BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, January 3, 2014

Tonkotsu Kazan Ramen Bangkok Revew

Tonkotsu Kazan Ramen Bangkok Review

ทงคตสึ คะซัง ราเมน - ร้านราเมน อโศก สุขุมวิท 23 รีวิว



Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3.5/5
Service  3/5
Value   3.5/5

Tonkotsu Kazan Ramen - Ramen Shop on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ร้าน Tonkotsu Kazan Ramen ในรีวิวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านรีวิวน้องใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าร้านนี้เค้าเปิดมานานแล้วรึยัง เพราะเพิ่งจะรู้จักจาโฆษณาไม่นานแล้วพอรู้จักก็รีบชวนแฟนมากินกันเลยทีเดียว (ผมเป็นคอราเมนตัวยง เหอ เหอ) ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างตึก Jasmine City หรือ Jasmine อะไรสักอย่างบริเวณปากซอยสุขุมวิท 23 (ซอยประสานมิตร) ก็ถ้าใครขับรถมาก็จอดรถได้ในตึกเลยประทับของร้านแล้วก็จอดฟรีกันสะดวกโยธินส่วนถ้าใครนั่งรถไฟฟ้ามาอาจจะต้องเดินไกลสักหน่อยเพราะจากป้ายอโศกมาตรงตึกนี้ก็น่าจะสัก 300 -  400 เมตรอยู่

ร้าน Tonkotsu Kazan Ramen นี่เท่าที่อ่านประวัติรู้สึกว่าจะเป็นร้านราเมนเก่าแก่เปิดมาเกิน 50 ปีแล้วมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโอซาก้า และเอกลักษณ์ของที่ร้านนี้ก็คือตัวราเมนภูเขาไฟ (Kazan แปลว่าภูเขาไฟ) ที่ทางร้านนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน ร้านนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีสาขาอยู่เยอะรึเปล่าแต่ถ้าให้เดา มาเปิดสาขาที่ไทยได้ที่ญี่ปุ่นก็น่าจะมีหลายสาขาอยู่ (เหมือนกับร้านอื่น ๆ ในไทยที่ซื้อแฟรนไชส์เข้ามา) เส้นราเมนของร้านนี้เค้าบอกว่ามีให้เลือก 2 แบบ (เป็นเส้นทำเองทั้งหมด) เส้นใหญ่กับเส้นเล็ก ส่วนน้ำซุปของร้านนี้ตัว base ก็จะเป็นน้ำซุปกระดูกหมูที่ทางร้านดูจะภูมิใจเอามาก ๆ และก็ไปปรุงแต่งรสเพิ่มเติมเอามาเป็น Tonkotsu โน่น Tonkotsu นี่ให้ครบตำรับความเป็นราเมนนั่นเอง (เช่น shoyu, miso, shio อะไรพวกนี้)




อาหารของร้านนี้นอกจากราเมนแล้วก็มีพวกอาหารกินเล่นตามสไตล์ร้านราเมนอีกเล็กน้อย พวกเกี๊ยวซ๋า, ไก่คาราเกะ, ปีกไก่ทอด อะไรพวกนี้ร้านนี้มีครบครันไม่น้อยหน้าร้านราเมนอื่น ๆ และก็มีการจัด set ราเมนไปเข้าคู่กับของกินเล่นให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าขึ้นมาเหมือนกับหลาย ๆ ร้านช่วงหลัง รวมถึงราเมนเองก็มีให้เลือกว่าจะเอาขนาดชามเล็กหรือชามใหญ่ ซึ่งข้อนี้อาจจะไม่ค่อยแปลกนักแต่คือ เท่าที่ถามพนักงาน ชามเล็กกับชามใหญ่นั้นไม่ได้ต่างกันแค่ปริมาณเส้นเท่านั้นแต่จะต่างกันที่ปริมาณพวกเครื่องเคียง, topping อื่น ๆ ด้วย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เรียกว่าแปลกดี สั่งชามใหญ่ก็ดูจะคุ้มกว่าชามเล็กในขณะที่ถ้าเป็นร้านอื่นใครที่ไม่อยากกินเส้นเยอะสั่งชามเล็กก็น่าจะคุ้มกว่า ส่วนราคาก็ค่อนข้างจะเหมือน ๆ กับร้านอื่นในละแวกใจกลางเมืองกรุงเทพนี้ล่ะครับ ช่วงอาจจะกว้างหน่อยคือเริ่มต้นที่ 119 บาท แต่ราคาโดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ 200 บาทโดยประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวราเมนเรือธงของทางร้าน - ราเมนภูเขาไฟนี่ชามปกติอยู่ที่ 249 บาทกันเลยทีเดียว







Kazan Shoyu (คะซังโชยุ ราเมนภูเขาไฟน้ำซุปกระดูกหมูรสซีอิ๊วญี่ปุ่น - Kazan-style ramen original tonkotsu broth enhanced with special blended soy sauce paste - 249 บาท): แน่นอนครับ ผมคงไม่สามารถอดใจที่จะสั่งราเมนภูเขาไฟของทางร้านได้ ทางร้านยกชามราเมนมาเสิร์ฟพร้อมถาด ราเมนชามใหญ่มากและมาในชามหินภูเขาไฟชามยักษ์ที่แค่ตัวชามเองผมว่าก็น่าจะแพงอยู่พอสมควรล่ะ พอยกมาเสร็จพนักงานก็เทน้ำซุปร้อน ๆ ลงไปในชาม ปิดฝาครอบแบบมีปล่องแล้วมันก็เกิดไอน้ำพวยพุ่งออกมาอารมณ์คล้าย ๆ ภูเขาไฟกำลังลุกไหม้จริง ๆ แล้วพอผ่านไป 1 นาที (มีนาฬิกาทรายจับเวลา) พนักงานก็จะมาเปิดเอาฝาครอบออกแล้วก็เติมน้ำซุปลงไปจนเกือบ ๆ จะเต็มชามก็เป็นอันพร้อมที่เราจะกินเจ้าราเมนภูเขาไฟชามนี้กันล่ะ

- ตัวน้ำซุป อร่อยเข้มข้นดีครับ ตัวรสชาติน้ำซุปกระดูกหมูนี่ค่อนข้างชัดเจนจนเรียกได้ว่าแทบจะกลบความเป็นโชยุไปหมดสิ้นเลย
- เส้นในชามนี้รู้สึกวาทางร้านจะมีชื่อเรียกเฉพาะอยู่ผมจำไม่ได้ว่าอะไร มันจะเป็นเส้นที่ใหญ่กว่าเส้นปกติหน่อย จะหนึบกว่าเส้นปกติ เวลาคืบก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกันที่จะคืบได้คำโต ๆ
- ตัวเนื้อหมูชาชูแผ่นใหญ่, หนา และเลือกเป็นส่วนติดมันกับเนื้อมาอย่างละครึ่ง ๆ อร่อยใช้ได้ครับ ถือว่าทำได้ดีกว่าหลาย ๆ ร้าน
- เครื่องเคียงอย่างอื่นก็จะเป็นพวกผักกะหล่ำปลี, ถั่วงอก, พริกหวาน อะไรพวกนี้ มันก็คือผักน่ะครับไม่มีอะไรมาก
- คือเอาจริง ๆ แล้วชามนี้ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่อง ความแปลกไม่เหมือนใครนะ แต่เอาจริง ๆ แล้วขอพูดเลยว่า "(แม่ง) กินยาก (ชิบหอย) มากเลย คือแบบราเมนมันร้อนตลอดเวลาเพราะเจ้าชามหินภูเขาไฟนี่ และคือไม่ได้ร้อนเฉย ๆ ร้อนจนลวกปาก ขนาดผมผู้ซึ่งไม่ค่อยจะมีปัญหาเรื่องกินของร้อน ๆ ยังกินไม่ค่อยได้เลย (แฟนผมกินเข้าไปคำแรกแทบจะบ้วนออกมาไม่ทัน) คือแบบรอแล้วรอเล่ากว่าราเมนจะเย็น กว่าจะกินหมดเหนื่อยครับเพราะต้องค่อย ๆ กิน และเส้นราเมนตอนหลัง ๆ นี่ก็จะไหม้ ๆ ติด ๆ กับตัวชามหินไปแล้ว (ไม่รู้อันนี้จงใจให้เป็นแบบนี้รึเปล่า) คือโอเคถ้ากินตอนหน้าหนาวที่ญี่ปุ่นก็คงจะเหมาะดี (อาจจะเย็นเร็วกว่านี้) แต่สำหรับผม .. แม่งโคตรเพลียเลยกว่าจะกินหมด ฮ่า ๆ

Tonkotsu Karamiso Ramen (คารามิโซะ ราเมน ราเมนน้ำซุปกระดูกหมูรสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นแบบเผ็ด - Original tonokotsu broth enhanced with special blended spicy miso paste - 119 บาท): ชามนี้ของแฟนผม มาชามไม่ได้เล็กอะไรมาก ถ้าเป็นร้านอื่นนี่เป็นชามปกติได้สบาย ๆ เลย (ของผมกลายเป็นชามยักษ์ของร้านอื่น) รสชาติน้ำซุปคล้าย ๆ กับของผม น้ำซุปกระดูกหมูเด่น แต่ว่าเจ้า karamiso ที่ใส่มาในชามนี้นั้นเด่นไม่แพ้กันเพราะว่ามันเผ็ดนำ เปรี้ยวตาม ผสมผสานกับความหอมของน้ำซุปกระดูกหมูได้อย่างลงตัว ตัวเส้นราเมนแฟนผมเลือกเส้นเล็กซึ่งผมชอบกว่าเส้นใหญ่ ส่วนอย่างอื่น ๆ ก็เหมือน ๆ กับชามผมครับไม่มีอะไรมาก







นิทามาโกะ (ไข่ต้มปรุงรส Flavoured egg - 29 บาท): กินราเมนไม่มีไข่ยางมะตูมคงจะไม่ได้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมเจ้าชามราเมนภูเขาไฟถึงไม่ให้มาให้ด้วย ไข่ร้านนี้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากครับเหมือน ๆ ร้านอื่น

เกี๊ยวซ่าทอด (Yaki Gyoza - fried dumpling 6 ชิ้น - 79 บาท): เกี๊ยวซ่าจานนี้มาพร้อมในเซ็ต รสชาติก็ธรรมดา ๆ เช่นกัน ถือว่าทำได้ดีกว่าหลาย ๆ ร้านที่ไม่ใช่ร้านญี่ปุ่นแท้ ๆ แต่พยายามทำเกี๊ยวซ่าขาย (ไม่เข้าใจว่ามันทำยากขนาดนั้น?) แต่ว่าร้านญี่ปุ่นแท้ ๆ หลาย ๆ ร้านก็ทำได้ดีกว่าของร้านนี้เหมือนกันครับ

สรุป ร้าน Tonkotsu Kazan Ramen หรือร้านราเมนภูเขาไฟ ณ ตึก Jasmine สุขุมวิท 23 แห่งนี้ ผมว่ามีดีที่ความคุ้มค่า ราเมนชามใหญ่ (ยักษ์) ให้เยอะกว่าร้านอื่น ๆ แบบชัดเจน , มีดีที่ความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ส่วนรสชาตินั้นผมว่ายังไม่ได้เทพเลิศเลออะไรมากนัก โอเคมากินอีกรอบได้มั้ย? มาได้ แต่ถ้าให้นึกถึงร้านราเมนลำดับต้น ๆ ที่ผุดออกมาจากก้อนเมฆในสมอง ก็มีหลายร้านที่อยู่เหนือร้านนี้ล่ะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Thursday, January 2, 2014

ข้าวต้มเจ๊ใส พัฒนาการ รีวิว

ข้าวต้มเจ๊ใส - ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ข้าวต้มกุ๊บ อาหารไทย อาหารจีน พัฒนาการ รีวิว



Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  3/5
Service  4/5
Value   5/5

ข้าวต้มเจ๊ใส - ร้านข้าวต้ม on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



วันก่อนมีโจทย์จากเพื่อนตัวอ้วนผมมาว่า "อยากกินข้าวต้มกุ๊ยร้านที่ไม่เคยกินมาก่อน" ผมก็เลยพอจะนึกขึ้นมาได้ว่าแถวพัฒนาการตอนปลาย ๆ ที่เลยเมืองทองธานี 3 ไปหน่อยจะมีร้านข้าวต้มตั้งเรียง ๆ กันอยู่ว่าแล้วผมก็เลยชวนเพื่อน ๆ ขับรถลองไปหาร้านเอาดาบหน้ากันดูพอขับไปถึงก็เจอร้าน "ข้าวต้มเจ๊ใส" ในรีวิวนี้ตั้งอยู่ร้านแรกเลย และพอชำเลืองเข้าไปเห็นลูกค้าเยอะดี นั่งกันอยู่ 6-7 โต๊ะก็เลย เอาวะชวนเพื่อน ๆ กินร้านนี้กันเลยละกัน

ร้านนี้ตั้งอยู่ปากซอยพัฒนาการพัฒนาการ 53/1 ฝั่งตรงข้ามจะเป็นสนามบอล & community mall อะไรสักอย่างที่ผมจำชื่อไม่ได้ก็เรียกได้ว่าหาไม่ยากครับ เพราะว่าไฟของร้านนี้ก็สว่างโดดเด่นด้วย ร้านนี้ก็เป็นร้านข้าวต้มกุ๊ยห้องแถวแบบบ้าน ๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น มีครัวเปิด (เปิดจริง ๆ ติดกับโต๊ะลูกค้าเลย) , โต๊ะแบบบ้าน ๆ ทั้งในตัวร้านและริมถนนบนฟุตบาธเลย ส่วนอาหารของทางร้านก็บ้าน ๆ ทั่ว ๆ ไปไม่มีอะไรมากเป็นอาหารแนวร้านข้าวต้มทั่ว ๆ ไป อาหารไทย-จีน ตามสั่งง่าย ๆ อะไรแบบนั้น แต่ที่แอบพิเศษกว่าร้านอื่นเล็กน้อยสำหรับร้าน "ข้าวต้มเจ๊ใส" แห่งนี้ก็คือมีเมนู signature หลายรายการที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหน ราคาอาหารก็ไม่ค่อยแพงสักเท่าไรครับส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 60 - 100 บาทโดยประมาณ อืม อ้อจุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้คือ "อาหารเร็วมาก" แม้ว่าลูกค้าจะเยอะ แม้ว่าอาหารที่พวกผมสั่งก็ค่อนข้างเยอะแต่รอแปบเดียวก็มาเต็มโต๊ะแล้ว ก็มาไล่เรียงอาหารกันไปเลยละกันครับ 8 อย่าง



เบียร์สิงห์ - 90 บาท: ถ้าเบียร์อันนี้เป็นเบียร์ปกติผมคงไม่เขียนหรอกแต่คือร้านนี้ทำมาพิเศษคือเอาแก้วแช่แข็งมาให้ด้วยแก้วคือมาแบบเย็นเจี๊ยบ ไอน้ำเกาะ มีน้ำแข็งเป็นก้อนอยู่ด้านล่างและก็มาแบบเป็นแก้วดื่มโอเลี้ยง, ดื่ม ชากาแฟแบบไทย ๆ ด้วย เป็นแก้วที่ให้อารมณ์มาก ๆ เลย และพอได้แก้วเย็นเจี๊ยบแบบนี้ด้วย เบียร์ขวดนี้เลยแอบฟินกว่าปกติไปโดยปริยาย

ทะเลผัดผงกะหรี่ - 80 บาท: จานนี้ทีเด็ดที่สุดในมื้อเลย ผงกะหรี่ผัดมาได้กลมกล่อมมาก ๆ ระดับเดียวกับพวกภัตตาคารอาหารจีนเหลาก็ไม่ปาน ตัวเครื่องอาหารทะเลก็ให้มาค่อนข้างเยอะค่อนข้างครบ ปลาหมึก, ปลา, กุ้ง ให้มาครบเลย จานนี้พวกผม 5 คนเห็นตรงกันว่าอร่อยที่สุดในมื้อล่ะ






ไส้พะโล้ - 60 บาท: ไส้เหม็นครับล้างมาไม่ดี และก็ไส้ในแอบมีแบบอะไรแข็ง ๆ คล้าย ๆ เม็ดทรายด้วย ไม่ค่อย work เท่าไรจานนี้

เยื่อไผ่ตุ๋นยาจีน - 60 บาท: มาร้อน ๆ เยื่อไผ่ให้มาน้อยไปหน่อยแต่ก็แลกมากับซี่โครงหมูที่ให้มาค่อนข้างเยอะ ตัวน้ำซุปรสชาติค่อนข้างดีเลย ซดกันเพลิน





กระเพาะปลาผัดพริกเผา - 100 บาท: จานนี้เห็นหน้าตาแว่บแรกนึกว่าเป็นไก่ผัดเม็ดมะม่วง เพราะว่ามันช่างเหมือนกันซะเหลือเกิน แต่พอพินิจดูดี ๆ ได้ลองเขี่ย ๆ ดูถึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย กระเพาะปลานั้นให้มาค่อนข้างน้อย มีแต่ผัก ผัก และผักซะส่วนใหญ่ ส่วนรสชาตินี่ก็มาจัดจ้านตามสไตล์พริกเผาดีแต่ผมว่ามันไม่ค่อยเข้ากันกับกระเพาะปลาสักเท่าไรนะครับ จานนี้ไม่ค่อยผ่าน

หมูสับผัดหนำเลี๊ยบ - 60 บาท: รสชาติยังไม่ค่อยเข้มข้นสักเท่าไร ขาดความเป็นหนำเลี๊ยบไปพอสมควร มีดีที่ให้มาเยอะครับจานนี้ เยอะกว่าหลาย ๆ ที่เลย






ยำปลารากกล้วยทอดกรอบ - 70 บาท: จานนี้เจ๋งดีไม่เคยเจอที่ไหน ปลารากกล้วยให้มาไม่ค่อยเยอะแต่ก็มาตัวใหญ่ ๆ และก็ทอดมากรอบดี ส่วนรสชาตการยำนี่กำลังดีเลยล่ะครับ ไม่ได้ไปทำลายรสชาติของตัวปลารากกล้วยแต่กลับทำให้มันอร่อยขึ้นมาด้วยซ้ำ ปกติผมเคยกินแต่ปลารากกล้วยทอดเฉย ๆ พอมากินแบบนี้แล้วก็แบบเอ้อเจ๋งไปอีกแบบ

ยำผักบุ้งกรอบ - 60 บาท: อีกหนึ่งทีเด็ดของมื้อนี้ ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนอีกแล้วกับยำผักบุ้งกรอบหน้าตาแบบนี้ ที่แบบไม่ได้ไปชุบแป้งทอดมาแล้วทอดมาเป็นปล้อง ๆ จานนี้เหมือนจะแบบเอาตัวใบผักบุ้งไปชุบแป้งแล้วก็ทอดแทน ก็เลยให้ feeling ที่ไม่ค่อยเหมือนเคยกินมาสักเท่าไร ส่วนรสชาติน้ำยำก็ได้มาตรฐานดีครับ เปรี้ยว เผ็ด กลมกล่อมลงตัว จานนี้เป็นอีกจานที่พวกผมชอบกัน







ปากเป็ดทอด - 70 บาท: ปากเป็ดอันใหญ่ดีครับและก็ให้มา 6 อันแน่ะ อันละ 11 บาทกว่าเอง ทอดมากรอบดี กินได้หมดทุกส่วนตั้งแต่จงอยปาก, โคนปาก หรือพูดอีกแบบคือกินได้เกลี้ยงเลย ปรุงรสมาดีครับ เค็มนำ ๆ เป็นจานปิดท้ายที่ลงตัวดีมาก

สรุป ร้าน "ข้าวต้มเจ๊ใส" ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง - อาหารตามสั่งร้านนึงก็ถือว่าเป็นร้านที่พวกผมค่อนข้างโชคดีที่ได้มากินโดยไม่ได้เสาะหาข้อมูลอะไรมาก่อนแต่ได้ร้านที่คุณภาพค่อนข้างดีเลย ราคาไม่แพง, รายการอาหารเยอะ และก็อาหารรวดเร็วดี ใครกำลังมองหาอาหารมื้อดึกราคาไม่แพง มาจัดร้านนี้กันได้เลยครับ


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Wednesday, January 1, 2014

Shin Kai Sushi - Japanese Restaurant Review

Shin Kai Sushi - Japanese Restaurant at J-Arena Review

ชินไค ซูชิ - ร้านอาหารญี่ปุ่น เจ อารีนา ถนนราชพฤกษ์ รีวิว



Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3.5/5
Service  3/5
Value   3/5

Shin Kai - Japanese Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ฝั่งธนเป็นย่านที่ไม่ค่อยจะมีร้าน Sushi อยู่สักเท่าไร หรือเอาจริง ๆ ก็คือร้านที่ผมรู้จักนั้นมีอยู่แค่ 2 ร้านแค่นั้นเองนั่นก็คือร้าน Edo Sushi ที่ตั้งอยู่ที่ The Circle - ราชพฤกษ์และผมเคยรีวิวไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน และร้านที่ 2 ก็เป็นร้านในรีวิวนี้กับร้าน Shin Kai อีกหนึ่งร้านซูชิเฉพาะทางในย่านฝั่งธน ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณ J Arena ห้าง community mall เล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้าง The Circle เลยหาไม่ยากใครขับผ่านเส้นนี้น่าจะพบเจอกันได้ง่าย ๆ

คำว่า Shin Kai นั้นแปลได้ว่าทะเลลึก และที่ทางร้านนำชื่อนี้มาตั้งเพราะว่าวัตถุดิบหลาย ๆ อย่างของร้านนี้ก็ล้วนแต่มาจากทะเลน้ำลึกแทบทั้งนั้น ก็เป็นชื่อร้านที่ค่อนข้างตั้งได้แบบแฝงความหมายได้ดีนะครับ บรรยากาศของร้านนี้ก็ค่อนข้างจะคล้าย ๆ ร้านซูชิเฉพาะทาง, sushi bar ที่มีกันค่อนข้างเยอะในกรุงเทพอยู่พอสมควร คือร้านจะเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่นักจุลูกค้าได้ประมาณ 40 คนและก็แบ่งที่นั่งเป็น Sushi Bar กับที่นั่งแบบปกติในสัดส่วน 2:5 โดยประมาณ (เอาจริง ๆ แล้วผมไม่ค่อยเห็นลูกค้าคนไทยนั่งกินที่เคาน์เตอร์กันสักเท่าไรเลยนะ แต่ก็ยังเห็นร้าน sushi หลาย ๆ ร้านทำเคาน์เตอร์กัน อืม) บรยากาศร้านค่อนข้างจะตกแต่งให้มีความญี่ปุ่นพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ญี่ปุ่นจ๋า มีความ modern แฝงอยู่บ้างพอสมควร




อาหารของทางร้านนี้ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างคล้าย ๆ กับร้านซูชิเฉพาะทางหลาย ๆ ร้านในฝั่งพระนครพอสมควร อาหารแบ่งออกได้เป็นพวก Sushi & Sashimi & Roll ที่จะมีทั้งแบบ traditional และแบบ contemporary ที่ทางร้านคิดหน้าตาคิดสูตรกันเอาเอง และอีกพวกนึงก็คืออาหารญี่ปุ่นแบบ a la carte ทั่ว ๆ ไปที่จะมี salad, steak, อาหารปิ้งย่าง อะไรพวกนี้ไว้บริการ คือพูดอีกนัยนึงก็คือร้านนี้ไม่ได้เป็นร้านแบบที่เน้นขายแต่ sushi แบบบางร้าน คือมีอาหารจากครัวร้อนไว้ให้ลูกค้าเลือกสรรด้วย เพราะเท่าที่รู้มาไม่ใช่ว่าลูกค้าคนไทยจะสามารถกินอาหารจากครัวเย็นจนเต็มกระเพาะกันได้ทุกคน ส่วนใหญ่จะต้องมีอาหารร้อน ๆ มาช่วย balance กระเพาะด้วยอะไรแบบนั้น ราคาอาหารของร้าน Shin Kai Sushi แห่งนี้ก็ค่อนข้างจะสูสีกับร้านอื่น ๆ ในเมืองนะครับไม่ได้หนีกันมากมากินกันแบบจัดหนักจัดเต็มก็น่าจะอยู่ที่ 1,000 - 1,500 บาท/คน โดยประมาณ และก็ เชฟของทางร้าน Shin Kai Sushi แห่งนี้ก็มีหลายคนและล้วนแล้วแต่เป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เคยทำงานที่ร้านอื่นมาก่อนแล้ว หลาย ๆ เมนูของทางร้านก็ได้เชฟเหล่านี้คิดค้นกันขึ้นมาใหม่ด้วย

อาหารในมื้อนี้ก็มีทั้งหมด 4 อย่างครับมาไล่เรียงกันตามลำดับที่ได้รับเลยดีกว่า





Shin Kai Sushi (8 อย่าง - 1,500 บาท) ซึ่งใน 8 อย่างนี้ก็ประกอบไปด้วยซูชิดังนี้

- Otoro Aburi หรือท้องปลาทูน่าเผา เผามากำลังดีครับ หอมใช้ได้ แต่เหมือนเนื้อจะไม่ค่อยละลายในปากสักเท่าไรไม่แน่ใจว่าไขมันโดน burn เยอะเกินไปรึเปล่า
- Hamachi Saikyo หรือปลาฮามาจิแบบเผาป้ายมาด้วย saikyo miso คำนี้เป็นอะไรที่แปลกดีครับไม่เคยเจอที่ไหน เนื้อปลาให้ผิวสัมผัสต่างจากแบบดิบ แต่ยังคงนุ่มอร่อยดีและได้รสจัดจ้านจาก saikyo miso ที่ป้ายมาด้านบนแบบค่อนข้างชัดเจน
- Salmon Spicy หรือ ปลาแซลมอนนำไปเผา(อีกเช่นกัน) และก็ป้ายมาด้วย miso ธรรมดา คำนี้หอมมันได้ความเปรี้ยวเล็ก ๆ จาก miso มาทำให้รสชาติซับซ้อนขึ้นมา ก็อร่อยไปอีกแบบนะครับ
- Hotate Cheese หรือ หอยเชลล์โปะด้านบนมาด้วยชีสและไข่กุ้ง ก็เป็นอีกหนึ่งคำที่ mix & match มาได้ค่อนข้างลงตัว ตัวหอยนั้นหวานและนุ่มอยู่แล้ว ชีสกับไข่กุ้งมาช่วยเพิ่มความมัน เพิ่มความนัวเพิ่มเติมเข้าไป
- Foie Gras  หรือ ตับห่าน คำนี้ไม่มีอะรมากครับก็แค่ตับห่านนำไป burn แค่นั้น คำนี้ยังไม่ค่อยโดน กินแล้วตับยังไม่ค่ยอละลายในปากสักเท่าไร คือเห็นหน้าตาของตับห่านตั้งแต่ก่อนกินก็แบบแอบสงสัยล่ะว่าทำไมฝ่อ ๆ เหี่ยว ๆ กว่าปกติ อืม คือแบบมันไม่เต่ง ๆ เหมือนคำที่อร่อย ๆ ที่ผมเคยกินมาน่ะครับ
- Ikura หรือ ซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอน คำนี้ค่อนข้างมาตรฐานไม่มีอะไรมาก ให้ไข่มาเยอะกว่าที่อื่นเล็กน้อย
- Enkawa Ponzu หรือ ครีบปลาตาเดียว คำนี้ทางร้านราดซอส ponzu มาให้เลยไม่ได้แยกมาให้จิ้มเพิ่มเติมเหมือนกับหลาย ๆ ร้านที่ผมเคยเจอมา รสชาติก็เป็นเอ็นกาวะมาตรฐานดีครับ มัน ๆ ละลายในปากหน่อย ๆ เปรี้ยวนิด ๆ จาก ponzu เป็นอะไรที่ใช่เลย
- Kobe Teri  หรือ เนื้อ Kobe นำไปเผาเล็กน้อยและก็ราดซอส teriyaki มา เนื้อนุ่มละลายในปากดีครับ ตัวซอสก็หวานกำลังดีช่วยเพิ่มความอร่อยในแต่ละคำที่กินได้เป็นอย่างดี

Matzusaka Sumo - 400 บาท: ซูชิ signature ของทางร้านเป็นการนำเนื้อ Matzusaka แผ่นค่อนข้างใหญ่มาวางโปะลงบนข้าวปั้นคำนึงและก็ราดซอสที่จะคล้าย ๆ โชยุผสมกับเทอริยากิมาแบบเกือบ ๆ ท่วม แน่นอนครับคำนี้เนื้อมัตสึซากะไม่ทำให้คุณผิดหวังอยู่แล้ว นุ่มอร่อยละลายในปาก แต่ผมว่าคำนี้น่าจะดีกว่านี้ถ้าแบบตัวข้าวนั้นเสิร์ฟมาแบบร้อน ๆ ด้วย มันคงจะให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กินข้าวหน้าเนื้อที่แบบข้าวร้อนเนื้อร้อนแล้วมันจะทำให้อร่อยไปด้วยกันทั้งคู่อะไรแบบนั้น (อันนี้เหมือนกัดไปที่ข้าวแล้วมันเย็น ๆ ขัดกับตัวเนื้อน่ะครับ)







สเต็กปลาหิมะ (Snow Fish Steak - 420 บาท): ปลาหิมะชิ้นค่อนข้างใหญ่ มาในราคาที่ไม่ค่อยแพงนัก ไม่ถึง 500 บาทดี ตัวปลาหิมะย่างมาค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบดีครับ ผิวเกรียมเนื้อยังคงนุ่มอยู่ แต่เหมือนรสชาติการหมักการปรุงรสปลานั้นมันจะเค็มไปหน่อย กลายเป็นว่าความเนียน ความละมุนของเนื้อปลานั้นไม่โดดเด่นเหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่ผมเคยกินสเต็กปลาหิมะดี ๆ มาเลยผักที่ให้มาด้วยกันค่อนข้างให้มาเยอะเป็นผักและเห็ดผสม ๆ กันซึ่งก็สดดีอร่อยดี ช่วยเติมเต็มจานนี้ได้อย่างลงตัว

สลัดชินไค (Shin Kai Salad - 450 บาท): มื้อนี้ตบท้ายด้วยสลัดที่ไม่เหมือนใครด้วยสลัดในชามเปล ชามยักษ์ด้านบนโปะมาด้วย seafood หลากหลายหน้าประกอบด้วย ไข่ปลาแซลมอน, ปลาแซลมอน, หอยปีกนก, ปลาทูน่า, ปลาหมึกยักษ์ และปลากะพง ส่วนด้านล่างก็จะเป็นผัก green oak และ red oak และเสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด 2 แบบน้ำสลัดงาและน้ำสลัดหัวหอม จานนี้เป็นสลัดที่ค่อนข้างทำได้ดีมากในหลาย ๆ ด้านครับ อย่างแรกเลยคือความคุ้ม คุ้มค่าจริง ๆ กับ 450 บาทแต่ได้อะไรมาขนาดนี้ อย่างที่สองคือรสชาติ ตัวน้ำสลัดนั้นอร่อยทั้ง 2 แบบ ผมเทแต่ละอย่างลงฝั่งละครึ่งนึงของจาน น้ำสลัดกลมกล่อมดึงความอร่อยของผักออกมาได้ดีจริง ๆ ส่วนตัวพวก seafood ทั้งหลายแหล่ก็สดอร่อยเช่นเดียวกัน จานนี้สมกับที่เอาชื่อร้านมาตั้งเป็นชื่อเมนูเลยครับ เยี่ยมเลย





สรุป ร้าน Shina Kai Sushi ณ J Arena ถนนราชพฤกษ์แห่งนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นร้านซูชิ-ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจะครบเครื่องเลย อาหารมีให้เลือกครบครันทั้งครัวเย็นและครัวร้อน, มีหลาย ๆ เมนูที่เป็น signature dishes ที่ทางร้านคิดขึ้นมาเองและควรค่าแก่การมาลิ้มลอง ใครที่บ้านอยู่แถวฝั่งธน หรืออยู่แถวถนนราชพฤกษ์และขี้เกียจจะถ่อไปกินซูชิดี ๆ ในฝั่งพระนคร และยังไม่รู้จักร้านนี้ก็มาลิ้มลองกันได้ครับ ของดี คุ้มค่า ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน เดินทางไปไกล ๆ ต้องมาจัดที่ Shin Kai แห่งนี้เลย




--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...