BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2
Showing posts with label Buffet. Show all posts
Showing posts with label Buffet. Show all posts

Thursday, February 20, 2014

Feast - Sunday Brunch Buffet at Royal Orchid Sheraton Bangkok Review

ดื่มด่ำกำซาบกับ Sunday Brunch ราคาคุ้ม ๆ ณ Feast - Royal Orchid Sheraton



Overall Score  8.5/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4.5/5

Feast - International Buffet Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ห้องอาหาร Feast ณ โรงแรม Royal Orchid Sheraton แห่งนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่คุ้นหูกันแต่ถ้าพูดว่าห้องอาหาร ETC by the River หลาย ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินกันเพราะว่าห้องอาหารบุฟเฟ่ต์แห่งนี้เปิดกันมาเนิ่นนานแล้ว เปิดมาพร้อม ๆ กับโรงแรมที่มีอายุรวม 30 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ห้องอาหารนี้เปลี่ยนชื่อเมื่อประมาณกลาง ๆ ปี 2013 ที่ผ่านมาก็เพราะว่าทาง Sheraton สำนักงานใหญ่มีคำสั่งลงมาว่าห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ของทางโรงแรมต้องใช้ชื่อว่า Feast (แปลว่างานเฉลิมฉลอง ซึ่งก็เหมาะกับชื่อห้องบุฟเฟ่ต์ดีนะครับ) ทั้งหมด ก็เลยทำให้ที่นี่ต้องเปลี่ยชื่ออันแสนจะคลาสสิคและคุ้นหูผู้คนให้กลายเป็นชื่อ Feast เหมือนในปัจจุบัน

ห้องอาหารแห่งนี้ก็คล้าย ๆ กับห้องบุฟเฟ่ต์ตามโรงแรม 4-5 ดาวที่อื่น ๆ ล่ะครับ โดยตัวบุฟเฟ่ต์ก็จะมีทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นและถ้าใครไม่อยากกินบุฟเฟ่ต์ก็สามารถมาสั่งอาหารแบบ a la carte ได้เช่นเดียวกันเพราะว่าที่นี่ก็เป็นเหมือน all-day-dining ของทางโรงแรมอยู่แล้ว ซึ่งมื้อที่เราจะมารีวิกันในครั้งนี้ก็จะเป็นมื้อที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดของที่นี่กันกับมื้อเที่ยงวันอาทิตย์หรือ Sunday Brunch ที่จะมีจัดกันทุกวันอาทิตย์ (แหงสิ) ตั้งแต่เวลา 11.30 น. – 15.00 น. (ถือว่าให้เวลาค่อนข้างเยอะนะครับ) และราคาจะอยู่ที่ 1,780 บาทสุทธิ รวมเครื่องดื่มผลไม้ ส่วนถ้าใครที่ขาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับมื้อดี ๆ มื้อพิเศษไม่ได้ก็เพิ่มเงินกันไป 800 บาทก็จะได้เบียร์สด, sparkling wine และ house wines มาดื่มเคียงคู่อาหารกันไปด้วยได้อย่างไม่อั้น






ก่อนจะเข้าถึงตัวอาหารก็ขอพูดถึงบรรยากาศของร้าน Feast – Royal Orchid Sheraton Bangkok แห่งนี้กันก่อนละกัน ห้องอาหารนี้เป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่ โดยที่นั่งหลัก ๆ นั้นจะอยู่ด้านในอาคารและเป็นห้องแอร์มีทั้งแบบโต๊ะใหญ่ ๆ สำหรับครอบครัวใหญ่ และโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งสำหรับคนมาเป็นคู่หรือว่าครอบครัวเล็ก ๆ ส่วนถ้าใครที่ไม่อยากนั่งในห้องแอร์แต่อยากจะไปนั่งรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยที่นั่งส่วน al fresco dining ที่จะอยู่ตรง terrace ของโรงแรมนี้ก็จะมีโต๊ะให้นั่งอยู่อีกประมาณ 10 โต๊ะได้ แต่แน่นอนว่าตอนที่ผมไป – เที่ยงวันอาทิตย์ แดดเปรี้ยง ๆ ไม่มีใครนั่งตรงที่นั่งส่วนนี้แน่นอน -*- ที่นี่มีสิ่งที่พิเศษกว่า Sunday Brunch ของหลาย ๆ ที่คือจะมีสนามเด็กเล่นย่อม ๆ (kid’s playground) ที่จะมีคุณพี่ตัวตลกมาค่อย entertain หนู ๆ มีปั้นลูกโป่งให้ อะไรแบบนี้ ส่วนผู้ใหญ่ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันครับ จะมีนักมายากลหล่อตี๋ผู้นึงคอยเดินเล่นกลกับลูกค้าอยู่เรื่อย ๆ สร้างความเพลิดเพลิน, พักให้กระเพาะย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี

ตัว Sunday Brunch ของที่นี่เค้าเคลมตัวเองเอาไว้ว่า Sunday Brunch featuring the best seafood selection in Bangkok เรามาดูกันว่ามันเป็นตามที่เค้าเคลมมั้ย ก็ขอแบ่งรีวิวเป็นไปตามซุ้มต่าง ๆ ตามแบบที่ผมเคยเขียน ๆ มาละกันนะครับเพราะเข้าใจง่ายดี และก็ถ้ามาตามกินก็จะได้หาอาหารเจอกันได้ง่าย ๆ โดยขอเริ่มตั้งแต่ทางเข้าห้องอาหารก่อนเลยละกัน






ซุ้มอาหารฝรั่งและอาหารเย็น ๆ : ก็จะมีไลน์อาหารที่ค่อนข้างมาตรฐาน มีซีซาร์สลัดให้เราทำเอง, มีพวก cold cut แบบต่าง ๆ, ham แบบต่าง ๆ, ชีสแบบต่าง ๆ และก็พวกอาหารอิตาเลียนแบบเย็น ๆ เช่น caprese salad, แซลมอนรมควัน, สลัดปูอัด อะไรประมาณนี้ ซุ้มนี้มีของอย่างนึงที่น่าตกใจคือตัวโถที่เอาไว้ใช้คลุก caesar salad ทางร้านใช้เป็นชีสก้อนใหญ่มากเอามาทำเป็นโถให้เราคลุกกัน ซึ่งจากที่ดูแล้วเจ้าโถนี้นี่น่าจะใช้กันมาหลายปีมาก ๆ แล้วดูขลังและเท่มากเลยล่ะครับ ข้าง ๆ ซู้มอาหารฝรั่งเย็นนี้ก็จะมีซุ้มน้ำผลไม้หลากหลายชนิดให้เราเลือกสั่งกัน โดยจะมีทั้งน้ำที่วางเอาไว้เรียบร้อย เช่น น้ำส้ม, น้ำแอปเปิ้ล, น้ำแคนตาลูป หรือเราสามารถสั่งให้ bartender เค้าผสมน้ำให้เราแบบตามใจฉันได้ด้วยเช่นกัน

ซุ้มอาหารนานาชาติแบบครัวร้อน : อาหารในซุ้มนี้ก็จะเน้นหนักไปที่อาหารทะเลเป็นหลัก อาหารที่โดดเด่นที่สุดเลยก็คงเป็นตัว lobster thermidor ที่มีวางไว้ให้เราหยิบกันได้แบบไม่อั้น ซึ่งอันนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นมากเพราะว่าที่อื่นส่วนใหญ่ในราคาระดับนี้ (หรือแพงกว่านี้ด้วย) มักจะมีโควต้าให้แค่คนละครึ่งตัวเท่านั้นเอง , ในซุ้มนี้จะมีซุ้มย่อยอยู่ซุ้มนึงติด ๆ กันนั่นก็คือซุ้มอาหารอินเดียที่จะมีอาหารอินเดียแบบมาตรฐาน ๆ 4-5 อย่างให้เราตักกัน (ผมจำชื่อเรียกไม่ได้ว่าแต่ละอันคืออะไร) ซึ่งอาหารอินเดียนี่ผมได้ลองครบหมดที่ทางร้านมีให้ รสชาติดีนะครับ กินแล้วแบบหอม ๆ เครื่องเทศ รสชาติจัดจ้านดีแท้ และแน่นอนว่าซุ้มครัวร้อนจะไม่มีพวกอาหารย่าง (roast) แบบชิ้นใหญ่ ๆ ก็คงไม่ได้ อาหารพวกนี้จะเตรียมไว้แล้วเราแค่ไปสั่งให้เค้าแล่เป็นชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้นก็จะมี roast beef, ซี่โครงแกะ, หมูย่างอบน้ำผึ้ง, ปลากะพงตัวเขื่อง ๆ ซุ้มนี้ดูแล้วเป็นซุ้มที่ลูกค้าค่อนข้างให้ความสนใจกันมากครับ













ซุ้มของหวาน: ซุ้มของหวานของที่ Feast - Royal Orchid Sheraton แห่งนี้ที่โดดเด่นที่สุดเลยก็คงเป็นไอศครีมที่เป็นตู้ไอศครีมแบบจริงจังกันเลย (เป็นหนึ่งใน Sunday Brunch ไม่กี่ที่ที่มีตู้ไอศครีมจริงจัง) ไอศครีมของที่นี่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นแบบทำเองรึเปล่า (homemade ice-cream) เพราะเห็นเป็นป้ายชื่อร้านผูกไว้กับรสไอศครีม 12 รส ที่ไม่ค่อยจะพบเจอรสเหล่านี้สักเท่าไร ไอศครีมของที่ Feast แห่งนี้เค้าอร่อยดีครับ พวกผมจัดกันไปหลายถ้วยเลย ส่วนของหวานอย่างอื่น ๆ ก็ค่อนข้างจะมาตรฐานครับ มี chocolate fondue ทั้งแบบ dark chocolate และ white chocolate , มีเค้กแบบต่าง ๆ และผลไม้ local หลากหลายชนิด (สับปะรด, ชมพู่, แตงโม, มะม่วง)

ซุ้มอาหารญี่ปุ่น: เป็นอีกหนึ่งซุ้มที่ค่อนข้างจะฮอตฮิตสำหรับ Sunday Brunch ณ Feast - Royal Orchid Sheraton แห่งนี้ อาหารสัญชาติซามูไรของที่นี่ก็จะมี ซูชิ, ซาซิมิ และเทมปุระ โดยตัว sushi นั้นมีหน้าหอยแครงญี่ปุ่นที่ผมไม่เคยพบเจอใน Sunday Brunch ที่ไหนเอามาทำเป็นซูชิเลย (เพราะว่ามันแพง) หอยปีกนก, ทูน่า, กุ้งต้ม ส่วน Sashimi ก็จะมี แซลมอน (อร่อย เนื้อนุ่ม มันดีมาก) , ทูน่า, ฮามาจิ, ปลาหมึกยักษ์และปูอัด ส่วนเทมปุระก็จะมีปลาไข่กับกุ้งครับ (เทมปุระทอดมาอร่อยดี ร้อน ๆ เติมอยู่เรื่อย ๆ ด้วย)









ซุ้ม Seafood: 3 ซุ้มถัดจากนี้จะเป็นซุ้มที่ตั้งอยู่ด้านนอก รับลมธรรมชาติกันเลย เดินออกมาปุ๊บก็จะเจอกับซุ้มอาหารทะเลขนาดใหญ่มีประติมากรรมน้ำแข็งแกะสลักที่มี seafood วางรายล้อมอยู่ มีหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่, กุ้ง, กุ้งมังกร, ปูม้า, หอยเชลล์, กั้งกระดานให้เราเลือกหยิบกัน และที่วางอยู่ติดกันก็จะมีซุ้มหอยนางรมขนาดใหญ่มีหอยนางรมหลายสิบตัววางไว้ให้เราหยิบพร้อมกับมีซอสให้เลือกกินเข้าคู่กันหลายชนิดด้วย อาหารทะเลของที่นี่ถึงแม้ว่าจะขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ว่าทุกอย่างสดอร่อยดีครับ

ซุ้ม อาหารตามสั่ง: มีให้เราเลือกสั่งค่อนข้างเยอะมากครับมี foie gras, pasta, เนื้อแบบต่าง ๆ ให้สั่งทำแบบ steak ตามที่เราต้องการ มีเนื้อวัวสันนอก, สันใน, เนื้อไก่, ซี่โครงแกะ, แซลมอน, กุ้งแม่น้ำ, ปลาหิมะ เยอะแยะมากมาย ซุ้มนี้เสียดายที่ผมมาเจอตอนหลัง ก็เลยพลาดไปหลายอย่างเหมือนกัน (กินไม่ไหว)







ซุ้ม อาหารจีน: ซุ้มสุดท้ายในรีวิวนี้ที่ปิดฉากไลน์บุฟเฟ่ต์ของที่นี่ได้อย่างอลังการงานสร้าง กับอาหารจีนที่มีให้เลือกอย่างมากมายทั้งพวกของนึ่ง-ติ่มซำ (มีซาลาเปาไส้ต่าง ๆ , ขนมจีบ, ฮะเก๋า) , เป็ดย่าง-หมูกรอบ-หมูแดง, , เป็ดปักกิ่ง-หมูหัน เรียกได้ว่ายกครัวจีนของห้องอาหารจีนแบบเหลา ๆ มาให้เรากินกันอย่างไม่ยั้งกันเลยล่ะครับ

ถ้าถามผมว่า Sunday Brunch ของที่ Feast – Royal Orchid Sheraton แห่งนี้โดดเด่นตรงไหน สิ่งแรกที่แว่บเข้ามาในหัวผมเลยก็คงเป็นเรื่องราคากับราคา 1,780 บาทสุทธิแต่มีอาหารให้เลือกเยอะขนาดนี้ มีของดี ๆ ให้เลือกตักได้แบบไม่อั้นและก็มาเติมเรื่อย ๆ แบบไม่มีวันหมดจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น lobster thermidor (ที่หลาย ๆ ที่จำกัดแค่คนละครึ่งตัวเท่านั้น) , ซี่โครงแกะ, ตับห่าน หรือ เนื้อสเต็กอย่างดี และอาหารที่มีให้เลือกชิมนั้นก็มีเยอะจริง ๆ เยอะจนแบบน้อยคนที่จะได้ชิมครบทุกอย่างได้ ครับ ถ้าใครตั้งงบประมาณสำหรับมื้อ Sunday Brunch เอาไว้ประมาณนี้ อยูในช่วง 2,000 บาทหรือต่ำกว่า แต่อยากจะได้ความคุ้มค่า, ความหลากหลายของอาหาร และรสชาติอาหารที่โดยรวมทำได้ดีเกินราคาแล้วล่ะก็ Feast แห่งนี้น่าจะเป็นอะไรที่ตรงโจทย์นะครับ







--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Monday, February 17, 2014

Emperor Yakiniku - บุฟเฟ่ต์ เนื้อย่าง ศรีวรา รีวิว

Emperor Yakiniku - บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างราคาประหยัดในย่าน ศรีวรา - Town in Town



Overall Score  7/10
Taste   3/5
Ambiance  3.5/5
Service  2/5
Value   5/5

Emperor Yakiniku - Japanese Yakiniku Buffet Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)


ร้าน Emperor Yakiniku แห่งนี้แต่แรกเริ่มเดิมทีนั้นจะมีสาขาอยู่ที่ห้าง The Portico หลังสวน ซึ่งตัวผมเองก็เคยไปรีวิวมาล่ะจำได้ว่าค่อนข้างประทับใจในราคาที่ไม่แพงนัก ส่วนสาขาที่จะรีวิวนี้ตั้งอยู่ที่ถนนศรีวรา - Town in Town และเท่าที่ผมรู้คือเปิดมาค่อนข้างนานล่ะอย่างต่ำ ๆ ก็สัก 1 ปีได้ ร้านที่สาขานี้กับที่หลังสวนก็ค่อนข้างจะเหมือนกันแต่สิ่งนึงที่ผมสังเกตเห็นถึงความแตกต่างคือที่สาขาศรีวราแห่งนี้จะมีบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัด 249 net เริ่มต้นให้สั่งกันแทนที่จะมีราคาเดียว 449 net แบบที่หลังสวน

ณ วันที่ผมไปไม่รู้ว่าเป็นเรื่องปกติรึเปล่าที่ทางร้านมีพนักงานส่วนรับรองลูกค้าอยู่แค่ 2 คน และคือตอนนั้นมีลูกค้าทั้งหมดรวมโต๊ะผมด้วยก็ประมาณ 5-6 โต๊ะ ซึ่งพนักงาน 2 คนนี่ไม่มีทางดูแลโต๊ะขนาดนี้ได้แน่นอน อาหารในมื้อนี้ก็เลยช้าเหลือเกิน กว่าจะเสิร์ฟมาแต่ละอย่างรอนานเหลือเกินไม่ได้ฟีลของการกินบุฟเฟ่ต์แบบต้องไม่ติดขัดเลยสักนิดเดียว คะแนนบริการนี่เอาไป 1 กะโหลกละกันสำหรับมื้อนี้ คือแบบ อาหารก็ช้า, สั่งอะไรไปก็ไม่ได้, เปลี่ยนตะแกรงก็ไม่เปลี่ยน, น้ำกว่าจะเอามาเติมให้ โอย เพลียครับ






บุฟเฟ่ต์ของทางร้านนี้ก็จะมีให้เลือก 2 ราคา 449 บาท กับ 249 บาท ถ้าเลือกแบบ 449 ก็จะสั่งได้ทั้ง Premium Menu และ Gold Menu ถ้าสั่งแบบ 249 บาทก็จะได้ Gold Menu อย่างเดียว รายละเอียดของแต่ละเมนูก็ดูได้ที่รูปเมนูเลยละกนนะครับ คร่าว ๆ คือถ้าเป็นแบบ premium แล้วจะสามารถสั่งเนื้อได้หลากหลายแบบดี และคืออะไรที่อร่อยนั้นก็จะอยู่ใน premium menu หมด แต่คือพอดีมื้อนี้ผมไปกับน้อง ๆ หลายคน และน้อง ๆ พวกนี้เค้า request ที่จะกินกันแค่แบบ gold menu มื้อนี้ก็เลยเป็นการกิน gold menu กันทั้งหมด 8 คน

ส่วนเมนูที่ไม่ว่าจะเลือกราคาไหนก็สามารถสั่งได้หมดก็จะเป็นพวก side dish กับพวกข้าวต่าง ๆ ซึ่งสาเหตุนึงที่พวกผมโอเคที่จะสั่งแบบ 249 บาทกันก็เพราะว่า side dish กับ ข้าวนี่แหละ เพราะ side dish ของร้านนี้เค้าก็มี ผักยำเกาหลี 4 ชนิด, เห็ดออรินจิ ส่วนข้าวนอกเหนือจากข้าวเปล่า, ข้าวผัดกระเทียมแล้วก็มี ข้าวยำเกาหลี ที่ถ้าไปสั่งตามร้านเกาหลีก็คงจานละ 150 - 200 บาทได้สบาย ๆ ให้สั่งได้ไม่อั้นอีกด้วย มื้อนี้พวกผมก็สั่งกันค่อนข้างจะครบทุกเมนูที่สั่งได้เลย อ้อ ราคานี้รวมเครื่องดื่ม soft drink นะครับ คุ้มค่ามากเลย








อาหารที่สั่งในมื้อนี้คร่าว ๆ ก็มีประมาณนี้ เนื้อวัว (Beef), ไก่เอ็มเพอเร่อร์ (Emperor Chicken), หมูพริกไทย (Pepper Pork), หมูกรุงโซล (Korean Pork), หมูเทอริยากิ (Teriyaki Pork) : ธรรมดา ๆ ครับ, ลิ้นหมูตัวผู้ (Pork Tongue), หมูเม็กซิกัน (Mexican Pork), ไส้กรอกไก่ (Chicken Sausage), เบคอน (Bacon), ไส้กรอกหมู (Pork Sausage), ตับหมูตัวเมีย (Pork Kidney), ผักยำเกาหลี 4 ชนิด (Kimmuchi),  ข้าวยำเกาเหลี (Bibimbab)

โดยรวมแล้วถือว่าอาหารแต่ละอย่างก็อยู่ในเกณฑ์ดีนะครับ ที่เคยชอบมาตอนที่กินที่สาขาแรกและในครั้งนี้ก็ยังคงชอบอยู่ก็จะเป็น ข้าวยำเกาหลี กับ ผักยำ นี่แหละสั่งไปหลายจานมากเลย ส่วนพวกของปิ้ง ๆ ย่าง ๆ อย่างอื่นก็ถือว่าคุณภาพดี คุ้มค่าเกินราคา คือเอาไปเทียบกับร้าน ที่หัวละ 350 - 400 บาทได้สบาย ๆ เลยล่ะ ใครกำลังมองหาร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นราคาประหยัดคุ้มค่า ย่านเลียบทางด่วนร้าน Emperor Yakiniku แห่งนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่มาอันดับต้น ๆ ได้สบายเลย ร้านนี้เสียอย่างเดียวจริง ๆ เรื่องการบริการนี่แหละ แต่ก็ได้แต่คิดว่าวันที่ผมไป พนักงานลาหยุดมากกว่าปกติละกัน











--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...