดอกโสนที่แทรก ๆ มาอยู่ในไข่เจียวก็ช่วยเพิ่มผิวสัมผัสแบบนุ่ม ๆ เล็กน้อยเข้าไปกับความกรอบของไข่เจียวได้อย่างลงตัวดี








แกงส้มดอกแคกุ้งสด 250 บาท: แกงส้มแบบใส่ดอกแคมาเยอะแบบนี้บอกตรง ๆ ว่าผมไม่เคยกินมาก่อนเลยล่ะครับ ตัวน้ำแกงส้มรสชาติดี เข้มข้น ๆ มาแบบเกือบจะข้นคลั่ก ๆ เลย ซึ่งน่าจะเป็นน้ำแกงส้มแบบแท้ ๆ แบบที่ควรจะเป็นกัน (แต่ช่วงหลังนี่ผมเจอแบบใส ๆ ลื่น ๆ ซะเยอะ ฮ่วย) น้ำแบบนี้กินกับข้าวสวยอร่อยดีมากครับชอบ ส่วนดอกแคนี่ก็ดูจะเข้ากับน้ำส้มดีเพราะมีพื้นที่ว่างข้างในด้วย และก็ดอกค่อนข้างใหญ่ด้วยแต่ละคำที่กินเข้าไปก็เลยดูดซับน้ำแกงไปเป็นอย่างดี กุ้งขาวที่ทางร้านให้มาในถ้วยด้วยก็ไม่ได้มีอะไรเด่นมากล่ะครับ ดอกแคกับน้ำแกงเด่นกว่า

สรุป ร้าน "ฤดูร้อนที่ไม่มีวันจบสิ้น - Never Ending Summer" แห่งนี้ก็เป็นร้านอาหารไทยแท้ ๆ ที่ทำหลายอย่างมาได้เหนือการคาดหวังของผมอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะบรรยากาศร้านอันแสนจะ ดิบและไฉไล เหลือเกิน, อาหารของร้านที่ไทยแท้ ๆ และมีวัตถุดิบแปลก ๆ exotic ๆ หลายอย่าง ใครที่อยากจะลองอาหารไทยแท้-ไทยโบราณ ในบรรยากาศร้าน chic ๆ contrast กับอาหาร ก็มาลองกันดูได้ครับร้านนี้




--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Wednesday, February 19, 2014

Material Concept Bar Review

Material Concept Bar - Pub & Restaurant ชิค ๆ ด้านหลัง Paradise Park



Overall Score  7/10
Taste   3/5
Ambiance  3.5/5
Service  3/5
Value   3.5/5

Material Concept Bar - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



หลังห้าง Paradise Park ก็มีร้านอาหารน่าสนใจมากมายนะครับ มีทั้งสวนอาหาร , pub & restaurant ร้านเบเกอรี่ หรือร้านอาหารธรรมดา ๆ ตัวผมเองก็กินไปหลายร้านแล้วเหมือนกันวันนี้ก็จะมารีวิวอีกร้านนึงในเวิ้งนี้กับร้าน Material Concept Bar ร้านที่ผมเคยได้ยินมาค่อนข้างนานแล้ว ร้านนี้เป็นร้านแนว pub & restaurant ที่ไม่ค่อยจะต่างกับร้านแนวนี้สักเท่าไรนักไล่กันไปตั้งแต่บรรยากาศร้านที่จะมีทั้งส่วน open-air (al fresco dining), และส่วน indoor dining ติดแอร์, มีถ่ายทอดสดฟุตบอล, มีดนตรีสดรึเปล่าด้วยไม่รู้แต่ก็น่าจะมีนะ?, มีเครื่องดื่มหลากหลายชนิด คือเรียกได้ว่าเป็นอีก 1 typical ร้านแนว pub & restaurant เลยล่ะครับ

อาหารของทางร้านก็จะเป็นแนวอาหาร fusion เป็นหลักโดยจะเน้นไปที่ Thai-Fusion, Asian-Fusion เป็นหลัก มีอาหารตะวันตกอยู่บ้างแต่ก็ไม่เยอะเท่าอาหารฝั่งโลกตะวันออกเท่าไรนัก ราคาอาหารของร้าน Material Concept Bar แห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับร้านแนวนี้ร้านอื่น ๆ ราคาอาหาอยู่ในช่วง 150 - 200 บาทและก็ไม่มี vat + service charge มาคิดตังค์เราให้เสียอารมณ์เล่น ส่วนเครื่องดื่มของร้านนี้ก็มีทั้งไวน์, เหล้าและเบียร์ครับ เบียร์สดผมไม่แน่ใจว่ามียี่ห้ออะไรบ้างแต่เห็นมีซุ้ม Schneider Weisse ตั้งเอาไว้อยู่ และก็มีเบียร์ไฮเนเก้นสดที่ผมสั่งมาดื่มแก้วนึง




แต่ทีเด็ดของร้านนี้ (สำหรับผม) ก็คือตัวเบียร์ BrewDog ที่ผมใฝ่หาอยากจะกินมานานมากล่ะ เบียร์นี้เป็น craft beer ชื่อดังจากเกาะอังกฤษ เริ่มต้นจากชาย 2 คนที่รักเบียร์เป็นชีวิตจิตใจแต่ว่าไม่ค่อยพอใจกับเบียร์ที่อยู่ในท้องตลาดก็เลยออกจากงานมาทำเบียร์กันเองเลย ซึ่งรุ่นเบียร์ยี่ห้อนี้ก็มีหลากหลายรุ่นมากแต่น่าเสียดายที่ในมื้อนี้มีให้ผมสั่งแค่ตัวเดียวเท่านั้น อาจจะเพราะว่าขายไม่ค่อยดี stock ของไว้เยอะไม่ได้หรือไม่ก็ขายดีจัดรุ่นอื่น ๆ หมด stock ไป เบียร์ของ BrewDog รุ่นที่ผมสั่งไปคือ







Punk IPA (Post modern classic pale ale - light golden in color with tropical fruit and light caramel on the nose. The palate soon becomes assertive and resinous with the New Zealand hops balanced by the biscuit mlat the finish is aggressive and dry with hop emerging over the warming alcohol - 180 บาท (5% alcohol) : รายละเอียดของเบียร์ก็ตามที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษนี่เลยครับ ทางร้านบอกว่าทาง supplier บอกมาว่าให้ใส่ลิ้นจี่ลงไปเพิ่มจะทำให้เบียร์อร่อยขึ้น อืม ผมก็เลยไม่รู้เหมือนกันว่าตอนไม่ใส่มันเป็นยังไง แต่คือจากที่ได้กินแบบที่ใส่มานี่คือ อร่อยดีครับ เบียร์หอมผลไม้ชัดเจนมาก, ฟองก็นุ่มกว่าเบียร์ไทยทั้งหลายแหล่ และก็รสชาติจะแบบหวาน ๆ หน่อย เป็นเบียร์ที่ผู้หญิงก็น่าจะกินได้ดีไม่แพ้ผู้ชายเลย

กุ้งแช่น้ำปลาวาซาบิ (160 บาท) : Appetizer สุด classic สำหรับคนไทย แต่ของร้าน Material Concept Bar แห่งนี้มีการ twist กว่าปกติเล็กน้อยโดยการทำน้ำจิ้ม/น้ำซอสมาเป็นน้ำวาซาบิรสจัดเลย ตัวกุ้งไม่ค่อยสดมากนัก, ตัวเล็กไปหน่อยและก็ไม่ค่อยเย็น แต่ด้วยอานิสงส์ของการจัดวางมาดี ๆ ใส่กระเทียมกับพริกมาที่ตัวกุ้งแต่ละตัวให้กินง่ายๆ เลย และพอกินกับน้ำจิ้มวาซาบิแล้วมันช่าง.. โอว เผ็ดขึ้นจมูกสะใจดีแท้ครับ







สันคอหมูสเต็กซอสเหล้าแดงน้ำจิ้มแจ่ว (Pork neck steak with spicy jeaw - 160 บาท): จานนี้ถูกคุ้มค่าประทับใจ ไม่ค่อยจะเห็นเสต็ก ตามร้านแนว ๆ นี้ที่ราคาต่ำกว่า 200 บาทสักเท่าไร ส่วนรสชาติก็โอเคเลยนะครับ จัดจ้านแบบไทย ๆ ดี เนื้อแอบแล่มาบางไปหน่อยเคี้ยวแล้วไม่ค่อยได้ความฉ่ำของเนื้อเต็มที่แต่รวม ๆ แล้วจานนี้ผ่านเลย

สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดแห้งกับไส้กรอกอีสาน (Squid-ink pasta with Thai spicy sausage - 160 บาท): จานนี้เห็นแปลกดีครับ แต่ไม่ค่อยอร่อยนะ เหมือนจะมีดีแค่ความแปลกนี่แหละ อย่างแรกเลยไส้กรอกอีสานมันไม่ค่อยอร่อยและก็ให้น้อยไปหน่อย, หั่นเป็นชิ้นเล็กเกินไปด้วย, ตัวเส้นสปาเก็ตตี้ก็แห้งไป กินแล้วแบบมันแห้ง ๆ กรัง ๆ ไม่ค่อยชอบเลยอ่ะคะ และก็ทางร้านมีการโรยกระเทียมเจียวมาเยอะเลยด้านบนซึ่งผมก็ไม่เห็นว่ามันจะช่วยเรื่องรสชาติอะไรตรงไหน






หนวดปลาหมึกชุบแป้งทอดพร้อมซอสทาร์ทาร์ (Calamari with tartar sauce - 150 บาท): จานนี้อร่อยใช้ได้ครับ แต่จะว่าไปแล้ว ก็หายากนะที่จะทำพวกของชุบแป้งทอดง่าย ๆ นี่ให้ไม่อร่อยได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้เครดิตคนครัวเค้าบ้างครับ ทอดมากรอบดี ตัวน้ำจิ้มทาร์ทาร์ก็รสชาติพอใช้ได้ แต่มีข้อเสียอยู่อย่างคือทำไมไม่ชุบแป้งมาให้แบบทั่วถึงกัน มันดูแบบไม่ค่อยตั้งใจทำยังไงไม่รู้




ลาบคุลกข้าวทรงเครื่อง (Larb pork mix steam rice - 140 บาท) : จานนี้ fail ที่สุดในมื้อเลย อย่างแรก อุณหภูมิ คือมันเป็นข้าวที่ไปคลุกกับลาบมาแบบคงคลุกสด ๆ เลย ทำลาบเสร็จ (หรืออาจะทิ้งไว้) แล้วก็เอาไปคลุกกับข้าวที่ไม่ร้อน กินเข้าไปคำแรกนี่ตกใจว่าทำไมมันถึงเย็นแบบนี้ และพอเย็นปุ๊บ ความอร่อยมันหายไปเยอะเลยกับอาหารสไตล์คลุก ๆ ผัด ๆ แบบนี้, อย่างที่สอง รสชาติมันดูไม่ค่อยเป็นลาบสักเท่าไร มันมีรสแหม่ง ๆ อะไรสักอย่างหลุดมาแตะลิ้นด้วย จานนี้กินไปได้ 4-5 คำก็ทนกินต่อไม่ไหวแล้วล่ะครับ

สรุป ร้าน Material Concept Bar ณ ด้านหลัง Paradise Park ศรีนครินทร์แห่งนี้ก็เป็นร้านแนว Pub & Restaurant มาตรฐาน ๆ อีกร้านนึงล่ะครับ จุดเด่นของร้านนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องราคาที่ผมว่าถูกกว่าหลาย ๆ ร้านที่เคยเจอมา, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มียี่ห้อแปลก ๆ ที่ร้านอื่นไม่ค่อยจะมีขายกันเท่าไรนัก และก็บรรยากาศที่แบบแนว ๆ ดี สมกับชื่อร้านที่ใช้คำว่า concept bar ก็ร้านนี้ก็น่าจะเป็นร้านที่คนที่อยู่แถวศรีนครินทร์คงจะมานั่ง hang out กันบ่อยล่ะครับ เพราะอย่างวันที่ผมไปก็มีกันอยู่หลายโต๊ะเลย ใครหาที่ดูบอลจิบเบียร์แถวศรีนครินทร์ก็มาจัดร้านนี้กันได้นะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...