La Monita - Mexican Restaurant at Ploenchit, Bangkok ลา โมนิต้า ร้านอาหารเม็กซิกัน, เพลินจิต
Overall Score 6/10
Taste 3/5
Ambiance 3/5
Service 4/5
Value 2/5
La Monita - Mexican Restaurant on BumRes.com
นาน ๆ ทีผมถึงจะมีโอกาสได้รีวิวร้านอาหารเม็กซิกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าร้านเม็กซิกันในบ้านเรานั้นน้อยเหลือเกิน อย่างกรุงเทพนี่ผมรู้จักร้านเม็กซิกันอยู่ไม่ถึง 10 ร้าน ต่างจังหวัดนี่ไม่ต้องพูดถึง เผลอ ๆ จะไม่มีเอาด้วยซ้ำ ซึ่งผมก็เคยเขียน ๆ ไว้กับร้านอื่นแล้วว่า ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยกับเม็กซิโก นี่ก็อยู่ในเขตร้อนเหมือนกัน อาหารก็ดูคล้าย ๆ กัน เผ็ด ๆ เหมือนกัน แต่ไฉน อาหารของชาติลาตินชาตินี้ถึงไม่ได้รับความนิยมในไทยก็ไม่รู้ แต่กลับไปได้รับความนิยมในอเมริกาเป็นอย่างมาก แต่เพื่อนผม หรือคนรู้จักก็บอกอีกว่า อาหารเม็กซิกันที่อเมริกานี่อร่อยมาก อร่อยคนละเรื่องกับเมืองไทยเลย ผมก็เลยนึกในใจ เออ แล้วทำไมไม่มีร้านอร่อย ๆ มาเปิดในไทยหน่อยเหรอ? จนมาได้รู้จักร้าน La Monita ร้านนี้เข้า ร้านนี้เป็นร้านอาหารเม็กซิกันที่ เพื่อน ๆ ผมแนะนำกันมา ว่ากันว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดในกรุงเทพแล้ว วันนี้สบโอกาสก็เลยชวนเพื่อนมากินกันหน่อย 2 คน
ตัวร้าน La Monita หรือ ลา โมนิต้า ตั้งอยู่ที่อาคารมหาทุน พลาซ่า บริเวณห้องแถวรอบนึกตัวตึกหลัก ถ้าขับรถมาก็มีที่จอดรถเหลือเฟือ จอดหน้าร้าน หรือว่าในตึกก็น่าจะได้ ส่วนถ้านั่ง BTS ก็ลงป้ายเพลินจิต ออกประตู 2 ก็จะเห็นตึกมหาทุนพลาซ่าอยู่ด้านหน้าเลยล่ะครับ อาหารของร้านนี้ บอกตรง ๆ ว่าตัวผมเอง ไม่มีความรู้ในเรื่องอาหารเม็กซิกันเลย ชีวิตนี้เคยกินมายังไม่ถึง 10 ครั้ง รู้จักแค่ ทาโก้, เคซาดิย่า อะไรประมาณนี้ (เขียนอังกฤษยังไม่ถูกเลย ฮ่า ๆ) เอาเป็นว่า ดูเมนูที่เว็บไซต์ของทางร้านเอาน่าจะดีกว่าครับ ทางร้านมีเมนูบนเว็บที่ครบถ้วนสมบูรณ์ดีเลยทีเดียวล่ะ
อาหารจานแรกเป็น Chorizo Queso Fundid (320 บาท) เป็นอารมณ์ประมาณ แป้ง กินกับหมูสับกับชีส ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี เอาเป็นว่า เหมือนกินแป้งกับชีสละกันครับ ไม่ค่อยถูกปากนักจานนี้ จานที่ 2 เป็น Maxican Tacos (250 บาท) มี 3 ไส้ ปลา, กุ้ง, เสต็ก อาหารจานนี้ถือว่าคุ้นเคยขึ้นมาหน่อยเพราะผมเคยกินมาหลายที ร้าน La Monita ก็ทำมาได้ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น โดนใจผมเท่าไรครับ ส่วนจานที่ 3 เป็น Steak Quesadilla (290 บาท) จานนี้ผมเคยกินที่ร้านอื่นมาก่อน จำได้ว่าอร่อย แต่ร้าน ลา โมนิต้า นี่ก็ทำมาได้ค่อนข้างธรรมดาอีกแล้ว คือแบบพอกินได้แต่ไม่ประทับใจอ่ะครับ ไม่ค่อยมีชีส ส่วนอาหารจานสุดท้ายเป็นจานที่ชอบที่สุด นั่นก็คือ Web Burrito (370 บาท) อาหารจานนี้เกิดมาก็เพิ่งเคยกินครับ เคยเห็นในรายการตระเวณกินของอเมริกามาหลายที แต่หากินที่เมืองไทยไม่ได้เลย รู้สึกแอบตื่นเต้นเล็กน้อย พอได้กินก็รู้สึกดีครับ ให้ความรู้สึกเหมือนกิน ลาซานญ่า อะไรพวกนั้น คือมันจะเป็นชีส ๆ มากับเนื้อและผักต่าง ๆ รสชาติจะค่อนข้างกลมกล่อม ลงตัว ๆ มัน ๆ กับชีสเล็กน้อย แต่แบบ เสียดายที่ให้เนื้อมาน้อยไปหน่อย ก็เลยกินกันไม่หมด เลี่ยนเอาซะก่อน
สรุป ร้าน La Monita - ร้านอาหารเม็กซิกัน @ เพลินจิต แห่งนี้ ไม่ค่อยโดนใจผมเท่าไร (เท่าที่จำความได้ ร้าน Crystal Cafe ที่ CDC อร่อยกว่าพอสมควรครับ แต่มีอาหารให้เลือกน้อยกว่า) แต่ว่าก็มีอาหารให้เลือกเยอะดี และดูเป็น Mexican จ๋าดี แต่ว่าราคาก็แพงไปหน่อย คือแบบดูวัตถุดิบ (ไม่ค่อยมีเนื้อ มีแต่แป้ง) แล้วไม่เห็นจะต้องแพงขนาดนี้เลย แต่ก็ยังดีที่พนักงานบริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดีครับ แต่ถ้าถามว่าจะให้ผมมาอีกมั้ย ก็คงตอบสั้น ๆ ว่า "ไม่" ล่ะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Thursday, April 26, 2012
Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop at Sukhumvit 39
Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop at Sukhumvit 39, Bangkok บังคาระ ราเมน ร้านราเมน สุขุมวิท 39
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 4/5
Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop on BumRes.com
ร้าน Bankara Ramen นี่ก็เป็นร้านราเมนชื่อดังที่เปิดมาได้หลายปีแล้ว (น่าจะ 5 ปีได้) ร้านนี้หลาย ๆ คนที่เป็นคอราเมน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ตัวร้านตั้งอยู่ที่กลาง ๆ ซอยสุขุมวิท 39 ตรงเวิ้ง The Manor ที่มีร้านอาหารอีก 3 ร้านอาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน ร้านนี้แม้ว่าจะเปิดมานาน แต่ลูกค้าก็ยังคงหนาแน่นและคับคั่งอยู่ไม่เสื่อมคลาย มีเพื่อนผมที่ไปร้านนี้ตอนเที่ยงวันธรรมดา บอกว่าต้องรอคิวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้กิน ส่วนตัวผมในรีวิวนี้ผมไป ตอนเที่ยงวันธรรมดา ซึ่งถ้าเป็นร้านอื่น ๆ ก็คงจะไม่ค่อยมีคนเท่าไร แต่กับร้าน บังคาร่า ราเมน นี่คนเกือบเต็มครับ เหลือโต๊ะให้ผมนั่งอยู่ 1-2 โต๊ะพอดี โชคดีไป
ล่าสุดผมมาร้านนี้น่าจะเป็นเกือบ ๆ 2 ปีแล้ว เมนูในตอนนั้นยังเป็นภาษาญี่ปุ่น ดูยาก ๆ อยู่ แต่ว่างตอนนี้ ทางร้านเปลี่ยนเป็นเมนู ไทย - อังกฤษ ที่แบ่งหมวดหมู่ชัดเจน อ่านง่าย สั่งง่ายแล้ว (หรือว่าลูกค้าคนไทยมากขึ้น? คนญี่ปุ่นเลิกกิน?) ซึ่งราเมนของที่ร้านนี้ก็จะเป็นราเมน น้ำซุปกระดูกหมูเป็นหลัก มีแบ่งย่อย ๆ ด้วยการเติมโชยุ, มิโซะ, หรือบะหมี่จิ้มจุ่ม อะไรก็ว่าไป (Tsukemen) รายละเอียดเมนู ผมพิมพ์เอาไว้ที่ tab menu แล้วเช่นเคย update จากของเมื่อเกือบ ๆ 2 ปีที่ผมพิมพ์เอาไว้ให้เลยทีเดียวครับ
พอดีมื้อนี้ผมไปกับเพื่อน 2 คนก็เลยสั่งราเมนกันคนละชาม ของผมเป็น Nikoichi หรือ ราเมน Tonkotsu Soup ที่เพิ่มต้นหอม 3 เท่า สาหร่าย 4 แผ่น คือส่วนใหญ่ผมมาที่ร้าน Bankara Ramen นี่ผมก็จะสั่งแต่เจ้าราเมนน้ำซุปกระดูกหมูชามแดง เพราะกินอย่างอื่นแล้วไม่อร่อยเท่าเจ้าชามแดงนี้ แต่เพื่อน ๆ ผมก็จะชอบแตกต่างกันออกไป บางคนชอบใส่มิโซะ บางคนชอบ Tsukemen อะไรก็ว่าไป สำหรับเจ้าราเมนชามแดงในมื้อนี้ รสชาติก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ทำให้ผมอร่อยจนประทับใจเหมือนตอนแรก ๆ ที่กิน น้ำซุปรสชาติเข้มข้น โดนใจ เส้นราเมนก็เป็นเส้นเรียว ๆ เล็ก ๆ สไตล์ฮากาตะแบบที่ผมชอบ เสียดายที่ให้หมูชาชูมาน้อยไปหน่อย และหมูชาชูนี่ หลังจากที่ผมได้ตระเวณกินร้านราเมนมาเยอะ ผมว่ามีบางร้านทำได้ดีกว่า bankara พอสมควรเลย
ส่วนราเมนของเพื่อนผมเป็น Bankara Soup แบบ Kakuni Bankara หรือราเมนต้นตำรับแต่เพิ่มหมูสามชั้นตุ๋น 3 วันพิเศษ (250 บาท) คือผมแอบ ๆ ชิมน้ำซุป แอบ ๆ ชิมหมูสามชั้นตุ๋นอยู่ รู้สึกว่ามันอร่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่ผมมา ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า ส่วนเพื่อนผม แน่นอนชอบมาก กินจนไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปหยดสุดท้ายกันเลยทีเดียว อาหารอีกอย่างที่ผมชอบของร้านบังคาร่า คือ ไก่คาราเกะ หรือไก่ทอด ธรรมดา ๆ (100 บาท) ซึ่งกินมาก็หลายร้าน แต่ยังไม่มีร้านไหนทำอร่อยเท่าร้านนี้เลย มื้อนี้ก็เลยสั่งซักหน่อย ก็ยังคงไม่ผิดหวังเช่นเคยครับ ไก่ทอดมาสไตล์ KFC แต่จะมัน ๆ น้อยกว่าหน่อย เนื้อนุ่มกว่า และก็จะเปรี้ยว ๆ อร่อย ๆ จากมะนาวที่บีบลงไปเพิ่มจากที่แถมมาในจาน
สรุป ไม่น่าแปลกใจที่ แม้ว่าจะผ่านไปนาน ร้าน Bankara Ramen @ พร้อมพงษ์แห่งนี้ก็ยังคงขายดีอยู่ ราเมนทุกจาน ดูใส่คุณภาพมาก เพราะ ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าที่ราเมนแต่ละชามจะออกมาจากครัว พนักงานของทางร้านก็บริการขยันขันแข็งตามสไตล์คนญี่ปุ่น และที่สำคัญคือ น้ำเปล่าฟรี และไม่มี vat + service charge ตามร้านญี่ปุ่นแท้ ๆ จริง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมเห็นร้านญี่ปุ่นหลาย ๆ ร้านที่เปิดใหม่จะชอบคิด vat + service คิดค่าน้ำเปล่า คิดเล็กคิดน้อย คือแบบ ถ้าถามผมนะ ถ้าคุณทำอาหารอร่อยจริง ๆ คุณจะตั้งราคาแพงคนก็มากิน แถมแบบคิดราคา net ๆ ไม่มีบวก, แถมน้ำเปล่า, แถมโน่นแถมนี่ เผลอ ๆ มันจะซื้อใจลูกค้าได้ดีกว่าด้วย ทุกท่านว่ามั้ยครับ?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 4/5
Bankara Ramen - Japanese Ramen Shop on BumRes.com
ร้าน Bankara Ramen นี่ก็เป็นร้านราเมนชื่อดังที่เปิดมาได้หลายปีแล้ว (น่าจะ 5 ปีได้) ร้านนี้หลาย ๆ คนที่เป็นคอราเมน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ตัวร้านตั้งอยู่ที่กลาง ๆ ซอยสุขุมวิท 39 ตรงเวิ้ง The Manor ที่มีร้านอาหารอีก 3 ร้านอาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน ร้านนี้แม้ว่าจะเปิดมานาน แต่ลูกค้าก็ยังคงหนาแน่นและคับคั่งอยู่ไม่เสื่อมคลาย มีเพื่อนผมที่ไปร้านนี้ตอนเที่ยงวันธรรมดา บอกว่าต้องรอคิวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้กิน ส่วนตัวผมในรีวิวนี้ผมไป ตอนเที่ยงวันธรรมดา ซึ่งถ้าเป็นร้านอื่น ๆ ก็คงจะไม่ค่อยมีคนเท่าไร แต่กับร้าน บังคาร่า ราเมน นี่คนเกือบเต็มครับ เหลือโต๊ะให้ผมนั่งอยู่ 1-2 โต๊ะพอดี โชคดีไป
ล่าสุดผมมาร้านนี้น่าจะเป็นเกือบ ๆ 2 ปีแล้ว เมนูในตอนนั้นยังเป็นภาษาญี่ปุ่น ดูยาก ๆ อยู่ แต่ว่างตอนนี้ ทางร้านเปลี่ยนเป็นเมนู ไทย - อังกฤษ ที่แบ่งหมวดหมู่ชัดเจน อ่านง่าย สั่งง่ายแล้ว (หรือว่าลูกค้าคนไทยมากขึ้น? คนญี่ปุ่นเลิกกิน?) ซึ่งราเมนของที่ร้านนี้ก็จะเป็นราเมน น้ำซุปกระดูกหมูเป็นหลัก มีแบ่งย่อย ๆ ด้วยการเติมโชยุ, มิโซะ, หรือบะหมี่จิ้มจุ่ม อะไรก็ว่าไป (Tsukemen) รายละเอียดเมนู ผมพิมพ์เอาไว้ที่ tab menu แล้วเช่นเคย update จากของเมื่อเกือบ ๆ 2 ปีที่ผมพิมพ์เอาไว้ให้เลยทีเดียวครับ
พอดีมื้อนี้ผมไปกับเพื่อน 2 คนก็เลยสั่งราเมนกันคนละชาม ของผมเป็น Nikoichi หรือ ราเมน Tonkotsu Soup ที่เพิ่มต้นหอม 3 เท่า สาหร่าย 4 แผ่น คือส่วนใหญ่ผมมาที่ร้าน Bankara Ramen นี่ผมก็จะสั่งแต่เจ้าราเมนน้ำซุปกระดูกหมูชามแดง เพราะกินอย่างอื่นแล้วไม่อร่อยเท่าเจ้าชามแดงนี้ แต่เพื่อน ๆ ผมก็จะชอบแตกต่างกันออกไป บางคนชอบใส่มิโซะ บางคนชอบ Tsukemen อะไรก็ว่าไป สำหรับเจ้าราเมนชามแดงในมื้อนี้ รสชาติก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ทำให้ผมอร่อยจนประทับใจเหมือนตอนแรก ๆ ที่กิน น้ำซุปรสชาติเข้มข้น โดนใจ เส้นราเมนก็เป็นเส้นเรียว ๆ เล็ก ๆ สไตล์ฮากาตะแบบที่ผมชอบ เสียดายที่ให้หมูชาชูมาน้อยไปหน่อย และหมูชาชูนี่ หลังจากที่ผมได้ตระเวณกินร้านราเมนมาเยอะ ผมว่ามีบางร้านทำได้ดีกว่า bankara พอสมควรเลย
ส่วนราเมนของเพื่อนผมเป็น Bankara Soup แบบ Kakuni Bankara หรือราเมนต้นตำรับแต่เพิ่มหมูสามชั้นตุ๋น 3 วันพิเศษ (250 บาท) คือผมแอบ ๆ ชิมน้ำซุป แอบ ๆ ชิมหมูสามชั้นตุ๋นอยู่ รู้สึกว่ามันอร่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่ผมมา ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า ส่วนเพื่อนผม แน่นอนชอบมาก กินจนไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปหยดสุดท้ายกันเลยทีเดียว อาหารอีกอย่างที่ผมชอบของร้านบังคาร่า คือ ไก่คาราเกะ หรือไก่ทอด ธรรมดา ๆ (100 บาท) ซึ่งกินมาก็หลายร้าน แต่ยังไม่มีร้านไหนทำอร่อยเท่าร้านนี้เลย มื้อนี้ก็เลยสั่งซักหน่อย ก็ยังคงไม่ผิดหวังเช่นเคยครับ ไก่ทอดมาสไตล์ KFC แต่จะมัน ๆ น้อยกว่าหน่อย เนื้อนุ่มกว่า และก็จะเปรี้ยว ๆ อร่อย ๆ จากมะนาวที่บีบลงไปเพิ่มจากที่แถมมาในจาน
สรุป ไม่น่าแปลกใจที่ แม้ว่าจะผ่านไปนาน ร้าน Bankara Ramen @ พร้อมพงษ์แห่งนี้ก็ยังคงขายดีอยู่ ราเมนทุกจาน ดูใส่คุณภาพมาก เพราะ ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าที่ราเมนแต่ละชามจะออกมาจากครัว พนักงานของทางร้านก็บริการขยันขันแข็งตามสไตล์คนญี่ปุ่น และที่สำคัญคือ น้ำเปล่าฟรี และไม่มี vat + service charge ตามร้านญี่ปุ่นแท้ ๆ จริง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมเห็นร้านญี่ปุ่นหลาย ๆ ร้านที่เปิดใหม่จะชอบคิด vat + service คิดค่าน้ำเปล่า คิดเล็กคิดน้อย คือแบบ ถ้าถามผมนะ ถ้าคุณทำอาหารอร่อยจริง ๆ คุณจะตั้งราคาแพงคนก็มากิน แถมแบบคิดราคา net ๆ ไม่มีบวก, แถมน้ำเปล่า, แถมโน่นแถมนี่ เผลอ ๆ มันจะซื้อใจลูกค้าได้ดีกว่าด้วย ทุกท่านว่ามั้ยครับ?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Shori Sushi - Sushi Joint, Bangkok
Shori Sushi - Japanese Sushi Restaurant at Asoke, Bangkok โชริ ซูชิ ร้านอาหารญี่ปุ่นเน้นซูชิ อโศก
Overall Score 9/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 5/5
Shori Sushi - Premium Sushi House on BumRes.com
ร้าน Shori Sushi ที่ผมกำลังจะรีวิวนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นร้าน Sushi ราคา(ค่อนข้าง)ประหยัดยุคใหม่ ร้านสุดท้ายใน Generation 2011-2012 ที่ผมรู้จัก (ร้านอื่น ๆ ก็มี Sushi Masa, Sakana และ Tororo Sushi) ผมไม่แน่ใจว่าร้านนี้จะเป็นเหมือนอีก 3 ร้านที่เหลือที่ตัวเชฟเคยอยู่ร้าน Miyatake แล้วออกมาเปิดร้านตัวเองรึเปล่า แต่จากที่ดูเมนูดูอะไรแล้ว ผมว่าน่าจะใช่ (พอดีลืมถาม) ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ คอนโดตรงข้ามรพ.จักษุรัตนิน ผมจำชื่อคอนโดไม่ได้ (หรืออาจจะเป็น office สำนักงานด้วยซ้ำ) โดยจะอยู่ที่ชั้น G หน้าตึกดังกล่าวเลย สามารถจอดรถด้านหลังได้สบายมีที่จอดรถเหลือเฟือ ส่วนถ้าใครจะมาจาก MRT ผมว่าลงป้ายอโศก (หรือเพชรบุรีหว่า?) แล้วเดินมาก็นิดเดียวครับ ถือว่าเดินทางค่อนข้างสะดวกเลยร้านนี้
อาหารของร้าน Shori Sushi @ อโศก แห่งนี้ ก็เหมือน ๆ กับอีก 3 ร้านที่ผมเอ่ยนามไปในย่อหน้าแรก เน้น Sushi/Sashimi เป็นหลัก มีทั้งแบบคำเดี่ยวและจัด Set มาให้ , มีประเภทยำแบบไทย ๆ (Tataki) และแบบประเภท Chirashi Sushi หรือปลาดิบโปะหน้าข้าว อาหารจะมีแค่แบบนี้เท่านั้น (คือประมาณว่ามีแต่ครัวเย็นไม่มีครัวร้อน) ราคาก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกันกับอีก 3 ร้านที่ผมกินมา รวมถึงความหลากหลายของเมนูก็อยู่ในข่ายเดียวกัน ซึ่งผมเดาว่า Supplier ของทั้ง 4 ร้านนี้น่าจะเป็นเจ้าเดียวกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วถ้าวัตถุดิบเหมือนกัน ก็อยู่ที่ฝีมือพ่อครัวแล้วที่จะทำอาหารให้อร่อยออกมาแตกต่างกันได้ขนาดไหน อ้อ รายละเอียดเมนูก็เช่นเคย ดูได้ที่ tab menu เลยครับ
ไม่รู้จะเขียนบรรยายอาหารยังไงดี เอาเป็นเขียนตาม chronological ละกันนะครับ เริ่มที่ Toro salmon sashimi หรือซาชิมิท้องปลาแซลมอน จานนี้ตอนแรกก็ไม่คิดจะสั่งหรอกครับ แต่แบบว่าน้องพนักงานเชียร์บอกว่าท้องปลาแซลมอนอร่อยมาก ก็เลยสั่งดู ตอนยกมาเห็นความหล่อของเนื้อปลาแล้วผมคิดในใจว่า "แม่ง อร่อยชัวร์" พอได้กินก็เรียกได้ว่าผมเดาไม่ผิดเลย เพราะว่ามันอร่อยจริง เนื้อปลาสด เด้ง นุ่ม มัน ครบเครื่องแห่งความอร่อยที่จะมีได้ในเนื้อปลาชิ้นนึงแล้ว อาหารอย่างที่ 2 ที่ได้เป็น Sushi หน้าต่าง ๆ ร้าน Shori Sushi @ อโศก นี่ปั้นซูชิมาถือได้ว่าขนาดค่อนข้างใหญ่ คือร้าน Tororo Sushi ล่าสุดที่ผมไปกินผมว่าใหญ่แล้ว ร้านนี้ถือว่าสูสี บางคำแอบใหญ่กว่าก็มีครับ ซูชิโดยรวมก็ถือว่ารสชาติดี ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ Engawa หรือครีบปลาตาเดียว คือไม่รู้เหมือนกันนะครับ ผมกินเจ้านี่มาก็หลายร้าน มีดีบ้าง แย่บ้าง แต่กับร้านนี้นี่แบบ อร่อยเว่อร์ อร่อยจนผมตกใจเลยล่ะ (แถมราคาถูกกว่าร้านอื่นด้วย)
ซูชิคำอื่น ๆ ที่ชอบก็มี ปลาซาบะ (40 บาท) ที่แบบ คำโตมาก และเนื้อแบบมันมาก เรียกได้ว่าเป็นซูชิซาบะที่อร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมาเลยก็ว่าได้ (อร่อยกว่าร้านแพง ๆ อย่าง mugendai อีก) ซูชิหน้าอื่น ๆ ที่ผมสั่งก็มี Ikura, Unagi, Hamachi, Hokkigai อะไรประมาณนี้ ส่วนใหญ่ รสชาติจัดได้ว่าดี คือกินได้เพลิน ๆ แต่ไม่ได้โดดเด่นประทับใจเหมือน 2 อย่างแรกที่ผมเขียนถึงครับ ส่วนอาหารประเภทที่ 2 ที่ได้คือ ยำปลาแซลมอน หรือ Salmon Tataki ยำมาแบบไทย ๆ ใส่แตงกว่ากับพริก ผมว่าร้าน Shori Sushi @ อโศก นี่ทำมายังไม่ค่อยโดนนัก สู้ร้าน Sushi Masa ที่ผมเคยกินมาไม่ได้ (หรือแม้แต่ร้าน Fuji เองก็ตามนะ) แต่ก็ถือว่าโอเคครับ กินเผ็ด ๆ ตัดเลี่ยนได้พอไหวอยู่
อาหารที่เหลือก็จะเป็นพวกอาหารเน้นข้าวหน่อยมี Chirashi Sushi 2 จาน เป็นแบบธรรมดาจานนึงและ Deluxe จานนึง ผมไม่ค่อยได้กินเท่าไรนักเนื่องจากว่าเป็นจานที่พ่อกับพี่ผมสั่ง แต่ถาม ๆ 2 คนนี้ เขาก็บอกว่าอร่อยดี ปลาสดดี และให้ปลามาชิ้นค่อนข้างใหญ่ ความหลากหลายก็ตามราคา (300, 450 บาท ไม่ได้มีอะไรเทพ ๆ อยู่แล้วล่ะครับเป็นพวกแซลมอน, ทูน่า, ปลากระพง อะไรทั่ว ๆ ไป) ส่วนอาหารประเภทสุดท้าย คือ Rainbow Roll เจ้าข้าวปั้นสีรุ้งนี่ผมก็กินมาหลายร้านแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะทำกันแค่ 2 สีเป็นแซลมอนกับทูน่า แต่ร้าน Shori Sushi นี่มาแปลกครับ เป็น 3 สีเลยมีอโวคาโดมาด้วย ก็สวยขึ้น และน่ากินขึ้น ส่วนรสเรื่องรสชาติ ผมว่าอร่อยกว่าหลาย ๆ ร้านที่ผมกินมาเลยนะ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากินข้าวสักเท่าไร ให้ความรู้สึกแบบว่ากินเนื้อปลามากกว่า
สรุป ร้าน Shori Sushi นี่ถือว่าทำผมประทับใจมากครับ เนื่องจากองค์ประกอบหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเรื่องการบริการของพนักงาน (และเจ้าของร้าน) ที่ถือได้ว่าบริการดีมากเลย อาหารก็รสชาติเยี่ยม ราคาไม่ค่อยแพงนัก ร้านก็บรรยากาศดี ให้ความรู้สึกเหมือนหลงไปอยู่ในร้านญี่ปุ่นดี แล้วทำไมผมจะไม่ให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านโปรดของผมล่ะใช่มั้ยครับ? ตอนนี้เรียกได้ว่า ร้านซูชิราคาไม่ค่อยแพงนักก็มีกระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพแล้ว ใครอยู่ใกล้ร้านไหนก็จัดร้านนั้นได้เลยครับ แต่สำหรับผม ผมยอมถ่อมาอโศก ถนนแห่งรถติดแห่งนี้เพื่อจะกินซูชิของร้าน Shori Sushi แห่งนี้เลยล่ะ แม้ว่าจะไกลบ้านนิดหน่อยและรถติด(ไม่หน่อย) ก็ตาม
ปล. ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วขอเรียงอันดับ 4 ร้านซูชิ New Generation ที่ผมนึกออกและเคยไปกินมาให้ทุกท่านเก็บไว้เป็นวิทยาทานหน่อยละกัน
ความอร่อย : Shori Sushi > Tororo Sushi > Sakana > Sushi Masa
ความคุ้มค่า : Shori Sushi > Sakana > Tororo Sushi > Sushi Masa
ความรวดเร็ว : Sakana > Tororo Sushi > Shori Sushi > Sushi Masa
จะเห็นว่า Sushi Masa ร้านที่เห็นมีหลายคนไปต่อคิวจะอยู่อันดับท้ายหมดเลย ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้ anti อะไรร้านเค้านะครับ เรียงลำดับตามความรู้สึกของผมจริง ๆ เลย หรือใครเห็นว่าอย่างไรก็ลองรีวิวกันหน่อยนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 9/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 5/5
Shori Sushi - Premium Sushi House on BumRes.com
ร้าน Shori Sushi ที่ผมกำลังจะรีวิวนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นร้าน Sushi ราคา(ค่อนข้าง)ประหยัดยุคใหม่ ร้านสุดท้ายใน Generation 2011-2012 ที่ผมรู้จัก (ร้านอื่น ๆ ก็มี Sushi Masa, Sakana และ Tororo Sushi) ผมไม่แน่ใจว่าร้านนี้จะเป็นเหมือนอีก 3 ร้านที่เหลือที่ตัวเชฟเคยอยู่ร้าน Miyatake แล้วออกมาเปิดร้านตัวเองรึเปล่า แต่จากที่ดูเมนูดูอะไรแล้ว ผมว่าน่าจะใช่ (พอดีลืมถาม) ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ คอนโดตรงข้ามรพ.จักษุรัตนิน ผมจำชื่อคอนโดไม่ได้ (หรืออาจจะเป็น office สำนักงานด้วยซ้ำ) โดยจะอยู่ที่ชั้น G หน้าตึกดังกล่าวเลย สามารถจอดรถด้านหลังได้สบายมีที่จอดรถเหลือเฟือ ส่วนถ้าใครจะมาจาก MRT ผมว่าลงป้ายอโศก (หรือเพชรบุรีหว่า?) แล้วเดินมาก็นิดเดียวครับ ถือว่าเดินทางค่อนข้างสะดวกเลยร้านนี้
อาหารของร้าน Shori Sushi @ อโศก แห่งนี้ ก็เหมือน ๆ กับอีก 3 ร้านที่ผมเอ่ยนามไปในย่อหน้าแรก เน้น Sushi/Sashimi เป็นหลัก มีทั้งแบบคำเดี่ยวและจัด Set มาให้ , มีประเภทยำแบบไทย ๆ (Tataki) และแบบประเภท Chirashi Sushi หรือปลาดิบโปะหน้าข้าว อาหารจะมีแค่แบบนี้เท่านั้น (คือประมาณว่ามีแต่ครัวเย็นไม่มีครัวร้อน) ราคาก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกันกับอีก 3 ร้านที่ผมกินมา รวมถึงความหลากหลายของเมนูก็อยู่ในข่ายเดียวกัน ซึ่งผมเดาว่า Supplier ของทั้ง 4 ร้านนี้น่าจะเป็นเจ้าเดียวกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วถ้าวัตถุดิบเหมือนกัน ก็อยู่ที่ฝีมือพ่อครัวแล้วที่จะทำอาหารให้อร่อยออกมาแตกต่างกันได้ขนาดไหน อ้อ รายละเอียดเมนูก็เช่นเคย ดูได้ที่ tab menu เลยครับ
ไม่รู้จะเขียนบรรยายอาหารยังไงดี เอาเป็นเขียนตาม chronological ละกันนะครับ เริ่มที่ Toro salmon sashimi หรือซาชิมิท้องปลาแซลมอน จานนี้ตอนแรกก็ไม่คิดจะสั่งหรอกครับ แต่แบบว่าน้องพนักงานเชียร์บอกว่าท้องปลาแซลมอนอร่อยมาก ก็เลยสั่งดู ตอนยกมาเห็นความหล่อของเนื้อปลาแล้วผมคิดในใจว่า "แม่ง อร่อยชัวร์" พอได้กินก็เรียกได้ว่าผมเดาไม่ผิดเลย เพราะว่ามันอร่อยจริง เนื้อปลาสด เด้ง นุ่ม มัน ครบเครื่องแห่งความอร่อยที่จะมีได้ในเนื้อปลาชิ้นนึงแล้ว อาหารอย่างที่ 2 ที่ได้เป็น Sushi หน้าต่าง ๆ ร้าน Shori Sushi @ อโศก นี่ปั้นซูชิมาถือได้ว่าขนาดค่อนข้างใหญ่ คือร้าน Tororo Sushi ล่าสุดที่ผมไปกินผมว่าใหญ่แล้ว ร้านนี้ถือว่าสูสี บางคำแอบใหญ่กว่าก็มีครับ ซูชิโดยรวมก็ถือว่ารสชาติดี ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ Engawa หรือครีบปลาตาเดียว คือไม่รู้เหมือนกันนะครับ ผมกินเจ้านี่มาก็หลายร้าน มีดีบ้าง แย่บ้าง แต่กับร้านนี้นี่แบบ อร่อยเว่อร์ อร่อยจนผมตกใจเลยล่ะ (แถมราคาถูกกว่าร้านอื่นด้วย)
ซูชิคำอื่น ๆ ที่ชอบก็มี ปลาซาบะ (40 บาท) ที่แบบ คำโตมาก และเนื้อแบบมันมาก เรียกได้ว่าเป็นซูชิซาบะที่อร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมาเลยก็ว่าได้ (อร่อยกว่าร้านแพง ๆ อย่าง mugendai อีก) ซูชิหน้าอื่น ๆ ที่ผมสั่งก็มี Ikura, Unagi, Hamachi, Hokkigai อะไรประมาณนี้ ส่วนใหญ่ รสชาติจัดได้ว่าดี คือกินได้เพลิน ๆ แต่ไม่ได้โดดเด่นประทับใจเหมือน 2 อย่างแรกที่ผมเขียนถึงครับ ส่วนอาหารประเภทที่ 2 ที่ได้คือ ยำปลาแซลมอน หรือ Salmon Tataki ยำมาแบบไทย ๆ ใส่แตงกว่ากับพริก ผมว่าร้าน Shori Sushi @ อโศก นี่ทำมายังไม่ค่อยโดนนัก สู้ร้าน Sushi Masa ที่ผมเคยกินมาไม่ได้ (หรือแม้แต่ร้าน Fuji เองก็ตามนะ) แต่ก็ถือว่าโอเคครับ กินเผ็ด ๆ ตัดเลี่ยนได้พอไหวอยู่
อาหารที่เหลือก็จะเป็นพวกอาหารเน้นข้าวหน่อยมี Chirashi Sushi 2 จาน เป็นแบบธรรมดาจานนึงและ Deluxe จานนึง ผมไม่ค่อยได้กินเท่าไรนักเนื่องจากว่าเป็นจานที่พ่อกับพี่ผมสั่ง แต่ถาม ๆ 2 คนนี้ เขาก็บอกว่าอร่อยดี ปลาสดดี และให้ปลามาชิ้นค่อนข้างใหญ่ ความหลากหลายก็ตามราคา (300, 450 บาท ไม่ได้มีอะไรเทพ ๆ อยู่แล้วล่ะครับเป็นพวกแซลมอน, ทูน่า, ปลากระพง อะไรทั่ว ๆ ไป) ส่วนอาหารประเภทสุดท้าย คือ Rainbow Roll เจ้าข้าวปั้นสีรุ้งนี่ผมก็กินมาหลายร้านแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะทำกันแค่ 2 สีเป็นแซลมอนกับทูน่า แต่ร้าน Shori Sushi นี่มาแปลกครับ เป็น 3 สีเลยมีอโวคาโดมาด้วย ก็สวยขึ้น และน่ากินขึ้น ส่วนรสเรื่องรสชาติ ผมว่าอร่อยกว่าหลาย ๆ ร้านที่ผมกินมาเลยนะ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากินข้าวสักเท่าไร ให้ความรู้สึกแบบว่ากินเนื้อปลามากกว่า
สรุป ร้าน Shori Sushi นี่ถือว่าทำผมประทับใจมากครับ เนื่องจากองค์ประกอบหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเรื่องการบริการของพนักงาน (และเจ้าของร้าน) ที่ถือได้ว่าบริการดีมากเลย อาหารก็รสชาติเยี่ยม ราคาไม่ค่อยแพงนัก ร้านก็บรรยากาศดี ให้ความรู้สึกเหมือนหลงไปอยู่ในร้านญี่ปุ่นดี แล้วทำไมผมจะไม่ให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านโปรดของผมล่ะใช่มั้ยครับ? ตอนนี้เรียกได้ว่า ร้านซูชิราคาไม่ค่อยแพงนักก็มีกระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพแล้ว ใครอยู่ใกล้ร้านไหนก็จัดร้านนั้นได้เลยครับ แต่สำหรับผม ผมยอมถ่อมาอโศก ถนนแห่งรถติดแห่งนี้เพื่อจะกินซูชิของร้าน Shori Sushi แห่งนี้เลยล่ะ แม้ว่าจะไกลบ้านนิดหน่อยและรถติด(ไม่หน่อย) ก็ตาม
ปล. ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วขอเรียงอันดับ 4 ร้านซูชิ New Generation ที่ผมนึกออกและเคยไปกินมาให้ทุกท่านเก็บไว้เป็นวิทยาทานหน่อยละกัน
ความอร่อย : Shori Sushi > Tororo Sushi > Sakana > Sushi Masa
ความคุ้มค่า : Shori Sushi > Sakana > Tororo Sushi > Sushi Masa
ความรวดเร็ว : Sakana > Tororo Sushi > Shori Sushi > Sushi Masa
จะเห็นว่า Sushi Masa ร้านที่เห็นมีหลายคนไปต่อคิวจะอยู่อันดับท้ายหมดเลย ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้ anti อะไรร้านเค้านะครับ เรียงลำดับตามความรู้สึกของผมจริง ๆ เลย หรือใครเห็นว่าอย่างไรก็ลองรีวิวกันหน่อยนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)

















































