Look-In Italian and Thai Restaurant at Sukhumvit 58, Bangkok ลูกอิน ร้านอาหารอิตาเลียน อาหารไทย พิซซ่า พาสต้า สเต็ก Pizza Pasta Steak
Overall Score 9/10
Taste 4.5/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 4/5
Look-in Thai & Italian Restaurant on BumRes.com
ร้านที่ฟังดูชื่อไท้ย ไทย แต่เด่นดังเรื่องอาหารอิตาเลียน นามว่า ลูกอิน (Look-in) แห่งนี้ก็เป็นร้านที่ผมรู้จักมาได้สักพักแล้ว แต่เนื่องด้วยทำเลของทางร้าน ณ ซอยสุขุมวิท 58 นั้น สำหรับผม มันเหมือนเป็น no man's land ยังไงไม่ทราบ คือแบบมันกลัวรถติด กลัวขับเลย กลัวโน่นกลัวนี่ ก็เลยไม่ค่อยจะได้ขับรถเลยไปละแวกนั้นสักเท่าไร ซึ่งก็แอบรู้สึกผิดเหมือนกันหลังจากได้กินร้าน ลูกอิน แห่งนี้ไป เลยคิดเอาไว้ว่าเดี๋ยวจะต้องมีตระเวณกินร้านในย่านนี้อีกสักหน่อย จำได้ว่ามีหลาย ๆ ร้านที่น่าสนใจ แต่ไม่คิดจะมา
ร้านลูกอิน แห่งนี้ เปิดทำการมาได้ครบ 2 ปีเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา(ตอนนี้ย่างเข้าปี 3 ของทางร้าน) ชื่อร้านตั้งมาจากชื่อเล่นของหม่อมอะไรสักอย่างที่เป็นเจ้าของร้าน และเป็นเจ้าของสูตรอาหารไทยหลาย ๆ อย่างของทางร้าน ร้านตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 58 เข้าซอยไปสัก 50 เมตรร้านจะอยู่ซ้ายมือ เป็นลักษณะ Townhome เอามาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ที่จอดรถก็พอมีครับ 4-6 คัน ตอนผมไปก็เหลือที่นึงพอดี ตัวร้านตกแต่งสไตล์ modern ๆ อบอุ่น ๆ ร้านมีขนาดเล็กครับ ถ้านับโต๊ะ Outdoor ด้านนอก, ชั้นล่างที่พื้นที่ครึ่งนึงเป็นห้องครัว และชั้นบนแล้ว ทางร้าน Look-in นี่น่าจะรับลูกค้าได้สูงสุดสัก 50 คนเต็มที่ ซึ่งตอนผมไป ลูกค้าก็ค่อนข้างเต็มร้าน ถามน้องพนักงานก็บอกว่า ส่วนใหญ่ก็เต็ม ๆ แบบนี้ทุกวัน จะไปก็แนะนำให้จองกันก่อน
บอกตรง ๆ ว่าตอนไปถึงร้าน ผมไม่คิดว่า ร้านที่ไม่ได้อยู่ในทำเล prime แบบนี้จะมีลูกค้าแน่นขนาดนี้ และยิ่งไปในคืนวันพุธตอน 2 ทุ่มอีกต่างหาก ซึ่งสิ่งนี้น่าจะบ่งชี้อะไรได้หลาย ๆ อย่าง ซึ่งสิ่งที่ชัดเจนเลยก็น่าจะเป็นความอร่อยของอาหารของทางร้าน! อาหารของทางร้าน ลูกอิน @ สุขุมวิท 58 แห่งนี้จะมีเป็นอาหารอิตาเลียน กับอาหารไทย อย่างละครึ่ง แยกเมนูกันชัดเจน อาหารแต่ละสัญชาติก็มีพอประมาณสันฐาน 30 - 40 อย่าง ที่แอบผิดหวังกับอาหารอิตาเลียนอย่างคือตัว Main Dish ของทางร้านจะมีให้เลือกน้อยมาก จะเป็นพวก steak กับ foie gras แค่นั้น ไม่มีรายละเอียดในเมนูด้วย ถาม ๆ ดูเห็นบอกจะเป็นแบบตาม Market Price ตาม Market Availability ประมาณนั้น (วันที่ผมไปมี Rib-eye แต่อิ่มซะก่อนเลยไม่ได้สั่ง) แต่หมวดหมู่อื่น ๆ ของอาหารอิตาเลียน ค่อนข้างครบครับ ตัวอาหารอิตาเลียนนี่ราคาค่อนข้างแพง เห็นแล้วแอบตกใจ ราคาสูสีกับร้านที่ไม่ค่อยแพงมากในตัวเมือง แต่เนื่องด้วยทางร้านไม่มี vat + service charge มันก็เลยอาจจะเรียกว่าถูกกว่าร้านอื่น ๆ ก็เป็นได้ ส่วนอาหารไทยนั้น จัดได้ว่าค่อนข้างถูก โดดเด่น ชัดเจนกว่าอาหารอิตาเลียนเลย ไม่รู้ว่าทำไมทางร้าน ลูกอิน ถึงจงใจตั้งราคาต่างกันขนาดนี้ เพราะถ้าเอาจริง ๆ ตัววัตถุดิบ มันไม่น่าจะแพงต่างกันขนาดนี้เลยนะครับผมว่า
มื้อนี้ผมไปกัน 2 คน และเนื่องด้วยพนักงานของทางร้านที่แนะนำอาหารดีมาก ๆ ไม่คิดว่าจะเจอ Waiter ที่แนะนำร้านอาหารได้ดีแบบนี้ในร้านแบบนี้ บอกว่า ปริมาณอาหารของทางร้านลูกอิน นั้นค่อนข้างเยอะ แนะนำว่าสั่งพอประมาณก่อนดีกว่า มื้อนี้ผมก็เลยสั่งกันไปแค่ 4 อย่างแค่นั้น อย่างแรกที่ได้เป็น Look-in Salad (Fresh green salad with bell pepper, black and green olives, tomato, red onion and cheese with house-dressing - 220 บาท) จานนี้ก็ไม่ได้อะไรมากครับ โดดเด่นหน่อยตรงผักที่ให้มาหลากหลาย เบื่ออันไหนก็กินอันอื่น ตัวผักก็สดดี แต่ที่ไม่ชอบคือ น้ำสลัดสูตร "ลูกอิน" มันเปรี้ยวอ่ะครับ ไม่ค่อยอร่อย เปรี้ยวจี๊ดเลยก็ว่าได้ (แต่เพื่อนผมที่ไปด้วยบอกว่าโอเคนะน้ำสลัดอ่ะ)
จานที่ 2 เป็น ข้าวผัด "ลูกอิน" (A tasty fried rice with "Look-in" sauce, serve with "Look-in" pork - 95 บาท) (ร้านนี้นี่อะไร ๆ ก็ลูกอิน ๆ เหลือเกินครับ ไม่เข้าใจเหมือนกัน) จานนี้เป็นอีกจานที่น้องพนักงานแนะนำมา ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรหรอกครับ กับข้าวผัด ณ ร้านคนไทย เพราะผมกินมาไม่ค่อยจะเจออร่อย จะไปอร่อยก็ตามร้านอาหารจีน แต่กับจานนี้ โอ้ ว้าว มัน.. อร่อยมากครับ เป็นข้าวผัดที่รสชาติล้ำลึก อร่อยล้ำ ไม่ได้กินข้าวผัดอร่อยขนาดนี้มานานแค่ไหนก็ไม่ทราบได้แล้วครับ นอกเหนือไปจากนั้น ตัว หมู "ลูกอิน" ที่ให้มาก็แบบเด็ดอร่อยมาก เป็นเนื้อหมูติดมันเล็ก ๆ หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ และทอดมาจนกรอบ โอว สุดยอดอาหารราคาต่ำกว่า 100 บาทเลยครับจานนี้
จานที่ 3 เป็น Angel hair Pepperocino (Pasta stir fried with dry chilli, parmesan cheese, crispy bacon - 250 บาท) จานนี้ก็เป็นอีกจานที่ทำได้เหนื่อยกว่าที่คาดคิดครับ เพราะพาสต้าแห้ง ๆ ไม่มีครีมซอส ส่วนใหญ่ที่กินมาก็มักจะไม่ค่อยเจออร่อย ๆ แต่กับจานนี้ อืม ถึงแห้งแต่แบบมันอร่อย กินคล่อง กลิ่นหอม ๆ จากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ใส่มาเพียงแค่คลุก ๆ เส้นยก ๆ เส้นขึ้นมา ช่วยเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก เป็นอีกหนึ่งจานที่ดีทีเดียวเลยครับ
ส่วนจานสุดท้ายและ High-light ประจำมื้อกับ พิซซ่า 2 หน้า หน้าแรกเป็น Look-in Pizza (pepperoni, mushroom, ham and spinach - 395 บาท) ส่วนอีกหน้าเป็น "Look-in" Hawaiian (Ham, shrimp, pineapple, red and green bell pepper - 375 บาท) คือจริง ๆ ก่อนมาผมอ่านรีวิวของท่านอื่น เห็นบอกว่าร้านนี้เนี่ยเค้าเด็ดเรื่องพิซซ่า (จริง ๆ มีเรื่องสเต็กด้วยแต่แบบกินไม่ไหวจริง ๆ ครับ) ผมก็เลยตั้งเป้าว่าจะสั่งอยู่แล้ว เพียงแค่ให้พนักงานช่วยเลือกหน้าเฉย ๆ และกับพิซซ่าราคาร่วม ๆ 400 บาทแบบนี้ อืม ถ้าเค้าไม่เด็ดจริงก็คงไม่ตั้งราคาแบบนี้หรอกครับว่ามั้ย? ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย จริง ๆ อร่อยครับ พิซซ่า หนักเครื่อง ชีสพอประมาณ แป้งบาง ๆ กรอบ ๆ และเพิ่มทีเด็ดด้วยเครื่องปรุงอันแสนจะครบครันของทางร้าน และเครื่องปรุงลับ "น้ำพริกลูกอิน" ซึ่งแบบ โอ้ว้าว สมเป็นน้ำพริกลับจริง ๆ คือเอาจริง ๆ ตอนกินพิซซ่านี่พวกผมค่อนข้างอิ่มกันล่ะครับ (มื้อเที่ยงไปกินบุฟเฟ่ต์กันมา) แต่ด้วยความอร่อย พวกเราก็ฝืนยัดพิซซ่าถาดขนาดถาดใหญ่ของร้าน Pizza Mainstream ถาดนี้ลงไปจนหมดได้!
สรุป มื้อนี้ค่อนข้างประทับใจครับ กับร้านที่ตอนแรกไปเพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศไม่อยากไปร้านในเมือง แต่ดันได้ความอร่อย แบบเป็นเอกลักษณ์แบบนี้กลับมาพร้อมพุงอืด ๆ ด้วย ผมรู้สึกว่ามื้อนี้จะกินอาหารน้อยไปหน่อย ว่าจะพาครอบครัวไปซ้ำกันในเร็ว ๆ นี้ อยากจะลองเมนูอื่น ๆ ของทางร้านเหลือเกิน โดยเฉพาะอาหารไทย ที่ผมว่าน่าจะมีทีเด็ดซ่อนอยู่หลายรายการเลยล่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Friday, August 31, 2012
Gyu-Kaku BBQ Bangkok Review
Gyu-Kaku - Japanese BBQ (Yakiniku) Restaurant at Thaniya Road, Bangkok กิวคาคุ ร้านอาหารญี่ปุ่น เนื้อย่าง ธนิยะ
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 4.5/5
Gyu Kaku - Japanese BBQ Yakiniku Restaurant on BumRes.com
ร้าน Gyu Kaku แห่งนี้ผมเคยรีวิวเอาไว้แล้วกับสาขาทองหล่อตามลิงค์นี้ Gyu-Kaku @ Thonglor ซึ่งมื้อนั้นจำได้ว่าประทับใจพอสมควรเลย ประทับใจแทบจะทุกด้านแต่ด้านที่โดดเด่นที่สุดก็คือด้านรสชาติของเนื้อ พอดีวันนี้มีธุระต้องไปแถวสีลม (ไปทำวีซ่าญี่ปุ่น) ซึ่งตอนแรกก็กะจะไปกินร้าน Tomato Noodles แต่พอไปถึงไม่มีที่นั่งและมีคนรอต่อคิวอยู่อีกต่างหาก ก็เลยชวนแม่ผมไปกินร้านเนื้อย่าง กิวคาคุ แห่งนี้แทนซะ คือจริง ๆ ไม่ได้กะจะกินหรอกครับ คงไม่ค่อยมีใครที่กินเนื้อย่างกันต่อกลางวันสักเท่าไร เจ้าอาหารแห่งชายชาตรีประเภทนี้มันเหมาะจะกินเป็นมื้อเย็นแบบจัดหนัก เคล้าเบียร์ เคล้าสาเก เฮฮากับเพื่อนซะมากกว่า แต่ทำไงได้ครับ หมดมุขกับร้านแถวนี้ล่ะ
ร้าน Gyu-Kaku Japanese BBQ Restaurant สาขาธนิยะนี่ก็เป็นสาขาแรกที่มาเปิดตัวในประเทศไทยเลย ซึ่งจริง ๆ ร้านนี้ดังมากที่ญี่ปุ่น มีประมาณ 600 กว่าสาขา และขจรขจายไปไกลทั่วโลก รายละเอียดโดยละเอียดรบกวนดูที่รีวิวสาขาทองหล่อดีกว่าครับ รู้สึกจะเขียนไว้ครบแล้ว กับสาขาธนิยะนี่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากสาขาทองหล่อแบบชัดเจนเลยคือ ทางร้านจะมีบริการ Set Lunch ราคาประหยัดด้วย (ให้บริการแค่ตอน 11.30 - 14.00 เท่านั้น) ซึ่ง Set Lunch แม้ว่าจะมีให้เลือกไม่เยอะ แต่ผมก็ว่าเพียงพอที่จะแบบมากินเป็นมื้อเที่ยงแบบเร่งด่วน ตรงกับกลุ่มลูกค้าแถวนี้ที่เป็นคนวัยทำงานกันซะเยอะ
แน่นอนครับ ผมมาตอนเที่ยงจะพลาดที่จะไม่สั่ง set lunch ไปได้อย่างไร วันนี้สั่ง Set Lunch ไป 2 Set อันแรกของผมเป็น Gyu - Kaku Set (300 บาท) ส่วนอีกอันของแม่ผมจะเป็น Pork and Chicken Set (180 บาท) คือเจ้า set lunch นี่ถ้าเอาจริง ๆ ก็คือทางร้านจะเอาเนื้อในเมนู a la carte มายำ ๆ ผสม ๆ รวมเป็นจานเนื้อใน set และก็ให้ข้าวสวยญี่ปุ่น, สลัด, กิมจิ, และซุปมิโสะมาให้ใน set แค่นั้น (ประหนึ่งว่าสิ้นคิดก็ว่าได้ ฮ่า ๆ) ตัว Gyu - Kaku Set ของผมไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้ออะไรบ้าง น่าจะเป็นเนื้อ คาลบี้ หรือเนื้อซี่โครง กับเนื้อฮารามิ หรือเนื้อส่วนท้อง กับลิ้นวัวลูกเต๋า ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้ เอาจริง ๆ ผมเคยกินที่สาขาทองหล่อแล้วชอบมาก โดยเฉพาะเจ้าลิ้นวัวลูกเต๋า และกับ set lunch ณสาขาธนิยะนี่ก็จัดได้ว่าคุณภาพทัดเทียมกันครับ อร่อยดีทีเดียว แต่เอาจริง ๆ (จะกี่จริงกันเชียว) ที่ทองหล่อผมว่าอร่อยกว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะตอนนั้นกินเคล้ากับเบียร์สด และตอนนั้นกินตอนเย็น คือผมไม่รู้เป็นอะไร เวลากินอาหารตอนเที่ยงจะไม่ค่อยอร่อยเท่าตอนเย็น เหมือน appetite มันยังไม่ load มาเต็มที่ประมาณนั้น คือถ้าเอาเจ้า set นี่ไปกินมื้อเย็น ผมคงจะอร่อยเพลิดเพลินไปกับมันทีเดียวเลยล่ะครับ
ส่วน set ของแม่ผมเป็น เนื้อหมูกับเนื้อไก่ เนื้อหมูไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนไหน ลายไม่ได้สวยงาม ไม่ได้มีมันอะไรมาก น่าจะเป็นส่วนสันใน ส่วนเนื้อไก่ก็เป็นส่วนสะโพกติดหนังมาให้ด้วย(ของโปรดเลยหนังเนี่ย) ตัวรสชาติ หมูกับไก่นี่ก็โอเคเลยครับ ถ้าเอาไปอยู่ในรายการ buffet ตามร้านเนื้อย่างอื่น ๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นเกรดพรีเมียมเลยล่ะ และกับ 180 บาทที่เสียไป อืม ผมว่าคุ้มนะ การกินเนื้อย่างคงจะไม่เรียกว่ากินอย่างสมบูรณ์สำหรับผม ถ้าไม่ได้สั่งลิ้นวัว ผมก็เลยสั่งไปจานนึงกับ ลิ้นวัว (Gyu Tan 280 บาท) ตัวลิ้นวัว หน้าตาตอนยกมามันแบบ เอิ่ม เอาจริงดิ? เสิรืฟให้ลูกค้าแบบนี้เลย? มันเหมือนลิ้นวัวราคาถูก ไม่ใช่ของดีสมราคาที่เสียไป เหมือนแบบเป็นลิ้นวัวตามร้านเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ราคา 300 - 400 บาทอะไรประมาณนั้นอ่ะครับ แน่นอน หน้าตามาแบบนี้ รสชาติมันก็เลยไม่ค่อยดีตามไปด้วย กินแล้วแบบไม่ค่อยประทับใจครับ ซึ่งปกตินี่ผมสั่งลิ้นวัวราคา 200+ ไม่ว่าจะร้านไหน ก็มักจะไม่ผิดหวัง ซึ่งจำได้ว่ากินที่สาขาทองหล่อมาก็อร่อยดี แต่เหมือนวันนี้จะเป็นของค้างสต็อครึเปล่า? (สีมันแปลก) แต่ก็ไม่อะไรมากครับ ทู่ซี้กินจนหมดเพราะมันแพง
อาหารอย่างอื่นใน set ก็ไม่ค่อยอร่อยครับ ไม่ว่าจะกิมจิหรือสลัด จะมีก็แต่ซุปมิโสะกับข้าวสวยที่มันมาตรฐาน ทำไม่อร่อยยากก็แค่นั้น ส่วนนึงที่ชอบของร้าน Gyu-Kaku @ ธนิยะ แห่งนี้คือ พนักงานของทางร้านบริการดีมากครับ มีหลายคนเป็นคนญี่ปุ่น ที่แบบพูดไทยอ้อม ๆ แอ้ม ๆ และที่ติดใจมากที่สุดคือมีน้ำเปล่าบริการฟรีอีกต่างหาก
สรุป เนื้อย่างยังไงมันก็คงจะไม่เหมาะกับการกินมื้อเที่ยงจริง ๆ (สำหรับผม) ผมเชื่อว่าร้านนี้กับร้านที่ทองหล่อจริง ๆ มันก็เหมือนกันแหละ เพราะเนื้อมาจากที่เดียวกัน ซึ่งถ้าผมมากินมื้อเย็นก็คงจะประทับใจมากกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีที่สงสัยอย่างนึงก็ตรงลิ้นวัวนี่แหละ มันแบบ เฮ้ย เอาจริงดิ? 280 บาทคุณภาพแค่นี้จริงเหรอ? เฮ้อ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 4.5/5
Gyu Kaku - Japanese BBQ Yakiniku Restaurant on BumRes.com
ร้าน Gyu Kaku แห่งนี้ผมเคยรีวิวเอาไว้แล้วกับสาขาทองหล่อตามลิงค์นี้ Gyu-Kaku @ Thonglor ซึ่งมื้อนั้นจำได้ว่าประทับใจพอสมควรเลย ประทับใจแทบจะทุกด้านแต่ด้านที่โดดเด่นที่สุดก็คือด้านรสชาติของเนื้อ พอดีวันนี้มีธุระต้องไปแถวสีลม (ไปทำวีซ่าญี่ปุ่น) ซึ่งตอนแรกก็กะจะไปกินร้าน Tomato Noodles แต่พอไปถึงไม่มีที่นั่งและมีคนรอต่อคิวอยู่อีกต่างหาก ก็เลยชวนแม่ผมไปกินร้านเนื้อย่าง กิวคาคุ แห่งนี้แทนซะ คือจริง ๆ ไม่ได้กะจะกินหรอกครับ คงไม่ค่อยมีใครที่กินเนื้อย่างกันต่อกลางวันสักเท่าไร เจ้าอาหารแห่งชายชาตรีประเภทนี้มันเหมาะจะกินเป็นมื้อเย็นแบบจัดหนัก เคล้าเบียร์ เคล้าสาเก เฮฮากับเพื่อนซะมากกว่า แต่ทำไงได้ครับ หมดมุขกับร้านแถวนี้ล่ะ
ร้าน Gyu-Kaku Japanese BBQ Restaurant สาขาธนิยะนี่ก็เป็นสาขาแรกที่มาเปิดตัวในประเทศไทยเลย ซึ่งจริง ๆ ร้านนี้ดังมากที่ญี่ปุ่น มีประมาณ 600 กว่าสาขา และขจรขจายไปไกลทั่วโลก รายละเอียดโดยละเอียดรบกวนดูที่รีวิวสาขาทองหล่อดีกว่าครับ รู้สึกจะเขียนไว้ครบแล้ว กับสาขาธนิยะนี่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากสาขาทองหล่อแบบชัดเจนเลยคือ ทางร้านจะมีบริการ Set Lunch ราคาประหยัดด้วย (ให้บริการแค่ตอน 11.30 - 14.00 เท่านั้น) ซึ่ง Set Lunch แม้ว่าจะมีให้เลือกไม่เยอะ แต่ผมก็ว่าเพียงพอที่จะแบบมากินเป็นมื้อเที่ยงแบบเร่งด่วน ตรงกับกลุ่มลูกค้าแถวนี้ที่เป็นคนวัยทำงานกันซะเยอะ
แน่นอนครับ ผมมาตอนเที่ยงจะพลาดที่จะไม่สั่ง set lunch ไปได้อย่างไร วันนี้สั่ง Set Lunch ไป 2 Set อันแรกของผมเป็น Gyu - Kaku Set (300 บาท) ส่วนอีกอันของแม่ผมจะเป็น Pork and Chicken Set (180 บาท) คือเจ้า set lunch นี่ถ้าเอาจริง ๆ ก็คือทางร้านจะเอาเนื้อในเมนู a la carte มายำ ๆ ผสม ๆ รวมเป็นจานเนื้อใน set และก็ให้ข้าวสวยญี่ปุ่น, สลัด, กิมจิ, และซุปมิโสะมาให้ใน set แค่นั้น (ประหนึ่งว่าสิ้นคิดก็ว่าได้ ฮ่า ๆ) ตัว Gyu - Kaku Set ของผมไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้ออะไรบ้าง น่าจะเป็นเนื้อ คาลบี้ หรือเนื้อซี่โครง กับเนื้อฮารามิ หรือเนื้อส่วนท้อง กับลิ้นวัวลูกเต๋า ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้ เอาจริง ๆ ผมเคยกินที่สาขาทองหล่อแล้วชอบมาก โดยเฉพาะเจ้าลิ้นวัวลูกเต๋า และกับ set lunch ณสาขาธนิยะนี่ก็จัดได้ว่าคุณภาพทัดเทียมกันครับ อร่อยดีทีเดียว แต่เอาจริง ๆ (จะกี่จริงกันเชียว) ที่ทองหล่อผมว่าอร่อยกว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะตอนนั้นกินเคล้ากับเบียร์สด และตอนนั้นกินตอนเย็น คือผมไม่รู้เป็นอะไร เวลากินอาหารตอนเที่ยงจะไม่ค่อยอร่อยเท่าตอนเย็น เหมือน appetite มันยังไม่ load มาเต็มที่ประมาณนั้น คือถ้าเอาเจ้า set นี่ไปกินมื้อเย็น ผมคงจะอร่อยเพลิดเพลินไปกับมันทีเดียวเลยล่ะครับ
ส่วน set ของแม่ผมเป็น เนื้อหมูกับเนื้อไก่ เนื้อหมูไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนไหน ลายไม่ได้สวยงาม ไม่ได้มีมันอะไรมาก น่าจะเป็นส่วนสันใน ส่วนเนื้อไก่ก็เป็นส่วนสะโพกติดหนังมาให้ด้วย(ของโปรดเลยหนังเนี่ย) ตัวรสชาติ หมูกับไก่นี่ก็โอเคเลยครับ ถ้าเอาไปอยู่ในรายการ buffet ตามร้านเนื้อย่างอื่น ๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นเกรดพรีเมียมเลยล่ะ และกับ 180 บาทที่เสียไป อืม ผมว่าคุ้มนะ การกินเนื้อย่างคงจะไม่เรียกว่ากินอย่างสมบูรณ์สำหรับผม ถ้าไม่ได้สั่งลิ้นวัว ผมก็เลยสั่งไปจานนึงกับ ลิ้นวัว (Gyu Tan 280 บาท) ตัวลิ้นวัว หน้าตาตอนยกมามันแบบ เอิ่ม เอาจริงดิ? เสิรืฟให้ลูกค้าแบบนี้เลย? มันเหมือนลิ้นวัวราคาถูก ไม่ใช่ของดีสมราคาที่เสียไป เหมือนแบบเป็นลิ้นวัวตามร้านเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ราคา 300 - 400 บาทอะไรประมาณนั้นอ่ะครับ แน่นอน หน้าตามาแบบนี้ รสชาติมันก็เลยไม่ค่อยดีตามไปด้วย กินแล้วแบบไม่ค่อยประทับใจครับ ซึ่งปกตินี่ผมสั่งลิ้นวัวราคา 200+ ไม่ว่าจะร้านไหน ก็มักจะไม่ผิดหวัง ซึ่งจำได้ว่ากินที่สาขาทองหล่อมาก็อร่อยดี แต่เหมือนวันนี้จะเป็นของค้างสต็อครึเปล่า? (สีมันแปลก) แต่ก็ไม่อะไรมากครับ ทู่ซี้กินจนหมดเพราะมันแพง
อาหารอย่างอื่นใน set ก็ไม่ค่อยอร่อยครับ ไม่ว่าจะกิมจิหรือสลัด จะมีก็แต่ซุปมิโสะกับข้าวสวยที่มันมาตรฐาน ทำไม่อร่อยยากก็แค่นั้น ส่วนนึงที่ชอบของร้าน Gyu-Kaku @ ธนิยะ แห่งนี้คือ พนักงานของทางร้านบริการดีมากครับ มีหลายคนเป็นคนญี่ปุ่น ที่แบบพูดไทยอ้อม ๆ แอ้ม ๆ และที่ติดใจมากที่สุดคือมีน้ำเปล่าบริการฟรีอีกต่างหาก
สรุป เนื้อย่างยังไงมันก็คงจะไม่เหมาะกับการกินมื้อเที่ยงจริง ๆ (สำหรับผม) ผมเชื่อว่าร้านนี้กับร้านที่ทองหล่อจริง ๆ มันก็เหมือนกันแหละ เพราะเนื้อมาจากที่เดียวกัน ซึ่งถ้าผมมากินมื้อเย็นก็คงจะประทับใจมากกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีที่สงสัยอย่างนึงก็ตรงลิ้นวัวนี่แหละ มันแบบ เฮ้ย เอาจริงดิ? 280 บาทคุณภาพแค่นี้จริงเหรอ? เฮ้อ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Wednesday, August 29, 2012
Torajiro Izakaya Sukhumvit 26 Review
Torajiro - Japanese Izakaya Restaurant at Sukhumvit 26, Bangkok โทราจิโร่ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเหล้าญี่ปุ่น สุขุมวิท 26 ซูชิ ซาซิมิ ปิ้งย่าง
Overall Score 9/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 5/5
Value 5/5
Torajiro - Japanese Izakaya Restaurant on BumRes.com
ร้าน Torajiro แห่งนี้ถ้านับจริง ๆ ผมเคยมาร้านนี้ได้ 4 รอบแล้ว ไปตั้งแต่สมัยที่อยู่ที่หมู่บ้านญี่ปุ่น (Nihonmura) ในซอยทองหล่อ 13 และย้ายไปซอยพร้อมศรี สุขุมวิท 39 แต่กับสาขาสุขุมวิท 26 ที่รู้สึกว่าจะเป็นสาขาต้นตำรับแห่งนี้ ผมยังไม่เคยมาเลยสักครั้ง (เหตุผลเดียวคือไกลบ้าน) พอดีวันก่อนเพื่อนหลายคนอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นแบบไม่ค่อยแพง รสชาติดี ผมก็นึกถึงร้านโทราจิโร่นี่ขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ไปร้านนี้นานแล้ว แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็เลยคิดว่าไปลองกันที่สาขาต้นตำรับเลยก็น่าจะดีกว่า
ตัวร้านนั้นตั้งอยู่ที่ S&P Mall อยู่ติดกับ K-Village การบอกทางอาจจะบอกลำบากสักเล็กน้อย แต่ขับเข้าซอยสุขุมวิท 26 มาได้ก็หาไม่ยากครับ ตัวร้านเปิดเฉพาะตอนเย็นตามสไตล์ร้าน Izakaya ทั่วไป และมีการแบ่งเป็นคอก ๆ เป็นโต๊ะ ๆ มีไม้กั้นตามพิมพ์นิยมของคนญี่ปุ่นที่ต้องการความเป็นส่วนตัว(อะไรกันนักหนา?) ร้านนี้มีบริการอาหารหลากหลายครบครันตามประสาร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่นชั้นดี สนนราคาก็ไม่ค่อยแพงตาม concept ที่ว่าเน้นนั่งนาน ๆ ดื่มเยอะ ๆ สั่งเยอะ ๆ แทนที่จะแบบนั่งแปบเดียว สั่งไม่กี่อย่างแล้วก็จรลีกลับไป อ้อ แน่นอนครับเครื่องดื่มของร้านนี้มีให้เลือกครบครันมากมาย สาเก, เบียร์, วิสกี้ หรือ you-name-it-alcohol ใด ๆ ผมว่าร้าน Torajiro ร้านนี้เค้ามีหมดครับ แน่นอน เครื่องดื่มโปรดของผม เบียร์สด ก็มีให้เลือก 2 ยี่ห้อ สิงห์ กับ Asahi และราคาก็ไม่ค่อยแพงแค่ 89+ บาทเท่านั้นครับต่อ 1 แก้ว
มื้อนี้ผมไปกัน 7 คนอาหารที่สั่งก็เลยเยอะมาก เยอะจนไม่อยากจะเขียนถึงในทุก ๆ อย่างเลย จะเขียนถึงแต่ที่คิดว่าชอบหรือมันคุ้มค่าหรือมันโดดเด่นละกันนะครับ ส่วนอาหารอย่างอื่น ก็รบกวนดูที่ caption ใต้รูปเอาละกันครับ จะพยายามเขียนราคาพร้อมรายละเอียดให้ครบ ๆ
จานที่ชอบที่สุดก็น่าจะเป็น ข้าวหน้าปลาไหล (Boiled eel bowl 329 บาท) จานนี้รสชาติอาจไม่ได้โดดเด่น ไม่ได้ฉีกหนีข้าวหน้าปลาไหลร้านอื่น ๆ ไปมาก แต่กับราคา 329 บาทนี่ผมว่าข้าวหน้าปลาไหลร้านโทราจิโร่นี่น่าจะอร่อยคุ้มที่สุดเลยล่ะครับ ทางร้านให้ปลาไหลมา 2 ชิ้น เนื้อแน่น ๆ น้ำซีอิ๊วเยิ้ม ๆ กับข้าวญี่ปุ่นอย่างดี โอย อร่อยจนพวกผมต้องสั่งกันไป 2 จานเลยล่ะครับ
อย่างที่ 2 ที่ชอบก็เป็น หอยนางรมสด (Fresh Oyster 5 ตัว 189 บาท) คือเท่า ๆ ที่กินหอยนางรมบนโลกนี้มา ผมล่ะชอบหอยนางรมสดของไทยที่สุดแล้ว เพราะว่ามันตัวใหญ่ที่สุด และก็มีการกินกับกระเทียมเจียว, ใบชะอม และบีบมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติ (จริง ๆ เพื่อดับความคาว) เข้าไปอีก ซึ่งหอยนางรมที่ร้านโทราจิโร่นำมาเสิร์ฟนี่ก็เป็นหอยนางรม(น่าจะ)สัญชาติญี่ปุ่น ที่ขนาดเหมือน ๆ กับหอยยุโรปตามไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมทั่ว ๆ ไป แต่ทางร้านแอบมีมะนาวมาให้ด้วย ซึ่งพอบีบและดูดซวบเข้าไปแล้ว โอว หวาน หอม อร่อย ไม่คาวเลยครับ หอยของร้าน Torajiro นี่ เยี่ยมเลย
อย่างที่ 3 ก็เป็นพวกปิ้งย่าง หรือ Yakitori ทั้งหลายแหล่ ที่ในมื้อนี้น่าจะสั่งไปประมาณสัก 40 ไม้ได้ครับ แทบทุกไม้อร่อยหมด และราคาไม่แพงด้วยอยู่ที่ไม้ละ 40 - 50 บาทแค่นั้น ไม้ที่โดดเด่นก็คงเป็นลิ้นวัว ที่แม้ว่าจะยังนุ่มไม่สุด แต่ก็เรียกได้ว่าทำมาได้อร่อยดีแล้ว และหนังไก่, ตูกไก่ ชิ้นส่วนของไก่แบบมัน ๆ ที่กินร้านไหนก็ไม่มีผิดหวังครับ จะมีไม้ที่ Fail หน่อยก็คงเป็นเนื้อจระเข้ (Crocodile stick 59 บาท) ที่เนื้อมันแห้ง ๆ แข็ง ๆ แอบคล้ายเนื้อไก่เล็กน้อย แต่ก็นะกินเนื้อไก่ น่าจะดีกว่า
อีกอย่างที่ชอบและเป็นกับแกล้มของโปรดผมกับ หนวดปลาหมึกยักษ์ดองวาซาบิ (Octopus Wasabi 99 บาท) จานนี้ ผมเจอในเมนูของร้านไหนก็แทบจะสั่งมันอยู่ทุกครั้งร่ำไป และถ้าจำไม่ผิด ร้านแรก ๆ ที่กินก็มาจากร้านโทราจิโร่นี่แหละครับ ซึ่งหลังจากที่ทยอยกินเรื่อยมา เจ้าจานนี้ของร้าน Torajiro ก็ยังคงเป็นร้านที่อร่อยอันดับต้น ๆ อยู่เสมอครับ ซึ่งสำหรับวันนี้ก็เช่นเดียวกัน อร่อย แบบเหม็น ๆ ไปกับหนวดปลาหมึกดุ๊บ ๆ เด้ง ๆ ไม่เสื่อมคลาย พวกผมจัดกันไป 3 ถ้วยเลยล่ะเพราะมันกินเคล้ากับเบียร์ได้อร่อยนักแล
อาหารอย่างอื่นในมื้อส่วนใหญ่จัดว่าอยู่ในขั้นมาตรฐานค่อนไปทางดี แทบทุกจานอร่อยกว่าร้านญี่ปุ่น Mainstream ในบ้านเราอย่างไม่ต้องสงสัย และที่สำคัญคือราคาถูกกว่าอย่างแน่นอน คือถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะชอบเจ้าชุดปลาดิบจานยักษ์ของทางร้าน (Special Assorted Sashimi 999 บาท) เพราะว่ามันทั้งเยอะและคุ้มสุด ๆ แต่จากที่ช่วงหลัง ๆ มีโอกาสได้ไปกิน Sashimi ขั้นเทพมาเยอะ ไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือที่ญี่ปุ่นก็ตาม ก็เลยทำให้ความขลัง ความอร่อยของเจ้าซาซิมิยักษ์นี่มันลดน้อยลงไปกว่าครั้งแรก (เมื่อ 4 ปีก่อน) พอสมควร แต่แน่นอนครับ กับราคาเท่านี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าไปกันเยอะ ๆ ก็สั่งไปเถอะครับ
มื้อนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจานที่ไม่ชอบครับ มี ปลาหมึกดอง (Salty Squid 119 บาท) ที่ผมว่ามันดองมาเหม็นไป เค็มไป มันแบบปลาร้าจ๋ามาก ไม่อร่อย เพื่อน ๆ ทุกคนกินกันไม่ลง ซึ่งร้านอื่นที่กินได้ แม้ว่าจะทำมาเหม็น ๆ เหมือนกันแต่มันจะอร่อยกินได้ไม่เหมือนของร้าน โทราจิโร่นี่อ่ะครับ ส่วนอีกจานที่ถือว่าค่อนข้าง Fail ก็เป็น เห็ดห่อไข่ ซึ่งแบบในรูปมันดูทำมาน่ากินมาก แต่พอเป็นของจริง เหมือนเป็นไข่เจียววิญญาณเห็ดซะมากกว่าครับ รสชาติก็ไข่เจียว ๆ บ้านเรานี่แหละครับไม่มีอะไรมาก
มื้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ประทับใจกับอาหารญี่ปุ่นสไตล์โทราจิโร่ รสชาติแม้ว่าจะไม่ได้ประทับใจเหมือนครั้งแรก ๆ เมื่อหลายปีก่อนที่ผมกิน เนื่องจาก ตัวผมเอง (หรือทุก ๆ ท่านก็ด้วยนะผมว่า) เวลาไปร้านไหนซ้ำ ๆ ความอร่อยมันก็มักจะลดลง (น่าจะเป็นเพราะความแปลกใหม่มันไม่มี ก็เลยไม่ได้เร้าสมองมากพอ) แต่กับเรื่องความคุ้มค่า ความหลากหลายของอาหาร และการบริการของร้าน Torajiro @ Sukhumvit 26, Bangkok แห่งนี้ ก็ยังคงประทับใจผมอยู่เช่นเดิมไม่เสื่อมคลาย เมื่อใดที่ผมอยากจะนัดเพื่อน ๆ มากินอาหารญี่ปุ่นราคาไม่ค่อยแพง บรรยากาศดี ๆ เฮฮา ได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร ร้านนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ของผมอยู่ต่อไปครับ แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้างบไม่จำกัดล่ะ? หึหึ มีอีกหลายร้านเลยล่ะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 9/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 5/5
Value 5/5
Torajiro - Japanese Izakaya Restaurant on BumRes.com
ร้าน Torajiro แห่งนี้ถ้านับจริง ๆ ผมเคยมาร้านนี้ได้ 4 รอบแล้ว ไปตั้งแต่สมัยที่อยู่ที่หมู่บ้านญี่ปุ่น (Nihonmura) ในซอยทองหล่อ 13 และย้ายไปซอยพร้อมศรี สุขุมวิท 39 แต่กับสาขาสุขุมวิท 26 ที่รู้สึกว่าจะเป็นสาขาต้นตำรับแห่งนี้ ผมยังไม่เคยมาเลยสักครั้ง (เหตุผลเดียวคือไกลบ้าน) พอดีวันก่อนเพื่อนหลายคนอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นแบบไม่ค่อยแพง รสชาติดี ผมก็นึกถึงร้านโทราจิโร่นี่ขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ไปร้านนี้นานแล้ว แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็เลยคิดว่าไปลองกันที่สาขาต้นตำรับเลยก็น่าจะดีกว่า
ตัวร้านนั้นตั้งอยู่ที่ S&P Mall อยู่ติดกับ K-Village การบอกทางอาจจะบอกลำบากสักเล็กน้อย แต่ขับเข้าซอยสุขุมวิท 26 มาได้ก็หาไม่ยากครับ ตัวร้านเปิดเฉพาะตอนเย็นตามสไตล์ร้าน Izakaya ทั่วไป และมีการแบ่งเป็นคอก ๆ เป็นโต๊ะ ๆ มีไม้กั้นตามพิมพ์นิยมของคนญี่ปุ่นที่ต้องการความเป็นส่วนตัว(อะไรกันนักหนา?) ร้านนี้มีบริการอาหารหลากหลายครบครันตามประสาร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่นชั้นดี สนนราคาก็ไม่ค่อยแพงตาม concept ที่ว่าเน้นนั่งนาน ๆ ดื่มเยอะ ๆ สั่งเยอะ ๆ แทนที่จะแบบนั่งแปบเดียว สั่งไม่กี่อย่างแล้วก็จรลีกลับไป อ้อ แน่นอนครับเครื่องดื่มของร้านนี้มีให้เลือกครบครันมากมาย สาเก, เบียร์, วิสกี้ หรือ you-name-it-alcohol ใด ๆ ผมว่าร้าน Torajiro ร้านนี้เค้ามีหมดครับ แน่นอน เครื่องดื่มโปรดของผม เบียร์สด ก็มีให้เลือก 2 ยี่ห้อ สิงห์ กับ Asahi และราคาก็ไม่ค่อยแพงแค่ 89+ บาทเท่านั้นครับต่อ 1 แก้ว
มื้อนี้ผมไปกัน 7 คนอาหารที่สั่งก็เลยเยอะมาก เยอะจนไม่อยากจะเขียนถึงในทุก ๆ อย่างเลย จะเขียนถึงแต่ที่คิดว่าชอบหรือมันคุ้มค่าหรือมันโดดเด่นละกันนะครับ ส่วนอาหารอย่างอื่น ก็รบกวนดูที่ caption ใต้รูปเอาละกันครับ จะพยายามเขียนราคาพร้อมรายละเอียดให้ครบ ๆ
จานที่ชอบที่สุดก็น่าจะเป็น ข้าวหน้าปลาไหล (Boiled eel bowl 329 บาท) จานนี้รสชาติอาจไม่ได้โดดเด่น ไม่ได้ฉีกหนีข้าวหน้าปลาไหลร้านอื่น ๆ ไปมาก แต่กับราคา 329 บาทนี่ผมว่าข้าวหน้าปลาไหลร้านโทราจิโร่นี่น่าจะอร่อยคุ้มที่สุดเลยล่ะครับ ทางร้านให้ปลาไหลมา 2 ชิ้น เนื้อแน่น ๆ น้ำซีอิ๊วเยิ้ม ๆ กับข้าวญี่ปุ่นอย่างดี โอย อร่อยจนพวกผมต้องสั่งกันไป 2 จานเลยล่ะครับ
อย่างที่ 2 ที่ชอบก็เป็น หอยนางรมสด (Fresh Oyster 5 ตัว 189 บาท) คือเท่า ๆ ที่กินหอยนางรมบนโลกนี้มา ผมล่ะชอบหอยนางรมสดของไทยที่สุดแล้ว เพราะว่ามันตัวใหญ่ที่สุด และก็มีการกินกับกระเทียมเจียว, ใบชะอม และบีบมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติ (จริง ๆ เพื่อดับความคาว) เข้าไปอีก ซึ่งหอยนางรมที่ร้านโทราจิโร่นำมาเสิร์ฟนี่ก็เป็นหอยนางรม(น่าจะ)สัญชาติญี่ปุ่น ที่ขนาดเหมือน ๆ กับหอยยุโรปตามไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมทั่ว ๆ ไป แต่ทางร้านแอบมีมะนาวมาให้ด้วย ซึ่งพอบีบและดูดซวบเข้าไปแล้ว โอว หวาน หอม อร่อย ไม่คาวเลยครับ หอยของร้าน Torajiro นี่ เยี่ยมเลย
อย่างที่ 3 ก็เป็นพวกปิ้งย่าง หรือ Yakitori ทั้งหลายแหล่ ที่ในมื้อนี้น่าจะสั่งไปประมาณสัก 40 ไม้ได้ครับ แทบทุกไม้อร่อยหมด และราคาไม่แพงด้วยอยู่ที่ไม้ละ 40 - 50 บาทแค่นั้น ไม้ที่โดดเด่นก็คงเป็นลิ้นวัว ที่แม้ว่าจะยังนุ่มไม่สุด แต่ก็เรียกได้ว่าทำมาได้อร่อยดีแล้ว และหนังไก่, ตูกไก่ ชิ้นส่วนของไก่แบบมัน ๆ ที่กินร้านไหนก็ไม่มีผิดหวังครับ จะมีไม้ที่ Fail หน่อยก็คงเป็นเนื้อจระเข้ (Crocodile stick 59 บาท) ที่เนื้อมันแห้ง ๆ แข็ง ๆ แอบคล้ายเนื้อไก่เล็กน้อย แต่ก็นะกินเนื้อไก่ น่าจะดีกว่า
อีกอย่างที่ชอบและเป็นกับแกล้มของโปรดผมกับ หนวดปลาหมึกยักษ์ดองวาซาบิ (Octopus Wasabi 99 บาท) จานนี้ ผมเจอในเมนูของร้านไหนก็แทบจะสั่งมันอยู่ทุกครั้งร่ำไป และถ้าจำไม่ผิด ร้านแรก ๆ ที่กินก็มาจากร้านโทราจิโร่นี่แหละครับ ซึ่งหลังจากที่ทยอยกินเรื่อยมา เจ้าจานนี้ของร้าน Torajiro ก็ยังคงเป็นร้านที่อร่อยอันดับต้น ๆ อยู่เสมอครับ ซึ่งสำหรับวันนี้ก็เช่นเดียวกัน อร่อย แบบเหม็น ๆ ไปกับหนวดปลาหมึกดุ๊บ ๆ เด้ง ๆ ไม่เสื่อมคลาย พวกผมจัดกันไป 3 ถ้วยเลยล่ะเพราะมันกินเคล้ากับเบียร์ได้อร่อยนักแล
อาหารอย่างอื่นในมื้อส่วนใหญ่จัดว่าอยู่ในขั้นมาตรฐานค่อนไปทางดี แทบทุกจานอร่อยกว่าร้านญี่ปุ่น Mainstream ในบ้านเราอย่างไม่ต้องสงสัย และที่สำคัญคือราคาถูกกว่าอย่างแน่นอน คือถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะชอบเจ้าชุดปลาดิบจานยักษ์ของทางร้าน (Special Assorted Sashimi 999 บาท) เพราะว่ามันทั้งเยอะและคุ้มสุด ๆ แต่จากที่ช่วงหลัง ๆ มีโอกาสได้ไปกิน Sashimi ขั้นเทพมาเยอะ ไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือที่ญี่ปุ่นก็ตาม ก็เลยทำให้ความขลัง ความอร่อยของเจ้าซาซิมิยักษ์นี่มันลดน้อยลงไปกว่าครั้งแรก (เมื่อ 4 ปีก่อน) พอสมควร แต่แน่นอนครับ กับราคาเท่านี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าไปกันเยอะ ๆ ก็สั่งไปเถอะครับ
มื้อนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจานที่ไม่ชอบครับ มี ปลาหมึกดอง (Salty Squid 119 บาท) ที่ผมว่ามันดองมาเหม็นไป เค็มไป มันแบบปลาร้าจ๋ามาก ไม่อร่อย เพื่อน ๆ ทุกคนกินกันไม่ลง ซึ่งร้านอื่นที่กินได้ แม้ว่าจะทำมาเหม็น ๆ เหมือนกันแต่มันจะอร่อยกินได้ไม่เหมือนของร้าน โทราจิโร่นี่อ่ะครับ ส่วนอีกจานที่ถือว่าค่อนข้าง Fail ก็เป็น เห็ดห่อไข่ ซึ่งแบบในรูปมันดูทำมาน่ากินมาก แต่พอเป็นของจริง เหมือนเป็นไข่เจียววิญญาณเห็ดซะมากกว่าครับ รสชาติก็ไข่เจียว ๆ บ้านเรานี่แหละครับไม่มีอะไรมาก
มื้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ประทับใจกับอาหารญี่ปุ่นสไตล์โทราจิโร่ รสชาติแม้ว่าจะไม่ได้ประทับใจเหมือนครั้งแรก ๆ เมื่อหลายปีก่อนที่ผมกิน เนื่องจาก ตัวผมเอง (หรือทุก ๆ ท่านก็ด้วยนะผมว่า) เวลาไปร้านไหนซ้ำ ๆ ความอร่อยมันก็มักจะลดลง (น่าจะเป็นเพราะความแปลกใหม่มันไม่มี ก็เลยไม่ได้เร้าสมองมากพอ) แต่กับเรื่องความคุ้มค่า ความหลากหลายของอาหาร และการบริการของร้าน Torajiro @ Sukhumvit 26, Bangkok แห่งนี้ ก็ยังคงประทับใจผมอยู่เช่นเดิมไม่เสื่อมคลาย เมื่อใดที่ผมอยากจะนัดเพื่อน ๆ มากินอาหารญี่ปุ่นราคาไม่ค่อยแพง บรรยากาศดี ๆ เฮฮา ได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร ร้านนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ของผมอยู่ต่อไปครับ แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้างบไม่จำกัดล่ะ? หึหึ มีอีกหลายร้านเลยล่ะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)










































































