BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Thursday, April 26, 2012

La Monita - Mexican Restaurant at Ploenchit, Bangkok

La Monita - Mexican Restaurant at Ploenchit, Bangkok ลา โมนิต้า ร้านอาหารเม็กซิกัน, เพลินจิต




Overall Score  6/10
Taste   3/5
Ambiance  3/5
Service  4/5
Value   2/5


La Monita - Mexican Restaurant on BumRes.com



นาน ๆ ทีผมถึงจะมีโอกาสได้รีวิวร้านอาหารเม็กซิกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าร้านเม็กซิกันในบ้านเรานั้นน้อยเหลือเกิน อย่างกรุงเทพนี่ผมรู้จักร้านเม็กซิกันอยู่ไม่ถึง 10 ร้าน ต่างจังหวัดนี่ไม่ต้องพูดถึง เผลอ ๆ จะไม่มีเอาด้วยซ้ำ ซึ่งผมก็เคยเขียน ๆ ไว้กับร้านอื่นแล้วว่า ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยกับเม็กซิโก นี่ก็อยู่ในเขตร้อนเหมือนกัน อาหารก็ดูคล้าย ๆ กัน เผ็ด ๆ เหมือนกัน แต่ไฉน อาหารของชาติลาตินชาตินี้ถึงไม่ได้รับความนิยมในไทยก็ไม่รู้ แต่กลับไปได้รับความนิยมในอเมริกาเป็นอย่างมาก แต่เพื่อนผม หรือคนรู้จักก็บอกอีกว่า อาหารเม็กซิกันที่อเมริกานี่อร่อยมาก อร่อยคนละเรื่องกับเมืองไทยเลย ผมก็เลยนึกในใจ เออ แล้วทำไมไม่มีร้านอร่อย ๆ มาเปิดในไทยหน่อยเหรอ? จนมาได้รู้จักร้าน La Monita ร้านนี้เข้า ร้านนี้เป็นร้านอาหารเม็กซิกันที่ เพื่อน ๆ ผมแนะนำกันมา ว่ากันว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดในกรุงเทพแล้ว วันนี้สบโอกาสก็เลยชวนเพื่อนมากินกันหน่อย 2 คน





ตัวร้าน La Monita หรือ ลา โมนิต้า ตั้งอยู่ที่อาคารมหาทุน พลาซ่า บริเวณห้องแถวรอบนึกตัวตึกหลัก ถ้าขับรถมาก็มีที่จอดรถเหลือเฟือ จอดหน้าร้าน หรือว่าในตึกก็น่าจะได้ ส่วนถ้านั่ง BTS ก็ลงป้ายเพลินจิต ออกประตู 2 ก็จะเห็นตึกมหาทุนพลาซ่าอยู่ด้านหน้าเลยล่ะครับ อาหารของร้านนี้ บอกตรง ๆ ว่าตัวผมเอง ไม่มีความรู้ในเรื่องอาหารเม็กซิกันเลย ชีวิตนี้เคยกินมายังไม่ถึง 10 ครั้ง รู้จักแค่ ทาโก้, เคซาดิย่า อะไรประมาณนี้ (เขียนอังกฤษยังไม่ถูกเลย ฮ่า ๆ) เอาเป็นว่า ดูเมนูที่เว็บไซต์ของทางร้านเอาน่าจะดีกว่าครับ ทางร้านมีเมนูบนเว็บที่ครบถ้วนสมบูรณ์ดีเลยทีเดียวล่ะ





อาหารจานแรกเป็น Chorizo Queso Fundid (320 บาท) เป็นอารมณ์ประมาณ แป้ง กินกับหมูสับกับชีส ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี เอาเป็นว่า เหมือนกินแป้งกับชีสละกันครับ ไม่ค่อยถูกปากนักจานนี้ จานที่ 2 เป็น Maxican Tacos (250 บาท) มี 3 ไส้ ปลา, กุ้ง, เสต็ก อาหารจานนี้ถือว่าคุ้นเคยขึ้นมาหน่อยเพราะผมเคยกินมาหลายที ร้าน La Monita ก็ทำมาได้ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น โดนใจผมเท่าไรครับ ส่วนจานที่ 3 เป็น Steak Quesadilla (290 บาท) จานนี้ผมเคยกินที่ร้านอื่นมาก่อน จำได้ว่าอร่อย แต่ร้าน ลา โมนิต้า นี่ก็ทำมาได้ค่อนข้างธรรมดาอีกแล้ว คือแบบพอกินได้แต่ไม่ประทับใจอ่ะครับ ไม่ค่อยมีชีส ส่วนอาหารจานสุดท้ายเป็นจานที่ชอบที่สุด นั่นก็คือ Web Burrito (370 บาท) อาหารจานนี้เกิดมาก็เพิ่งเคยกินครับ เคยเห็นในรายการตระเวณกินของอเมริกามาหลายที แต่หากินที่เมืองไทยไม่ได้เลย รู้สึกแอบตื่นเต้นเล็กน้อย พอได้กินก็รู้สึกดีครับ ให้ความรู้สึกเหมือนกิน ลาซานญ่า อะไรพวกนั้น คือมันจะเป็นชีส ๆ มากับเนื้อและผักต่าง ๆ รสชาติจะค่อนข้างกลมกล่อม ลงตัว ๆ มัน ๆ กับชีสเล็กน้อย แต่แบบ เสียดายที่ให้เนื้อมาน้อยไปหน่อย ก็เลยกินกันไม่หมด เลี่ยนเอาซะก่อน





สรุป ร้าน La Monita - ร้านอาหารเม็กซิกัน @ เพลินจิต แห่งนี้ ไม่ค่อยโดนใจผมเท่าไร (เท่าที่จำความได้ ร้าน Crystal Cafe ที่ CDC อร่อยกว่าพอสมควรครับ แต่มีอาหารให้เลือกน้อยกว่า) แต่ว่าก็มีอาหารให้เลือกเยอะดี และดูเป็น Mexican จ๋าดี แต่ว่าราคาก็แพงไปหน่อย คือแบบดูวัตถุดิบ (ไม่ค่อยมีเนื้อ มีแต่แป้ง) แล้วไม่เห็นจะต้องแพงขนาดนี้เลย แต่ก็ยังดีที่พนักงานบริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดีครับ แต่ถ้าถามว่าจะให้ผมมาอีกมั้ย ก็คงตอบสั้น ๆ ว่า "ไม่" ล่ะครับ






--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop at Sukhumvit 39

Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop at Sukhumvit 39, Bangkok บังคาระ ราเมน ร้านราเมน สุขุมวิท 39



Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4/5


Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop on BumRes.com



ร้าน Bankara Ramen นี่ก็เป็นร้านราเมนชื่อดังที่เปิดมาได้หลายปีแล้ว (น่าจะ 5 ปีได้) ร้านนี้หลาย ๆ คนที่เป็นคอราเมน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ตัวร้านตั้งอยู่ที่กลาง ๆ ซอยสุขุมวิท 39 ตรงเวิ้ง The Manor ที่มีร้านอาหารอีก 3 ร้านอาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน ร้านนี้แม้ว่าจะเปิดมานาน แต่ลูกค้าก็ยังคงหนาแน่นและคับคั่งอยู่ไม่เสื่อมคลาย มีเพื่อนผมที่ไปร้านนี้ตอนเที่ยงวันธรรมดา บอกว่าต้องรอคิวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้กิน ส่วนตัวผมในรีวิวนี้ผมไป ตอนเที่ยงวันธรรมดา ซึ่งถ้าเป็นร้านอื่น ๆ ก็คงจะไม่ค่อยมีคนเท่าไร แต่กับร้าน บังคาร่า ราเมน นี่คนเกือบเต็มครับ เหลือโต๊ะให้ผมนั่งอยู่ 1-2 โต๊ะพอดี โชคดีไป





ล่าสุดผมมาร้านนี้น่าจะเป็นเกือบ ๆ 2 ปีแล้ว เมนูในตอนนั้นยังเป็นภาษาญี่ปุ่น ดูยาก ๆ อยู่ แต่ว่างตอนนี้ ทางร้านเปลี่ยนเป็นเมนู ไทย - อังกฤษ ที่แบ่งหมวดหมู่ชัดเจน อ่านง่าย สั่งง่ายแล้ว (หรือว่าลูกค้าคนไทยมากขึ้น? คนญี่ปุ่นเลิกกิน?) ซึ่งราเมนของที่ร้านนี้ก็จะเป็นราเมน น้ำซุปกระดูกหมูเป็นหลัก มีแบ่งย่อย ๆ ด้วยการเติมโชยุ, มิโซะ, หรือบะหมี่จิ้มจุ่ม อะไรก็ว่าไป (Tsukemen) รายละเอียดเมนู ผมพิมพ์เอาไว้ที่ tab menu แล้วเช่นเคย update จากของเมื่อเกือบ ๆ 2 ปีที่ผมพิมพ์เอาไว้ให้เลยทีเดียวครับ




พอดีมื้อนี้ผมไปกับเพื่อน 2 คนก็เลยสั่งราเมนกันคนละชาม ของผมเป็น Nikoichi หรือ ราเมน Tonkotsu Soup ที่เพิ่มต้นหอม 3 เท่า สาหร่าย 4 แผ่น คือส่วนใหญ่ผมมาที่ร้าน Bankara Ramen นี่ผมก็จะสั่งแต่เจ้าราเมนน้ำซุปกระดูกหมูชามแดง เพราะกินอย่างอื่นแล้วไม่อร่อยเท่าเจ้าชามแดงนี้ แต่เพื่อน ๆ ผมก็จะชอบแตกต่างกันออกไป บางคนชอบใส่มิโซะ บางคนชอบ Tsukemen อะไรก็ว่าไป สำหรับเจ้าราเมนชามแดงในมื้อนี้ รสชาติก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ทำให้ผมอร่อยจนประทับใจเหมือนตอนแรก ๆ ที่กิน น้ำซุปรสชาติเข้มข้น โดนใจ เส้นราเมนก็เป็นเส้นเรียว ๆ เล็ก ๆ สไตล์ฮากาตะแบบที่ผมชอบ เสียดายที่ให้หมูชาชูมาน้อยไปหน่อย และหมูชาชูนี่ หลังจากที่ผมได้ตระเวณกินร้านราเมนมาเยอะ ผมว่ามีบางร้านทำได้ดีกว่า bankara พอสมควรเลย





ส่วนราเมนของเพื่อนผมเป็น Bankara Soup แบบ Kakuni Bankara หรือราเมนต้นตำรับแต่เพิ่มหมูสามชั้นตุ๋น 3 วันพิเศษ (250 บาท) คือผมแอบ ๆ ชิมน้ำซุป แอบ ๆ ชิมหมูสามชั้นตุ๋นอยู่ รู้สึกว่ามันอร่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่ผมมา ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า ส่วนเพื่อนผม แน่นอนชอบมาก กินจนไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปหยดสุดท้ายกันเลยทีเดียว อาหารอีกอย่างที่ผมชอบของร้านบังคาร่า คือ ไก่คาราเกะ หรือไก่ทอด ธรรมดา ๆ (100 บาท) ซึ่งกินมาก็หลายร้าน แต่ยังไม่มีร้านไหนทำอร่อยเท่าร้านนี้เลย มื้อนี้ก็เลยสั่งซักหน่อย ก็ยังคงไม่ผิดหวังเช่นเคยครับ ไก่ทอดมาสไตล์ KFC แต่จะมัน ๆ น้อยกว่าหน่อย เนื้อนุ่มกว่า และก็จะเปรี้ยว ๆ อร่อย ๆ จากมะนาวที่บีบลงไปเพิ่มจากที่แถมมาในจาน




สรุป ไม่น่าแปลกใจที่ แม้ว่าจะผ่านไปนาน ร้าน Bankara Ramen @ พร้อมพงษ์แห่งนี้ก็ยังคงขายดีอยู่ ราเมนทุกจาน ดูใส่คุณภาพมาก เพราะ ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าที่ราเมนแต่ละชามจะออกมาจากครัว พนักงานของทางร้านก็บริการขยันขันแข็งตามสไตล์คนญี่ปุ่น และที่สำคัญคือ น้ำเปล่าฟรี และไม่มี vat + service charge ตามร้านญี่ปุ่นแท้ ๆ จริง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมเห็นร้านญี่ปุ่นหลาย ๆ ร้านที่เปิดใหม่จะชอบคิด vat + service คิดค่าน้ำเปล่า คิดเล็กคิดน้อย คือแบบ ถ้าถามผมนะ ถ้าคุณทำอาหารอร่อยจริง ๆ คุณจะตั้งราคาแพงคนก็มากิน แถมแบบคิดราคา net ๆ ไม่มีบวก, แถมน้ำเปล่า, แถมโน่นแถมนี่ เผลอ ๆ มันจะซื้อใจลูกค้าได้ดีกว่าด้วย ทุกท่านว่ามั้ยครับ?


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Shori Sushi - Sushi Joint, Bangkok

Shori Sushi - Japanese Sushi Restaurant at Asoke, Bangkok โชริ ซูชิ ร้านอาหารญี่ปุ่นเน้นซูชิ อโศก



Overall Score  9/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   5/5


Shori Sushi - Premium Sushi House on BumRes.com








ร้าน Shori Sushi ที่ผมกำลังจะรีวิวนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นร้าน Sushi ราคา(ค่อนข้าง)ประหยัดยุคใหม่ ร้านสุดท้ายใน Generation 2011-2012 ที่ผมรู้จัก (ร้านอื่น ๆ ก็มี Sushi Masa, Sakana และ Tororo Sushi) ผมไม่แน่ใจว่าร้านนี้จะเป็นเหมือนอีก 3 ร้านที่เหลือที่ตัวเชฟเคยอยู่ร้าน Miyatake แล้วออกมาเปิดร้านตัวเองรึเปล่า แต่จากที่ดูเมนูดูอะไรแล้ว ผมว่าน่าจะใช่ (พอดีลืมถาม) ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ คอนโดตรงข้ามรพ.จักษุรัตนิน ผมจำชื่อคอนโดไม่ได้ (หรืออาจจะเป็น office สำนักงานด้วยซ้ำ) โดยจะอยู่ที่ชั้น G หน้าตึกดังกล่าวเลย สามารถจอดรถด้านหลังได้สบายมีที่จอดรถเหลือเฟือ ส่วนถ้าใครจะมาจาก MRT ผมว่าลงป้ายอโศก (หรือเพชรบุรีหว่า?) แล้วเดินมาก็นิดเดียวครับ ถือว่าเดินทางค่อนข้างสะดวกเลยร้านนี้






อาหารของร้าน Shori Sushi @ อโศก แห่งนี้ ก็เหมือน ๆ กับอีก 3 ร้านที่ผมเอ่ยนามไปในย่อหน้าแรก เน้น Sushi/Sashimi เป็นหลัก มีทั้งแบบคำเดี่ยวและจัด Set มาให้ , มีประเภทยำแบบไทย ๆ (Tataki) และแบบประเภท Chirashi Sushi หรือปลาดิบโปะหน้าข้าว อาหารจะมีแค่แบบนี้เท่านั้น (คือประมาณว่ามีแต่ครัวเย็นไม่มีครัวร้อน) ราคาก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกันกับอีก 3 ร้านที่ผมกินมา รวมถึงความหลากหลายของเมนูก็อยู่ในข่ายเดียวกัน ซึ่งผมเดาว่า Supplier ของทั้ง 4 ร้านนี้น่าจะเป็นเจ้าเดียวกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วถ้าวัตถุดิบเหมือนกัน ก็อยู่ที่ฝีมือพ่อครัวแล้วที่จะทำอาหารให้อร่อยออกมาแตกต่างกันได้ขนาดไหน อ้อ รายละเอียดเมนูก็เช่นเคย ดูได้ที่ tab menu เลยครับ






ไม่รู้จะเขียนบรรยายอาหารยังไงดี เอาเป็นเขียนตาม chronological ละกันนะครับ เริ่มที่ Toro salmon sashimi หรือซาชิมิท้องปลาแซลมอน จานนี้ตอนแรกก็ไม่คิดจะสั่งหรอกครับ แต่แบบว่าน้องพนักงานเชียร์บอกว่าท้องปลาแซลมอนอร่อยมาก ก็เลยสั่งดู ตอนยกมาเห็นความหล่อของเนื้อปลาแล้วผมคิดในใจว่า "แม่ง อร่อยชัวร์" พอได้กินก็เรียกได้ว่าผมเดาไม่ผิดเลย เพราะว่ามันอร่อยจริง เนื้อปลาสด เด้ง นุ่ม มัน ครบเครื่องแห่งความอร่อยที่จะมีได้ในเนื้อปลาชิ้นนึงแล้ว อาหารอย่างที่ 2 ที่ได้เป็น Sushi หน้าต่าง ๆ ร้าน Shori Sushi @ อโศก นี่ปั้นซูชิมาถือได้ว่าขนาดค่อนข้างใหญ่ คือร้าน Tororo Sushi ล่าสุดที่ผมไปกินผมว่าใหญ่แล้ว ร้านนี้ถือว่าสูสี บางคำแอบใหญ่กว่าก็มีครับ ซูชิโดยรวมก็ถือว่ารสชาติดี ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ Engawa หรือครีบปลาตาเดียว คือไม่รู้เหมือนกันนะครับ ผมกินเจ้านี่มาก็หลายร้าน มีดีบ้าง แย่บ้าง แต่กับร้านนี้นี่แบบ อร่อยเว่อร์ อร่อยจนผมตกใจเลยล่ะ (แถมราคาถูกกว่าร้านอื่นด้วย)






ซูชิคำอื่น ๆ ที่ชอบก็มี ปลาซาบะ (40 บาท) ที่แบบ คำโตมาก และเนื้อแบบมันมาก เรียกได้ว่าเป็นซูชิซาบะที่อร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมาเลยก็ว่าได้ (อร่อยกว่าร้านแพง ๆ อย่าง mugendai อีก) ซูชิหน้าอื่น ๆ ที่ผมสั่งก็มี Ikura, Unagi, Hamachi, Hokkigai อะไรประมาณนี้ ส่วนใหญ่ รสชาติจัดได้ว่าดี คือกินได้เพลิน ๆ แต่ไม่ได้โดดเด่นประทับใจเหมือน 2 อย่างแรกที่ผมเขียนถึงครับ ส่วนอาหารประเภทที่ 2 ที่ได้คือ ยำปลาแซลมอน หรือ Salmon Tataki ยำมาแบบไทย ๆ ใส่แตงกว่ากับพริก ผมว่าร้าน Shori Sushi @ อโศก นี่ทำมายังไม่ค่อยโดนนัก สู้ร้าน Sushi Masa ที่ผมเคยกินมาไม่ได้ (หรือแม้แต่ร้าน Fuji เองก็ตามนะ) แต่ก็ถือว่าโอเคครับ กินเผ็ด ๆ ตัดเลี่ยนได้พอไหวอยู่





อาหารที่เหลือก็จะเป็นพวกอาหารเน้นข้าวหน่อยมี Chirashi Sushi 2 จาน เป็นแบบธรรมดาจานนึงและ Deluxe จานนึง ผมไม่ค่อยได้กินเท่าไรนักเนื่องจากว่าเป็นจานที่พ่อกับพี่ผมสั่ง แต่ถาม ๆ 2 คนนี้ เขาก็บอกว่าอร่อยดี ปลาสดดี และให้ปลามาชิ้นค่อนข้างใหญ่ ความหลากหลายก็ตามราคา (300, 450 บาท ไม่ได้มีอะไรเทพ ๆ อยู่แล้วล่ะครับเป็นพวกแซลมอน, ทูน่า, ปลากระพง อะไรทั่ว ๆ ไป) ส่วนอาหารประเภทสุดท้าย คือ Rainbow Roll เจ้าข้าวปั้นสีรุ้งนี่ผมก็กินมาหลายร้านแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะทำกันแค่ 2 สีเป็นแซลมอนกับทูน่า แต่ร้าน Shori Sushi นี่มาแปลกครับ เป็น 3 สีเลยมีอโวคาโดมาด้วย ก็สวยขึ้น และน่ากินขึ้น ส่วนรสเรื่องรสชาติ ผมว่าอร่อยกว่าหลาย ๆ ร้านที่ผมกินมาเลยนะ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากินข้าวสักเท่าไร ให้ความรู้สึกแบบว่ากินเนื้อปลามากกว่า





สรุป ร้าน Shori Sushi นี่ถือว่าทำผมประทับใจมากครับ เนื่องจากองค์ประกอบหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเรื่องการบริการของพนักงาน (และเจ้าของร้าน) ที่ถือได้ว่าบริการดีมากเลย อาหารก็รสชาติเยี่ยม ราคาไม่ค่อยแพงนัก ร้านก็บรรยากาศดี ให้ความรู้สึกเหมือนหลงไปอยู่ในร้านญี่ปุ่นดี แล้วทำไมผมจะไม่ให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านโปรดของผมล่ะใช่มั้ยครับ? ตอนนี้เรียกได้ว่า ร้านซูชิราคาไม่ค่อยแพงนักก็มีกระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพแล้ว ใครอยู่ใกล้ร้านไหนก็จัดร้านนั้นได้เลยครับ แต่สำหรับผม ผมยอมถ่อมาอโศก ถนนแห่งรถติดแห่งนี้เพื่อจะกินซูชิของร้าน Shori Sushi แห่งนี้เลยล่ะ แม้ว่าจะไกลบ้านนิดหน่อยและรถติด(ไม่หน่อย) ก็ตาม

ปล. ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วขอเรียงอันดับ 4 ร้านซูชิ New Generation ที่ผมนึกออกและเคยไปกินมาให้ทุกท่านเก็บไว้เป็นวิทยาทานหน่อยละกัน

ความอร่อย : Shori Sushi > Tororo Sushi > Sakana > Sushi Masa
ความคุ้มค่า : Shori Sushi > Sakana > Tororo Sushi > Sushi Masa
ความรวดเร็ว : Sakana > Tororo Sushi > Shori Sushi > Sushi Masa

จะเห็นว่า Sushi Masa ร้านที่เห็นมีหลายคนไปต่อคิวจะอยู่อันดับท้ายหมดเลย ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้ anti อะไรร้านเค้านะครับ เรียงลำดับตามความรู้สึกของผมจริง ๆ เลย หรือใครเห็นว่าอย่างไรก็ลองรีวิวกันหน่อยนะครับ


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...