BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Thursday, May 2, 2013

Kyo Roll En Japanese Dessert Review - Gateway Ekamai, Bangkok


Kyo Roll En at the GATEWAY Ekamai



Overall Score  8/10

Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   3/5


The Kyo Roll En is a Japanese style dessert shop features mostly roll cakes and soft creams.  A friend of mine who is very picky about his dessert choices recommended me.  He boasted so much about and telling how he took his girls friend there two days in a roll and this and that.  Well, that persuasion was enough to urge me to go try it out for myself.  
At the Gateway Ekamai, on the BTS level floor, there are so many Japanese restaurants.  The Kyo Roll En is sitting among them, being the outstanding choice for Japanese style sweets.  The cake shop is decorated simple with bright color wood tone.  Small kitchen is set off in the back.  In the front is the quick serve area of beverages and soft creams with the colorful roll cakes showing in the glass case.  There are seating at this level as well as a loft up the stairs.  I chose to sit at the second level.  The seating seemed to me, more comfortable and with privacy.  Part of the decor is black and white, reminded me of the milk cows.  The atmosphere was nice and simple; modern and fun.


A bit of knowledge about the management of the Kyo Roll En.  This company owns Sfree, Parferio, Sfree JR, Aldy's Coffee Lite, and Safari World.  For this line of business, Kyo Roll En is their first of the Japanese style dessert.  Personally, I first thought that this cake shop was a franchise brand from Japan.  But, it is an all new brand with the imported dessert concept from Japan.   




One interesting concept about the Kyo Roll En is their Take Sumi addition to the roll cake and soft cream.  A piece of info on the table shares, "Consumed since the ancient times, bamboo charcoal is widely-used for purifying and self-healing due to its high porosity and detoxifying abilities.  Uber-healthy, bamboo charcoal is also rich in minerals and is environmentally-friendly."  One other ingredient that we are already familiar with, Matcha or green tea.  The info on the table also shares, Finest ground, milled, premium green tea from Uji region, Kyoto.  Up to 137 times higher in cancer deterring antioxidant than other green tea, Matcha, whose whole tea leaf is ingested, also helps boost metabolism, reduce cholesterol and moderate mental stress.  This two ingredients are the two main flavors of the Soft creams.       
On this visit, I got to try a few menus.  Let me tell you one by one. There are quite a good variety in this Japanese dessert at lunch time.  In the Roll cake section, the many flavors are here below.  The roll cakes were looking so yummy and colorful, priced between 85 - 105 Baht.    
- Kuro Roll - This is the one made with the Take Sumi, the bamboo charcoal.  Its color is all black with the white cream and the Kuromame (beans) as stuffing.  I loved the texture of the cake; soft and fine.      
- Kyo Roll - Original style with Vanilla flavor and custard cream stuffing.  Nicely done, reminded me of my childhood yam roll but a lot better.  
- Gion Roll - This is the green one with the green tea flavor with good looking stuffing, mixture of white cream and fresh strawberries.   
- Milky Roll - Its appearance was the coolest one, the milk cow pattern.  I actually liked this one the most because of its pronounce milky flavor.  

- Ichigo Roll - With its pink color, the girls will love this one.  It had a slightly tangy or yogurt like flavor, quite nice.  


With a couple of friends, we also got a few more rolls; Valrhona Roll; Passion Roll; Tsujiri Roll.  These I didn't get to try though but all looking delightful.  

The roll cake can come in a set with the soft cream (Charcoal and Green Tea) and the fresh sour fruits (Kiwi, strawberries, Mango).  Ordering the roll cake in a set is much better than having the cake alone.  Anyways, I could only have like one or two whole piece of the cake because of its big size.    




Next up was the Matcha Deluxe Parfait - This one is for green tea lover.  We have all kinds of greens in this tall glass.  At the bottom is the Panna Cotta to compliment with the green tea flavor.  For me, too much green tea.  I had enough of it. 
The Goma was another parfait style served in a glass.  Layers and the color tone of the black and white gave this one a very classy look.  In this glass, we have charcoal jelly, vanilla soft cream, sesame seeds, and wafer. The variety of what was added here came together in unison.  I loved this one a lot, must be the sesame. 


Best choice for this summer would probably be the Kakigori.  This one is the icy mount with mango sauce and fresh mango.  If you love Mango, you can't miss this one.  It was cold, sweet, and super refreshing; can easily be served outdoor. 
The Sumi Matcha Anmitsu.  This menu was served in a bowl with the soft cream sitting grand in the middle.  All over the side was cover with the all kinds of toppings; matcha jelly, milk jelly, strawberry, oranges, red beans, and Kuromame.  On the side was black honey for more sweet as well.    



To finish up we had the Milk Azuki Monaga and the Hot Marron Latte.  The Milk Azuki Monaga was a waffle with ice cream stuffed inside.  The ice cream was basic but the fact that it was inside the waffle was amazing, contrasting of textures.  The Latte was smooth with light nutty aroma, easy to drink, perfect with cold dessert. 
All in all, the desserts at the Kyo Roll En were enjoying.  Many creative menus that I have never had anywhere. The roll cakes were fantastic.  The atmosphere was plain but more comfortable than most cafes.  If you like this style of Japanese dessert, check it out.  I am sure the girls will like it, the Kyo Roll En at the Gateway Ekamai. 










--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

ฮะเซ้งโภชนา อ่อนนุช

ฮะเซ้งโภชนา - ร้านอาหารจานเดียว เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ อ่อนนุช ร้านห้องแถว





Overall Score  5/10
Taste   3/5
Ambiance  3/5
Service  2/5
Value   2/5

ฮะเซ้งโภชนา - ร้านอาหารตามสั่ง จานเดียว on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



วันก่อนนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากกินเป็ดย่างขึ้นมา ก็เลยลองพิมพ์ ๆ หาย่านที่ใกล้ ๆ บ้านผม (รามคำแหง) แล้วก็ไปลงเอยกับคำว่า "เป็ดย่าง อ่อนนุช" และก็มาลงเอยต่อกับร้าน ฮะเซ้ง โภชนา ในรีวิวฉบัับนี้ในท้ายที่สุดครับ ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณริมถนนอ่อนนุชระหว่างซอยอ่อนนุช 39/1 กับอ่อนนุช 41 คือถ้ามาจากถนนศรีนครินทร์ เลี้ยวขวาเข้าอ่อนนุชมานิดเดียวก็จะเจอร้านอยู่ขวามือเลยครับ ถ้าใครขับรถก็หาที่จอดเอาริมถนนหน้าร้านได้เลย จอดได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ตัวร้านฮะเซ้งโภชนาแห่งนี้ก็เป็น ร้านห้องแถวบ้าน ๆ ขนาด 1 คูหา ที่ตัว 1 คูหาของเค้านั้นเหมือนจะใหญ่กว่าห้องแถวทั่ว ๆ ไปสักครึ่งเท่าได้ คือเป็นขนาดห้องแถวที่ค่อนข้างแปลก มีความกว้างที่ผิดปกติ ก็เลยทำให้โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่  2 ฝั่งของร้านนี้แทนที่จะชิด ๆ กันพอมีที่ให้เดินผ่าตรงกลางเหมือนร้านอื่น ก็กลายเป็นมีที่โล่ง ๆ ตรงกลางไปแทน อืมก็แปลกดี

ร้านนี้อาหารหลัก ๆ ของทางร้านก็จะเป็นเป็ดย่าง , หมูแดง และหมูกรอบ (ที่เด่นสุดน่าจะเป็นเป็ดย่าง) ซึ่งก็สามารถเลือกว่าจะกินเปล่า ๆ แค่ให้สับมา, หรือกินราดข้าว หรือว่ากินกับบะหมี่ และก็จะมีพวกซุปมะระ, ซุปมะนาวดองให้สั่งมากินแกล้ม ๆ ด้วยเพิ่มเติม ราคาอหาารของร้านนี้ผมว่าค่อนข้างแพงนะ อย่างแบบผมสั่งจานสับรวมจานใหญ่ไป ให้มาไม่ค่อยเยอะแต่ราคาตั้ง 230 บาท ตัวบะหมี่ชามนิดเดียว ให้เป็ดมาไม่กี่ชิ้น ก็ 50 บาทล่ะ (คือถ้าผมจะกินให้อิ่มคงต้องกินสัก 3 ชาม) ซึ่งถ้าเอาจริง ๆ ราคาเท่านี้ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับอาหารในยุคปัจจุบันนี้มั้ง ผมก็แค่ยังเคยชินกับก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 - 15 บาทสมัยยังเป็นเด็กอยู่ก็แค่นั้นเอง (มั้ง -*-)





มื้อนี้เริ่มต้นด้วย เป็ดตุ๋นฟักมะนาวดอง (50 บาท) ซุปถ้วยเล็ก ๆ ที่ให้เนื้อเป็ดมา 2  ชิ้นและมะฟักมา 2 ก้อนถ้วยนี้ สั้น ๆ ง่าย ๆ กับคำแรกที่อยากจะมอบให้คือ "แพงไปมั้ย?" รสชาติก็มาแบบเปรี้ยว ๆ กำลังดี แต่เหมือนยังเปรี้ยวไม่ค่อยโดนใจ ไม่ค่อยสมกับซุปมะนาวดองที่ผมเคยกินมาตั้งแต่เด็กที่มันจะเปรี้ยวกว่านี้ โดนใจกว่านี้ แต่กิน ๆ แล้วก็อืม พอใช้ได้ครับดีกว่า 2-3 ร้านหลัง (จำไม่ได้ว่าร้านอะไร) ที่ผมกินมาที่ตั้งชื่อแบบนี้แต่กลับไม่มีความเปรี้ยวเลย






บะหมี่ + เกี๊ยวเป็ดย่าง (50 บาท) บะหมี่ที่หน้าตาดูน่ากิ๊น น่ากิน เนื้อเป็ดมาแบบติดหนัง และหนังนี่แบบสีแดงฉูดฉาดมาก จำนวน 6 ชิ้นและก็เกี๊ยวอีก 2 ชิ้น บะหมี่ชามนี้ก็อร่อยได้มาตรฐานดีครับ อร่อยแบบไม่มีอะไรเด่นสักอย่าง ไม่ว่าจะตัวบะหมี่ที่เป็นบะหมี่แบบซื้อมาไม่ได้ทำเอง (แต่ทุกร้านก็เป็นแบบนี้หมดเนอะ?) ตัวเนื้อเป็ดที่ธรรมดา ๆ ไม่ได้มีความกรอบของหนัง ความนุ่มของเนื้ออะไรมาก ตัวเกี๊ยวที่ไม่ค่อยได้อัดแน่นมาด้วยเนื้อ ๆ สักเท่าไร และน้ำซุป รสชาติกลาง ๆ ธรรมดา ๆ รวม ๆ ก็เป็นบะหมี่เป็ดย่างที่น่าจะหากินได้ทั่ว ๆ ไป แต่หลัง ๆ ก็เหมือนจะไม่ค่อยพบเจอรสชาติมาตรฐานแบบนี้สักเท่าไรแล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ข้าวหน้าเป็ดย่าง (40 บาท) ที่วางมาเป็นก้อนวงกลมเล็ก ๆ ก้อนนึง ตัวเป็ดเหมือนกับตัวบะหมี่ (ก็แน่สิ) ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมาก ข้าวก็ไม่ค่อยร้อนเท่าไร แล้วก็ไม่ได้เป็นข้าวหอมมะลิชั้นดีอะไร ตัวน้ำที่ราดมาก็เป็นแบบน้ำใส ๆ ไม่ได้เข้มข้นอะไรมาก ไม่ใช่น้ำราดเป็ดสูตรพิเศษ ที่กินแล้วติดใจเหมือนที่กินตามร้านอาหารจีนดี ๆ ที่มีน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของตัวเอง






เป็ดย่าง + หมูแดง + หมูกรอบ จานใหญ่ (230 บาท) อาหารอย่างสุดท้ายที่แพงไปมั้ย? จานนี้ผมสั่งมาก็แค่รู้สึกว่าอยากจะลองตัวหมูแดง, หมูกรอบของทางร้านแค่นั้นเอง ซึ่งกลับกลายเป็นว่าผมไม่ได้น่าสั่งมันเลย (ตอนแรกกะสั่งเป็นจานเล็ก แต่ทางร้านบอกว่าถ้าจะสั่งรวม 3 อย่างต้องเป็นจานใหญ่เท่านั้น เอาจริงดิ? ด้วยเหตุผลอะไรถึงต้องเป็นจานใหญ่เท่านั้นหรือ?) ตัวหมูแดง ไม่อร่อยเลย แห้งแก๋แด๋ และหั่นมาชิ้นบางเฉียบ ไม่ความมัน ความนุ่ม ความอร่อยเลยสักกะนิด ตัวหมูกรอบตัวหนังก็ไม่ได้มีความกรอบแต่อย่างใด ตัวเนื้อที่ควรจะนุ่มมาก ๆ ก็ไม่ได้นุ่มเท่าไร (ขนาดมีมันติดมาขนาดนี้) กินแล้วไม่ประทับใจเลยครับ จานนี้บอกตรง ๆ สั่งเป็ดย่างจานเล็กมากินเล่นน่าจะอร่อยกว่าแบบสบาย ๆ

สรุป ร้าน ฮะเซ้งโภชนา ร้านห้องแถวที่เน้นเป็ดย่าง ณ อ่อนนุช แห่งนี้ ไม่ค่อยโดนสักเท่าไรครับ โอเค ตัวเป็ดย่างของทางร้านทำมาได้ดีในระดับนึง ดีกว่าร้านเป็ดย่างห้องแถวหลาย ๆ ร้านที่กินมาช่วงหลัง ๆ แต่ก็ไม่ได้อร่อยมาก ไม่ถึงกับอยากจะซื้อกลับบ้าน หรืออยากจะกลับไปกินอีกรอบ และร้านนี้ก็มีดีแค่นั้นจริง ๆ คืออย่างอื่น หมูแดง, หมูกรอบ หรือพวกข้าว, น้ำซุป อะไรพวกนี้ ไม่ต้องสั่งก็น่าจะโอเคกว่านะ ใครที่บ้านอยู่แถวอ่อนนุช , ศรีนครินทร์ ถ้าอยากหาอะไรกินง่าย ๆ ก็มากินร้านนี้ก็คงไม่ผิดหวังครับ แต่ถ้าคนรามคำแหงอย่างผม หรือคนย่านอื่น ถ้าถามว่าต้องถ่อมากินถึงที่นี่มั้ยก็ตอบง่าย ๆ เลยว่า "ไม่ต้องหรอก" ตามนั้น

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Wednesday, May 1, 2013

เจ๊นา หูฉลาม

เจ๊นา หูฉลาม - ร้านอาหารจีน หูฉลาม รังนก คลองเตย หน้า กรมศุลกากร




Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  3/5
Service  1/5
Value   5/5

เจ๊นา หูฉลาม - ร้านอาหารจีน หูฉลาม on BumRes.com (For more pictures review and menu)



หลาย ๆ ครั้งที่ผมมักจะเจอร้านอาหารที่ตั้งราคาแบบ over หรือแพงกว่าร้านระดับเดียวกันในตลาดอย่างไร้เหตุผล แต่ก็มีบ้างที่จะเจอร้านที่ตั้งราคาถูกแบบไร้เหตุผลด้วย ซึ่งบางทีเวลาเจอร้านที่ตั้งราคาถูกมาก ๆ แล้วก็หันไปมองพวกร้านที่ขายอาหารอย่างเดียวกัน เหมือน ๆ กันแต่ตั้งราคาแพงแบบน่าเกลียด ๆ ก็แอบงงเหมือนกันว่าทำไมเค้าถึงหน้าด้านหน้าทนตั้งราคาแบบนั้นได้? ซึ่งโอเคถ้าตั้งแพงแล้วอาหารอร่อย, บริการดี, บรรยากาศดีมันก็เรื่องนึง แต่เท่าที่เจอมา ส่วนใหญ่พวกตั้งแพง ๆ มันก็มักจะไม่ได้มีอะไรที่ดีหรือแพงตามราคาเลย มีแค่ราคาอย่างเดียวเท่านั้น และยิ่งช่วงหลัง ๆ นี่เจอร้านแนวนี้บ่อยมาก เหมือนกับว่าการตั้งราคาให้แพง ๆ ไว้ก่อน ก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความ premium คิดมาเองอะไรงี้ แต่กับร้านในรีวิวฉบับนี้นี่คนละเรื่องครับ คือเป็นแนวตรงกันข้ามเลยกับร้าน เจ๊นาหูฉลาม - ตรงข้ามกรมศุลกากร คลองเตย ร้านนี้

ร้าน เจ๊นาหูฉลาม นี่ ต่อไปก็คงอาจจะต้องเปลี่ยนชื่อร้านเป็นเจ๊นาเฉย ๆ หรือเจ๊นากระเพาะปลา , เจ๊นาหมี่ฮ่องกงผัด หรืออะไรก็ว่าไปล่ะ เพราะตอนนี้หูฉลามนั้นหากินในบ้านเราไม่ได้แล้ว (ร้านอื่น ๆ ที่มีคำพ่วงว่าหูฉลามก็คงจะต้องทยอย ๆ เปลี่ยนกันไป) ร้านนี้เป็นร้านห้องแถวที่ขายอาหารจีน seafood สไตล์แต้จิ๋ว ผสมกวางตุ้งเล็กน้อย ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่ค่อยจะมีร้านประเภทนี้ตั้งอยู่สักเท่าไร กับบริเวณถนนอาจณรงค์ที่ตัดผ่านหน้า กรมศุลกากรแห่งนี้ (เอาจริง ๆ คือร้านแนว ๆ นี้มักจะไปกระจุกตัวกันอยู่ที่แถวเยาวราชเท่านั้นนะเท่าที่ผมนึกออก อาจจะมีแถวพัฒนาการอีก 3-4 ร้านแค่นั้น นอกเหนือจากนี้นึกไม่ออกล่ะ) ร้านนี้น่าจะเป็นร้านดัง , มีชื่อเสียงมาสักพักแล้ว เพราะอย่างวันที่ผมไป ตอน สองทุ่มวันอาทิตย์ ลูกค้านั้นแน่นขนัดร้านมาก ๆ แน่นจนผมไม่มีโต๊ะต้องยืนรอแปบนึงถึงจะได้โต๊ะ และจนผมกินเสร็จ (3 ทุ่มกว่า ๆ) ก็ยังคงมีลูกค้ามากินร้านนี้อยู่อีกพอสมควร คือแบบขนาดร้านหาค่อนข้างยาก (เป็นห้องแถว 1 คูหาริมถนน ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็คงจะขับรถเลยได้ง่าย) และไม่มีที่จอดรถของทางร้านเองต้องจอดริมถนนแบบนี้ แต่ว่าลูกค้าก็ยังดั้นด้นกันมากินได้ครับ อืม





อาหารของร้านเจ๊นาแห่งนี้ก็จะเป็นอาหารจีนสไตล์เยาวราชครับ อาจจะไม่ได้มีอะไรหรูหรา เช่น พวกปลิงทะเล, หมูหัน, เป็ดปักกิ่ง หรือพวกอาหารจีนอลังการ แต่ว่าก็มีอาหารจีนที่แบบจีนจ๋า ๆ ให้เลือกค่อนข้างจะครบครัน คือนึก ๆ ถึงอาหารจีนประเภทไหน ร้านนี้ก็น่าจะมีในเมนูหมดครับ จุดเด่นของร้านนี้ที่แบบเด่นมาก ๆ เลยก็คือตัวราคาอาหารครับ ราคาถูกมากกก ผมกินกับแฟนสองคนสั่งไป 8 อย่าง มีเบียร์ด้วย 1 ขวดราคาออกมาอยู่ที่ 752 บาท โอว ถามจริง ขายขนาดนี้ก็ยังมีกำไรได้จริงเหรอเนี่ย? (พาลมองไปยังร้านอาหารจีนทั้งหลายแหล่ที่บางร้าน กุ้งอบวุ้น + กระเพาะปลาน้ำแดง ในมื้อนี้ 2 อย่างก็น่าจะ เกินแล้ว)

แต่ความประหยัด ความถูกของอาหารก็แลกมาด้วย ความซกมกของร้านที่โอเคอาจจะไม่ซกมกมากเท่าไร ไม่ได้มีแมลงสาบ ไม่ได้มีหนูมาเพ่นพ่าน แต่ก็มีคนงานชาวต่างชาติมานั่งหั่นผักอยู่ข้าง ๆ ผม , นั่งเบียด​ ๆ กับโต๊ะข้าง ๆ โต๊ะข้าง ๆ พูดอะไรก็ได้ยินหมด , มีเศษอะไรไม่รู้อยู่ในแก้วน้ำผม บอกให้พนักงานไปเปลี่ยนก็เปลี่ยนจริง ๆ เทน้ำผมทิ้งหมดไม่มีเอาน้ำเก๊กฮวยที่ซื้อไว้เอามาคืนให้ และที่สำคัญที่สุดคือ ความช้าของอาหารครับ โอเคลูกค้ารอเต็มร้านอันนี้ก็เข้าใจ แต่แบบ เฮ้ย ถ้าลูกค้าเต็มร้านอยู่แบบนี้อยู่แล้ว ก็น่าจะคุ้นเคย ก็น่าจะคล่องก็น่าจะทำอาหารได้ไวอยู่นะ คืออาหารที่ผมสั่ง ๆ ไปนี่พวกผมรอนานมากครับ ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ กว่าจะได้ครบ มีหลาย ๆ โต๊ะที่ผมได้ยินพวกเค้า cancel หรือไม่ก็แบบถ้าไม่ทำให้ห่อกลับบ้านอะไรพวกนี้อยู่เยอะเหมือนกัน อืม ครัวของร้าน เจ๊นาหูฉลามนี่เค้าคงเล็กอ่ะครับ หรือไม่ก็คนครัวเค้าไม่พอ หรือไม่ก็พิถีพิถันกับอาหารเหลือเกิน อะไรประมาณนั้น

อาหารในมื้อนี้เริ่มต้นด้วย หมี่ฮ่องกงผัด (Fried egg noodles Hong Kong style - 50 บาท) อร่อยถูก เส้นหนึบ ๆ รสชาติดี เค็ม ๆ แห้ง ๆ มัน ๆ เยี่ยมครับ คือแบบเอาไปผัดขายสู้กับพวกร้าน หมี่จับกัง, หมี่ฮ่องกงแถวเยาวราชนี่น่าจะชนะหลายร้านเลย เอาไปตั้งเป็นร้านเอกเทศได้เลยประมาณนั้น






ออส่วนหอยนางรม (Fried Oyster - 60 บาท) เป็นอาหารอย่างที่ 2 ที่ราคาแสนถูก แต่ก็แลกมาด้วยหอยนางรมตัวไม่ใหญ่และให้มาค่อนข้างน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อพิจารณาถึงรสชาติโดยรวมของจานนี้ที่แบบโอ้โห รสชาติกลมกล่อม texture ดี ทุกอย่างนุ่ม ละมุนไปหมดก็ได้แต่คิดว่า อืม สั่งมากินอีกเรื่อย ๆ ได้เลยนะ ถูกอร่อย (แต่อาจจะไม่ได้กระตุ้นสมรรถภาพทางเพศสักเท่าไร) แบบนี้

อย่างที่ 3 เป็น กระเพาะปลาน้ำแดง (Boiled fish maw & black mushroom soup - 200 บาท) จานนี้สุดยอดไปเลย คือที่หน้าร้านนั้นจะมีคนครัวอยู่ 2 คนคอยต้มกระเพาะปลาน้ำแดงอยู่ ตอนแรกผมก็แอบสงสัย ก็ในเมื่อมีครัวที่อุทิศให้อาหารจานนี้อยู่แล้วด้านหน้า แต่ไฉนถึงทำช้า แต่พอได้กินก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาหน่อยว่า เค้าอาจจะช้าเพราะต้องการคุณภาพที่ดีก็เป็นได้ กระเพาะปลารสชาติดีมากกก น้ำซุปร้อน ๆ รสชาติกลมกล่อม , ให้กระเพาะปลาและเนื้อปูมาแทบจะล้นทะลัก และราคาแค่ 200 บาทเท่านั้น โอว ว้าว






อย่างที่ 4 เป็น ยำหอยนางรม (Spicy oyster salad - 100 บาท) อันนี้ได้หอยนางรมที่ตัวใหญ่กว่าในออส่วนเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ายังเป็นหอยนางรมที่ตัวเล็กอยู่ดี รสชาติการยำจะยำมากับตัวพริกเผามาเลย จะเผ็ดนิด ๆ หวาน หน่อย ๆ ไม่ได้เป็นยำแบบไทยแท้ ๆ ประมาณนั้น ทางร้าน เจ๊นาหูฉลาม ให้ตัวใบกระถิน และกระเทียมเจียวมาเยอะมาก ไม่รู้ให้มาเพราะต้องการให้กลบความคาวความไม่สดของตัวหอย หรือว่าให้เป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่คนจะขอเพิ่มอะไรงี้ จานนี้รวม ๆ ก็โอเคครับ อร่อยดี แต่ยังไม่โดนมาก

อย่างที่ 5 กุยไช่ขาวผัดปลาอินทรี (Kurnchai fried with mackerel fish - 80 บาท) จานนี้บอกตรง ๆ ว่าอย่างแรกที่สังเกตเห็นคือ "ไหนวะปลาอินทรี" คือมัน.. ไม่มีปลาอินทรีแบบเป็นชิ้นให้เห็นเลยครับ แต่มันมาเป็นเศษเนื้อ เป็นก้อนเล็กมาก ๆ ประหนึ่งเป็นพวกเศษเนื้อปลาเค็มอะไรพวกนั้นแทน แต่เมื่อตัดเรื่องนี้ออกไป และเหลือแต่กุยช่ายขาว โอวว ทางร้านผัดมาได้สุดยอดมากครับ กุยช่ายขาวมันแบบกรอบอร่อยมาก รสชาติกลมกล่อม กัดไปแต่ละคำนี่กรึ๊บ ๆ แบบบอกตรง ๆ ว่าหาร้านข้าวต้มกุ๊ยที่ทำให้อร่อยแบบนี้ยังยากมากเลยครับ จานนี้ถ้าเปลี่ยนชื่อเป็นผัดกุยช่ายขาวหน่อยนี่จะเป็นอะไรที่โดนใจใช่เลย เลยล่ะครับ






อย่างที่ 6 ข้าวผัดปู กุ้งอบวุ้นเส้น (Glass noodles with shrimp 200 บาท) อันนี้คาดหวังเอาไว้เยอะ แต่พอได้เห็นได้กินแล้วแอบธรรมดาที่สุดครับ โอเค วุ้นเส้นอบมาได้ดีพอระดับนึง ซอสเข้าเส้น เส้นมาแบบหนึบ ๆ ดี แต่ว่าผมก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าเคยกินวุ้นเส้นที่อร่อยกว่านี้มาหลายร้าน , ตัวกุ้งก็ให้มาเป็นกุ้งตัวเล็กจิ๋ว แล้วก็ไม่สดเท่าไร แกะ ๆ ไปนี่เนื้อเป็นลุ่ย ๆ ขุย ๆ ไม่ค่อยอร่อยเลย จานนี้ถือว่าตกเกณฑ์มาตรฐานไปนิดนึงละกันนะ

มื้อนี้ปิดท้ายด้วยของหวานซึ่งก็คือ รังนกแปะก๊วย (Bird nest & Gingo nuts - 100 บาท) อันนี้อร่อยครับ แม้ว่าแปะก๊วยจะไม่ได้มาแบบเม็ดกลม ๆ เรียว ๆ สวย ๆ แต่ก็เด้งดึ๋ง ๆ อร่อยดี ไม่เหม็นคาวด้วย รังนกที่ให้มา (ซึ่งน่าจะเป็นของปลอม) ก็เป็นวุ้น ๆ อร่อยดี และทั้งหมดนี้มาในตัวนมสดที่รสชาติหวาน ๆ กำลังดี ใส่นมข้นหวานมาพอสมควร ไม่ได้มากเกินไปจนหวานเลี่ยนแบบบางร้าน ตามนั้น





สำหรับร้าน เจ๊นาหูฉลาม - คลองเตย, กรมศุลกากรร้านนี้ ผมก็ไม่แปลกใจล่ะครับว่าทำไมร้านเค้าจะเป็นร้านที่ขายดิบขายดี แม้ว่าจะ อยู่ในทำเลที่ไม่น่าจะมีร้านพวกนี้ ก็แหม อาหารอร่อยขนาดแบบเมนูบางอย่างร้านอาหารจีนเหลา ๆ ตรงเยาวราชยังอายแบบนี้ และยังมาขายถูกแสนถูก จนเหมือนกินร้านข้างถนนแบบนี้อีก แล้วมันจะไม่ให้คนยอมมาต่อคิวรอกินกันได้อย่างไรล่ะครับ ใครที่อยากลองอาหารจีนอร่อย ๆ แต่ไม่อยากเดินทางไปไกลถึงเยาวราช หรือไม่อยากเสียตังค์เยอะ ก็มาจัดร้านนี้กันได้เลยครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...