BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Wednesday, February 1, 2012

ขวัญจิตร ร้านอาหารร่วมสมัย พหลโยธิน 34

ขวัญจิตร ร้านอาหารร่วมสมัย (สเต็ก, พาสต้า อาหารไทย) พหลโยธิน 34 เกษตร Kwanchitr Contemporary Cuisine (Steak, Pasta and Thai), Bangkok





Overall Score  9.5/10
Taste   4.5/5
Ambiance  5/5
Service  5/5
Value   4/5


ขวัญจิตร ร้านอาหารไทย - ตะวันตก ร่วมสมัย on BumRes.com












ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่เดินเข้าไปในร้านขวัญจิตร @ ปากซอยพหลโยธิน 34 ร้านอาหารที่อยู่ติดริมถนนพหลโยธินอันแสนจะจอแจด้วยผู้คนและคาคั่งไปด้วยรถยนต์ ผมก็ได้พบกับร้านอาหารที่บรรยากาศสงบร่มรื่น มีทั้งส่วน indoor ที่ตกแต่งร้านได้สวยงามเก๋ไก๋ และส่วนริมสระด้านหลังร้าน ที่บรรยากาศนั้นไม่เหมือนกับอยู่ในกรุงเทพ ใจกลางเมืองเลย ร้านขวัญจิตร แห่งนี้ เป็นร้านที่เก่าแก่มาก ๆ โดยส่วนหน้าสุดที่เป็นส่วนทำไส้กรอก Homemade นั้นเปิดขายมา 80 กว่าปีแล้ว ส่วนร้านอาหารตรงกลางร้านก็เปิดมาได้ 30 กว่าปีและส่วนริมสระ ส่วนที่พวกผมเลือกนั่งกันในวันนี้ เป็นส่วนที่เพิ่งเปิดใหม่ เปิดมาได้ 4 ปีกว่าแค่นั้นเอง






นอกจากบรรยากาศที่ผมประทับใจแล้ว การบริการของน้อง ๆ พนักงานร้านนี้ยังจัดได้ว่าอยู่ในขั้น top class อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งตัวที่เรียบร้อยดูดี การพูดจาที่เรียบร้อยมีหางเสียงทุกคำ และการคอยดูแลเอาใจใส่ ที่เรียกได้ว่า ดูแลกันยังกะเราเป็นพระเจ้าเลยก็ว่าได้ เสียอย่างเดียวตรงที่ น้อง ๆ เค้ายังแนะนำอาหารกันยังไม่ค่อยเก่งเท่าไร แต่การบริการของร้านนี้นี่เรียกได้ว่าเป็นการบริการนอกห้องอาหารโรงแรมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอมาเลยก็ว่าได้








อาหารของทางร้าน ขวัญจิตร @ พหลโยธิน 34 แห่งนี้ ก็จะแบ่งเป็นหลัก ๆ ได้ 3 หมวดครับคือ อาหารฝรั่ง (สเต็ก, สลัด) , พาสต้า , อาหารไทย (จริง ๆ มีอาหารเช้าด้วย ขายจนถึง 6 โมง แต่พอดีผมไม่ได้กินเลย เลยไม่ขอพูดถึง) ซึ่งราคาอาหารเมื่อมองแบบยังไม่เห็นอาหารก็จะคิดว่าแพงครับเพราะพวก พาสต้าก็ประมาณ 200 - 400 บาท ถ้าเป็นสเต็กก็ 300 - 600 บาทโดยประมาณ แต่เมื่อได้เห็นปริมาณของอาหารที่ได้รับแล้วบวกกับการที่ร้านไม่มี vat + service charge ให้ต้องมานั่งคำนวณเล่นกันทีหลัง ผมกลับคิดว่าราคาอาหารของร้านนี้ ไม่แพงเลย เผลอ ๆ อาจจะถูกเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับด้วยซ้ำ (ดูเมนูได้ที่เว็บไซต์ทางร้านนะครับ)





อาหารจานแรกของมื้อนี้เป็นไส้กรอกขวัญจิตร (300 บาท) อาหารที่น่าจะเป็น Signature ของทางร้าน ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะนอกจากทางร้านจะเอาชื่อร้านมาตั้งแล้ว รสชาติและหน้าตาและอะไรต่าง ๆ นา ๆ มันล้วนที่จะทำให้ผมขอมอบตำแหน่ง Signature Dish ให้เลยละกัน (ติ๊ต่างเอาเอง) เอาเป็นว่าจานนี้ผมชอบมากครับ อร่อยและคุ้มค่ากว่าไส้กรอกรวมของหลาย ๆ ร้านที่ผมกินมาเลย จานที่สองเป็น Penne Arrabiata หรือเพนเน่ผัดซอสมะเขือเทศรสจัดนั่นเอง (200 บาท) จานนี้ ก็จัดได้ว่าอร่อยดีอยู่ แต่ก็ไม่เข้าขั้นเมื่อเทียบกับพาสต้าของร้านอิตาเลียนเทพ ๆ








จานที่ 3 เป็นอีกหนึ่งจานยอดเยี่ยมประจำมื้อ กับขาหมูทอดสามรส (250 บาท) โดยทางร้านขวัญจิตร จะเอาขาหมูไปทอดจนกรอบแล้วแล่มาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทรงลูกเต๋า และราดซอสที่รสชาติจะเปรี้ยว ๆ กับเผ็ด ๆ และหวาน ๆ คละเคล้ากันมาด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่อร่อยและลงตัวอย่างสุด ๆ จานที่ 4 เป็น แซลมอนพะแนง สเต็ก จานนี้ก็ถือว่าค่อนข้างแปลกเพราะไม่เคยกินมาก่อน เป็นการเอาสเต็กแบบตะวันตกมาผสมกับซอสพะแนงแบบไทย ๆ ซึ่งรสชาติที่ได้ก็ออกมาเยี่ยมดีครับ อร่อยมาก และยิ่งมีเนื้อปลาแซลมอนที่สดและนุ่มช่วยชูรสขึ้นไปอีก ก็เลยยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ครับ








ส่วนอาหารจานที่เหลือจะค่อนข้างธรรมดา ๆ หน่อยเมื่อเทียบกับ 4 จานแรก เป็นผักโขมอบชีส ซึ่งก็อร่อยดี และแปลกหน่อยตรงใส่กะหล่ำปลีฝอยลงมาในไส้ด้านล่างด้วย แต่เสียตรงที่ชีสน้อยไปหน่อยเลยไม่ค่อยให้ความรู้สึกกินชีสสะใจเท่าที่ควรจะเป็น  , สปาเก็ตตี้ปลาสลิดผักมะกอก จานนี้ก็ค่อนข้างธรรมดา ๆ อีกเช่นกัน ไม่มีอะไรจะบรรยายมากครับ ส่วนจานสุดท้ายนี่ยิ่ง fail ใหญ่กับไส้กรอกเวียนนาทอด คือไส้กรอกอันนี้สู้กับไส้กรอกขวัญจิตรจานแรกที่พวกเราได้รับ ไม่ได้เลยครับ หรือแม้แต่เทียบกับไส้กรอกเวียนนาที่ซื้อตาม supermarket ก็ยังไม่ได้เลยก็ว่าได้







สรุปมื้อจัดหนักของพวกผมมื้อนี้ที่ร้านขวัญจิตรก็ได้รับความทรงจำที่ดีมากกลับมาครับ อาหารอร่อยมาก (มีจานหลัง ๆ ไม่ค่อยอร่อยแต่ก็อยู่ในเกณฑ์รับได้) พนักงานบริการดีเยี่ยม บรรยากาศร้านก็ top notch (ขนาดนั่งริมสระยังไม่มียุงเลย เหมือนกับว่าร้านเค้าใส่ใจเรื่องยุงดี เทียบกับหลาย ๆ ร้านที่ปล่อยแมลงวันหรือยุงบินว่อนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ) ที่สำคัญราคาอาหารก็ไม่ค่อยแพงอีกด้วยครับ ใครกำลังมองหาร้านชิล ๆ ใจกลางเมือง ที่สามารถกินอาหารแบบจริงจังก็ได้ หรือมานั่งเมาท์กับเพื่อนก็ดี แต่ยังไม่รู้จักร้านนี้ ก็มาลองกันได้นะครับ ส่วนตัวผมแล้ว ผมล่ะเสียดายจริงจิ๊ง ที่เพิ่งมาได้ไป ต้องมีจัดซ้ำแน่ ๆ ครับสำหรับร้านเทพ ๆ ร้านนี้


--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Hongkong Kitchen - Chinese Restaurant Esplanade, Bangkok

Hongkong Kitchen - Chinese Restaurant Esplanade, Bangkok ฮ่องกง คิทเช่น ร้านอาหารจีน เอสพลานาด รัชดา ห้วยขวาง




Overall Score  7/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   3.5/5


Hongkong Kitchen - Chinese Restaurant on BumRes.com











ร้าน Hongkong Kitchen เป็นหนึ่งในร้านอาหารเปิดใหม่ ตรงชั้น M ของห้าง Esplanade (มีอีก 2 ร้านคือร้านข้าวหน้าเนื้อ Sukiya กับร้านที่กำลังสร้างอยู่) โดยร้านโซนนี้เปิดแทน Moom Mam Park สวนอาหารที่รวมอาหารหลายสัญชาติที่ไปไม่รอดเนื่องจากขายแพงและไม่อร่อย ซึ่งผมก็ประหลาดใจพอทำเป็นหลาย ๆ ร้านแล้วที่แต่ละร้านมันยังดูกว้างขวางและโอ่โถ่งพอจะเป็นร้านเอกเทศร้านนึงได้ขนาดนี้เลยเหรอนี่






อาหารของทางร้าน Hongkong Kitchen @ Esplanade รัชดา แห่งนี้ก็จะเป็นอาหารจีนจานเดียว พวกโจ๊ก, บะหมี่, ข้าวหน้าต่าง ๆ คล้าย ๆ กับร้าน King Palace ตรง K-Village (ซึ่งผมไม่ชอบ) ยังไงยังนั้น ซึ่งจากราคาแล้วอาหารแต่ละอย่างก็ควรจะมี portion ใหญ่หน่อยแต่จากที่ผมสั่งไป 3 อย่าง ผมรู้สึกว่า portion มันเล็ก ๆ กว่าปกติ เล็กกว่าที่ควรจะเป็นยังไงไม่ทราบ ยังไงก็ดูรายละเอียดราคาอาหารและรายการอาหารได้ที่ tab menu เลยนะครับผม




พอดีมื้อนี้ผมไปเปลี่ยวคนเดียวก็เลยสั่งอาหารไม่ค่อยเยอะ (รึเปล่า?) เป็นอาหารเซ็ท 2 อย่าง กับ บะหมี่อีก 1 อย่างครับ อาหารในเซ็ทผมก็มีบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง กับปอเปี๊ยะไส้ปาท่องโก๋  บะหมี่เกี๊ยวกุ้งถือว่าอร่อยดีมากเลยล่ะครับ น้ำซุปกลมกล่อม ผักกวางตุ้งก็ก้านใหญ่และนุ่มมาก (เป็นผักกวางตุ้งที่อร่อยมาก) ส่วนเกี๊ยวยังเฉย ๆ กินเกี๊ยวกุ้ง CPF เผลอ ๆ จะอร่อยกว่า เส้นก็ทำได้ดีมากครับ ไม่แน่ใจว่าทำเส้นกันสด ๆ ที่ร้านก่อนจะยกมาเสิร์ฟเลยรึเปล่า สรุปบะหมี่นี่อร่อยเยี่ยม ส่วนเจ้าปอเปี๊ยะไส้ปาท่องโก๋นี่ก็แค่พอกินได้ครับ คือไส้ปอเปี๊ยะมันควรจะเป็นพวกเนื้อ ๆ มากกว่าถ้าถามผมนะ






ส่วนอาหารอีกจาน เนื่องจากผมติดใจบะหมี่ก็เลยสั่งบะหมี่หมูกรอบมาลองสักหน่อย ซึ่งร้านนี้ก็แปลกดี
เสิร์ฟบะหมี่กับหมูกรอบแยกกัน แต่ที่น่าประหลาดใจหน่อยก็คงเป็นหมูกรอบที่ให้มาเยอะมากครับ เยอะจนผมกินไม่หมดเลย (จริง ๆ จะกินหมดก็ได้แต่กลัวเรื่อง calories ฮา) ซึ่งทั้งหมูกรอบและบะหมี่และน้ำซุป ล้วนอร่อยเยี่ยมกู๊ดหมดเลย เรียกได้ว่าคงเส้นคงวากันสุด ๆ สำหรับบะหมี่ของร้าน Hongkong Kitchen @ เอสพลานาดแห่งนี้







สรุปมื้อเที่ยงเบา ๆ ของผมมื้อนี้ก็ถือว่าเป็นมื้อที่ดีมื้อนึงครับ อาหารอร่อย ราคาก็ไม่ค่อยแพงมาก พนักงานชาวต่างประเทศ (อ่านว่า จีน) ก็บริการดี แม้ว่าจะพูดกัน "ม่าย ค่ย ชัก" ก็ตามที่ใครที่เบื่อ ๆ กับอาหารจีนแบบเต็มรูปแบบและอยากเจอกับอาหารจีนจานเดียวที่อร่อย ๆ ก็มาลองร้าน Hongkong Kitchen @ รัชดาแห่งนี้กันได้เลยครับ ร้านเปิดตามเวลาห้างเลย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

La Bottega - Italian Restaurant Sukhumvit 49 (Thonglor 13), Bangkok

La Bottega - Italian Restaurant Sukhumvit 49 (Thonglor 13), Bangkok ร้านอาหารอิตาเลียน ทองหล่อ ลา บอทเทก้า




Overall Score  9/10
Taste   4.5/5
Ambiance  5/5
Service  4/5
Value   3.5/5


La Bottega - Italian Restaurant on BumRes.com








ช่วงนี้เป็นช่วงตระเวณกินร้านที่ได้รับการจัดอันดับจาก CNNGO เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมาครับ ซึ่งร้าน La Bottega Italian Cuisine (Made in Italy) แห่งนี้ ก็เป็นอีกร้านที่ได้จัดอันดับเป็น no. 3 best pasta in Bangkok ซึ่งใน link ที่ผมดูไม่ได้บอกหรอกนะครับว่าเป็นเมนูพาสต้าจานไหนที่ได้รางวัล แต่จากรูปประกอบแล้วน่าจะเป็นเจ้าพาสต้า Vongole Signature ของทางร้าน ที่ผมสั่งในรีวิวนี้นี่แหละครับ ตัวร้าน Bottega แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Terrace 49 Community Mall ขนาดจิ๋วที่มีร้านอยู่แค่ไม่กี่ร้าน การเดินทางก็มาได้ทั้งจากทองหล่อซอย 13 หรือว่าจากสุขุมวิท 49 ก็ได้ ยังไงก็ดูแผนที่ประกอบการเดินทางละกันครับ









ร้าน La Bottega @ Sukhumvit 49, Bangkok แห่งนี้ก็เป็นร้านที่ตกแต่งค่อนข้างจะมี class ครับ ร้านสวยงามมีสไตล์โดนใจผมอย่างมาก โดยร้านมีทั้งส่วน indoor และ outdoor โดย outdoor จะมีโต๊ะมากกว่า เพราะเหมือนว่าร้านนี้จะเน้นเจาะตลาดลูกค้าต่างชาติ ที่ชื่นชอบอากาศอันแสนร้อนของบ้านเรา ส่วนการบริการของทางร้านก็ค่อนข้างดีครับ มีไม่ดีตรงที่พนักงานไม่ค่อยมาดูโต๊ะผมเท่าไรเนื่องจากโต๊ะผมมันหลบมุมอยู่ ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำในการดูแลเมื่อเทียบกับโต๊ะอื่นที่โล่ง ๆ ตั้งอยู่กลางร้าน แต่ร้านนี้ถือว่ามีเรื่องกาละเทศะทางการกินที่ดีอยู่อย่างคือ เวลาจะเปลี่ยนอาหารจาก Appetizer -> Pasta -> Main Course พนักงานจะเอาจานและช้อนส้อมมาเปลี่ยนให้ตลอด ตามมาตรฐานของร้านยุโรปดี ๆ ทั่วไป (แต่ผมกลับประหลาดใจว่ามีหลายร้านที่ให้ผมกินจานเปรอะ ๆ จานเดียวไปจนครบมื้อ!)









อาหารของทางร้าน La Bottega สุขุมวิท 49 แห่งนี้จะค่อนข้างมีให้เลือกน้อยครับ โดยจะแบ่งเป็นเมนูประจำ (ถาวร) ที่จะอยู่ในเมนูเล่มใหญ่กับ เมนูชั่วคราว (เทศกาลพิเศษอะไรก็ว่าไป) เป็นแผ่นเล็ก ๆ อีกแผ่นนึง โดยเท่าที่ดูแล้ว อาหารของทางร้านนี้จะออกแนวเป็น traditional สักหน่อย ไม่ได้มีการประดิษฐ์ประดอย หรือ twist อะไรมากนัก และส่วนราคาก็อยู่ในระดับร้านอิตาเลียนระดับภัตตาคารหรูทั่วไปคือ appetizer + pasta ก็ 300 - 400 บาท ส่วน Main Course ก็ 500 - 1000 บาทโดยประมาณครับ








ขนมปังของร้านนี้ไม่ค่อยอร่อย แม้ว่าจะมีให้เลือกหลากหลายดี และ Chef Complimentary ก็เป็นขนมปังชิ้นเล็ก ๆ ทามะเขือเทศซอสซัลซาร์มาซึ่งก็ lame ๆ อีกเช่นกัน หลังจากที่นั่งกินฆ่าเวลากับขนมปังไปแป๊บนึง Appetizer จานแรกก็มาครับ ซึ่งก็คือ XXXXXXXXXXXXX ซึ่งเป็น อาหารที่ผมไม่เคยเห็นและเคยกินมาก่อน และจานนี้ก็เป็นจานที่ทำให้ความเซ็งในขนมปังผมหายไปครับ เพราะมันอร่อยดีทีเดียว ความอร่อยเกิดจาก มอสซาเรลล่าชีส ที่ทอดมาได้กำลังดี และเหมือนจะใช้ชีสชั้นดีเพราะว่ามันอร่อยมาก และเมื่อกินคู่กับเห็ดผัดซอสเค็ม ๆ เล็กน้อยก็เป็นอะไรที่ลงตัวและเข้ากันดีครับ








ส่วนอาหารจานที่ 2 เป็นพระเอกของมื้อนี้กับ Spaghetti Vongole ซึ่งเป็นพาสต้า Singature Dish ของทางร้าน La Bottega @ Terrace 49 แห่งนี้ โดยทางร้านเอาเส้นสปาเก็ตตี้ที่ al dante เป็นอย่างดีวางทับกับหอยตลับจำนวนมาก ขนาดใหญ่และสด ไม่เหม็นคาวหรือเหม็นหืนเลย ซึ่งไม่รู้ทำไมเหมือนกัน รสชาติของจานนี้แม้ว่าจะออกเผ็ด ๆ แต่ก็ไม่ได้เผ็ดมากจนเหมือนกินสปาเก็ตตี้ขี้เมาตามสไตล์คนไทย ซึ่งมันเป็นความเผ็ดที่ลงตัวดีและผสานรสชาติอื่น ๆ ที่กลมกล่อมเข้ากันระหว่างหอยและเส้นสปาเก็ตตี้ได้ลงตัว ไม่น่าประหลาดใจที่เจ้าสปาเก็ตตี้จานนี้จะเป็น Signature ของร้านครับ อร่อยมาก พวกผม 2 คนชอบกันจริง ๆ






ส่วน Main Course อีก 2 จานในมื้อนี้เป็น เนื้อลูกวัวตุ๋น กับ ปลาเทราท์โครงการหลวงอบ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เจอรัศมีความอร่อยของเจ้าพาสต้าบดบังไปเลยทำให้ความอร่อยที่แท้จริงของมันลดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าเทียบกับอาหารประเภทเดียวกันนี้ของร้านอื่น ๆ ที่ผมเคยกินมา เจ้า 2 จานนี้ของร้าน La Bottega ถือว่าสอบผ่านดีทีเดียวเลยล่ะครับ ที่เด่น ๆ เลยคือปลาเทราท์เค้าจะเอาก้างออกมาให้ และอบมาในฟอยล์พลาสติกและมาเปิดตรงหน้าเราทำให้ได้ความหอมของผักและเครื่องเทศระหว่างที่กินไปด้วย แต่ที่แย่อย่างสำหรับ 2 จานนี้คือ side dish ไฉน ทำไมต้องทำมาเหมือนกัน ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าผมไม่ชอบเลยกับร้านที่ main course ใช้ side dish เหมือนกันทุกจาน เฮ้อ







มื้อนี้ถูกปิดท้ายด้วย Panna Cotta ของหวานสัญชาติอิตาเลียนของโปรดของผม (เคียงข้างกับทีรามิสุ) ซึ่งทางร้านก็นำ Panna Cotta มาเสิร์ฟในแบบที่ผมไม่เคยเห็นอีกแล้วคือใส่มาในแก้วขนาดใหญ่หน่อย และก็มีวางพวกวิบครีมอะไรมาให้กินด้วยข้าง ๆ แก้ว รสชาติของเจ้าของหวานอิตาเลียนจานนี้ อร่อยมากครับ ถือว่าเป็น Panna Cotta ที่อร่อยที่สุดในช่วงหลังที่ผมกินเลย (​จำได้ว่า 3-4 ร้านหลังมานี่สั่งทีไร fail ทุกที) ถือว่าเป็นอีก 1 จานที่ผมแนะนำครับ






สำหรับมื้อเกือบจัดหนักของผมที่ร้าน La Bottega แห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นมื้อที่ประทับใจครับ เพราะอาหาร 2 จาน อร่อยโดดเด่นกว่าร้านช่วงหลัง ๆ ที่ผมกินมามาก หรือแม้แต่ Main Course ที่ไม่อร่อยเทพ แต่ก็ได้การนำเสนอที่ยึดเอาใจผมไปครองในระดับนึง และจุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ก็คงเป็น portion ของอาหารที่เรียกได้ว่าให้เยอะดีทีเดียวครับ (จานใหญ่มาก) ก็ร้านนี้ก็ถือเป็นร้านอิตาเลียนดี ๆ ที่เข้าทำเนียบร้านที่ผมยินดีที่จะไปรอบ 2 อีกร้านนึงล่ะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...