BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Monday, September 3, 2012

Siang Ping Loh Restaurant Bangkok Review

Siang Ping Loh - Chinese Restaurant at Grand China Princess Hotel, Yaowarat Bangkok เซียงปิงเหลา ร้านอาหารจีน โรงแรม แกรนด์ ไชน่า พริ๊นเซส เยาวราช ติ่มซำ อาหารทะเล เป็ดปักกิ่ง หมูหัน



Overall Score  8.5/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4/5
Service  3.5/5
Value   3/5

Siang Ping Loh - Chinese Restaurant on BumRes.com



บนถนนเยาวราช ถนนแห่งโภชนาการ และร้านอาหารจีนมากมาย ไม่ว่าจะแบบเหลา ๆ ภัตตาคาร หรือแบบข้างถนน การที่ร้านอาหารจีนร้านนึงจะโดดเด่นขึ้นมาเหนือร้านแวดล้อมมากมายในย่านนี้ได้ ร้านนั้นก็ต้องมีอะไรที่โดดเด่นสักอย่างนึง ซึ่งส่วนใหญ่ ความโดดเด่นเพียงอย่างเดียวที่คนในย่านนี้ยอมรับได้นั่นก็คือ "ความอร่อย" เพราะแม้ว่าร้านในย่านเยาวราชนี้จะดูซกมก สกปรก กินอยู่ข้างถนน หรือหน้าโรงหนังเก่า ๆ หรือริมฟุตบาทและห้องแถวโทรม ๆ หรือแบบไหนก็ตาม ถ้าร้านดังกล่าวอร่อย ลูกค้าก็พร้อมที่จะไปกินอยู่เสมอ แต่กับร้านอาหารจีนร้านนึงที่ถ้าทั้งรสชาติดีด้วย บรรยากาศดีด้วยล่ะ? แน่นอน ร้านดังกล่าวก็น่าจะเป็นร้านที่ครอบครัวชาวจีนจะมากิน หรือเฉลิมฉลองกันในวาระต่าง ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งกับร้าน เซียงปิงเหลา ร้านอาหารจีน ณ ชั้น 8 โรงแรม Grand China Princess แห่งนี้ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในร้านที่เข้าข่ายนิยามดังกล่าว เพราะร้านนี้เป็นร้านที่ค่อนข้างดังในหมู่คนจีนแถวนี้ รวมถึงพ่อผม (จีนแท้ ๆ) ก็ล้วนรู้จักร้านนี้กันทั้งนั้น และความโด่งดังของร้านนี้ไม่ได้มีเฉพาะคนจีน แม้แต่เว็บ CNNGO ก็ยังยกให้เป็ดปักกิ่งของร้านนี้เป็น Best Peking Duck in Bangkok ด้วยเช่นกัน (เคียงคู่ไปกับร้าน Scala @ Siam Square และ Great Shanghai @ Sukhumvit 26 2 ร้านที่ผมเคยรีวิวเอาไว้แล้ว และเป็ดปักกิ่งของ 2 ร้านนั้นเค้าก็เด็ดจริงอะไรจริง)

แม้ว่าร้านนี้จะเก่าแก่ และโด่งดังเพียงใด แต่ผมก็เพิ่งจะเคยมาร้านนี้เป็นครั้งแรก เนื่องจากส่วนใหญ่ถ้ามากินแถวเยาวราช ครอบครัวผมก็มักจะมีร้านประจำที่จะอยู่ต้น ๆ เยาวราชอยู่หลายร้านอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยจะขับเลยมาจนถึงร้าน Siang Ping Loh ที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 8 โรงแรมแกรนด์ ไชน่า ตรงหัวมุมสี่แยกราชวงศ์แบบนี้ อ้อ โรงแรม Grand China @ Yaowarat นี่ผมว่าเจ๋งดีครับ แม้ว่าจะเป็นโรงแรมที่ดูอยู่ในย่านเก่าแก่ โบราณ ๆ แบบเยาวราช แต่แบบ ความไฮเทคและความเจ๋งของโรงแรมนี้กับลานจอดรถของเค้านี่ผมค่อนข้างประทับใจทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เครื่องออกตั๋วอัตโนมัติที่จะถ่ายป้ายทะเบียนรถไปไหนตั๋วด้วย, ตู้เช็คตั๋วตอนออกที่มีเสียงพูดขอบคุณ และลานจอดรถใต้ดินที่มีลึกไปจนถึงชั้น B4!! เรียกได้ว่า เจ้าของโรงแรมนี่มองการไกล และหัวทันสมัยดีทีเดียว

ร้าน เซียงปิงเหลา แห่งนี้ ก็จะเหมือน ๆ ร้านภัตตาคารจีน เหลา ๆ ทั้งหลายแหล่ล่ะครับ ไม่ว่าจะเรื่องบรรยากาศร้านที่ดู หรูหรา ไฮโซ และมีห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ 3-4 ห้อง พนักงานที่แต่งตัวดูดีมีชาติตระกูล และบริการค่อนข้างดี แต่มีข้อให้ติอย่างเกี่ยวกับพนักงานคือ รู้สึกบางทีมารยาทแอบกักขฬะไปบ้างบางจังหวะ แต่ก็นิด ๆ เท่านั้น (ไม่เหมือนของโรงแรม 5 ดาวอื่น ๆ ที่จะแบบค่อนข้างไร้ที่ติ) ส่วนตัวอาหาร มื้อเที่ยงของทางร้านก็จะมีบริการติ่มซำที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย และราคาก็ดูไม่ค่อยแพงเข่งละประมาณ 70-80 บาทเท่านั้น ซึ่งมื้อเที่ยงผมก็ไม่แน่ใจว่าสามารถสั่งอาหารของมื้อเย็นได้ด้วยรึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือตอนผมไปเป็นมื้อเย็น ไม่สามารถสั่ง ติ่มซำของมื้อเที่ยงได้ -_-' ตัวอาหารมื้อเย็นของร้านนี้ ผมรู้สึกว่าจะมีให้เลือกค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภัตตาคารจีนระดับเดียวกัน ดูเหมือนทางร้านจะไม่ค่อยมีพวกอาหารทะเลสักเท่าไร (พวกปลา ๆ กุ้ง) แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ามีให้เลือกพอประมาณสันฐานล่ะครับ และกับร้านที่อาหารมีให้เลือกไม่ค่อยเยอะนี่ส่วนใหญ่ผมจะชอบกว่าร้านที่มีให้เลือกเยอะ(เกินไป)ด้วยซ้ำ เพราะส่วนใหญ่ อาหารของร้านเหล่านี้ก็จะเป็นอาหารที่คัดมาแล้ว อร่อยมาแล้ว อะไรประมาณนั้น




มื้อนี้เริ่มจานแรกด้วย ไก่ฟูเจี้ยน (Steam fu-jian Chicken with soya sauce - 250 บาท) จานที่หน้าตาคล้าย ๆ ไก่แช่เหล้าที่มีขายกันค่อนข้างเกลื่อนในบ้านเรา สารภาพว่าตอนแรกที่สั่งไปก็นึกว่ามันคือไก่แช่เหล้าแต่แค่เปลี่ยนชื่อให้ดูเก๋ ๆ ไม่เหมือนร้านอื่นแค่นั้น แต่พอยกมาจริง ๆ มันไม่ใช่ครับ คือเป็นไก่ต้มมาเหมือนกัน แต่เปลี่ยนจากน้ำเหล้าเป็นน้ำซีอิ๊วที่ปรุงรสมาเพิ่มเติมแทน ตัวเนื้อไก่นั้นให้มาเยอะคุ้มราคา และเนื้อไก่ไม่รู้เป็นส่วนอะไรบ้าง แต่ว่าแต่ละชิ้นที่กินนี่แบบ นุ่ม อร่อย ฉ่ำ มาก น้ำซอสเข้าเนื้อดีมาก ไม่เหมือนแบบไก่แช่เหล้าของร้านที่ fail ๆ ที่จะมาแห้ง ๆ ร่วน ๆ เนื้อแตก ๆ เนื้อไร้รสชาติแบบนั้น และยิ่งแต่ละคำมีหนังไก่ติดมาด้วย มันเลยยิ่งเพิ่มรสชาติเข้าไปใหญ่ จานนี้ ถ้าเอาจริง ๆ ถ้าเทียบเป็นไก่แช่เหล้าเหมือนร้านภัตตาคารจีนอื่น ๆ มันก็คือไก่แช่เหล้าที่แบบ one of the best in Bangkok เลยล่ะครับ











อาหารอย่างที่ 2 เป็น เป็ดปักกิ่ง (Peking Duck 1100 บาท) ของขึ้นชื่อของทางร้านที่ CNNGO ก็แนะนำมา ซึ่งแน่นอนครับ รสชาติดีเลย ที่โดดเด่นคงเป็นหนังเป็ดที่ทำมาได้ กรอบ มัน อร่อยดีมาก และตัวแผ่นแป้งที่นึ่งมาร้อน ๆ แบบร้อนฉ่า ๆ เลย แต่ที่แยหน่อยก็คงเป็นแตงกวากับหัวหอมที่ผมรู้สึกว่ามันยังไม่สดพอ แต่โดยรวมก็เป็นเป็ดปักกิ่งชั้นยอดจานนึงเลยล่ะครับ (แต่ผมแอบปันใจให้ร้าน Great Shanghai @ Sukhumvit 26 มากกว่านะ) ส่วนเนื้อเป็ดนั้นร้านเซียงปิงเหลาให้เราเลือกทำได้ 2 อย่าง โดยอย่างแรกที่บ้านผมเลือกและเป็นทีเด็ดเลยก็คือ เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ คือบอกตรง ๆ ว่าไม่เคยกินเนื้อเป็ดที่เอาไปทำมาแบบนี้เหมือนกันครับ ซึ่งรู้สึกโชคดีมาก ที่ได้กินครั้งแรกมันก็อร่อยประทับใจกันไปเลยทีเดียว เนื้อเป็ดนุ่มมาก นุ่มจนเหมือนกินเนื้อนกกระจกเทศเลย ผมไม่รู้ว่านุ่มเพราะทางร้าน Sieng Ping Loh @ Grand China Princess Hotel เอาไปใส่ผงเนื้อนุ่มมารึเปล่า แต่ถึงจะใส่หรือไม่ใส่ ผลลัพธ์ที่ได้นุ่มอร่อยเข้ากับพริกไทยดำที่ผัดมาลงตัวกำลังดีแบบนี้ ก็คือจบล่ะครับ เนื้อเป็ดอีกอย่างพวกเราเลือกให้เอาไปทำเมี่ยง ซึ่งร้านนี้ก็มาแปลกอีกเช่นกันคือใส่เนื้อเป็ดมาบนกระทงเลย ซึ่งก็ดูสวยดี น่ากินดี รสชาติเมี่ยงก็โอเคครับ จัดได้ว่าอยู่ในระดับดี แต่ยังไม่ประทับใจแค่นั้น






อาหารอย่างที่ 3 เป็น เต้าหู้ฮากกากระทะร้อน (Deep fried bean curd stuff with shrimps served in hot plate - 250 บาท) อีกหนึ่งอาหารชื่อแปลกที่ไม่รู้เหมือนกันว่าหมายถึงอะไร ก็เป็นประมาณเต้าหู้กระทะร้อนทั่ว ๆ ไปตามร้านอาหารจีนครับจานนี้ ไม่ได้มีอะไรเด่นมาก รสชาติดี กินเพลิน แต่ไม่ถึงขั้นประทับใจ(อีกแล้ว)

อาหารอย่างที่ 4 เป็น หูฉลามแผ่นพิเศษน้ำแดง (Braised superior shark's fin in brown soup - 1200 บาท) จานนี้ตอนสั่งก็แอบคิดเอาไว้ว่าน่าจะเป็นหม้อใหญ่หน่อยแบบแบ่งกินกันได้ 4 คนคนละถ้วยเล็ก ๆ อะไรแบบนี้ แต่พอพนักงานยกมาก็ตกใจครับ เพราะมันเป็นถ้วยเล็ก ๆ ที่ถ้าแบ่งกันจริง ๆ ก็ได้แค่ 2 ถ้วยเล็กแค่นั้น แต่เมื่อพิจารณาดูดี ๆ แล้ว ตัวแผ่นหูฉลามมันแผ่นใหญ่และให้มาเยอะมาก ตัวรสชาติก็ถือว่าดี แต่ร้านหูฉลามโปรด ๆ ของผมหลายร้านก็ทำได้ดีกว่านะผมว่า และร้านโปรด ๆ ของผมถ้าสั่ง 1200 เนี่ยจะได้เป็นหม้อใหญ่ แบ่งกินกันได้สบาย ๆ ซึ่งโอเค แผ่นหูฉลามอาจจะไม่ใหญ่เท่า แต่เจ้าเมนูราคาเว่อร์ ๆ ของคนจีนอันนี้ ผมว่าจริง ๆ เรากินเอาตัวน้ำซุปมากกว่า หูฉลามเป็นเหมือนแค่ของประดับจานแค่นั้น(สำหรับผม)






อาหารอีก 2 อย่างสุดท้ายก็เป็นพวกเติมเต็มกระเพาะครับจานแรกเป็น บะหมี่ผัดซอสเอ็กซ์โอทะเล (Fried egg noodle and seafood in X.O. sauce - 300 บาท) บะหมี่ผัดมาแบบแห้ง ๆ ที่รสชาติก็อร่อยดี แต่ยังไม่ถึงขั้นโดดเด่นมาก กินแล้วต้องมีร้องว่าอร่อย อะไรประมาณนั้น และที่สำคัญคือ มันแพงไปครับ 300 บาท กับจานเล็ก และให้ seafood มาเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สมราคาแบบนี้ ผมว่ามันแพงไป ส่วนอย่างสุดท้ายเป็นอีกหนึ่งจานที่ประทับใจในมื้อนี้กับ ข้าวผัดหยางเจา (Fried rice with pork, duck, shrimp and crab meat Yang Chow style - 180 บาท) คือข้าวผัดกับร้านอาหารจีน ทุก ๆ ท่านก็คงรู้กันอยู่แล้วว่าส่วนใหญ่จะอร่อยกว่าข้าวผัดของร้านอาหารไทย แต่กับข้าวผัดหยางเจาของร้าน Sieng Ping Loh แห่งนี้มันไม่ใช่แค่อร่อยธรรมดาครับ มันอร่อยแบบสมบูรณ์แบบเลย คือไม่รู้จะหาที่ติอะไร และไม่รู้ว่าจะไปหาข้าวผัดที่อร่อยกว่านี้ได้ที่ไหนแล้วแบบนั้นเลย จะมีทางทำให้อร่อยได้กว่านี้ก็คือ ใส่เนื้อกุ้ง, เนื้อปู มาให้มากกว่านี้แค่นั้นแหละผมว่า

สรุป มื้อเย็นแบบค่อนข้างจัดหนักของครอบครัวผมมื้อนี้กับร้าน เซียงปิงเหลา @ เยาวราช ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างประทับใจครับ อาหารมีหลายจานที่อร่อยโดดเด่น แต่ก็มีหลายจานที่อร่อยแบบธรรมดา ๆ ไปนิด และก็การบริการก็รู้สึกว่ายังไม่ค่อยสุด ถ้าตั้งใจทำจริง ๆ ให้สมกับราคาที่จ่ายไป 4000 กว่าบาทแบบนี้ก็น่าจะบริการได้ดีกว่านี้ แต่โดยรวม ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารจีนดี ๆ ที่ผมก็คงจะมากินอีกเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ที่แน่ ๆ คือ ว่าจะลองชวนที่บ้าน ไม่ก็เพื่อน ๆ มาจัดติ่มซำของร้านนี้ในเร็ววันนี้ซักหน่อยครับ เพราะดูราคาไม่แรงและมีหลาย ๆ รายการน่าโดนเหลือเกิน!

ปล. ลืมของหวานในมื้อนี้ 2 อย่าง ก็เป็นของหวานธรรมดา ๆ รสชาติธรรมดา ๆ ราคาประหยัดเมื่อเทียบกับความเป็นภัตตาคารของทางร้านครับกับแปะก๊วยเย็น (Sweet gingo nut in syrup - 70 บาท) และ สาคูแคนตาลูป (Sweet tapioca and cantaloupe in cold coconut milk - 70 บาท)






--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Doong Deng Dai Noodles Bangkok Review

Doong Deng Dai - Thai Noodles Restaurant at Market Place Thonglor, Bangkok ดุ๋ง เด้ง ได้ ร้านก๋วยเตี๋ยว ทองหล่อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวคุโรบูตะ




Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  3.5/5
Service  3.5/5
Value   3/5

Doong Deng Dai - Thai Noodles Restaurant on BuMRes.com



ถ้าพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวแบบไทย ๆ ขึ้นห้าง ที่จะเป็นก๋วยเตี๋ยวแบบเอาเนื้อพรีเมียม ๆ มาทำ เช่นเนื้อวากิว หรือเนื้อหมูดำคุโรบูตะ และก็นั่งกินในห้างแบบเย็นสบาย ๆ ชิล ๆ ไม่ต้องไปตากแดดตากฝนกินตามร้านห้องแถวอะไรแบบนี้แล้ว ปัจจุบันร้านก๋วยเตี๋ยวแนวนี้ก็เริ่มมีขึ้นมาเยอะเรื่อย ๆ เช่นร้าน เตี๋ยวหน้าคลัง ที่ค่อนข้างจะมีหลายสาขาทั่วกรุงเทพ หรือร้าน เนื้อคู่ - Premium Beef @ Siam Paragon ที่ผมเพิ่งจะรีวิวไป (อร่อยดีครับร้านนั้น) สำหรับรีวิวฉบับนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านสไตล์ก๋วยเตี๋ยวเนื้อพรีเมียม ๆ กับร้าน "ดุ๋ง เด้ง ได้" ร้านชื่อแปลกแห่งนี้ จริง ๆ ผมรู้จักมานานล่ะ ซึ่งจะว่าไปแล้ว เผลอ ๆ ร้านนี้จะเป็นร้านแรกที่บุกเบิกตลาดแนวนี้ซะด้วยซ้ำ (อันนี้ผมไม่แน่ใจ) ร้านตั้งอยู่ที่ Tops Market Place บริเวณต้น ๆ ซอยทองหล่อ อีก 1 Community Mall ที่มีร้านอาหารหลายร้าน และมีอยู่ร้านนึงที่ผมชอบมากกับ Kagonoya Shabu Shabu ที่เคยรีวิวเอาไว้แล้วเช่นกัน

สำหรับร้าน ดุ๋ง เด้ง ได้ แห่งนี้ ก็เหมือน ๆ ร้านอื่น ๆ ที่ว่ามาเลยครับ แต่แอบมีพิเศษหน่อยตรงที่ เส้นก๋วยเตี๋ยวจะมีให้เลือกเยอะมากครบทุกเส้นเลย เส้นหมี่, เส้นเล็ก ไปจนถึง วุ้นเส้นญี่ปุ่น หรือ มาม่า และตัวเนื้อก็มีให้เลือกเยอะ ไม่ใช่แค่เนื้อสดเนื้อเปื่อยธรรมดา แต่มีพวกเครื่องในด้วย (ทั้งหมูและเนื้อวัวเลย) และตัวน้ำซุปก็ยังเลือกได้อีก เรียกได้ว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวแบบไทย ๆ ที่หลากหลายมาก ซึ่งนอกเหนือจากเนื้อไทยธรรมดา ๆ แล้วทางร้านก็จะมีเนื้อวากิว หรือเนื้อออสเตรเลียด้วย ราคาก็จะอัพขึ้นไปจากหลักไม่ถึง 100 ไปจนถึงหลายร้อยตามคุณภาพของเนื้อครับ (แต่ไม่ได้มีเนื้อถึงขั้นเนื้อโกเบเหมือนร้านเนื้อคู่นะครับ) ส่วนพวกของกินเล่นนี่ก็มีให้เลือกค่อนข้างเยอะกว่าร้านอื่นครับ สำหรับรายการอาหารของร้าน ดุ๋ง เด้ง ได้ นี่ถ้าตัดเรื่องสภาพแวดล้อมที่เป็นร้านในห้างออกไป และคิดซะว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าน ๆ ธรรมดา ก็เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่ค่อนข้างจะครบครันในเรื่องรายการอาหารเลยล่ะครับ มากินได้เรื่อย ๆ เบื่ออันนึงก็สั่งอีกอันเวียนไปได้เรื่อย ๆ








มื้อนี้ โต๊ะผมก็ได้ลองค่อนข้างจะหลากหลายครับ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อไทยสั่งไปทั้งหมด 3 จาน เป็นบะหมี่เนื้อสดเนื้อเปื่อย, เส้นใหญ่เนื้อหมก (เนื้อไม่สุก มาแบบแดง แป๊ด ๆ ) และก็เส้นใหญ่เนื้อสด ทั้งหมดนี้เป็นน้ำซุปแบบน้ำตกเข้มข้นหอมเครื่องเทศ 2 ถ้วย กับแบบต้มยำอีก 1 ถ้วย โดยรวมแล้ว รสชาติก๋วยเตี๋ยวร้าน ดุ๋ง เด้ง ได้ นี่ก็เรียกได้ว่ารสชาติดีเลยล่ะครับ รสชาติดีสมราคาที่แบบแพงกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวห้องแถวสัก 3 เท่าได้แบบไม่น่าเกลียดเลย ส่วนอีกชามนึงของแม่ผมเป็นเส้นใหญ่ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อออสเตรเลีย อันนี้ทุก ๆ อย่างก็จะเหมือนตัวก๋วยเตี๋ยวไทยครับ จะแตกต่างก็ตรงชามจะใหญ่กว่าสักเท่านึง (แต่ราคาก็แพงกว่ากันเท่านึงเช่นกัน) และมาด้วยเนื้อที่แบบ Medium Rare สวยงามน่ากินกว่าเนื้อไทย และแน่นอนอร่อยกว่าเนื้อไทยนิดนึงครับ สรุปแล้ว ก๋วยเตี๋ยวของร้าน ดุ๋ง เด้ง ได้ นี่ก็ไม่ผิดหวังที่ตั้งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านก๋วยเตี๋ยวล่ะครับ






ส่วนของกินเล่นในมื้อนี้ก็มี เนื้อออสเตรเลียสะเต๊ะ (160 บาท) จานนี้เมื่อคิดว่าเป็นเนื้อสะเต๊ะแล้วก็แอบแพงครับ เพราะว่าส่วนใหญ่สะเต๊ะตามร้านอาหารที่กิน ๆ มาแพง ๆ เลยก็ไม้ละแค่ 4-5 บาทแค่นั้น แต่กับจานนี้ที่ให้มาแค่ 10 ไม้แต่ราคา 160 บาท ก็เหมือนไม้ละ 16 บาทแบบนี้ ราคามันก็เลยดูแพงโอเว่อร์ไปโดยปริยาย แต่เมื่อคิดว่านี่คือเนื้อออสเตรเลีย มันก็อาจจะดูสมเหตุสมผลขึ้นมา(บ้าง) ส่วนเรื่องรสชาติ ก็ถือว่าทำมาพอใช้ได้ครับ ยังไม่ถึงขั้นแบบกินแล้วอร่อยประทับใจเหมือนกับ ไก่สะเต๊ะของร้าน ครัวสารสจัด ที่ผมเพิ่งไปกินมา // ของกินเล่นอีกจานเป็น ลูกชิ้นเนื้อปิ้ง (75 บาท) อันนี้ค่อนข้างธรรมดา ๆ ลูกชิ้นข้างถนนบางร้านทำได้อร่อยกว่าแบบชัดเจน ที่อยากจะติสำหรับเจ้าเสียบไม้ปิ้ง 2 จานนี้คือ มันไม่ค่อยร้อนอ่ะครับ ซึ่งถ้าถามผม พวกของเสียบไม้ปิ้ง ๆ ย่าง ๆ นี่จะอร่อยไม่อร่อย มันก็วัดกันตรงจุดนี้ไปพอสมควรแล้วล่ะครับว่ามั้ย?






มื้อนี้ปิดฉากด้วย ดุ๋งย้อนยุค (95 บาท) หรือไอศครีมกะทิสดที่แสนจะอร่อย และเข้มข้นมาก ๆ 2 ลูกที่เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังกะโหลกแบบตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาให้แล้ว ของหวานแบบไทย ๆ ที่ถ้าเจ้าขนมปังไม่ตัดมาเป็นชิ้น ๆ นี่จะให้รูปร่างที่สุดแสนจะคลาสสิคมาก ของหวานปิดท้ายจานนี้ อร่อยครับ ไอศครีมรสชาติเข้มข้น ดีมาก ๆ อร่อยกว่าไอศครีมกะทิสดหลาย ๆ ร้านที่กิน ๆ มาเลยล่ะครับ

สรุปมื้อนี้ ผมค่อนข้างจะชอบเลยกับอาหารแบบไทย ๆ บ้าน ๆ ที่ส่วนใหญ่จะหากินได้ตามร้านห้องแถวไม่ก็ข้างถนนแต่มาขึ้นห้างกับร้าน ดุ๋ง เด้ง ได้ แห่งนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจครับที่ร้านนี้จะอยู่มานาน และ(น่าจะ)เป็นผู้บุกเบิกร้านก๋วยเตี๋ยวพรีเมียม ๆ แบบไทย ๆ ในตลาดบ้านเรา ใครที่สนใจร้านนี้ จะไปกินที่ร้านเองก็ได้หรือจะสั่ง Delivery ก็ได้นะครับ ร้านนี้เค้ามีพร้อม!






--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...