7Th Street - Thai Fusion Pub & Restaurant at Mega Bangna, Bangkok
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 3.5/5
Service 3.5/5
Value 3/5
7Th Street - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
ห้าง Mega Bangna ห้างขนาดอภิมหายักษ์ห้างใหม่ในย่านบางนาก็จะมีโซนร้านอาหารอยู่โซนนึงที่จะเป็นที่รวบรวมร้านแนวนั่งดื่ม นั่งชิลล์ อยู่ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโซนนี้เรียกว่าโซนอะไร แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Restaurant Wing หรือปีกร้านอาหาร ที่ทอดยาวประมาณเกือบครึ่งกิโลและมีร้านอาหารอยู่ร่วม ๆ 100 ร้าน โดยโซนนี้จะมีน้ำพุอยู่ตรงกลางและก็ร้านรายล้อมอยู่เป็นดาวล้อมเดือน ส่วนร้านในรีวิวฉบับนี้ก็เป็นร้านที่อยู่ริมสุดของโซนนี้เลยกับร้าน 7th Street - ร้านแนว Pub & Restaurant ที่กำลังเป็นที่นิยมกันมากในพ.ศ.นี้นั่นเอง
ร้าน 7th Street แห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของหุ้นส่วน 7 คนที่ประกอบอาชีพแตกต่างกัน 7 อาชีพ แต่ว่าด้วยใจรักการสังสรรค์ และอยากจะมีร้านอาหารไว้เป็นที่พบปะนัดเจอกันระหว่างกลุ่มเพื่อนก็เลยรวมตัวกันเปิดร้านแห่งนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา ในตอนแรกทางร้านไม่ได้คาดหวังอะไรว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอะไรมากนักแต่เนื่องด้วยความพิถีพิถันและใส่ใจในหลาย ๆ อย่างของทางร้าน ทำให้ร้าน 7th Street แห่งนี้ในปัจจุบันขายดีเป็นอันดับที่ 3 ในโซนร้านแนว Chill , Pub & Restaurant ใน Mega Bangna ไปเรียบร้อยแล้ว (ทางร้านบอกว่าที่ขายดีน้อยกว่าอันดับ 1 Wine Connection และอันดับ 2 Wine I Love You เพราะว่า 2 ร้านนี้อาหารจะออกเร็วเนื่องจากมีครัวกลาง แต่ว่าที่ร้าน 7th Street แห่งนี้จะทำอาหารเองที่ครัวหมดอาหารก็เลยจะช้ากว่า แต่ก็พิถีพิถันกว่า และอร่อยกว่าด้วยประการฉะนี้นี่เอง)
เครื่องดื่มของร้านนี้ก็ตามประสาร้านแนว Pub & Restaurant เลยครับมีให้เลือกครบครันที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะไวน์, เบียร์, เหล้า, cocktail มีให้ครบหมดเลย เครื่องดื่มที่ผมว่าร้านนี้เด่นก็น่าจะเป็นตัว draft beer หรือเบียร์สด ที่ทางร้านมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อมาก ทั้ง Stella Artois, Hoegaarden, Leffe, Paulaner และถ้ายังไม่หนำใจกับเบียร์สดทางร้านก็ยังมีเบียร์ขวดนำเข้าอีกหลากหลายยี่ห้อด้วย และเหมือนทางร้านจะรู้ว่าเบียร์เป็นจุดขายของตัวเองก็เลยมี Happy Hour ไว้คอยบริการลูกค้านักดื่มทุกคนอยู่
Happy Hour ของทางร้านคือ Buy Big 2 Get 1 Small สำหรับ Hoegaarden, Stella, Leffe, Schneider, Paulaner ตั้งแต่ตอนร้านเปิดจนถึงสามทุ่มของทุกวัน (17.00 - 21.00)
ส่วนอาหารของทางร้าน 7th Street แห่งนี้ก็จะเป็นแนว Thai - Fusion กับอาหารตะวันตก หรืออาหารพิมพ์นิยมของร้านแนว Pub & Restaurant ใน พ.ศ.นี้นี่เอง ราคาอาหารของร้านนี้ผมว่าไม่ค่อยแพงเท่าไร ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 150 - 300 บาทโดยประมาณ แต่เมื่อบวกกับ vat และ service charge เข้าไป ราคาก็เลยอาจจะดูสูงเล็กน้อย แต่รวม ๆ ผมว่าก็ถือว่ากว่าร้านแนวนี้ในเมืองหลาย ๆ ร้านเลยนะ
อาหารในมื้อนี้ก็ตามนี้เลยครับ
ขาหมูเยอรมัน (German Pork Knuckle - 357 บาท) - เป็นขาหมูชิ้นใหญ่ ก้อนใหญ่ ที่ทอดมาได้ผิวและหนังกรอบกำลังดีมาก ส่วนตัวเนื้อด้านในก็ฉ่ำอร่อย และเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้ม 2 รสชาติ เป็นน้ำจิ้มเปรี้ยวและเผ็ด กับ น้ำจิ้มที่คล้าย ๆ น้ำเกรวี่ และก็ยังมาพร้อมกับ ซาวเคราส์ที่ทำเอง (อร่อยดี) และมันบดที่ทำเอง ที่มีการใส่น้ำมันทรัฟเฟิลเข้าไปให้มีกลิ่นหอม ๆ เตะจมูก แต่น่าเสียดายที่มันบดแห้งไปหน่อย อย่างไรก็ตามตัวพระเอกของจาน หรือ ขาหมู นั้น อร่อยดีครับ เพื่อนตัวอ้วนผมที่ไปด้วยกันบอกว่าเนื้อเหนียวไปหน่อย แต่ผมว่าอร่อยกำลังดีแล้วล่ะ
ปูนิ่มพริกเกลือ (Soft shell crab with chilli and salt - 217 บาท) (ปูนิ่มตัวโตคัดพิเศษทอดกรอบก่อนนำมาคั่วพริกและเกลือหอมจัดจ้านหยุดไม่อยู่) : จานนี้อร่อยที่สุดในมื้อนี้แล้วล่ะครับ ปูนิ่มมาตัวใหญ่ตามที่โฆษณาจริง ๆ และให้มาเยอะ ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มในกำลังดี จานนี้ผมกับเพื่อนนี่แทบจะแย่งกันกินเลยล่ะครับ แปบ ๆ หมดเลย อร่อยจริง ๆ
ยำวุ้นเส้นทะเลเดือด (Spicy bean noodle seafood salad - 147 บาท) : เป็นยำวุ้นเส้นที่ค่อนข้างมาตรฐาน ครับ อาจจะโดดเด่นหน่อยตรงที่ให้ seafood มาเยอะดี (ให้เป็นกุ้งลายเสือตัวใหญ่มา) แถมยังมีหอยตลับอีกด้วย รสชาติการยำก็ได้ความเผ็ด, ความเปรี้ยวกำลังดี แต่จานนี้น่าจะอร่อยกว่านี้มากถ้าเลือกตัววุ้นเส้นที่มันหนึบ ๆ กว่านี้ เหนียว ๆ กว่านี้ ตัววุ้นเส้นที่ทางร้าน 7th street ให้มามันออกแนวเป็นเส้นลื่น ๆ แห้ง ๆ ไปหน่อยครับ
สเต็กปลาแซลมอนครีมซอส (Salmon steak cream sauce - 277 บาท) : ตัวเนื้อปลาแซลมอนอร่อยดีครับ ช่วงหลัง ๆ นี้แม้ว่าจะเจอเมนูเสต็กปลาแซลมอนบ่อย แต่ว่าเมนูพบเจอบ่อยนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะทำมาได้อร่อยเหมือนกันครับ ซึ่งร้าน 7th Street แห่งนี้ทำมาได้อร่อยดีทีเดียวเลย Salmon มาแบบยังไม่สุกมาก medium rare ค่อนไปทาง well-done ตัวผักโขมที่ให้มาก็รสชาติดี แต่ว่าเจ้ามันบดเจ้ากรรมดันเป็นแบบเดียวกันกับขาหมู ซึ่งผมไม่ค่อยชอบเท่าไร ก็เลยแอบทำให้จานนี้ down ลงไปนิดนึง
เครปซูเซ็ตซอสส้ม วานิลลาไอศครีม (Crepe suzete with orange sauce and vanilla ice cream - 147 บาท) : อันนี้อร่อยครับเป็น Crepe suzete ที่อร่อยประทับใจเลย ช่วงหลัง ๆ ผมกินเจ้าเมนูของหวาน เปรี้ยว หวาน ชนิดนี้มาค่อนข้างหลายที่ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไร เพิ่งจะมาเจอก็ที่ร้านนี้นี่แหละครับที่ทำให้กินแล้วอยากกินอีก อย่างแรกเลยคือตัวไอศครีม อร่อยประทับใจ อย่างที่ 2 คือตัวแป้งเครป กับน้ำที่ราดมาก็หวาน เปรี้ยวกำลังดีลงตัวมาก
สรุป ร้าน 7th Street ณ Mega Bagna แห่งนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจครับว่าทำไมถึงกลายเป็นร้านแนว Bar & Restaurant อันดับ 3 ของทางห้างไปได้ (แพ้แค่ร้าน franchise ชื่อดัง 2 ร้าน) อาหารรสชาติดี , ร้านบรรยากาศดี และมีหลาย zone ให้เลือกนั่ง ราคาอาหารก็ไม่แพง เบียร์สดก็มีให้เลือกเยอะ ปัจจัยที่ดีของการเป็นร้าน Pub & Restaurant ดี ๆ ร้านนึงร้านนี้มีครบหมดเลย ใครอยากมาชิล มาแอ่ว แถว Mega Bangna และอยากจะลองเปลี่ยนแนวจากร้าน Franchise บ้างก็มาลองร้านนี้กันได้ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Friday, August 2, 2013
Thursday, August 1, 2013
All six to twleve - Fraser Lungsuan Review
All Six to Twelve - Thai Fusion Cafe & Restaurant at Fraser Place Lungsuan Bangkok
ออล ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์ ร้านอาหารไทย ฟิวชั่น อาหารเช้า หลังสวน
Overall Score 9/10
Taste 4.5/5
Ambiance 4.5/5
Service 4/5
Value 4.5/5
All six to twleves - Thai Fusion Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
สองข้างทางซอยหลังสวนนั้นก็เรียงรายไปด้วยร้านอาหารสวย ๆ เก๋ ๆ มากมาย ร้าน All Six to Twelve ในรีวิวนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านเก๋ ๆ แนว ๆ แบบที่ว่าด้วย concept การตกแต่งร้านเป็นแนว New York Loft หรือบรรยากาศเหมือนกับร้านอาหารฝรั่งเก๋ ๆ ที่อเมริกา และด้วยพันธกิจที่ต้องการจะเป็น cafe & social bar ที่เจาะกลุ่มทุกวัย ร้านนี้จึงมีโต๊ะและที่นั่งที่ค่อนข้างหลากหลาย พร้อมอาหารแบบ Modern Thai ระคนกับอาหารฝรั่ง กันไป คือทุกอย่างของร้านนี้วาง concept มาดีมากจริง ๆ ตั้งแต่แว่บแรกที่เดินเข้าร้าน, ดูเมนู, ดูบรรยากาศ และอะไรต่าง ๆ
ร้าน All Six to Twelve แห่งนี้ตั้งอยู่ที่โรงแรมและ service residence นามว่า Fraser Place Lungsuan ชื่อร้านนี้ตอนแรกผมนึกว่าหมายถึง "ทั้งหมด หกโมงเย็น ถึง เที่ยงคืน" แต่จริง ๆ แล้วชื่อร้านนี้ความหมายจริง ๆ คือ "ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคน ตั้งแต่ หกโมงเช้า ยัน เที่ยงคืน" โดยในมื้อเช้าทางร้านจะประพฤติตัวเองเป็นห้องอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกของทางโรงแรม โดยจะเป็น buffet breakfast หัวละ 280 บาท ++ โดยแขกทั่วไปสามารถมารับประทานเคียงคู่กันไปกับแขกของโรงแรมได้เลย พอจบมื้อเช้าแล้ว อาหารของที่นี่ก็จะปรับเปลี่ยนกลายเป็น Modern Thai หรือ Thai Fusion และขายไปตลอดทั้งวันยันเที่ยงคืนเลย
เครื่องดื่มและอาหารของร้าน all Six To Twelve - หลังสวน แห่งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่ทางร้านเปิดทำการมา เมนูในปัจจุบันนี้ทางเจ้าของร้านบอกว่าเป็นเมนูที่ลงตัวมาก ๆ แล้ว ซึ่งพวกผมดูกันแล้วก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ อาหารมีให้เลือกหลายสิบชนิด แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ อย่างลงตัว สามารถสั่งมากินได้ทั้งแบบจัดหนัก และแบบเบา ๆ สบายท้อง ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกครบครัน ตั้งแต่เครื่องดื่มแบบเบา ๆ ไว้กินยามเช้าหรือยามสาย ที่ทางร้านจะแบ่งหมวดหมู่ไว้ตามเวลา เช่น six to start ก็จะเป็น cocktail เบา ๆ หน่อย, drink to twelve ก็จะหนัก ๆ ขึ้นมา มีหมวด burn out หรือเอาไว้ตบท้ายอีก และก็ยังมีพวก party drinks ไว้จัดหนักกันแบบยกแก๊งอีกด้วย คือแบบเครื่องดื่มของเค้านั้นเยอะ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว
รีวิวนี้ขอไปจับที่ตัวอาหารก่อนละกัน เพราะว่าได้รับอาหารก่อน แล้วถึงได้เครื่องดื่มภายหลัง ซึ่งผมรู้สึกโชคดีที่เป็นแบบนั้นมาก ๆ เพราะว่าถ้าได้เครื่องดื่มก่อนนี่ เผลอ ๆ จะจำความเอาไม่ได้ว่ารสชาติอาหารแต่ละจานเป็นยังไง
อาหารในมื้อนี้
แคบหมูพะโล้แห้ง (Chinese herbs crispy pork - crispy pork belly with Chinese herb glazing - 130 บาท) : เป็นของว่างที่แปลกแหวกแนวดีมาก ไม่เคยเห็นหรือกินที่ร้านไหนมาก่อน เป็นการนำแคบหมูที่แห้ง ๆ ไปคลุกกับซอสพะโล้เล็กน้อยให้มันเคลือบอยู่ที่ผิว และก็มีรสชาติมากกว่าแคบหมูปกติ ประมาณนั้น
เสต็กไก่สมุนไพร (Herb chicken steak - Steamed and fried Chinese herbs chicken with blueberry gravy sauce and mixed salad - 180 บาท) : จานนี้จะคล้าย ๆ duck confit แต่จะแตกต่างกันตรงที่ใช้สะโพกไก่แทน แต่อย่างอื่นนั้นค่อนข้างจะคล้ายกันหมด ไม่ว่าจะตัว ผักเครื่องเคียง การทอดไก่มาจนกรอบ แห้ง แต่ว่าเนื้อภายในนั้นยัง juicy ยังฉ่ำ ยังอร่อยอยู่ ทางร้านให้ตัวน้ำซอส blueberry gravy มาให้ราดกินกับเนื้อไก่ด้วย ซึ่งก็เป็นอะไรที่แปลกดีครับ ซอสจะหวาน ๆ หน่อย มาตัดกับความเค็มของหนังไก่ได้เป็นอย่างดี
สเปาเก็ตตี้เส้นดำสแกลลอป (US Scallops black ink Kee Mao spaghetti - Black ink spaghetti with US scallops, garlic, chili and plenty of herbs and spice - 230 บาท) : เป็นสปาเก็ตตี้ที่เห็นแว่บแรกแล้วแอบทึ่งในขนาดหอยเชลล์ที่ใหญ่โตอลังการมากครับ (ซึ่งก็เนื้อนุ่ม สด อร่อยดี สมกับเป็น US scallop) ส่วนตัวเส้นและการผัดและภาพรวมของพาสต้าก็ดีเช่นกัน จะมาแบบผัดแห้งหน่อยแต่ก็ไม่แห้งมาก จะมีรสเผ็ดจากพริก และกลิ่นจากกระเทียมในแต่ละคำที่กิน
Seafood on the rock (Hot & spicy tiger prawn, US scallop, squid NZ mussel, served with salad - 260 บาท) : จานนี้ก็เป็นอารมณ์ประมาณพวก seafood นำไปย่างและก็เสิร์ฟมาบนผักสลัด เต็ม ๆ จาน จานนี้ถ้าวัตถุดิบไม่ได้ดีก็คงจะจบกันตั้งแต่คำแรกที่กินแล้ว แต่เนื่องจากจานนี้ใช้วัตถุดิบดีมากสัตว์ทะเลแต่ละประเภทนี่ชิ้นใหญ่ และก็เนื้อสดดีมาก คือทุกอย่างอร่อยหมดเลย
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ใส่มันกุ้ง (Stir-fried squid with onion and salted egg served with rice vermicelli - 110 บาท) : จานนี้ก็เป็นการนำเสนอแหวกแนวดีครับ แทนที่จะเป็นปลาหมึกผัดไข่เค็มมาแบบเป็นจาน ๆ แต่ที่นี่เอาใส่ถ้วยมาและให้เส้นหมี่มาทานคู่กันด้วย จานนี้ก็อร่อยเช่นกันครับ ตัวปลาหมึกนั้นจะตัวเล็กกว่าจาน seafood on the rock หน่อย แต่ความสด ความเด้งนั้นไม่หนีกัน ส่วนตัวซอสไข่เค็มที่ผัดมาก็กลมกล่อมกำลังดี มีความมันที่แตกต่างจากที่อื่นเล็กน้อยจากมันกุ้งที่ใส่ลงไปเพิ่มเติมอีกด้วย
เกี๊ยวกุ้งซุปใส (Prawn wonton, served with double Thai consomme soup - 140 บาท) เกี๊ยวน้ำใส่กุ้ง + ฟัวกราส์ : จานนี้มาแนวอีกแล้วครับ จะเป็นเกี๊ยวกุ้งที่ใส่ foie gras มาเล็กน้อยแบบแห้ง ๆ ให้เรามาเติมน้ำกันเอาเอง เหมือนอารมณ์ประมาณรินน้ำชาอะไรงั้น ซึ่งพอผมรินชาเสร็จกินเข้าไปคำแรก อืม ก็อร่อยดี แต่ยังไม่เท่าไร เพราะน้ำยังไม่ได้พาความร้อนเข้าไปในตัวเกี๊ยวนัก แต่พอปล่อย ๆ ไปสักพักนึงแล้วกินใหม่ คำที่สองอร่อยกว่าคำแรกมากครับ เกี๊ยวแม้ว่าจะไม่ได้ชิ้นใหญ่ แต่ความแน่นจากเนื้อกุ้ง ความมันจาก foie gras ทำให้จานนี้ เป็นเกี๊ยวที่อร่อยดีจานนึงเลย
เฉาก๊วยเก๊กฮวยเย็น (Ice Chinese black jelly - served with chrysanthemum tea - 70 บาท) : เฉาก๊วยที่ทำได้ดีกว่ามาตรฐานเล็กน้อย เส้นเฉาก๊วยเด้งดึ๋ง ตัวน้ำเก๊กฮวยก็หวานกำลังดี และหอมมาก ส่วนน้ำแข็งก็มาแบบเป็นน้ำแข็งที่แทบจะเป็นเกล็ดน้ำแข็งแล้วเลยทำให้กินง่าย และอร่อยกว่าพวกน้ำแข็งฝอยพอสมควร
Old school ice cream (Coconut milk ice-cream with sweet sticky rice, jackfruit served in soft roll - 95 บาท) : เป็นไอศครีมที่ต้องการให้เรารำลึกถึงวัยเด็กที่จะกินไอศครีมกะทิสดกับขนมปังจากร้านรถเข็นริมถนนอะไรแนวนั้น แต่อันนี้มาในรูปแบบที่ดูดีกว่า และมาด้วยไอศครีมกะทิสดที่เข้มข้นมาก ๆ อร่อยดีมาก ส่วนขนมปังก็จะนุ่ม ๆ หน่อย ก็กินเข้าคู่กันได้ลงตัวดีครับ
หมวดเครื่องดื่ม - เครื่องดื่มในมื้อนี้อาจจะมีเยอะสักนิดนึงนะครับ เพราะว่ารายการเครื่องดื่มของร้านนี้เค้าเยอะจริง ๆ และทางร้านเองก็ต้องการให้ตัวเองเป็น Social Bar ในย่านหลังสวนนี้ด้วยก็เลยแบบมีให้เลือกเยอะขนาดนี้
Yakuza shot (sake jelly + asahi) (Asahi, sake, gelatin shot - 140 บาท) : กินแล้วมีทั้ง texture ดุ่ย ๆ จาก เจลลี่, ความซ่าจากเบียร์ และความหอมจากสาเก ผสมผสานกันมาเป็นช็อตสำหรับยากูซ่าได้ตามชื่อจริง ๆ
Cherry sour (150 บาท) : เป็น mocktail ที่หน้าตาและรสชาติเหมาะกับผู้หญิงมาก ๆแก้วนึง รสชาติจากหวาน ๆ เปรี้ยว ระคนกันไปอย่างลงตัว
Twelve Ice Tea (gin, rum, vodka tequila, sour mix, strawberry syrup, sprite - 280 บาท) : แก้วนี้ไม่ค่อยแรงสักเท่าไร จะออกแนวหวาน ๆ หอม ๆ ซะมากกว่าด้วย อร่อยดีเช่นกัน
Honey fizz (Vanilla vodka, lemon, honey, sour mix - 280 บาท) : เปรี้ยว หวาน แรง คือ นิยามของแก้วนี้ครับ
Mudslide (vodka, kahlua, bailey's - 280 บาท) : แก้วนี้ชื่อแก้วนั้นแปลว่าดินถล่ม : แก้วนี้ดูเผิน ๆ ก็จะเหมือนเป็นดิน, เป็นโคลน แทรกตัวลงมาตามน้ำแข็งจากตัว Kahlua ครับ ก็คน ๆ สักหน่อยให้มันกระจายทั่วกันแล้วก็ดื่มเข้าไปก็อร่อยดีครับ เน้นหวาน ๆ นิด ๆ แต่ก็มีความแรงของ vodka ผสมอยู่
Bad dog (gin, rum, vodka, tequila, grand marnier, sour mix, grenadine r&b - 280 บาท) : แก้วนี้ทางร้านต้องการให้เราดูดเข้าไปรวดเดียวจนหมดแก้วแล้วก็จะได้เอียง ๆ เซ ๆ เป็นสุนัขกันไปเลย ประมาณว่ากินแก้วเดียวแล้วอารมณ์ขึ้นได้เลยอะไรงั้น โชคดีครับที่ผมกับเพื่อนตัวอ้วนแบ่งกันคนละครึ่งแก้ว ก็เลยยังไม่ถึงกับขึ้นอะไรมาก แต่ก็เอียง ๆ เซ ๆ นิดนึง แก้วนี้ แรงสะใจ สีสันสวยงามดีมาก
Party Drinks - Domini 4 glass - 1,400 บาท เป็น signature drink ของทางร้านเลยครับโดยก่อนกินจะมีการนำแก้ว shot ที่จะใส่เหล้า Jager (เหล้าที่หนังเรื่อง Hangover ดื่มกินแล้วแฮงค์ จนเกิดเรื่องนั่นแหละครับ) มาวางบนขอบแก้วของ Prosecco แล้วพอจะกินก็จะตบแก้วให้ล้มลงเป็น Domino เกิดเป็น Prosecco Bomb นั่นเอง แก้วนี้ แรง อลังการ สะใจมากครับ ถ้ายิ่งสั่งกันเป็นแถวยาว ๆ ตบเสร็จกระดกต่อนี่คง มันส์กันมาก ๆ เลยล่ะ
สรุป ร้าน all Six to Twelve - ร้าน Social Bar ที่ positioning ตัวเองได้ตรง concept มาก ๆ แห่งนี้ ก็น่าจะเป็นร้านที่คนที่ทำงานอยู่แถวหลังสวน, เพลินจิต แห่งนี้คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะว่าดูลูกค้าจะแน่นขนัดตลอดเวลาเลย แต่ถ้าใครยังไม่เคยมาร้านนี้ แต่อยากจะหาอาหารไทย ฟิวชั่น สวย ๆ เก๋ ๆ ราคาไม่แพง กินเคล้ากันไปกับเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายชนิดในบรรยากาศแบบ New York แล้วล่ะก็ มาจัดร้านนี้กันได้เลย ร้านนี้เค้าต้อนรับทุกเพศทุกวัย และต้อนรับกัน 18 ชั่วโมงต่อวันเลยล่ะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
ออล ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์ ร้านอาหารไทย ฟิวชั่น อาหารเช้า หลังสวน
Overall Score 9/10
Taste 4.5/5
Ambiance 4.5/5
Service 4/5
Value 4.5/5
All six to twleves - Thai Fusion Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)
สองข้างทางซอยหลังสวนนั้นก็เรียงรายไปด้วยร้านอาหารสวย ๆ เก๋ ๆ มากมาย ร้าน All Six to Twelve ในรีวิวนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านเก๋ ๆ แนว ๆ แบบที่ว่าด้วย concept การตกแต่งร้านเป็นแนว New York Loft หรือบรรยากาศเหมือนกับร้านอาหารฝรั่งเก๋ ๆ ที่อเมริกา และด้วยพันธกิจที่ต้องการจะเป็น cafe & social bar ที่เจาะกลุ่มทุกวัย ร้านนี้จึงมีโต๊ะและที่นั่งที่ค่อนข้างหลากหลาย พร้อมอาหารแบบ Modern Thai ระคนกับอาหารฝรั่ง กันไป คือทุกอย่างของร้านนี้วาง concept มาดีมากจริง ๆ ตั้งแต่แว่บแรกที่เดินเข้าร้าน, ดูเมนู, ดูบรรยากาศ และอะไรต่าง ๆ
ร้าน All Six to Twelve แห่งนี้ตั้งอยู่ที่โรงแรมและ service residence นามว่า Fraser Place Lungsuan ชื่อร้านนี้ตอนแรกผมนึกว่าหมายถึง "ทั้งหมด หกโมงเย็น ถึง เที่ยงคืน" แต่จริง ๆ แล้วชื่อร้านนี้ความหมายจริง ๆ คือ "ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคน ตั้งแต่ หกโมงเช้า ยัน เที่ยงคืน" โดยในมื้อเช้าทางร้านจะประพฤติตัวเองเป็นห้องอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกของทางโรงแรม โดยจะเป็น buffet breakfast หัวละ 280 บาท ++ โดยแขกทั่วไปสามารถมารับประทานเคียงคู่กันไปกับแขกของโรงแรมได้เลย พอจบมื้อเช้าแล้ว อาหารของที่นี่ก็จะปรับเปลี่ยนกลายเป็น Modern Thai หรือ Thai Fusion และขายไปตลอดทั้งวันยันเที่ยงคืนเลย
เครื่องดื่มและอาหารของร้าน all Six To Twelve - หลังสวน แห่งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่ทางร้านเปิดทำการมา เมนูในปัจจุบันนี้ทางเจ้าของร้านบอกว่าเป็นเมนูที่ลงตัวมาก ๆ แล้ว ซึ่งพวกผมดูกันแล้วก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ อาหารมีให้เลือกหลายสิบชนิด แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ อย่างลงตัว สามารถสั่งมากินได้ทั้งแบบจัดหนัก และแบบเบา ๆ สบายท้อง ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกครบครัน ตั้งแต่เครื่องดื่มแบบเบา ๆ ไว้กินยามเช้าหรือยามสาย ที่ทางร้านจะแบ่งหมวดหมู่ไว้ตามเวลา เช่น six to start ก็จะเป็น cocktail เบา ๆ หน่อย, drink to twelve ก็จะหนัก ๆ ขึ้นมา มีหมวด burn out หรือเอาไว้ตบท้ายอีก และก็ยังมีพวก party drinks ไว้จัดหนักกันแบบยกแก๊งอีกด้วย คือแบบเครื่องดื่มของเค้านั้นเยอะ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว
รีวิวนี้ขอไปจับที่ตัวอาหารก่อนละกัน เพราะว่าได้รับอาหารก่อน แล้วถึงได้เครื่องดื่มภายหลัง ซึ่งผมรู้สึกโชคดีที่เป็นแบบนั้นมาก ๆ เพราะว่าถ้าได้เครื่องดื่มก่อนนี่ เผลอ ๆ จะจำความเอาไม่ได้ว่ารสชาติอาหารแต่ละจานเป็นยังไง
อาหารในมื้อนี้
แคบหมูพะโล้แห้ง (Chinese herbs crispy pork - crispy pork belly with Chinese herb glazing - 130 บาท) : เป็นของว่างที่แปลกแหวกแนวดีมาก ไม่เคยเห็นหรือกินที่ร้านไหนมาก่อน เป็นการนำแคบหมูที่แห้ง ๆ ไปคลุกกับซอสพะโล้เล็กน้อยให้มันเคลือบอยู่ที่ผิว และก็มีรสชาติมากกว่าแคบหมูปกติ ประมาณนั้น
เสต็กไก่สมุนไพร (Herb chicken steak - Steamed and fried Chinese herbs chicken with blueberry gravy sauce and mixed salad - 180 บาท) : จานนี้จะคล้าย ๆ duck confit แต่จะแตกต่างกันตรงที่ใช้สะโพกไก่แทน แต่อย่างอื่นนั้นค่อนข้างจะคล้ายกันหมด ไม่ว่าจะตัว ผักเครื่องเคียง การทอดไก่มาจนกรอบ แห้ง แต่ว่าเนื้อภายในนั้นยัง juicy ยังฉ่ำ ยังอร่อยอยู่ ทางร้านให้ตัวน้ำซอส blueberry gravy มาให้ราดกินกับเนื้อไก่ด้วย ซึ่งก็เป็นอะไรที่แปลกดีครับ ซอสจะหวาน ๆ หน่อย มาตัดกับความเค็มของหนังไก่ได้เป็นอย่างดี
สเปาเก็ตตี้เส้นดำสแกลลอป (US Scallops black ink Kee Mao spaghetti - Black ink spaghetti with US scallops, garlic, chili and plenty of herbs and spice - 230 บาท) : เป็นสปาเก็ตตี้ที่เห็นแว่บแรกแล้วแอบทึ่งในขนาดหอยเชลล์ที่ใหญ่โตอลังการมากครับ (ซึ่งก็เนื้อนุ่ม สด อร่อยดี สมกับเป็น US scallop) ส่วนตัวเส้นและการผัดและภาพรวมของพาสต้าก็ดีเช่นกัน จะมาแบบผัดแห้งหน่อยแต่ก็ไม่แห้งมาก จะมีรสเผ็ดจากพริก และกลิ่นจากกระเทียมในแต่ละคำที่กิน
Seafood on the rock (Hot & spicy tiger prawn, US scallop, squid NZ mussel, served with salad - 260 บาท) : จานนี้ก็เป็นอารมณ์ประมาณพวก seafood นำไปย่างและก็เสิร์ฟมาบนผักสลัด เต็ม ๆ จาน จานนี้ถ้าวัตถุดิบไม่ได้ดีก็คงจะจบกันตั้งแต่คำแรกที่กินแล้ว แต่เนื่องจากจานนี้ใช้วัตถุดิบดีมากสัตว์ทะเลแต่ละประเภทนี่ชิ้นใหญ่ และก็เนื้อสดดีมาก คือทุกอย่างอร่อยหมดเลย
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ใส่มันกุ้ง (Stir-fried squid with onion and salted egg served with rice vermicelli - 110 บาท) : จานนี้ก็เป็นการนำเสนอแหวกแนวดีครับ แทนที่จะเป็นปลาหมึกผัดไข่เค็มมาแบบเป็นจาน ๆ แต่ที่นี่เอาใส่ถ้วยมาและให้เส้นหมี่มาทานคู่กันด้วย จานนี้ก็อร่อยเช่นกันครับ ตัวปลาหมึกนั้นจะตัวเล็กกว่าจาน seafood on the rock หน่อย แต่ความสด ความเด้งนั้นไม่หนีกัน ส่วนตัวซอสไข่เค็มที่ผัดมาก็กลมกล่อมกำลังดี มีความมันที่แตกต่างจากที่อื่นเล็กน้อยจากมันกุ้งที่ใส่ลงไปเพิ่มเติมอีกด้วย
เกี๊ยวกุ้งซุปใส (Prawn wonton, served with double Thai consomme soup - 140 บาท) เกี๊ยวน้ำใส่กุ้ง + ฟัวกราส์ : จานนี้มาแนวอีกแล้วครับ จะเป็นเกี๊ยวกุ้งที่ใส่ foie gras มาเล็กน้อยแบบแห้ง ๆ ให้เรามาเติมน้ำกันเอาเอง เหมือนอารมณ์ประมาณรินน้ำชาอะไรงั้น ซึ่งพอผมรินชาเสร็จกินเข้าไปคำแรก อืม ก็อร่อยดี แต่ยังไม่เท่าไร เพราะน้ำยังไม่ได้พาความร้อนเข้าไปในตัวเกี๊ยวนัก แต่พอปล่อย ๆ ไปสักพักนึงแล้วกินใหม่ คำที่สองอร่อยกว่าคำแรกมากครับ เกี๊ยวแม้ว่าจะไม่ได้ชิ้นใหญ่ แต่ความแน่นจากเนื้อกุ้ง ความมันจาก foie gras ทำให้จานนี้ เป็นเกี๊ยวที่อร่อยดีจานนึงเลย
เฉาก๊วยเก๊กฮวยเย็น (Ice Chinese black jelly - served with chrysanthemum tea - 70 บาท) : เฉาก๊วยที่ทำได้ดีกว่ามาตรฐานเล็กน้อย เส้นเฉาก๊วยเด้งดึ๋ง ตัวน้ำเก๊กฮวยก็หวานกำลังดี และหอมมาก ส่วนน้ำแข็งก็มาแบบเป็นน้ำแข็งที่แทบจะเป็นเกล็ดน้ำแข็งแล้วเลยทำให้กินง่าย และอร่อยกว่าพวกน้ำแข็งฝอยพอสมควร
Old school ice cream (Coconut milk ice-cream with sweet sticky rice, jackfruit served in soft roll - 95 บาท) : เป็นไอศครีมที่ต้องการให้เรารำลึกถึงวัยเด็กที่จะกินไอศครีมกะทิสดกับขนมปังจากร้านรถเข็นริมถนนอะไรแนวนั้น แต่อันนี้มาในรูปแบบที่ดูดีกว่า และมาด้วยไอศครีมกะทิสดที่เข้มข้นมาก ๆ อร่อยดีมาก ส่วนขนมปังก็จะนุ่ม ๆ หน่อย ก็กินเข้าคู่กันได้ลงตัวดีครับ
หมวดเครื่องดื่ม - เครื่องดื่มในมื้อนี้อาจจะมีเยอะสักนิดนึงนะครับ เพราะว่ารายการเครื่องดื่มของร้านนี้เค้าเยอะจริง ๆ และทางร้านเองก็ต้องการให้ตัวเองเป็น Social Bar ในย่านหลังสวนนี้ด้วยก็เลยแบบมีให้เลือกเยอะขนาดนี้
Yakuza shot (sake jelly + asahi) (Asahi, sake, gelatin shot - 140 บาท) : กินแล้วมีทั้ง texture ดุ่ย ๆ จาก เจลลี่, ความซ่าจากเบียร์ และความหอมจากสาเก ผสมผสานกันมาเป็นช็อตสำหรับยากูซ่าได้ตามชื่อจริง ๆ
Cherry sour (150 บาท) : เป็น mocktail ที่หน้าตาและรสชาติเหมาะกับผู้หญิงมาก ๆแก้วนึง รสชาติจากหวาน ๆ เปรี้ยว ระคนกันไปอย่างลงตัว
Twelve Ice Tea (gin, rum, vodka tequila, sour mix, strawberry syrup, sprite - 280 บาท) : แก้วนี้ไม่ค่อยแรงสักเท่าไร จะออกแนวหวาน ๆ หอม ๆ ซะมากกว่าด้วย อร่อยดีเช่นกัน
Honey fizz (Vanilla vodka, lemon, honey, sour mix - 280 บาท) : เปรี้ยว หวาน แรง คือ นิยามของแก้วนี้ครับ
Mudslide (vodka, kahlua, bailey's - 280 บาท) : แก้วนี้ชื่อแก้วนั้นแปลว่าดินถล่ม : แก้วนี้ดูเผิน ๆ ก็จะเหมือนเป็นดิน, เป็นโคลน แทรกตัวลงมาตามน้ำแข็งจากตัว Kahlua ครับ ก็คน ๆ สักหน่อยให้มันกระจายทั่วกันแล้วก็ดื่มเข้าไปก็อร่อยดีครับ เน้นหวาน ๆ นิด ๆ แต่ก็มีความแรงของ vodka ผสมอยู่
Bad dog (gin, rum, vodka, tequila, grand marnier, sour mix, grenadine r&b - 280 บาท) : แก้วนี้ทางร้านต้องการให้เราดูดเข้าไปรวดเดียวจนหมดแก้วแล้วก็จะได้เอียง ๆ เซ ๆ เป็นสุนัขกันไปเลย ประมาณว่ากินแก้วเดียวแล้วอารมณ์ขึ้นได้เลยอะไรงั้น โชคดีครับที่ผมกับเพื่อนตัวอ้วนแบ่งกันคนละครึ่งแก้ว ก็เลยยังไม่ถึงกับขึ้นอะไรมาก แต่ก็เอียง ๆ เซ ๆ นิดนึง แก้วนี้ แรงสะใจ สีสันสวยงามดีมาก
Party Drinks - Domini 4 glass - 1,400 บาท เป็น signature drink ของทางร้านเลยครับโดยก่อนกินจะมีการนำแก้ว shot ที่จะใส่เหล้า Jager (เหล้าที่หนังเรื่อง Hangover ดื่มกินแล้วแฮงค์ จนเกิดเรื่องนั่นแหละครับ) มาวางบนขอบแก้วของ Prosecco แล้วพอจะกินก็จะตบแก้วให้ล้มลงเป็น Domino เกิดเป็น Prosecco Bomb นั่นเอง แก้วนี้ แรง อลังการ สะใจมากครับ ถ้ายิ่งสั่งกันเป็นแถวยาว ๆ ตบเสร็จกระดกต่อนี่คง มันส์กันมาก ๆ เลยล่ะ
สรุป ร้าน all Six to Twelve - ร้าน Social Bar ที่ positioning ตัวเองได้ตรง concept มาก ๆ แห่งนี้ ก็น่าจะเป็นร้านที่คนที่ทำงานอยู่แถวหลังสวน, เพลินจิต แห่งนี้คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะว่าดูลูกค้าจะแน่นขนัดตลอดเวลาเลย แต่ถ้าใครยังไม่เคยมาร้านนี้ แต่อยากจะหาอาหารไทย ฟิวชั่น สวย ๆ เก๋ ๆ ราคาไม่แพง กินเคล้ากันไปกับเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายชนิดในบรรยากาศแบบ New York แล้วล่ะก็ มาจัดร้านนี้กันได้เลย ร้านนี้เค้าต้อนรับทุกเพศทุกวัย และต้อนรับกัน 18 ชั่วโมงต่อวันเลยล่ะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)




























































