Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Wednesday, January 25, 2012
Triplets Brasserie - French Cuisine, Bangkok
Triplets Brasserie - French Cuisine, Bangkok ร้านอาหารฝรั่งเศส หลังสวน
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 3.5/5
Triplets Brasserie - French Restaurant on BumRes.com
ร้าน Triplets Brasserie เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่อยู่ภายใต้ชายคาของโรงแรม boutique ขนาดเล็ก ๆ เก๋ ๆ บริเวณหลังสวน โรงแรม LUXE XXL ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารโดยตรงของทางโรงแรมรึเปล่า แต่จากที่สังเกตดูแล้วไม่น่าจะใช่ แค่พอดีร้านนี้มาเช่าพื้นที่อยู่ในโรงแรมเองซะมากกว่า (รึเปล่าครับ คุณเจ้าของครับ?) โดยร้าน ทริปเปล็ตส์ นี่แปลเป็นไทยก็แปลได้ว่าแฝดสาม ซึ่งจากที่เดาน่าจะเกิดจากตัวเจ้าของร้านที่เป็นแฝดสามและมาร่วมกันเปิดร้าน (แต่ผมเห็นแค่ 2 คน คนต้อนรับลูกค้า 1 คน กับ เชฟใหญ่ 1 คน)
ตัวร้าน Triplets Brasseries - French Cuisine, Bangkok แห่งนี้ ตกแต่งร้านได้ค่อนข้าง modern และ chic มากครับ ร้านมีทั้งส่วน outdoor และ indoor รวมถึงโต๊ะจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ 1 ตัว โดยรวมแล้วบรรยากาศของร้านนี้ผมชอบมาก ๆ ครับ เหมาะแก่การมานั่งสวีทกับแฟน หรือแม้แต่มานั่งเฮฮากับเพื่อนฝูงในวันหยุดได้หมด ส่วนเรื่องการบริการ พนักงานของร้านนี้ train มาพอใช้ได้ครับ แม้ว่าจะไม่รู้เรื่องอาหารดีเท่าที่ควร (ถามอะไรตอบไม่ค่อยได้ แนะนำเป็นอย่างเดียวว่า "ทานเนื้อมั้ยคะ? ถ้าทานเนื้อแนะนำ...") และก็ชอบคุย (เชิงด่ากันเรื่องการทำงาน) เสียงดังให้ลูกค้าได้ยิน แต่โดยรวม ก็โอเคอยู่ครับสำหรับการบริการ
อาหารในมื้อนี้สั่งกันไม่ค่อยเยอะครับ เนื่องจากไปกันแค่ 3 คน กอปรกับ เป็นมื้อเที่ยงด้วย ก็เลยไม่อยากกินกันเยอะสักเท่าไร เลยสั่งไปทั้งหมด 6 อย่างเป็น 4 อย่างที่อยู่ใน set lunch ราคาประหยัด 399++ (รึเปล่า?) กับ 2 อย่างที่เป็น a la carte อ้อ มีของหวานอีกอย่างนึงด้วยครับ เกือบลืม พวกเราบอกให้ทางเราแบ่งอาหารเป็น course โดยนำ appetizer มาก่อน 3 อย่าง ประกอบด้วย Rocket & Cheese salad , Apple & Bacon Salad และ Steak Lollipop ซึ่งทั้งสามอย่างนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องเขียนถึงมากครับ นอกจาก ปริมาณที่ให้มาน้อย และรสชาติที่ไม่มีอะไรเด่นแล้ว ก็คงเป็นซอสที่จิ้มเนื้อที่ให้มาค่อนข้างเยอะ (5 อย่าง) และหลากหลายดี
ส่วน Main Course ในมื้อนี้มี Pasta Financiere (Bacon, madeira, truffle oil) และ Mushroom Pork กับ Anchor Halibut ซึ่งน่าประหลาดใจครับที่ appetizer 3 จานก่อนหน้าที่ค่อนข้าง fail จะมาถูก main course 3 อย่างนี้ บดบังรัศมีและแก้ตัวให้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะทั้ง 3 จานนี้อร่อยหมดครับ (มีพาสต้าที่อร่อยแต่ก็ไม่มาก มีหลายที่ทำได้ดีกว่า) โดยเฉพาะ Halibut กับ Mushroom Pork นี่เป็นอะไรที่อร่อยล้ำมากครับ และที่สำคัญคือให้มาเยอะเกินราคาด้วย (set lunch 399++ เอง) ก็ถือว่าทางร้านแก้ตัวได้ดีครับ และพอเราประทับใจกับ Main Course กันแล้ว ก็เลยคิดว่าของหวานของทางร้าน Triplets Brasserie แห่งนี้ก็น่าจะมีดีอยู่บ้างก็เลยสั่ง Chiboust Crepe (255 บาท) มาลองกัน (สั่งเครปในร้านอาหารฝรั่งเศส มักจะไม่ผิดหวังครับ เท่าที่ผมกินมา อร่อยหมด) ซึ่งเจ้าเครปนี้ก็เป็นอะไรที่ไม่เคยกินมาก่อนครับ โดยไส้ในเป็น เสาวรส เอาไปทำอะไรสักอย่างซึ่งผมไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่รสชาติโดยรวมของ ของหวานจานนี้ก็ถือว่าทำได้ดีครับ อร่อยเลยทีเดียว (แถมแปลกดีด้วยทำให้ตื่นตาตื่นใจเข้าไปใหญ่)
สรุปมื้อเที่ยงแบบเบา ๆ ของพวกผม กับร้าน Triplets Brasserie @ Lungsuan แห่งนี้ก็โดนค่าเสียหายไปคนละประมาณ 700 บาทครับ ก็ถือว่าแพงไปนิดถ้าพิจารณาถึงคำว่า brasserie ที่ต่อท้ายชื่อร้าน แต่ถ้ามองถึงสัญชาติอาหารที่เป็นอาหารฝรั่งเศส ก็ถือว่าราคาอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ สำหรับอาหารของมื้อนี้ ผมก็ค่อนข้างประหลาดใจอยู่ว่าทำไม appetizer กับ main course มันถึงคุณภาพและรสชาติต่างกันได้ฟ้ากับเหวแบบนี้ หรือเพราะว่าพวกเราสั่งผิด (ซึ่งก็ไม่น่าใช่เพราะจัดมาใน set lunch ทั้งคู่) ยังไงถ้าท่านไหนมีโอกาสได้ไปก็ฝากถามแฝดสามที่เป็นเจ้าของร้านให้ผมหน่อยละกันนะครับ ผมล่ะงงจริง จริ๊ง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Tuesday, January 24, 2012
6th Fratello Italian Restaurant Ekamai Bangkok
6th Fratello Italian Restaurant Ekamai Bangkok ร้านอาหารอิตาเลียน เอกมัย
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 3.5/5
Service 4/5
Value 3.5/5
6th Fratello - Italian Restaurant on BumRes.com
ร้าน 6th Fratello เป็นภาษาอิตาเลียนที่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะแปลว่าน้องคนที่ 6 ร้านนี้มีพ่วงชื่อท้ายว่า by Zeist ไว้ด้วย ร้าน Zeist คือร้านอะไร? คือร้านอิตาเลียนตรงแถว ๆ อโศกที่มีเชฟอาร์ตเป็นเจ้าของร้านครับ (มีรีวิวของผมด้วยนะ) ร้าน 6th fratello นี่ดำเนินการโดยน้องของเชฟอาร์ตเค้าครับ เป็นร้านเล็ก ๆ ขนาดกะทัดรัดโต๊ะมีไม่กี่โต๊ะ เป็นร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดนั่นเอง ตัวเชฟมารับออเดอร์, รับลูกค้า, เสิร์ฟเอง คือทำเองหมดเลยอ่ะครับ มีผู้หญิงคนนึงที่ดูเหมือนจะเป็นแฟนคอยช่วย ๆ อยู่บ้าง ก็ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนกินที่บ้านดีครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 3.5/5
Service 4/5
Value 3.5/5
6th Fratello - Italian Restaurant on BumRes.com
ร้าน 6th Fratello เป็นภาษาอิตาเลียนที่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะแปลว่าน้องคนที่ 6 ร้านนี้มีพ่วงชื่อท้ายว่า by Zeist ไว้ด้วย ร้าน Zeist คือร้านอะไร? คือร้านอิตาเลียนตรงแถว ๆ อโศกที่มีเชฟอาร์ตเป็นเจ้าของร้านครับ (มีรีวิวของผมด้วยนะ) ร้าน 6th fratello นี่ดำเนินการโดยน้องของเชฟอาร์ตเค้าครับ เป็นร้านเล็ก ๆ ขนาดกะทัดรัดโต๊ะมีไม่กี่โต๊ะ เป็นร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดนั่นเอง ตัวเชฟมารับออเดอร์, รับลูกค้า, เสิร์ฟเอง คือทำเองหมดเลยอ่ะครับ มีผู้หญิงคนนึงที่ดูเหมือนจะเป็นแฟนคอยช่วย ๆ อยู่บ้าง ก็ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนกินที่บ้านดีครับ
ตามที่กล่าวไปร้าน
6th Fratello เป็นร้านขายอาหารอิตาเลียนครับ
เมนูวันที่ผมไปเป็นเมนูเฉาพะกิจมีให้เลือกน้อยเนื่องจากวันที่ 1 ก.ค. 54
ที่จะถึงนี้ทางร้านจะปิดปรับปรุงร้าน
1 เดือนและจะเปลี่ยนชื่อร้านด้วย (ทางร้านยังคิดไม่ออกว่าจะเป็นชื่ออะไร)
ทางร้านจึง stock วัตถุดิบเอาไว้เยอะไม่ได้
แต่ผมก็แอบถ่ายเมนูฉบับเต็มมาด้วยเรียบร้อยแล้ว
รายละเอียดรายการอาหารและเมนูดูได้ที่ tab menu เช่นเคยเลยนะครับ
อาหารของร้านนี้จัดได้ว่าราคาค่อนข้างสมเหตุสมผลครับเมื่อเทียบกับปริมาณและวัตถุดิบ
อาหารที่สั่งวันนี้มี
4 จาน จานแรกเป็นสลัดเห็ดเอรินหงิ (ออรินจิ) กับผักร็อคเก็ตครับ
เห็ดชิ้นใหญ่มาก อร่อยครับจานนี้ จานที่ 2 เป็นเพนเน่ราดซอสผัดและผงเห็ดทรัฟเฟิล
จานนี้ก็เยี่ยมครับน้ำราดอร่อยมากกก และเยิ้ม ๆ ฉ่ำ ๆ
มาทั้งจานเป็นอะไรที่ผมชอบอยู่แล้ว จานที่ 3
เป็นแองเจิ้ลแฮร์ผัดกุ้งครับ กุ้งให้มาตัวโตและให้มาเยอะ (4 ตัว) แต่ไป fail
ตรงเส้น
angel hair ครับคือเส้นมาเป็นกระจุกใหญ่กินเป็นคำ ๆ ลำบาก และก็ผัดมาแห้ง ๆ
ครับไม่ค่อยอร่อย ดีที่มีกระเทียมกับพริกเยอะช่วยทำให้รสจัดขึ้นมา
เลยพอมีรสชาติขึ้นมาหน่อย ส่วนจานสุดท้ายเป็นอกเป็ดราดซอสครับ
จานนี้เยี่ยมครับเป็ดเนื้อนุ่ม หนังกรอบและมีรสชาติเค็ม ๆ และให้มาเยอะดี
คุ้มค่าและอร่อยกว่าหลาย ๆ ร้านครับ
สรุปร้าน 6th
Fratello (ที่กำลังจะเปลี่ยนชื่อในอนาคตอันใกล้นี้)
ก็เป็นร้านอิตาเลียนที่ดีร้านนึงครับ อาหารค่อนข้างอร่อย เชฟและแฟนเชฟมาดูแลเองแน่นอนว่าการบริการนั้นหายห่วงครับ
ราคาก็ค่อนข้างประหยัดกว่าร้านอิตาเลียนระดับเดียวกันในย่านกลางเมือง
(ค่าเสียหายมื้อนี้ 1500 ครับ) ตอนพิมพ์ ๆ เมนูเห็นมี set lunch ราคาประหยัด 350++
ด้วยครับ
ไว้เดี๋ยวร้านเปิดใหม่ตอนสิงหาเดี๋ยวว่าจะไปลองขำ ๆ ดีกว่า
รูปข้างล่างนี่เป็นรูปจากทางร้านนะครับ พอดีผมใส่ลายน้ำแบบ Batch ไป ยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Friday, January 20, 2012
Utage Supreme Sunday All-You-Can-Eat Brunch - Plaza Athenee Hotel, Bangkok
Utage (Supreme All-You-Can-Eat Sunday Brunch) Japanese Restaurant - Plaza Athenee Hotel, Bangkok บุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่น
Overall Score 10/10
Taste 5/5
Ambiance 5/5
Service 4/5
Value 5/5
Utage Sunday Brunch - Japanese Restaurant on BumRes.com
ร้าน Utage นี่ถ้านับการรีวิวครั้งนี้ของผม ก็เป็นการมาร้านนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ โดยรีวิว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ (ผมเขียนไว้แล้วครับ ลอง search ดู) ผมมาตอนเที่ยงวันเสาร์ ซึ่งจะเป็น all-you-can-eat , buffet ในราคา 1,500 บาทโดยประมาณ แต่ในครั้งนี้ผมมาในวันอาทิตย์ ซึ่งถ้าโรงแรม Plaza Athenee, Bangkok เพิ่งจะเพิ่มช่วงเวลาบุฟเฟ่ต์แบบใหม่กับ Atarashi Sunday Brunch (อะตาราชี่ แปลว่า ใหม่) โดยปรับเปลี่ยนเมนูจากวันเสาร์ โดยเพิ่มของเทพ ๆ เข้าไปเช่น ฟัวกราส์, เนื้อวากิว, หอยแครงญี่ปุ่น, กุ้งมังกร และแน่นอนครับเพิ่มราคาด้วย โดยราคาสุทธิจะอยู่ที่ 2,800 บาท กินได้ตั้งแต่ 12.00 - 14.30 โดยประมาณ
เมนู Atarashi Sunday Brunch @ Utage แห่งนี้ จะเป็นประมาณว่าเป็นชื่อรายการวัตถุดิบ แล้วเราสามารถเลือกวิธีการปรุงได้หลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นซาซิมิ, ซูชิ, เทมปุระ, สเต็ก (หรืออาจจะ ชาบู คือผมไม่ได้สั่งแต่เห็นโต๊ะอื่นสั่ง) , sear ซูชิ ประมาณนี้ครับ โดยรายการเด่น ๆ ก็มี Lobster, Hokkigai clams (หอยแครงญี่ปุ่น แพงมาก ตัวละ 800 บาทเฉลี่ย) , Amaebi (กุ้งหวาน ส่วนใหญ่คำละ 100 - 200 บาท) และปูอลาสก้า , Foie gras และเนื้อวากิว ซึ่งแม้ว่ามันจะดูไม่เยอะ แต่แค่ซูชิเนื้อวากิวเนี่ย ส่วนใหญ่ก็คำละ 300 - 400 บาท , ฟัวกราส์ที่ Heiroku Sushi ก็คำละ 200 บาทแล้วป่ะครับ? ดังนั้นราคา 2800 บาทอาจจะไม่แพงก็ได้ถ้ากินเยอะ ๆ และสำหรับผมที่ผมให้คะแนนความคุ้มค่าเต็ม ก็เพราะว่าผมได้ลด 50% เหลือแค่ 1,500 อีกด้วยน่ะสิครับ!!
พวกผมประเดิมอาหารในมื้อนี้ด้วยซาชิมิรวม ประกอบด้วยกุ้งมังกรตัวขนาดมาตรฐาน และปลาฮามาจิ, แซลมอน กุ้งหวานและหอยแครงญี่ปุ่น (เกิดมาก็เพิ่งเคยกินซาซิมิ lobster นี่แหละครับ) เนื้อทุกชิ้นเพียงแค่มองผ่าน ๆ ก็รู้แล้วครับว่าต้องอร่อยแน่ซึ่งหลังจากที่ได้ไล่กินไปทีละคำก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ครับ อร่อยยยยย สดดดดดด ย้าฮู ๆๆๆๆ พอกินซาซิมิไปแป๊บนึง จานแบบสเต็กก็ตามมาต่อครับ ประกอบด้วย กุ้งลายเสือ (ตัวใหญ่กว่ามาตรฐานชอบ ๆ) กุ้งมังกร และก้ามปูอลาสก้าครับ จานนี้ผมรู้สึกว่ามันเป็นลูกเมียน้อยยังไงก็ไม่รู้เพราะถ้าไปกินตามร้านอื่นหรือกินก่อนหน้าจานซาซิมิ ผมก็คงคิดว่าจานนี้อร่อยแล้ว (เนื้อแต่ละอย่าง เต็มปากเต็มคำมากครับ) แต่พอเจอของดิบของโปรดผมตัดหน้าไป จานนี้ก็เลยกลายเป็นธรรมดา ๆ ไปครับ
ซาซิมิ กับสเต็กลองไปแล้ว อย่างที่ 3 แน่นอนว่าต้องเป็นซูชิครับ ซูชิของทางร้าน Utage @ Plaza Athenee แห่งนี้จะปั้นมาค่อนข้างคำเล็กหน่อยครับ แต่ก็ไม่ได้เล็กมาก แค่เล็กกว่าพวกร้านซูชิพรีเมียม ๆ ในไทยเล็กน้อยแค่นั้น ซึ่งคำขนาดนี้ พอผมกินไปกินมา ผมกลับชอบนะครับ และแม้ว่าส่วนใหญ่ซาซิมิที่เมืองไทยจะทำได้ดีกว่า (ซูชิต้องใช้ฝีมือในการปั้นมากกว่าครับ) แต่ซูชิในมื้อนี้ กลับอร่อยกว่าซาซิมิครับ!! (ผมกับเพื่อนเห็นพ้องต้องกัน) ทำให้มื้อนี้ พวกเราจัดซูชิกันค่อนข้างจะหนักครับ ซูชิ ทุกหน้าในมื้อนี้ อร่อยหมดครับ ไม่ว่าจะ ฮามาจิ, กุ้งหวาน, หอยปีกนก, ตับห่าน, เนื้อวากิว, แซลมอน หรืออะไรก็ตามที่จะเอามาทำเป็นหน้าซูชิได้ แต่แน่นอน เมื่อเป็นบุฟเฟ่ต์แล้ว พวกผมก็ต้องกินให้คุ้ม ต้องกินของแพง และพอดี ของแพงมันดันอร่อยด้วยนี่สิครับ พวกผมก็เลยจัด ตับห่าน, วากิว กันไปแทบจะหมดคอกเลยทีเดียว อร่อยยยยยย
อาหารที่เหลือนอกจากนี้ จะออกแนวเป็นตัวประกอบในมื้อนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเทมปุระ (ทั้งผัก และเนื้อสัตว์) , เทปปันยากิ (อันนี้ไม่อร่อยเลยครับ แห้ง -*- และพวกอาหารเส้นต่าง ๆ (คือสั่งแค่โซบะครับ กลัวมาตัดกำลัง) เพราะนอกจากจะสั่งน้อยแล้ว ผมรู้สึกว่ามันไม่มีความอร่อยหรือความเด่นเลย เมื่อเจอ ตัวเอกสัตว์บกและสัตว์ทะเลที่ยกโขยงกันมาทั้งฝูงแบบนี้
แม้ว่าการบริการในมื้อนี้จะมีการตกหล่นไปบ้าง (ออเดอร์หาย, รออาหารนาน, พนักงานไม่ค่อยอยู่ให้เรียก) แต่โดยรวมก็ยังไม่ถึงกับแย่อะไรครับ (ก็แค่สั่งไว้เยอะ ๆ ซะเลยแค่นั้นเอง ฮ่า ๆ ) สรุปกับค่าเสียหาย 1,500 บาทที่ผมเสียไป ผมไม่รู้จะเขียนคำว่าคุ้มสักกี่คำดีมันถึงจะคุ้มกับที่กินเข้าไปจริง ๆ แต่ถ้ากับราคาเต็ม 2,800 บาทนี่คุ้มมั้ย? ผมว่าก็ยังคุ้มอยู่ดีอ่ะถ้าคิดแบบถูก ๆๆๆ เลยว่า กุ้งมังกรตัวนึง 1,000 บาท , ตับห่านชิ้นละ 100 บาท, เนื้อวากิวชิ้นละ 100 บาท คิดแค่นี้ วันนี้ผมก็กินคุ้มแล้วล่ะครับ (ซึ่งจริง ๆ ร้านที่ขาย a la carte ขายแพงกว่านี้มาก ดูเมนูที่ tab menu ของร้านซูชิแพง ๆ ในเว็บได้เลยครับ) ดังนั้น ผมเลยขอมอบคะแนนเต็ม 10 ที่หาได้ยากยิ่งของผมให้ร้าน Utage @ Plaza Athenee Hotel, Bangkok ไปประดับ อีกหนึ่งร้านเลยละกันครับ
ปล. อยากให้มีหอยเม่น, ไข่ปลาแซลม่อนด้วยจัง เพิ่มตังค์อีกก็ได้นะะะะะะะ เจ้านายยยยย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 10/10
Taste 5/5
Ambiance 5/5
Service 4/5
Value 5/5
Utage Sunday Brunch - Japanese Restaurant on BumRes.com
ร้าน Utage นี่ถ้านับการรีวิวครั้งนี้ของผม ก็เป็นการมาร้านนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ โดยรีวิว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ (ผมเขียนไว้แล้วครับ ลอง search ดู) ผมมาตอนเที่ยงวันเสาร์ ซึ่งจะเป็น all-you-can-eat , buffet ในราคา 1,500 บาทโดยประมาณ แต่ในครั้งนี้ผมมาในวันอาทิตย์ ซึ่งถ้าโรงแรม Plaza Athenee, Bangkok เพิ่งจะเพิ่มช่วงเวลาบุฟเฟ่ต์แบบใหม่กับ Atarashi Sunday Brunch (อะตาราชี่ แปลว่า ใหม่) โดยปรับเปลี่ยนเมนูจากวันเสาร์ โดยเพิ่มของเทพ ๆ เข้าไปเช่น ฟัวกราส์, เนื้อวากิว, หอยแครงญี่ปุ่น, กุ้งมังกร และแน่นอนครับเพิ่มราคาด้วย โดยราคาสุทธิจะอยู่ที่ 2,800 บาท กินได้ตั้งแต่ 12.00 - 14.30 โดยประมาณ
เมนู Atarashi Sunday Brunch @ Utage แห่งนี้ จะเป็นประมาณว่าเป็นชื่อรายการวัตถุดิบ แล้วเราสามารถเลือกวิธีการปรุงได้หลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นซาซิมิ, ซูชิ, เทมปุระ, สเต็ก (หรืออาจจะ ชาบู คือผมไม่ได้สั่งแต่เห็นโต๊ะอื่นสั่ง) , sear ซูชิ ประมาณนี้ครับ โดยรายการเด่น ๆ ก็มี Lobster, Hokkigai clams (หอยแครงญี่ปุ่น แพงมาก ตัวละ 800 บาทเฉลี่ย) , Amaebi (กุ้งหวาน ส่วนใหญ่คำละ 100 - 200 บาท) และปูอลาสก้า , Foie gras และเนื้อวากิว ซึ่งแม้ว่ามันจะดูไม่เยอะ แต่แค่ซูชิเนื้อวากิวเนี่ย ส่วนใหญ่ก็คำละ 300 - 400 บาท , ฟัวกราส์ที่ Heiroku Sushi ก็คำละ 200 บาทแล้วป่ะครับ? ดังนั้นราคา 2800 บาทอาจจะไม่แพงก็ได้ถ้ากินเยอะ ๆ และสำหรับผมที่ผมให้คะแนนความคุ้มค่าเต็ม ก็เพราะว่าผมได้ลด 50% เหลือแค่ 1,500 อีกด้วยน่ะสิครับ!!
พวกผมประเดิมอาหารในมื้อนี้ด้วยซาชิมิรวม ประกอบด้วยกุ้งมังกรตัวขนาดมาตรฐาน และปลาฮามาจิ, แซลมอน กุ้งหวานและหอยแครงญี่ปุ่น (เกิดมาก็เพิ่งเคยกินซาซิมิ lobster นี่แหละครับ) เนื้อทุกชิ้นเพียงแค่มองผ่าน ๆ ก็รู้แล้วครับว่าต้องอร่อยแน่ซึ่งหลังจากที่ได้ไล่กินไปทีละคำก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ครับ อร่อยยยยย สดดดดดด ย้าฮู ๆๆๆๆ พอกินซาซิมิไปแป๊บนึง จานแบบสเต็กก็ตามมาต่อครับ ประกอบด้วย กุ้งลายเสือ (ตัวใหญ่กว่ามาตรฐานชอบ ๆ) กุ้งมังกร และก้ามปูอลาสก้าครับ จานนี้ผมรู้สึกว่ามันเป็นลูกเมียน้อยยังไงก็ไม่รู้เพราะถ้าไปกินตามร้านอื่นหรือกินก่อนหน้าจานซาซิมิ ผมก็คงคิดว่าจานนี้อร่อยแล้ว (เนื้อแต่ละอย่าง เต็มปากเต็มคำมากครับ) แต่พอเจอของดิบของโปรดผมตัดหน้าไป จานนี้ก็เลยกลายเป็นธรรมดา ๆ ไปครับ
ซาซิมิ กับสเต็กลองไปแล้ว อย่างที่ 3 แน่นอนว่าต้องเป็นซูชิครับ ซูชิของทางร้าน Utage @ Plaza Athenee แห่งนี้จะปั้นมาค่อนข้างคำเล็กหน่อยครับ แต่ก็ไม่ได้เล็กมาก แค่เล็กกว่าพวกร้านซูชิพรีเมียม ๆ ในไทยเล็กน้อยแค่นั้น ซึ่งคำขนาดนี้ พอผมกินไปกินมา ผมกลับชอบนะครับ และแม้ว่าส่วนใหญ่ซาซิมิที่เมืองไทยจะทำได้ดีกว่า (ซูชิต้องใช้ฝีมือในการปั้นมากกว่าครับ) แต่ซูชิในมื้อนี้ กลับอร่อยกว่าซาซิมิครับ!! (ผมกับเพื่อนเห็นพ้องต้องกัน) ทำให้มื้อนี้ พวกเราจัดซูชิกันค่อนข้างจะหนักครับ ซูชิ ทุกหน้าในมื้อนี้ อร่อยหมดครับ ไม่ว่าจะ ฮามาจิ, กุ้งหวาน, หอยปีกนก, ตับห่าน, เนื้อวากิว, แซลมอน หรืออะไรก็ตามที่จะเอามาทำเป็นหน้าซูชิได้ แต่แน่นอน เมื่อเป็นบุฟเฟ่ต์แล้ว พวกผมก็ต้องกินให้คุ้ม ต้องกินของแพง และพอดี ของแพงมันดันอร่อยด้วยนี่สิครับ พวกผมก็เลยจัด ตับห่าน, วากิว กันไปแทบจะหมดคอกเลยทีเดียว อร่อยยยยยย
อาหารที่เหลือนอกจากนี้ จะออกแนวเป็นตัวประกอบในมื้อนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเทมปุระ (ทั้งผัก และเนื้อสัตว์) , เทปปันยากิ (อันนี้ไม่อร่อยเลยครับ แห้ง -*- และพวกอาหารเส้นต่าง ๆ (คือสั่งแค่โซบะครับ กลัวมาตัดกำลัง) เพราะนอกจากจะสั่งน้อยแล้ว ผมรู้สึกว่ามันไม่มีความอร่อยหรือความเด่นเลย เมื่อเจอ ตัวเอกสัตว์บกและสัตว์ทะเลที่ยกโขยงกันมาทั้งฝูงแบบนี้
แม้ว่าการบริการในมื้อนี้จะมีการตกหล่นไปบ้าง (ออเดอร์หาย, รออาหารนาน, พนักงานไม่ค่อยอยู่ให้เรียก) แต่โดยรวมก็ยังไม่ถึงกับแย่อะไรครับ (ก็แค่สั่งไว้เยอะ ๆ ซะเลยแค่นั้นเอง ฮ่า ๆ ) สรุปกับค่าเสียหาย 1,500 บาทที่ผมเสียไป ผมไม่รู้จะเขียนคำว่าคุ้มสักกี่คำดีมันถึงจะคุ้มกับที่กินเข้าไปจริง ๆ แต่ถ้ากับราคาเต็ม 2,800 บาทนี่คุ้มมั้ย? ผมว่าก็ยังคุ้มอยู่ดีอ่ะถ้าคิดแบบถูก ๆๆๆ เลยว่า กุ้งมังกรตัวนึง 1,000 บาท , ตับห่านชิ้นละ 100 บาท, เนื้อวากิวชิ้นละ 100 บาท คิดแค่นี้ วันนี้ผมก็กินคุ้มแล้วล่ะครับ (ซึ่งจริง ๆ ร้านที่ขาย a la carte ขายแพงกว่านี้มาก ดูเมนูที่ tab menu ของร้านซูชิแพง ๆ ในเว็บได้เลยครับ) ดังนั้น ผมเลยขอมอบคะแนนเต็ม 10 ที่หาได้ยากยิ่งของผมให้ร้าน Utage @ Plaza Athenee Hotel, Bangkok ไปประดับ อีกหนึ่งร้านเลยละกันครับ
ปล. อยากให้มีหอยเม่น, ไข่ปลาแซลม่อนด้วยจัง เพิ่มตังค์อีกก็ได้นะะะะะะะ เจ้านายยยยย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)





































































