BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, August 31, 2012

Look-In Sukhumvit 58 Bangkok Review

Look-In Italian and Thai Restaurant at Sukhumvit 58, Bangkok ลูกอิน ร้านอาหารอิตาเลียน อาหารไทย พิซซ่า พาสต้า สเต็ก Pizza Pasta Steak




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4/5
Service  4.5/5
Value   4/5

Look-in Thai & Italian Restaurant on BumRes.com









ร้านที่ฟังดูชื่อไท้ย ไทย แต่เด่นดังเรื่องอาหารอิตาเลียน นามว่า ลูกอิน (Look-in) แห่งนี้ก็เป็นร้านที่ผมรู้จักมาได้สักพักแล้ว แต่เนื่องด้วยทำเลของทางร้าน ณ ซอยสุขุมวิท 58 นั้น สำหรับผม มันเหมือนเป็น no man's land ยังไงไม่ทราบ คือแบบมันกลัวรถติด กลัวขับเลย กลัวโน่นกลัวนี่ ก็เลยไม่ค่อยจะได้ขับรถเลยไปละแวกนั้นสักเท่าไร ซึ่งก็แอบรู้สึกผิดเหมือนกันหลังจากได้กินร้าน ลูกอิน แห่งนี้ไป เลยคิดเอาไว้ว่าเดี๋ยวจะต้องมีตระเวณกินร้านในย่านนี้อีกสักหน่อย จำได้ว่ามีหลาย ๆ ร้านที่น่าสนใจ แต่ไม่คิดจะมา

ร้านลูกอิน แห่งนี้ เปิดทำการมาได้ครบ 2 ปีเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา(ตอนนี้ย่างเข้าปี 3 ของทางร้าน) ชื่อร้านตั้งมาจากชื่อเล่นของหม่อมอะไรสักอย่างที่เป็นเจ้าของร้าน และเป็นเจ้าของสูตรอาหารไทยหลาย ๆ อย่างของทางร้าน ร้านตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 58 เข้าซอยไปสัก 50 เมตรร้านจะอยู่ซ้ายมือ เป็นลักษณะ Townhome เอามาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ที่จอดรถก็พอมีครับ 4-6 คัน ตอนผมไปก็เหลือที่นึงพอดี ตัวร้านตกแต่งสไตล์ modern ๆ อบอุ่น ๆ ร้านมีขนาดเล็กครับ ถ้านับโต๊ะ Outdoor ด้านนอก, ชั้นล่างที่พื้นที่ครึ่งนึงเป็นห้องครัว และชั้นบนแล้ว ทางร้าน Look-in นี่น่าจะรับลูกค้าได้สูงสุดสัก 50 คนเต็มที่ ซึ่งตอนผมไป ลูกค้าก็ค่อนข้างเต็มร้าน ถามน้องพนักงานก็บอกว่า ส่วนใหญ่ก็เต็ม ๆ แบบนี้ทุกวัน จะไปก็แนะนำให้จองกันก่อน

บอกตรง ๆ ว่าตอนไปถึงร้าน ผมไม่คิดว่า ร้านที่ไม่ได้อยู่ในทำเล prime แบบนี้จะมีลูกค้าแน่นขนาดนี้ และยิ่งไปในคืนวันพุธตอน 2 ทุ่มอีกต่างหาก ซึ่งสิ่งนี้น่าจะบ่งชี้อะไรได้หลาย ๆ อย่าง ซึ่งสิ่งที่ชัดเจนเลยก็น่าจะเป็นความอร่อยของอาหารของทางร้าน! อาหารของทางร้าน ลูกอิน @ สุขุมวิท 58 แห่งนี้จะมีเป็นอาหารอิตาเลียน กับอาหารไทย อย่างละครึ่ง แยกเมนูกันชัดเจน อาหารแต่ละสัญชาติก็มีพอประมาณสันฐาน 30 - 40 อย่าง ที่แอบผิดหวังกับอาหารอิตาเลียนอย่างคือตัว Main Dish ของทางร้านจะมีให้เลือกน้อยมาก จะเป็นพวก steak กับ foie gras แค่นั้น ไม่มีรายละเอียดในเมนูด้วย ถาม ๆ ดูเห็นบอกจะเป็นแบบตาม Market Price ตาม Market Availability ประมาณนั้น (วันที่ผมไปมี Rib-eye แต่อิ่มซะก่อนเลยไม่ได้สั่ง) แต่หมวดหมู่อื่น ๆ ของอาหารอิตาเลียน ค่อนข้างครบครับ ตัวอาหารอิตาเลียนนี่ราคาค่อนข้างแพง เห็นแล้วแอบตกใจ ราคาสูสีกับร้านที่ไม่ค่อยแพงมากในตัวเมือง แต่เนื่องด้วยทางร้านไม่มี vat + service charge มันก็เลยอาจจะเรียกว่าถูกกว่าร้านอื่น ๆ ก็เป็นได้ ส่วนอาหารไทยนั้น จัดได้ว่าค่อนข้างถูก โดดเด่น ชัดเจนกว่าอาหารอิตาเลียนเลย ไม่รู้ว่าทำไมทางร้าน ลูกอิน ถึงจงใจตั้งราคาต่างกันขนาดนี้ เพราะถ้าเอาจริง ๆ ตัววัตถุดิบ มันไม่น่าจะแพงต่างกันขนาดนี้เลยนะครับผมว่า




มื้อนี้ผมไปกัน 2 คน และเนื่องด้วยพนักงานของทางร้านที่แนะนำอาหารดีมาก ๆ ไม่คิดว่าจะเจอ Waiter ที่แนะนำร้านอาหารได้ดีแบบนี้ในร้านแบบนี้ บอกว่า ปริมาณอาหารของทางร้านลูกอิน นั้นค่อนข้างเยอะ แนะนำว่าสั่งพอประมาณก่อนดีกว่า มื้อนี้ผมก็เลยสั่งกันไปแค่ 4 อย่างแค่นั้น อย่างแรกที่ได้เป็น Look-in Salad (Fresh green salad with bell pepper, black and green olives, tomato, red onion and cheese with house-dressing - 220 บาท) จานนี้ก็ไม่ได้อะไรมากครับ โดดเด่นหน่อยตรงผักที่ให้มาหลากหลาย เบื่ออันไหนก็กินอันอื่น ตัวผักก็สดดี แต่ที่ไม่ชอบคือ น้ำสลัดสูตร "ลูกอิน" มันเปรี้ยวอ่ะครับ ไม่ค่อยอร่อย เปรี้ยวจี๊ดเลยก็ว่าได้ (แต่เพื่อนผมที่ไปด้วยบอกว่าโอเคนะน้ำสลัดอ่ะ)




จานที่ 2 เป็น  ข้าวผัด "ลูกอิน" (A tasty fried rice with "Look-in" sauce, serve with "Look-in" pork - 95 บาท) (ร้านนี้นี่อะไร ๆ ก็ลูกอิน ๆ เหลือเกินครับ ไม่เข้าใจเหมือนกัน) จานนี้เป็นอีกจานที่น้องพนักงานแนะนำมา ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรหรอกครับ กับข้าวผัด ณ ร้านคนไทย เพราะผมกินมาไม่ค่อยจะเจออร่อย จะไปอร่อยก็ตามร้านอาหารจีน แต่กับจานนี้ โอ้ ว้าว มัน.. อร่อยมากครับ เป็นข้าวผัดที่รสชาติล้ำลึก อร่อยล้ำ ไม่ได้กินข้าวผัดอร่อยขนาดนี้มานานแค่ไหนก็ไม่ทราบได้แล้วครับ นอกเหนือไปจากนั้น ตัว หมู "ลูกอิน" ที่ให้มาก็แบบเด็ดอร่อยมาก เป็นเนื้อหมูติดมันเล็ก ๆ หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ และทอดมาจนกรอบ โอว สุดยอดอาหารราคาต่ำกว่า 100 บาทเลยครับจานนี้




จานที่ 3 เป็น Angel hair Pepperocino (Pasta stir fried with dry chilli, parmesan cheese, crispy bacon - 250 บาท) จานนี้ก็เป็นอีกจานที่ทำได้เหนื่อยกว่าที่คาดคิดครับ เพราะพาสต้าแห้ง ๆ ไม่มีครีมซอส ส่วนใหญ่ที่กินมาก็มักจะไม่ค่อยเจออร่อย ๆ แต่กับจานนี้ อืม ถึงแห้งแต่แบบมันอร่อย กินคล่อง กลิ่นหอม ๆ จากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ใส่มาเพียงแค่คลุก ๆ เส้นยก ๆ เส้นขึ้นมา ช่วยเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก เป็นอีกหนึ่งจานที่ดีทีเดียวเลยครับ





ส่วนจานสุดท้ายและ High-light ประจำมื้อกับ พิซซ่า 2 หน้า หน้าแรกเป็น Look-in Pizza (pepperoni, mushroom, ham and spinach - 395 บาท) ส่วนอีกหน้าเป็น "Look-in" Hawaiian (Ham, shrimp, pineapple, red and green bell pepper - 375 บาท) คือจริง ๆ ก่อนมาผมอ่านรีวิวของท่านอื่น เห็นบอกว่าร้านนี้เนี่ยเค้าเด็ดเรื่องพิซซ่า (จริง ๆ มีเรื่องสเต็กด้วยแต่แบบกินไม่ไหวจริง ๆ ครับ) ผมก็เลยตั้งเป้าว่าจะสั่งอยู่แล้ว เพียงแค่ให้พนักงานช่วยเลือกหน้าเฉย ๆ และกับพิซซ่าราคาร่วม ๆ 400 บาทแบบนี้ อืม ถ้าเค้าไม่เด็ดจริงก็คงไม่ตั้งราคาแบบนี้หรอกครับว่ามั้ย? ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย จริง ๆ อร่อยครับ พิซซ่า หนักเครื่อง ชีสพอประมาณ แป้งบาง ๆ กรอบ ๆ และเพิ่มทีเด็ดด้วยเครื่องปรุงอันแสนจะครบครันของทางร้าน และเครื่องปรุงลับ "น้ำพริกลูกอิน" ซึ่งแบบ โอ้ว้าว สมเป็นน้ำพริกลับจริง ๆ คือเอาจริง ๆ ตอนกินพิซซ่านี่พวกผมค่อนข้างอิ่มกันล่ะครับ (มื้อเที่ยงไปกินบุฟเฟ่ต์กันมา) แต่ด้วยความอร่อย พวกเราก็ฝืนยัดพิซซ่าถาดขนาดถาดใหญ่ของร้าน Pizza Mainstream ถาดนี้ลงไปจนหมดได้!

สรุป มื้อนี้ค่อนข้างประทับใจครับ กับร้านที่ตอนแรกไปเพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศไม่อยากไปร้านในเมือง แต่ดันได้ความอร่อย แบบเป็นเอกลักษณ์แบบนี้กลับมาพร้อมพุงอืด ๆ ด้วย ผมรู้สึกว่ามื้อนี้จะกินอาหารน้อยไปหน่อย ว่าจะพาครอบครัวไปซ้ำกันในเร็ว ๆ นี้ อยากจะลองเมนูอื่น ๆ ของทางร้านเหลือเกิน โดยเฉพาะอาหารไทย ที่ผมว่าน่าจะมีทีเด็ดซ่อนอยู่หลายรายการเลยล่ะ


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Gyu-Kaku BBQ Bangkok Review

Gyu-Kaku - Japanese BBQ (Yakiniku) Restaurant at Thaniya Road, Bangkok กิวคาคุ ร้านอาหารญี่ปุ่น เนื้อย่าง ธนิยะ




Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4.5/5
Value   4.5/5

Gyu Kaku - Japanese BBQ Yakiniku Restaurant on BumRes.com



ร้าน Gyu Kaku แห่งนี้ผมเคยรีวิวเอาไว้แล้วกับสาขาทองหล่อตามลิงค์นี้ Gyu-Kaku @ Thonglor ซึ่งมื้อนั้นจำได้ว่าประทับใจพอสมควรเลย ประทับใจแทบจะทุกด้านแต่ด้านที่โดดเด่นที่สุดก็คือด้านรสชาติของเนื้อ พอดีวันนี้มีธุระต้องไปแถวสีลม (ไปทำวีซ่าญี่ปุ่น) ซึ่งตอนแรกก็กะจะไปกินร้าน Tomato Noodles แต่พอไปถึงไม่มีที่นั่งและมีคนรอต่อคิวอยู่อีกต่างหาก ก็เลยชวนแม่ผมไปกินร้านเนื้อย่าง กิวคาคุ แห่งนี้แทนซะ คือจริง ๆ ไม่ได้กะจะกินหรอกครับ คงไม่ค่อยมีใครที่กินเนื้อย่างกันต่อกลางวันสักเท่าไร เจ้าอาหารแห่งชายชาตรีประเภทนี้มันเหมาะจะกินเป็นมื้อเย็นแบบจัดหนัก เคล้าเบียร์ เคล้าสาเก เฮฮากับเพื่อนซะมากกว่า แต่ทำไงได้ครับ หมดมุขกับร้านแถวนี้ล่ะ

ร้าน Gyu-Kaku Japanese BBQ Restaurant สาขาธนิยะนี่ก็เป็นสาขาแรกที่มาเปิดตัวในประเทศไทยเลย ซึ่งจริง ๆ ร้านนี้ดังมากที่ญี่ปุ่น มีประมาณ 600 กว่าสาขา และขจรขจายไปไกลทั่วโลก รายละเอียดโดยละเอียดรบกวนดูที่รีวิวสาขาทองหล่อดีกว่าครับ รู้สึกจะเขียนไว้ครบแล้ว กับสาขาธนิยะนี่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากสาขาทองหล่อแบบชัดเจนเลยคือ ทางร้านจะมีบริการ Set Lunch ราคาประหยัดด้วย (ให้บริการแค่ตอน 11.30 - 14.00 เท่านั้น) ซึ่ง Set Lunch แม้ว่าจะมีให้เลือกไม่เยอะ แต่ผมก็ว่าเพียงพอที่จะแบบมากินเป็นมื้อเที่ยงแบบเร่งด่วน ตรงกับกลุ่มลูกค้าแถวนี้ที่เป็นคนวัยทำงานกันซะเยอะ





แน่นอนครับ ผมมาตอนเที่ยงจะพลาดที่จะไม่สั่ง set lunch ไปได้อย่างไร วันนี้สั่ง Set Lunch ไป 2 Set อันแรกของผมเป็น Gyu - Kaku Set (300 บาท) ส่วนอีกอันของแม่ผมจะเป็น Pork and Chicken Set (180 บาท) คือเจ้า set lunch นี่ถ้าเอาจริง ๆ ก็คือทางร้านจะเอาเนื้อในเมนู a la carte มายำ ๆ ผสม ๆ รวมเป็นจานเนื้อใน set และก็ให้ข้าวสวยญี่ปุ่น, สลัด, กิมจิ, และซุปมิโสะมาให้ใน set แค่นั้น (ประหนึ่งว่าสิ้นคิดก็ว่าได้ ฮ่า ๆ) ตัว Gyu - Kaku Set ของผมไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้ออะไรบ้าง น่าจะเป็นเนื้อ คาลบี้ หรือเนื้อซี่โครง กับเนื้อฮารามิ หรือเนื้อส่วนท้อง กับลิ้นวัวลูกเต๋า ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้ เอาจริง ๆ ผมเคยกินที่สาขาทองหล่อแล้วชอบมาก โดยเฉพาะเจ้าลิ้นวัวลูกเต๋า และกับ set lunch ณสาขาธนิยะนี่ก็จัดได้ว่าคุณภาพทัดเทียมกันครับ อร่อยดีทีเดียว แต่เอาจริง ๆ (จะกี่จริงกันเชียว) ที่ทองหล่อผมว่าอร่อยกว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะตอนนั้นกินเคล้ากับเบียร์สด และตอนนั้นกินตอนเย็น คือผมไม่รู้เป็นอะไร เวลากินอาหารตอนเที่ยงจะไม่ค่อยอร่อยเท่าตอนเย็น เหมือน appetite มันยังไม่ load มาเต็มที่ประมาณนั้น คือถ้าเอาเจ้า set นี่ไปกินมื้อเย็น ผมคงจะอร่อยเพลิดเพลินไปกับมันทีเดียวเลยล่ะครับ





ส่วน set ของแม่ผมเป็น เนื้อหมูกับเนื้อไก่ เนื้อหมูไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนไหน ลายไม่ได้สวยงาม ไม่ได้มีมันอะไรมาก น่าจะเป็นส่วนสันใน ส่วนเนื้อไก่ก็เป็นส่วนสะโพกติดหนังมาให้ด้วย(ของโปรดเลยหนังเนี่ย) ตัวรสชาติ หมูกับไก่นี่ก็โอเคเลยครับ ถ้าเอาไปอยู่ในรายการ buffet ตามร้านเนื้อย่างอื่น ๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นเกรดพรีเมียมเลยล่ะ และกับ 180 บาทที่เสียไป อืม ผมว่าคุ้มนะ การกินเนื้อย่างคงจะไม่เรียกว่ากินอย่างสมบูรณ์สำหรับผม ถ้าไม่ได้สั่งลิ้นวัว ผมก็เลยสั่งไปจานนึงกับ ลิ้นวัว (Gyu Tan 280 บาท) ตัวลิ้นวัว หน้าตาตอนยกมามันแบบ เอิ่ม เอาจริงดิ? เสิรืฟให้ลูกค้าแบบนี้เลย? มันเหมือนลิ้นวัวราคาถูก ไม่ใช่ของดีสมราคาที่เสียไป เหมือนแบบเป็นลิ้นวัวตามร้านเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ราคา 300 - 400 บาทอะไรประมาณนั้นอ่ะครับ แน่นอน หน้าตามาแบบนี้ รสชาติมันก็เลยไม่ค่อยดีตามไปด้วย กินแล้วแบบไม่ค่อยประทับใจครับ ซึ่งปกตินี่ผมสั่งลิ้นวัวราคา 200+ ไม่ว่าจะร้านไหน ก็มักจะไม่ผิดหวัง ซึ่งจำได้ว่ากินที่สาขาทองหล่อมาก็อร่อยดี แต่เหมือนวันนี้จะเป็นของค้างสต็อครึเปล่า? (สีมันแปลก) แต่ก็ไม่อะไรมากครับ ทู่ซี้กินจนหมดเพราะมันแพง

อาหารอย่างอื่นใน set ก็ไม่ค่อยอร่อยครับ ไม่ว่าจะกิมจิหรือสลัด จะมีก็แต่ซุปมิโสะกับข้าวสวยที่มันมาตรฐาน ทำไม่อร่อยยากก็แค่นั้น ส่วนนึงที่ชอบของร้าน Gyu-Kaku @ ธนิยะ แห่งนี้คือ พนักงานของทางร้านบริการดีมากครับ มีหลายคนเป็นคนญี่ปุ่น ที่แบบพูดไทยอ้อม ๆ แอ้ม ๆ และที่ติดใจมากที่สุดคือมีน้ำเปล่าบริการฟรีอีกต่างหาก

สรุป เนื้อย่างยังไงมันก็คงจะไม่เหมาะกับการกินมื้อเที่ยงจริง ๆ (สำหรับผม) ผมเชื่อว่าร้านนี้กับร้านที่ทองหล่อจริง ๆ มันก็เหมือนกันแหละ เพราะเนื้อมาจากที่เดียวกัน ซึ่งถ้าผมมากินมื้อเย็นก็คงจะประทับใจมากกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีที่สงสัยอย่างนึงก็ตรงลิ้นวัวนี่แหละ มันแบบ เฮ้ย เอาจริงดิ? 280 บาทคุณภาพแค่นี้จริงเหรอ? เฮ้อ







--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Wednesday, August 29, 2012

Torajiro Izakaya Sukhumvit 26 Review

Torajiro - Japanese Izakaya Restaurant at Sukhumvit 26, Bangkok โทราจิโร่ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเหล้าญี่ปุ่น สุขุมวิท 26 ซูชิ ซาซิมิ ปิ้งย่าง



Overall Score  9/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  5/5
Value   5/5

Torajiro - Japanese Izakaya Restaurant on BumRes.com



ร้าน Torajiro แห่งนี้ถ้านับจริง ๆ ผมเคยมาร้านนี้ได้ 4 รอบแล้ว ไปตั้งแต่สมัยที่อยู่ที่หมู่บ้านญี่ปุ่น (Nihonmura) ในซอยทองหล่อ 13 และย้ายไปซอยพร้อมศรี สุขุมวิท 39 แต่กับสาขาสุขุมวิท 26 ที่รู้สึกว่าจะเป็นสาขาต้นตำรับแห่งนี้ ผมยังไม่เคยมาเลยสักครั้ง (เหตุผลเดียวคือไกลบ้าน) พอดีวันก่อนเพื่อนหลายคนอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นแบบไม่ค่อยแพง รสชาติดี ผมก็นึกถึงร้านโทราจิโร่นี่ขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ไปร้านนี้นานแล้ว แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็เลยคิดว่าไปลองกันที่สาขาต้นตำรับเลยก็น่าจะดีกว่า

ตัวร้านนั้นตั้งอยู่ที่ S&P Mall อยู่ติดกับ K-Village การบอกทางอาจจะบอกลำบากสักเล็กน้อย แต่ขับเข้าซอยสุขุมวิท 26 มาได้ก็หาไม่ยากครับ ตัวร้านเปิดเฉพาะตอนเย็นตามสไตล์ร้าน Izakaya ทั่วไป และมีการแบ่งเป็นคอก ๆ เป็นโต๊ะ ๆ มีไม้กั้นตามพิมพ์นิยมของคนญี่ปุ่นที่ต้องการความเป็นส่วนตัว(อะไรกันนักหนา?) ร้านนี้มีบริการอาหารหลากหลายครบครันตามประสาร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่นชั้นดี สนนราคาก็ไม่ค่อยแพงตาม concept ที่ว่าเน้นนั่งนาน ๆ ดื่มเยอะ ๆ สั่งเยอะ ๆ แทนที่จะแบบนั่งแปบเดียว สั่งไม่กี่อย่างแล้วก็จรลีกลับไป อ้อ แน่นอนครับเครื่องดื่มของร้านนี้มีให้เลือกครบครันมากมาย สาเก, เบียร์, วิสกี้ หรือ you-name-it-alcohol ใด ๆ ผมว่าร้าน Torajiro ร้านนี้เค้ามีหมดครับ แน่นอน เครื่องดื่มโปรดของผม เบียร์สด ก็มีให้เลือก 2 ยี่ห้อ สิงห์ กับ Asahi และราคาก็ไม่ค่อยแพงแค่ 89+ บาทเท่านั้นครับต่อ 1 แก้ว

มื้อนี้ผมไปกัน 7 คนอาหารที่สั่งก็เลยเยอะมาก เยอะจนไม่อยากจะเขียนถึงในทุก ๆ อย่างเลย จะเขียนถึงแต่ที่คิดว่าชอบหรือมันคุ้มค่าหรือมันโดดเด่นละกันนะครับ ส่วนอาหารอย่างอื่น ก็รบกวนดูที่ caption ใต้รูปเอาละกันครับ จะพยายามเขียนราคาพร้อมรายละเอียดให้ครบ ๆ





จานที่ชอบที่สุดก็น่าจะเป็น ข้าวหน้าปลาไหล (Boiled eel bowl 329 บาท) จานนี้รสชาติอาจไม่ได้โดดเด่น ไม่ได้ฉีกหนีข้าวหน้าปลาไหลร้านอื่น ๆ ไปมาก แต่กับราคา 329 บาทนี่ผมว่าข้าวหน้าปลาไหลร้านโทราจิโร่นี่น่าจะอร่อยคุ้มที่สุดเลยล่ะครับ ทางร้านให้ปลาไหลมา 2 ชิ้น เนื้อแน่น ๆ น้ำซีอิ๊วเยิ้ม ๆ กับข้าวญี่ปุ่นอย่างดี โอย อร่อยจนพวกผมต้องสั่งกันไป 2 จานเลยล่ะครับ

อย่างที่ 2 ที่ชอบก็เป็น หอยนางรมสด (Fresh Oyster 5 ตัว 189 บาท) คือเท่า ๆ ที่กินหอยนางรมบนโลกนี้มา ผมล่ะชอบหอยนางรมสดของไทยที่สุดแล้ว เพราะว่ามันตัวใหญ่ที่สุด และก็มีการกินกับกระเทียมเจียว, ใบชะอม และบีบมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติ (จริง ๆ เพื่อดับความคาว) เข้าไปอีก ซึ่งหอยนางรมที่ร้านโทราจิโร่นำมาเสิร์ฟนี่ก็เป็นหอยนางรม(น่าจะ)สัญชาติญี่ปุ่น ที่ขนาดเหมือน ๆ กับหอยยุโรปตามไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมทั่ว ๆ ไป แต่ทางร้านแอบมีมะนาวมาให้ด้วย ซึ่งพอบีบและดูดซวบเข้าไปแล้ว โอว หวาน หอม อร่อย ไม่คาวเลยครับ หอยของร้าน Torajiro นี่ เยี่ยมเลย









อย่างที่ 3 ก็เป็นพวกปิ้งย่าง หรือ Yakitori ทั้งหลายแหล่ ที่ในมื้อนี้น่าจะสั่งไปประมาณสัก 40 ไม้ได้ครับ แทบทุกไม้อร่อยหมด และราคาไม่แพงด้วยอยู่ที่ไม้ละ 40 - 50 บาทแค่นั้น ไม้ที่โดดเด่นก็คงเป็นลิ้นวัว ที่แม้ว่าจะยังนุ่มไม่สุด แต่ก็เรียกได้ว่าทำมาได้อร่อยดีแล้ว และหนังไก่, ตูกไก่ ชิ้นส่วนของไก่แบบมัน ๆ ที่กินร้านไหนก็ไม่มีผิดหวังครับ จะมีไม้ที่ Fail หน่อยก็คงเป็นเนื้อจระเข้ (Crocodile stick 59 บาท) ที่เนื้อมันแห้ง ๆ แข็ง ๆ แอบคล้ายเนื้อไก่เล็กน้อย แต่ก็นะกินเนื้อไก่ น่าจะดีกว่า

อีกอย่างที่ชอบและเป็นกับแกล้มของโปรดผมกับ หนวดปลาหมึกยักษ์ดองวาซาบิ (Octopus Wasabi 99 บาท) จานนี้ ผมเจอในเมนูของร้านไหนก็แทบจะสั่งมันอยู่ทุกครั้งร่ำไป และถ้าจำไม่ผิด ร้านแรก ๆ ที่กินก็มาจากร้านโทราจิโร่นี่แหละครับ ซึ่งหลังจากที่ทยอยกินเรื่อยมา เจ้าจานนี้ของร้าน Torajiro ก็ยังคงเป็นร้านที่อร่อยอันดับต้น ๆ อยู่เสมอครับ ซึ่งสำหรับวันนี้ก็เช่นเดียวกัน อร่อย แบบเหม็น ๆ ไปกับหนวดปลาหมึกดุ๊บ ๆ เด้ง ๆ ไม่เสื่อมคลาย พวกผมจัดกันไป 3 ถ้วยเลยล่ะเพราะมันกินเคล้ากับเบียร์ได้อร่อยนักแล







อาหารอย่างอื่นในมื้อส่วนใหญ่จัดว่าอยู่ในขั้นมาตรฐานค่อนไปทางดี แทบทุกจานอร่อยกว่าร้านญี่ปุ่น Mainstream ในบ้านเราอย่างไม่ต้องสงสัย และที่สำคัญคือราคาถูกกว่าอย่างแน่นอน คือถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะชอบเจ้าชุดปลาดิบจานยักษ์ของทางร้าน (Special Assorted Sashimi 999 บาท) เพราะว่ามันทั้งเยอะและคุ้มสุด ๆ แต่จากที่ช่วงหลัง ๆ มีโอกาสได้ไปกิน Sashimi ขั้นเทพมาเยอะ ไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือที่ญี่ปุ่นก็ตาม ก็เลยทำให้ความขลัง ความอร่อยของเจ้าซาซิมิยักษ์นี่มันลดน้อยลงไปกว่าครั้งแรก (เมื่อ 4 ปีก่อน) พอสมควร แต่แน่นอนครับ กับราคาเท่านี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าไปกันเยอะ ๆ ก็สั่งไปเถอะครับ

มื้อนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจานที่ไม่ชอบครับ มี ปลาหมึกดอง (Salty Squid 119 บาท) ที่ผมว่ามันดองมาเหม็นไป เค็มไป มันแบบปลาร้าจ๋ามาก ไม่อร่อย เพื่อน ๆ ทุกคนกินกันไม่ลง ซึ่งร้านอื่นที่กินได้ แม้ว่าจะทำมาเหม็น ๆ เหมือนกันแต่มันจะอร่อยกินได้ไม่เหมือนของร้าน โทราจิโร่นี่อ่ะครับ ส่วนอีกจานที่ถือว่าค่อนข้าง Fail ก็เป็น เห็ดห่อไข่ ซึ่งแบบในรูปมันดูทำมาน่ากินมาก แต่พอเป็นของจริง เหมือนเป็นไข่เจียววิญญาณเห็ดซะมากกว่าครับ รสชาติก็ไข่เจียว ๆ บ้านเรานี่แหละครับไม่มีอะไรมาก

มื้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ประทับใจกับอาหารญี่ปุ่นสไตล์โทราจิโร่ รสชาติแม้ว่าจะไม่ได้ประทับใจเหมือนครั้งแรก ๆ เมื่อหลายปีก่อนที่ผมกิน เนื่องจาก ตัวผมเอง (หรือทุก ๆ ท่านก็ด้วยนะผมว่า) เวลาไปร้านไหนซ้ำ ๆ ความอร่อยมันก็มักจะลดลง (น่าจะเป็นเพราะความแปลกใหม่มันไม่มี ก็เลยไม่ได้เร้าสมองมากพอ) แต่กับเรื่องความคุ้มค่า ความหลากหลายของอาหาร และการบริการของร้าน Torajiro @ Sukhumvit 26, Bangkok แห่งนี้ ก็ยังคงประทับใจผมอยู่เช่นเดิมไม่เสื่อมคลาย เมื่อใดที่ผมอยากจะนัดเพื่อน ๆ มากินอาหารญี่ปุ่นราคาไม่ค่อยแพง บรรยากาศดี ๆ เฮฮา ได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร ร้านนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ของผมอยู่ต่อไปครับ แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้างบไม่จำกัดล่ะ? หึหึ มีอีกหลายร้านเลยล่ะครับ





























--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...