BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, August 2, 2013

7TH Street Mega Bangna Review

7Th Street - Thai Fusion Pub & Restaurant at Mega Bangna, Bangkok




Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  3.5/5
Service  3.5/5
Value   3/5

7Th Street - Pub & Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



ห้าง Mega Bangna ห้างขนาดอภิมหายักษ์ห้างใหม่ในย่านบางนาก็จะมีโซนร้านอาหารอยู่โซนนึงที่จะเป็นที่รวบรวมร้านแนวนั่งดื่ม นั่งชิลล์ อยู่ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโซนนี้เรียกว่าโซนอะไร แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Restaurant Wing หรือปีกร้านอาหาร ที่ทอดยาวประมาณเกือบครึ่งกิโลและมีร้านอาหารอยู่ร่วม ๆ 100 ร้าน โดยโซนนี้จะมีน้ำพุอยู่ตรงกลางและก็ร้านรายล้อมอยู่เป็นดาวล้อมเดือน ส่วนร้านในรีวิวฉบับนี้ก็เป็นร้านที่อยู่ริมสุดของโซนนี้เลยกับร้าน 7th Street - ร้านแนว Pub & Restaurant ที่กำลังเป็นที่นิยมกันมากในพ.ศ.นี้นั่นเอง

ร้าน 7th Street แห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของหุ้นส่วน 7 คนที่ประกอบอาชีพแตกต่างกัน 7 อาชีพ แต่ว่าด้วยใจรักการสังสรรค์ และอยากจะมีร้านอาหารไว้เป็นที่พบปะนัดเจอกันระหว่างกลุ่มเพื่อนก็เลยรวมตัวกันเปิดร้านแห่งนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่  7 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา ในตอนแรกทางร้านไม่ได้คาดหวังอะไรว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอะไรมากนักแต่เนื่องด้วยความพิถีพิถันและใส่ใจในหลาย ๆ อย่างของทางร้าน ทำให้ร้าน 7th Street แห่งนี้ในปัจจุบันขายดีเป็นอันดับที่ 3 ในโซนร้านแนว Chill , Pub & Restaurant ใน Mega Bangna ไปเรียบร้อยแล้ว (ทางร้านบอกว่าที่ขายดีน้อยกว่าอันดับ 1 Wine Connection และอันดับ 2 Wine I Love You เพราะว่า 2 ร้านนี้อาหารจะออกเร็วเนื่องจากมีครัวกลาง แต่ว่าที่ร้าน 7th Street แห่งนี้จะทำอาหารเองที่ครัวหมดอาหารก็เลยจะช้ากว่า แต่ก็พิถีพิถันกว่า และอร่อยกว่าด้วยประการฉะนี้นี่เอง)









เครื่องดื่มของร้านนี้ก็ตามประสาร้านแนว Pub & Restaurant เลยครับมีให้เลือกครบครันที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะไวน์, เบียร์, เหล้า, cocktail มีให้ครบหมดเลย เครื่องดื่มที่ผมว่าร้านนี้เด่นก็น่าจะเป็นตัว draft beer หรือเบียร์สด ที่ทางร้านมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อมาก ทั้ง Stella Artois, Hoegaarden, Leffe, Paulaner และถ้ายังไม่หนำใจกับเบียร์สดทางร้านก็ยังมีเบียร์ขวดนำเข้าอีกหลากหลายยี่ห้อด้วย และเหมือนทางร้านจะรู้ว่าเบียร์เป็นจุดขายของตัวเองก็เลยมี Happy Hour ไว้คอยบริการลูกค้านักดื่มทุกคนอยู่

Happy Hour ของทางร้านคือ Buy Big 2 Get 1 Small สำหรับ Hoegaarden, Stella, Leffe, Schneider, Paulaner ตั้งแต่ตอนร้านเปิดจนถึงสามทุ่มของทุกวัน (17.00 - 21.00)

ส่วนอาหารของทางร้าน 7th Street แห่งนี้ก็จะเป็นแนว Thai - Fusion กับอาหารตะวันตก หรืออาหารพิมพ์นิยมของร้านแนว Pub & Restaurant ใน พ.ศ.นี้นี่เอง ราคาอาหารของร้านนี้ผมว่าไม่ค่อยแพงเท่าไร ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ  150 - 300 บาทโดยประมาณ แต่เมื่อบวกกับ vat และ service charge เข้าไป ราคาก็เลยอาจจะดูสูงเล็กน้อย แต่รวม ๆ ผมว่าก็ถือว่ากว่าร้านแนวนี้ในเมืองหลาย ๆ ร้านเลยนะ

อาหารในมื้อนี้ก็ตามนี้เลยครับ

ขาหมูเยอรมัน (German Pork Knuckle - 357 บาท) - เป็นขาหมูชิ้นใหญ่ ก้อนใหญ่ ที่ทอดมาได้ผิวและหนังกรอบกำลังดีมาก ส่วนตัวเนื้อด้านในก็ฉ่ำอร่อย และเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้ม 2 รสชาติ เป็นน้ำจิ้มเปรี้ยวและเผ็ด กับ น้ำจิ้มที่คล้าย ๆ น้ำเกรวี่ และก็ยังมาพร้อมกับ ซาวเคราส์ที่ทำเอง (อร่อยดี) และมันบดที่ทำเอง ที่มีการใส่น้ำมันทรัฟเฟิลเข้าไปให้มีกลิ่นหอม ๆ เตะจมูก แต่น่าเสียดายที่มันบดแห้งไปหน่อย อย่างไรก็ตามตัวพระเอกของจาน หรือ ขาหมู นั้น อร่อยดีครับ เพื่อนตัวอ้วนผมที่ไปด้วยกันบอกว่าเนื้อเหนียวไปหน่อย แต่ผมว่าอร่อยกำลังดีแล้วล่ะ






ปูนิ่มพริกเกลือ (Soft shell crab with chilli and salt - 217 บาท) (ปูนิ่มตัวโตคัดพิเศษทอดกรอบก่อนนำมาคั่วพริกและเกลือหอมจัดจ้านหยุดไม่อยู่) : จานนี้อร่อยที่สุดในมื้อนี้แล้วล่ะครับ ปูนิ่มมาตัวใหญ่ตามที่โฆษณาจริง ๆ และให้มาเยอะ ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มในกำลังดี จานนี้ผมกับเพื่อนนี่แทบจะแย่งกันกินเลยล่ะครับ แปบ ๆ หมดเลย อร่อยจริง ๆ

ยำวุ้นเส้นทะเลเดือด (Spicy bean noodle seafood salad - 147 บาท) : เป็นยำวุ้นเส้นที่ค่อนข้างมาตรฐาน ครับ อาจจะโดดเด่นหน่อยตรงที่ให้ seafood มาเยอะดี (ให้เป็นกุ้งลายเสือตัวใหญ่มา) แถมยังมีหอยตลับอีกด้วย รสชาติการยำก็ได้ความเผ็ด, ความเปรี้ยวกำลังดี แต่จานนี้น่าจะอร่อยกว่านี้มากถ้าเลือกตัววุ้นเส้นที่มันหนึบ ๆ กว่านี้ เหนียว ๆ กว่านี้ ตัววุ้นเส้นที่ทางร้าน 7th street ให้มามันออกแนวเป็นเส้นลื่น ๆ แห้ง ๆ ไปหน่อยครับ






สเต็กปลาแซลมอนครีมซอส (Salmon steak cream sauce - 277 บาท) : ตัวเนื้อปลาแซลมอนอร่อยดีครับ ช่วงหลัง ๆ นี้แม้ว่าจะเจอเมนูเสต็กปลาแซลมอนบ่อย แต่ว่าเมนูพบเจอบ่อยนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะทำมาได้อร่อยเหมือนกันครับ ซึ่งร้าน 7th Street แห่งนี้ทำมาได้อร่อยดีทีเดียวเลย Salmon มาแบบยังไม่สุกมาก medium rare ค่อนไปทาง well-done ตัวผักโขมที่ให้มาก็รสชาติดี แต่ว่าเจ้ามันบดเจ้ากรรมดันเป็นแบบเดียวกันกับขาหมู ซึ่งผมไม่ค่อยชอบเท่าไร ก็เลยแอบทำให้จานนี้ down ลงไปนิดนึง

เครปซูเซ็ตซอสส้ม วานิลลาไอศครีม (Crepe suzete with orange sauce and vanilla ice cream - 147 บาท) : อันนี้อร่อยครับเป็น Crepe suzete ที่อร่อยประทับใจเลย ช่วงหลัง ๆ ผมกินเจ้าเมนูของหวาน เปรี้ยว หวาน ชนิดนี้มาค่อนข้างหลายที่ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไร เพิ่งจะมาเจอก็ที่ร้านนี้นี่แหละครับที่ทำให้กินแล้วอยากกินอีก อย่างแรกเลยคือตัวไอศครีม อร่อยประทับใจ อย่างที่ 2 คือตัวแป้งเครป กับน้ำที่ราดมาก็หวาน เปรี้ยวกำลังดีลงตัวมาก




สรุป ร้าน 7th Street ณ Mega Bagna แห่งนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจครับว่าทำไมถึงกลายเป็นร้านแนว Bar & Restaurant อันดับ 3 ของทางห้างไปได้ (แพ้แค่ร้าน franchise ชื่อดัง 2 ร้าน) อาหารรสชาติดี , ร้านบรรยากาศดี และมีหลาย zone ให้เลือกนั่ง ราคาอาหารก็ไม่แพง เบียร์สดก็มีให้เลือกเยอะ ปัจจัยที่ดีของการเป็นร้าน Pub & Restaurant ดี ๆ ร้านนึงร้านนี้มีครบหมดเลย ใครอยากมาชิล มาแอ่ว แถว Mega Bangna และอยากจะลองเปลี่ยนแนวจากร้าน Franchise บ้างก็มาลองร้านนี้กันได้ครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Thursday, August 1, 2013

All six to twleve - Fraser Lungsuan Review

All Six to Twelve - Thai Fusion Cafe & Restaurant at Fraser Place Lungsuan Bangkok

ออล ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์ ร้านอาหารไทย ฟิวชั่น อาหารเช้า หลังสวน 




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  4/5
Value   4.5/5

All six to twleves - Thai Fusion Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



สองข้างทางซอยหลังสวนนั้นก็เรียงรายไปด้วยร้านอาหารสวย ๆ เก๋ ๆ มากมาย ร้าน All Six to Twelve ในรีวิวนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านเก๋ ๆ แนว ๆ แบบที่ว่าด้วย concept การตกแต่งร้านเป็นแนว New York Loft หรือบรรยากาศเหมือนกับร้านอาหารฝรั่งเก๋ ๆ ที่อเมริกา และด้วยพันธกิจที่ต้องการจะเป็น cafe & social bar ที่เจาะกลุ่มทุกวัย ร้านนี้จึงมีโต๊ะและที่นั่งที่ค่อนข้างหลากหลาย พร้อมอาหารแบบ Modern Thai ระคนกับอาหารฝรั่ง กันไป คือทุกอย่างของร้านนี้วาง concept มาดีมากจริง ๆ ตั้งแต่แว่บแรกที่เดินเข้าร้าน, ดูเมนู, ดูบรรยากาศ และอะไรต่าง ๆ

ร้าน All Six to Twelve แห่งนี้ตั้งอยู่ที่โรงแรมและ  service residence นามว่า Fraser Place Lungsuan ชื่อร้านนี้ตอนแรกผมนึกว่าหมายถึง "ทั้งหมด หกโมงเย็น ถึง เที่ยงคืน" แต่จริง ๆ แล้วชื่อร้านนี้ความหมายจริง ๆ คือ "ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคน ตั้งแต่ หกโมงเช้า ยัน เที่ยงคืน" โดยในมื้อเช้าทางร้านจะประพฤติตัวเองเป็นห้องอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกของทางโรงแรม โดยจะเป็น buffet breakfast หัวละ 280 บาท ++ โดยแขกทั่วไปสามารถมารับประทานเคียงคู่กันไปกับแขกของโรงแรมได้เลย พอจบมื้อเช้าแล้ว อาหารของที่นี่ก็จะปรับเปลี่ยนกลายเป็น Modern Thai หรือ Thai Fusion และขายไปตลอดทั้งวันยันเที่ยงคืนเลย





เครื่องดื่มและอาหารของร้าน all Six To Twelve - หลังสวน แห่งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่ทางร้านเปิดทำการมา เมนูในปัจจุบันนี้ทางเจ้าของร้านบอกว่าเป็นเมนูที่ลงตัวมาก ๆ แล้ว ซึ่งพวกผมดูกันแล้วก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ อาหารมีให้เลือกหลายสิบชนิด แบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ อย่างลงตัว สามารถสั่งมากินได้ทั้งแบบจัดหนัก และแบบเบา ๆ สบายท้อง ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกครบครัน ตั้งแต่เครื่องดื่มแบบเบา ๆ ไว้กินยามเช้าหรือยามสาย ที่ทางร้านจะแบ่งหมวดหมู่ไว้ตามเวลา เช่น six to start ก็จะเป็น cocktail เบา ๆ หน่อย, drink to twelve ก็จะหนัก ๆ ขึ้นมา มีหมวด burn out หรือเอาไว้ตบท้ายอีก และก็ยังมีพวก  party drinks ไว้จัดหนักกันแบบยกแก๊งอีกด้วย คือแบบเครื่องดื่มของเค้านั้นเยอะ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว

รีวิวนี้ขอไปจับที่ตัวอาหารก่อนละกัน เพราะว่าได้รับอาหารก่อน แล้วถึงได้เครื่องดื่มภายหลัง ซึ่งผมรู้สึกโชคดีที่เป็นแบบนั้นมาก ๆ เพราะว่าถ้าได้เครื่องดื่มก่อนนี่ เผลอ ๆ จะจำความเอาไม่ได้ว่ารสชาติอาหารแต่ละจานเป็นยังไง

อาหารในมื้อนี้

แคบหมูพะโล้แห้ง (Chinese herbs crispy pork - crispy pork belly with Chinese herb glazing - 130 บาท) : เป็นของว่างที่แปลกแหวกแนวดีมาก ไม่เคยเห็นหรือกินที่ร้านไหนมาก่อน เป็นการนำแคบหมูที่แห้ง ๆ ไปคลุกกับซอสพะโล้เล็กน้อยให้มันเคลือบอยู่ที่ผิว และก็มีรสชาติมากกว่าแคบหมูปกติ ประมาณนั้น






เสต็กไก่สมุนไพร (Herb chicken steak - Steamed and fried Chinese herbs chicken with blueberry gravy sauce and mixed salad - 180 บาท) : จานนี้จะคล้าย ๆ duck confit แต่จะแตกต่างกันตรงที่ใช้สะโพกไก่แทน แต่อย่างอื่นนั้นค่อนข้างจะคล้ายกันหมด ไม่ว่าจะตัว ผักเครื่องเคียง การทอดไก่มาจนกรอบ แห้ง แต่ว่าเนื้อภายในนั้นยัง juicy ยังฉ่ำ ยังอร่อยอยู่ ทางร้านให้ตัวน้ำซอส blueberry gravy มาให้ราดกินกับเนื้อไก่ด้วย ซึ่งก็เป็นอะไรที่แปลกดีครับ ซอสจะหวาน ๆ หน่อย มาตัดกับความเค็มของหนังไก่ได้เป็นอย่างดี

สเปาเก็ตตี้เส้นดำสแกลลอป (US Scallops black ink Kee Mao spaghetti - Black ink spaghetti with US scallops, garlic, chili and plenty of herbs and spice - 230 บาท) : เป็นสปาเก็ตตี้ที่เห็นแว่บแรกแล้วแอบทึ่งในขนาดหอยเชลล์ที่ใหญ่โตอลังการมากครับ (ซึ่งก็เนื้อนุ่ม สด อร่อยดี สมกับเป็น US scallop) ส่วนตัวเส้นและการผัดและภาพรวมของพาสต้าก็ดีเช่นกัน จะมาแบบผัดแห้งหน่อยแต่ก็ไม่แห้งมาก จะมีรสเผ็ดจากพริก และกลิ่นจากกระเทียมในแต่ละคำที่กิน






Seafood on the rock (Hot & spicy tiger prawn, US scallop, squid NZ mussel, served with salad - 260 บาท) : จานนี้ก็เป็นอารมณ์ประมาณพวก seafood นำไปย่างและก็เสิร์ฟมาบนผักสลัด เต็ม ๆ จาน จานนี้ถ้าวัตถุดิบไม่ได้ดีก็คงจะจบกันตั้งแต่คำแรกที่กินแล้ว แต่เนื่องจากจานนี้ใช้วัตถุดิบดีมากสัตว์ทะเลแต่ละประเภทนี่ชิ้นใหญ่ และก็เนื้อสดดีมาก คือทุกอย่างอร่อยหมดเลย

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ใส่มันกุ้ง (Stir-fried squid with onion and salted egg served with rice vermicelli - 110 บาท) : จานนี้ก็เป็นการนำเสนอแหวกแนวดีครับ แทนที่จะเป็นปลาหมึกผัดไข่เค็มมาแบบเป็นจาน ๆ แต่ที่นี่เอาใส่ถ้วยมาและให้เส้นหมี่มาทานคู่กันด้วย จานนี้ก็อร่อยเช่นกันครับ ตัวปลาหมึกนั้นจะตัวเล็กกว่าจาน seafood on the rock หน่อย แต่ความสด ความเด้งนั้นไม่หนีกัน ส่วนตัวซอสไข่เค็มที่ผัดมาก็กลมกล่อมกำลังดี มีความมันที่แตกต่างจากที่อื่นเล็กน้อยจากมันกุ้งที่ใส่ลงไปเพิ่มเติมอีกด้วย






เกี๊ยวกุ้งซุปใส (Prawn wonton, served with double Thai consomme soup - 140 บาท) เกี๊ยวน้ำใส่กุ้ง + ฟัวกราส์ : จานนี้มาแนวอีกแล้วครับ จะเป็นเกี๊ยวกุ้งที่ใส่ foie gras มาเล็กน้อยแบบแห้ง ๆ ให้เรามาเติมน้ำกันเอาเอง เหมือนอารมณ์ประมาณรินน้ำชาอะไรงั้น ซึ่งพอผมรินชาเสร็จกินเข้าไปคำแรก อืม ก็อร่อยดี แต่ยังไม่เท่าไร เพราะน้ำยังไม่ได้พาความร้อนเข้าไปในตัวเกี๊ยวนัก แต่พอปล่อย ๆ ไปสักพักนึงแล้วกินใหม่ คำที่สองอร่อยกว่าคำแรกมากครับ เกี๊ยวแม้ว่าจะไม่ได้ชิ้นใหญ่ แต่ความแน่นจากเนื้อกุ้ง ความมันจาก foie gras ทำให้จานนี้ เป็นเกี๊ยวที่อร่อยดีจานนึงเลย

เฉาก๊วยเก๊กฮวยเย็น (Ice Chinese black jelly - served with chrysanthemum tea - 70 บาท) : เฉาก๊วยที่ทำได้ดีกว่ามาตรฐานเล็กน้อย เส้นเฉาก๊วยเด้งดึ๋ง ตัวน้ำเก๊กฮวยก็หวานกำลังดี และหอมมาก ส่วนน้ำแข็งก็มาแบบเป็นน้ำแข็งที่แทบจะเป็นเกล็ดน้ำแข็งแล้วเลยทำให้กินง่าย และอร่อยกว่าพวกน้ำแข็งฝอยพอสมควร






Old school ice cream (Coconut milk ice-cream with sweet sticky rice, jackfruit served in soft roll - 95 บาท) : เป็นไอศครีมที่ต้องการให้เรารำลึกถึงวัยเด็กที่จะกินไอศครีมกะทิสดกับขนมปังจากร้านรถเข็นริมถนนอะไรแนวนั้น แต่อันนี้มาในรูปแบบที่ดูดีกว่า และมาด้วยไอศครีมกะทิสดที่เข้มข้นมาก ๆ อร่อยดีมาก ส่วนขนมปังก็จะนุ่ม ๆ หน่อย ก็กินเข้าคู่กันได้ลงตัวดีครับ

หมวดเครื่องดื่ม - เครื่องดื่มในมื้อนี้อาจจะมีเยอะสักนิดนึงนะครับ เพราะว่ารายการเครื่องดื่มของร้านนี้เค้าเยอะจริง ๆ และทางร้านเองก็ต้องการให้ตัวเองเป็น Social Bar ในย่านหลังสวนนี้ด้วยก็เลยแบบมีให้เลือกเยอะขนาดนี้

Yakuza shot (sake jelly + asahi) (Asahi, sake, gelatin shot - 140 บาท) : กินแล้วมีทั้ง texture ดุ่ย ๆ จาก เจลลี่, ความซ่าจากเบียร์ และความหอมจากสาเก ผสมผสานกันมาเป็นช็อตสำหรับยากูซ่าได้ตามชื่อจริง ๆ





Cherry sour (150 บาท) : เป็น mocktail ที่หน้าตาและรสชาติเหมาะกับผู้หญิงมาก ๆแก้วนึง รสชาติจากหวาน ๆ เปรี้ยว ระคนกันไปอย่างลงตัว

Twelve Ice Tea (gin, rum, vodka tequila, sour mix, strawberry syrup, sprite - 280 บาท) : แก้วนี้ไม่ค่อยแรงสักเท่าไร จะออกแนวหวาน ๆ หอม ๆ ซะมากกว่าด้วย อร่อยดีเช่นกัน






Honey fizz (Vanilla vodka, lemon, honey, sour mix - 280 บาท) : เปรี้ยว หวาน แรง คือ นิยามของแก้วนี้ครับ

Mudslide (vodka, kahlua, bailey's - 280 บาท) : แก้วนี้ชื่อแก้วนั้นแปลว่าดินถล่ม : แก้วนี้ดูเผิน ๆ ก็จะเหมือนเป็นดิน, เป็นโคลน แทรกตัวลงมาตามน้ำแข็งจากตัว Kahlua ครับ ก็คน ๆ สักหน่อยให้มันกระจายทั่วกันแล้วก็ดื่มเข้าไปก็อร่อยดีครับ เน้นหวาน ๆ นิด ๆ แต่ก็มีความแรงของ vodka ผสมอยู่






Bad dog (gin, rum, vodka, tequila, grand marnier, sour mix, grenadine r&b - 280 บาท) : แก้วนี้ทางร้านต้องการให้เราดูดเข้าไปรวดเดียวจนหมดแก้วแล้วก็จะได้เอียง ๆ เซ ๆ เป็นสุนัขกันไปเลย ประมาณว่ากินแก้วเดียวแล้วอารมณ์ขึ้นได้เลยอะไรงั้น โชคดีครับที่ผมกับเพื่อนตัวอ้วนแบ่งกันคนละครึ่งแก้ว ก็เลยยังไม่ถึงกับขึ้นอะไรมาก แต่ก็เอียง ๆ เซ ๆ นิดนึง แก้วนี้ แรงสะใจ สีสันสวยงามดีมาก

Party Drinks - Domini 4 glass - 1,400 บาท  เป็น signature drink ของทางร้านเลยครับโดยก่อนกินจะมีการนำแก้ว shot ที่จะใส่เหล้า Jager (เหล้าที่หนังเรื่อง Hangover ดื่มกินแล้วแฮงค์ จนเกิดเรื่องนั่นแหละครับ) มาวางบนขอบแก้วของ Prosecco แล้วพอจะกินก็จะตบแก้วให้ล้มลงเป็น Domino เกิดเป็น Prosecco Bomb นั่นเอง แก้วนี้ แรง อลังการ สะใจมากครับ ถ้ายิ่งสั่งกันเป็นแถวยาว ๆ ตบเสร็จกระดกต่อนี่คง มันส์กันมาก ๆ เลยล่ะ





สรุป ร้าน all Six to Twelve - ร้าน Social Bar ที่ positioning ตัวเองได้ตรง concept มาก ๆ แห่งนี้ ก็น่าจะเป็นร้านที่คนที่ทำงานอยู่แถวหลังสวน, เพลินจิต แห่งนี้คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะว่าดูลูกค้าจะแน่นขนัดตลอดเวลาเลย แต่ถ้าใครยังไม่เคยมาร้านนี้ แต่อยากจะหาอาหารไทย ฟิวชั่น สวย ๆ เก๋ ๆ ราคาไม่แพง กินเคล้ากันไปกับเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายชนิดในบรรยากาศแบบ New York แล้วล่ะก็ มาจัดร้านนี้กันได้เลย ร้านนี้เค้าต้อนรับทุกเพศทุกวัย และต้อนรับกัน 18 ชั่วโมงต่อวันเลยล่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...