โตไก เนื้อย่าง บุฟเฟ่ต์ ร้านอาหารญี่ปุ่น เอสพลานาด รัชดา Tohkai Yakiniku Restaurant Buffet
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 4/5
Service 4.5/5
Value 4/5
Tohkai Japanese Yakiniku Restaurant on BumRes.com
สำหรับร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างโตไกนี้ เป็นร้านเนื้อย่างที่เรียกได้ว่าผมกินบ่อยสุดในชีวิตเลยครับ อย่างแรกที่กินบ่อยคือร้านอยู่ในห้างใกล้บ้านครับ ส่วนอย่างที่ 2 คือ เมื่อเทียบราคา, ความคุ้มค่า และความอร่อยแล้ว ร้าน โตไก แห่งนี้นี่เรียกได้ว่าเป็นร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างอันดับต้น ๆ ของผมเลยล่ะครับ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ห้าง เอสพลานาดรัชดา ครับ โดยจริง ๆ แล้วโตไกนี่มีสาขาอื่น ๆ อยู่อีกหลายสาขา แต่ว่าแต่ละสาขาก็จะขายอาหารต่างกันไป ราคาบุฟเฟ่ต์ก็ต่างกันไป ก็ต้องตรวจสอบเอาตามแต่ละสาขาละกันครับ
สำหรับบุฟเฟ่ต์ เนื้อย่างของร้านโตไก รัชดา นี่ก็ยังคงราคาเดิมมาช้านานครับ 489+ หรือรวมหมดแล้วก็ประมาณ 600 บาท ผมกินราคานี้มาตั้งแต่ตอนห้างเปิดก็ว่าได้ (3 ปีได้แล้ว) ซึ่งน่าแปลกที่ราคาเท่าเดิมมาตลอด แต่ว่ามีรายการอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างล่าสุดที่ไปนี่ก็มีเยอะกว่าคราวที่แล้วเข้าไปอีกครับ คือเรียกได้ว่าพยายามทำให้คุ้มค่าที่สุดเลยก็ว่าได้ พอดีวันนี้ผมลืมถ่ายเมนูอาหารมา แต่หลัก ๆ ก็คือเหมือนของเดิมแค่เพิ่มรายการอาหารเข้าไปแค่นั้นล่ะครับ คือจะมี เนื้อวัวหลากหลายแบบมาก black angus, striploin , prime beef ลิ้นวัว, สันนอก เนื้อสัตว์อื่น ๆ ก็มีครบหมด เนื้อหมู, เบคอน, เนื้อไก่, ปลาหมึก, กุ้ง หรือแม้แต่พวกปลาดิบและข้าวปั้นก็พอมีให้เลือกอยู่บ้างครับ
ไม่รู้จะเขียนรีวิวอะไรมากครับสำหรับมื้อนี้ เพราะผมเขียนค่อนข้างบ่อยแล้ว เอาเป็นว่า รสชาติสำหรับมื้อนี้ผมรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเหมือนทุก ๆ ที ส่วนนึงอาจจะเพราะว่าเมื่อวานผมเพิ่งไปกินร้าน Yakiniku Tan ตรงทองหล่อมา ซึ่งเป็นร้านเนื้อย่างเหมือนกันแต่เป็นเนื้อย่างแบบพรีเมียมกว่า ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ ก็เลยได้เนื้อที่คุณภาพดีกว่า และพอมากินร้าน โตไก รัชดา แห่งนี้แล้วมันก็เลยเหมือนทำให้เกิดการเปรียบเทียบกันเกินไปครับ แต่ผมก็ขอให้คะแนนรสชาติตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในแต่ละมื้อที่รีวิวละกันนะครับ ซึ่งคะแนนของมื้อนี้ก็ตามข้างบนเลยครับ
สรุปสำหรับร้านโตไก บุฟเฟ่ต์ เนื้อย่าง รัชดา แห่งนีก้็ยังคงเป็นร้านปิ้งย่างที่ดีร้านนึงครับ ผมไม่แน่ใจว่าคุณภาพเนื้อของทางร้านนั้น downgrade ลงจากเมื่อก่อน เพราะวัตถุดิบแพงขึ้น หรือว่าเพราะต้องการเพิ่มความหลากหลายของเมนู ก็เลยต้องลดคุณภาพเนื้อลง หรือเพราะว่าเมื่อวานผมเพิ่งไปกินร้านเนื้อย่างพรีเมียมตามที่บอกมา อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เพื่อนร่วมกินของผมบนโต๊ะทุกคนก็ต่างมีความสุขกับการกินและไม่มีใครบ่นว่าไม่อร่อยแต่อย่างใด ผมก็เลยเดาเอาว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า ยังไงใครที่มากินร้านนี้บ่อย ๆ ก็มาช่วยกันรีวิวหน่อยละกันนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Wednesday, January 4, 2012
Pizzazo Italian Restaurant, Bangkok
Pizzazo Italian Restaurant Asoke, Bangkok พิซซาโซ่ ร้านอาหารอิตาเลียน อโศก พิซซ่า
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4.5/5
Service 3.5/5
Value 3.5/5
Pizzazo Bistro Italian Restaurant on BumRes.com
ร้าน Pizzazo Italian Bistro ผมไม่แน่ใจว่าเป็นร้านเปิดใหม่รึเปล่า แต่ให้เดา ผมว่าน่าจะใช่เนื่องจากว่า เหมือนจะเพิ่งเคยเห็นดีลของทางร้านนี้ขายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตัวร้าน ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 16 ซอยที่มีร้านอาหารพรีมเมียม ๆ อีกหลายร้านตั้งอยู่เช่น Ten Sui หรือ Sumi Grand และ Long Table เป็นต้นครับ ตัวร้านเหมือนจะเป็นบ้านพักแล้วดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร ซึ่งร้านอาหารสไตล์นี้ช่วงหลัง ๆ ผมเห็นเยอะเหมือนกันครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะดัดแปลงมาแล้ว lame lame แต่ว่าร้าน Pizzazo Bistro นี่ดัดแปลงมาแล้วดูดีทีเดียวเลยครับ ตัวร้านมีทั้งส่วน Outdoor, Indoor และน่าจะมีห้องส่วนตัวด้วยเพราะเห็นมีชั้น 2 ที่จอดรถของทางร้านก็จอดได้สัก 5-6 คันครับ น้อยกว่าจำนวนโต๊ะหน่อย ถ้าไปตอนโต๊ะเต็ม ๆ ก็คงต้องแย่งกันไม่ก็จอดซ้อนคัน
บรรยากาศของร้าน Pizzazo Italian Bistro @ อโศก แห่งนี้ ผมอยากจะบอกว่า ผมชอบมากครับ ร้านตกแต่งได้มีสไตล์ แบ่งสัดแบ่งส่วนดี แต่การบริการของพนักงานนี่ค่อนข้างจะ เอ๋อ ๆ หน่อยครับ คือ วางจานและช้อนเสียงดัง ๆ เอาช้อนส้อมที่ใช้แล้วไปวางใส่จานใหม่ คนที่เหมือนจะเป็นเจ้าของร้านก็ยืน(เกือบ ๆ จะ) ตะโกนด่าคนในครัวว่าทำอาหารผิด อาหารช้า แต่นอกเหนือจากนี้แล้วก็ดูแลดีเหมือนกันครับ เพียงแต่เจอเรื่องแบบนี้เข้าไป มันแหม่ง ๆ ไม่สมกับเป็นร้านระดับมืออาชีพซักเท่าไร
อาหารของทางร้านก็เป็นอาหารอิตาเลียนครับ แต่มีให้เลือกไม่ค่อยเยอะเท่าไร และอาหารของทางร้านจะดูเป็นแนว modern ๆ , fusion ๆ มากกว่าแบบ traditional สนนราคาอาหารก็อยู่ในระดับร้านอาหารอิตาเลียนทั่ว ๆ ไปครับ แต่ก็แอบถูกกว่าร้านส่วนใหญ่เล็กน้อยถึงปานกลาง และตอนเที่ยงจะมี set lunch ราคาประหยัด 750 บาท net มีอาหารให้ 3 อย่างและเครื่องดื่มอย่างนึง ซึ่งถ้าสั่งแยก ๆ กันน่าจะ 1200 บาทได้ครับ ก็ถือว่าคุ้มดี และแน่นอนครับว่า ผมสั่ง set lunch มา 2 set และแน่นอนอีกเช่นกันครับ รายการอาหารดูได้ที่ tab menu เลยครับ
อาหารอย่างแรกที่ผมประทับใจคือ ขนมปังกินฟรีของทางร้าน Pizzazo Bistro ครับ ขนมปังเป็นอารมณ์แบบคล้าย ๆ แป้งพิซซ่ากรอบ ๆ แต่ไม่มีหน้า ซึ่งอร่อยดีครับ อร่อยกว่าขนมปังแบบ traditional ของหลาย ๆ ร้านเลย แต่เสียดายที่ไม่สามารถสั่งเพิ่มได้นี่แหละ (ซึ่งก็ประหลาดดี ร้านอื่น ๆ สั่งเพิ่มกันได้หมด)
ส่วน Starter ของผมเป็น Beef Carpaccio (390 บาท) อาหารอิตาเลียนจานโปรดของผม ซึ่งร้าน พิซซาโซ แห่งนี้ก็ทำมาได้ไม่ผิดหวังครับ เนื้อดิบ เย็น ๆ สด ๆ กับผักร็อคเก็ต และพาร์มีซานชีสเยอะ ๆ เอาเข้าปากแล้วกินพร้อมกันหมดทีเดียวนี่มันเป็นอะไรที่อร่อยสุดยอดจริง ๆ ครับ ส่วน Starters ของแฟนผมเป็นTiger Prawns กับผักสลัดครับ ซึ่งค่อนข้างธรรมดาไปหน่อย และที่เลวร้ายคือ น้ำสลัดเปรี้ยวเกินไปครับ สรุปจานผมผ่าน แต่จานแฟนผมตก -_-'
ส่วน Main ของผมเป็น Tuna Steak แบบ Medium Rare กับ ratatouille ครับ รสชาติจานนี้ให้อร่อยกำลังดีละกันครับ เหมือนรสชาติมันจะแหม่ง ๆ อยู่เล็กน้อย ขาดอะไรไปบางอย่างซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วก็อร่อยกินเพลินครับ ส่วน Main ของแฟนผมเป็น Crab meat Cannelloni ซึ่งผมว่าอร่อยดี แต่รสเลี่ยน ๆ ไปหน่อย และก็ให้เส้นมาน้อยไปหน่อยครับ ส่วน ของหวานของผมก็เป็นไอติมชาเขียวธรรมดา รสชาติธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ที่โดดเด่นคือของแฟนผมครับกับ Crispy Chocolate & Almond flavored cake ซึ่งอร่อยมากกกกก ผิวกรอบ crispy สมชื่อ ส่วนเนื้อข้างในก็นุ่ม หวาน กำลังดี แทบจะแย่งกันกินเลยล่ะครับจานนี้
สรุปมื้อเที่ยงเบา ๆ ของผมท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ ร่มรื่นย์ที่ร้าน Pizzazo Bistro @ สุขุมวิท 16 อโศก แห่งนี้ก็ถือว่าประทับใจดีครับ อาหารนหน้าตาดูดี รสชาติอร่อย พนักงานก็บริการดีในระดับนึง และที่สำคัญคือได้กิน set lunch ในราคาที่ประหยัดตังค์ไปพอสมควรเมื่อเทียบกับมื้อเย็น ใครกำลังมองหาร้านอิตาเลียน น่ารัก ๆ ก็ลองมาร้านนี้กันดูได้ครับผม
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4.5/5
Service 3.5/5
Value 3.5/5
Pizzazo Bistro Italian Restaurant on BumRes.com
ร้าน Pizzazo Italian Bistro ผมไม่แน่ใจว่าเป็นร้านเปิดใหม่รึเปล่า แต่ให้เดา ผมว่าน่าจะใช่เนื่องจากว่า เหมือนจะเพิ่งเคยเห็นดีลของทางร้านนี้ขายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตัวร้าน ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 16 ซอยที่มีร้านอาหารพรีมเมียม ๆ อีกหลายร้านตั้งอยู่เช่น Ten Sui หรือ Sumi Grand และ Long Table เป็นต้นครับ ตัวร้านเหมือนจะเป็นบ้านพักแล้วดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร ซึ่งร้านอาหารสไตล์นี้ช่วงหลัง ๆ ผมเห็นเยอะเหมือนกันครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะดัดแปลงมาแล้ว lame lame แต่ว่าร้าน Pizzazo Bistro นี่ดัดแปลงมาแล้วดูดีทีเดียวเลยครับ ตัวร้านมีทั้งส่วน Outdoor, Indoor และน่าจะมีห้องส่วนตัวด้วยเพราะเห็นมีชั้น 2 ที่จอดรถของทางร้านก็จอดได้สัก 5-6 คันครับ น้อยกว่าจำนวนโต๊ะหน่อย ถ้าไปตอนโต๊ะเต็ม ๆ ก็คงต้องแย่งกันไม่ก็จอดซ้อนคัน
บรรยากาศของร้าน Pizzazo Italian Bistro @ อโศก แห่งนี้ ผมอยากจะบอกว่า ผมชอบมากครับ ร้านตกแต่งได้มีสไตล์ แบ่งสัดแบ่งส่วนดี แต่การบริการของพนักงานนี่ค่อนข้างจะ เอ๋อ ๆ หน่อยครับ คือ วางจานและช้อนเสียงดัง ๆ เอาช้อนส้อมที่ใช้แล้วไปวางใส่จานใหม่ คนที่เหมือนจะเป็นเจ้าของร้านก็ยืน(เกือบ ๆ จะ) ตะโกนด่าคนในครัวว่าทำอาหารผิด อาหารช้า แต่นอกเหนือจากนี้แล้วก็ดูแลดีเหมือนกันครับ เพียงแต่เจอเรื่องแบบนี้เข้าไป มันแหม่ง ๆ ไม่สมกับเป็นร้านระดับมืออาชีพซักเท่าไร
อาหารของทางร้านก็เป็นอาหารอิตาเลียนครับ แต่มีให้เลือกไม่ค่อยเยอะเท่าไร และอาหารของทางร้านจะดูเป็นแนว modern ๆ , fusion ๆ มากกว่าแบบ traditional สนนราคาอาหารก็อยู่ในระดับร้านอาหารอิตาเลียนทั่ว ๆ ไปครับ แต่ก็แอบถูกกว่าร้านส่วนใหญ่เล็กน้อยถึงปานกลาง และตอนเที่ยงจะมี set lunch ราคาประหยัด 750 บาท net มีอาหารให้ 3 อย่างและเครื่องดื่มอย่างนึง ซึ่งถ้าสั่งแยก ๆ กันน่าจะ 1200 บาทได้ครับ ก็ถือว่าคุ้มดี และแน่นอนครับว่า ผมสั่ง set lunch มา 2 set และแน่นอนอีกเช่นกันครับ รายการอาหารดูได้ที่ tab menu เลยครับ
อาหารอย่างแรกที่ผมประทับใจคือ ขนมปังกินฟรีของทางร้าน Pizzazo Bistro ครับ ขนมปังเป็นอารมณ์แบบคล้าย ๆ แป้งพิซซ่ากรอบ ๆ แต่ไม่มีหน้า ซึ่งอร่อยดีครับ อร่อยกว่าขนมปังแบบ traditional ของหลาย ๆ ร้านเลย แต่เสียดายที่ไม่สามารถสั่งเพิ่มได้นี่แหละ (ซึ่งก็ประหลาดดี ร้านอื่น ๆ สั่งเพิ่มกันได้หมด)
ส่วน Starter ของผมเป็น Beef Carpaccio (390 บาท) อาหารอิตาเลียนจานโปรดของผม ซึ่งร้าน พิซซาโซ แห่งนี้ก็ทำมาได้ไม่ผิดหวังครับ เนื้อดิบ เย็น ๆ สด ๆ กับผักร็อคเก็ต และพาร์มีซานชีสเยอะ ๆ เอาเข้าปากแล้วกินพร้อมกันหมดทีเดียวนี่มันเป็นอะไรที่อร่อยสุดยอดจริง ๆ ครับ ส่วน Starters ของแฟนผมเป็นTiger Prawns กับผักสลัดครับ ซึ่งค่อนข้างธรรมดาไปหน่อย และที่เลวร้ายคือ น้ำสลัดเปรี้ยวเกินไปครับ สรุปจานผมผ่าน แต่จานแฟนผมตก -_-'
ส่วน Main ของผมเป็น Tuna Steak แบบ Medium Rare กับ ratatouille ครับ รสชาติจานนี้ให้อร่อยกำลังดีละกันครับ เหมือนรสชาติมันจะแหม่ง ๆ อยู่เล็กน้อย ขาดอะไรไปบางอย่างซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วก็อร่อยกินเพลินครับ ส่วน Main ของแฟนผมเป็น Crab meat Cannelloni ซึ่งผมว่าอร่อยดี แต่รสเลี่ยน ๆ ไปหน่อย และก็ให้เส้นมาน้อยไปหน่อยครับ ส่วน ของหวานของผมก็เป็นไอติมชาเขียวธรรมดา รสชาติธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ที่โดดเด่นคือของแฟนผมครับกับ Crispy Chocolate & Almond flavored cake ซึ่งอร่อยมากกกกก ผิวกรอบ crispy สมชื่อ ส่วนเนื้อข้างในก็นุ่ม หวาน กำลังดี แทบจะแย่งกันกินเลยล่ะครับจานนี้
สรุปมื้อเที่ยงเบา ๆ ของผมท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ ร่มรื่นย์ที่ร้าน Pizzazo Bistro @ สุขุมวิท 16 อโศก แห่งนี้ก็ถือว่าประทับใจดีครับ อาหารนหน้าตาดูดี รสชาติอร่อย พนักงานก็บริการดีในระดับนึง และที่สำคัญคือได้กิน set lunch ในราคาที่ประหยัดตังค์ไปพอสมควรเมื่อเทียบกับมื้อเย็น ใครกำลังมองหาร้านอิตาเลียน น่ารัก ๆ ก็ลองมาร้านนี้กันดูได้ครับผม
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Yakiniku Tan - Japanese Restaurant Thong Lor, Bangkok
Yakiniku Tan - Premium Japanese BBQ, Thong Lor, Bangkok ยากินิกุ แทน ร้านเนื้อย่าง ปิ้งย่าง ทองหล่อ
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 3.5/5
Service 4.5/5
Value 3/5
Yakiniku Tan - Japanese Restaurant on BumRes.com
ร้าน Yakiniku Tan ก็เป็นอีกหนึ่งร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในย่านทองหล่อครับ ร้านนี้จริง ๆ แล้วมีถึง 4 สาขา(ดูจากในเว็บไซต์ของทางร้านมา) แต่ผมกลับเคยได้ยินว่ามีสาขาอยู่แค่ที่สาขาที่ผมไปกินเท่านั้น บริเวณโรงแรม Grand Tower Inn ปากซอยทองหล่อ โดยสาขานี้ผมว่าสะดวกมากเนื่องจากสามารถจอดรถได้ในที่จอดรถของโรงแรมอันมีแสนจะเหลือเฟือ หรือจะเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า ก็แค่ลงป้ายทองหล่อแล้วเดินมาอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ
บรรยากาศของร้าน Yakiniku Tan @ ทองหล่อ เป็นบรรยากาศที่ให้ความเป็นญี่ปุ่นมากครับ คือเป็นไม้ ๆ แบ่งเป็นคอก ๆ และมีโต๊ะแบบนั่งธรรมดาและแบบนั่งบนพื้นด้วยครับ ส่วนพนักงานของร้านนี้ก็ถูกเทรนมาให้เป็นเหมือนพนักงานที่ญี่ปุ่นเลยครับคือนอกจากจะขานรับด้วยคำว่า ไฮ่! แล้ว ยังรับออเดอร์เป็นภาษาญี่ปุ่นได้ รวมถึงยังคอยดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีที่สุดอีกด้วยครับ
ส่วนอาหารของร้าน ยากินิกุ แทน @ ทองหล่อ แห่งนี้ ผมอยากจะบอกว่า ไม่เคยเจอร้านเนื้อย่างไหนที่เมนูเนื้อย่างจะมีให้เลือกเยอะ มากมาย บานตะไท ขนาดนี้มาก่อนเลยครับ คือมีเนื้อให้เลือกครบหมดทุกรูปแบบ เนื้อโกเบแพง ๆ เนื้อวัวส่วนต่าง ๆ เครื่องใน รวมถึงเนื้อหมูและเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ ก็มีให้เลือกเยอะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ว่าราคาเนื้อของร้าน Yakiniku Tan นี่ก็ตามที่พิมพ์ไว้ข้างบนครับ ว่าเป็นร้านเนื้อย่าง premium ราคาก็เลย premium ตามตกไปตาม ๆ กัน รายละเอียดเมนูก็ดูที่ tab menu เช่นเคยละนะครับผม
อาหารในมื้อนี้ของผมขอแบ่งเป็น 2 หมวดละกันครับ หมวด เนื้อ กับ หมวดหมู เพราะมื้อนี้ผมสั่งแต่ละอย่างครึ่ง ๆ เลย เริ่มที่อย่างแรก ลิ้นโคขุนเกรด B (240 บาท ถ้า เกรด A จะ 350 บาท T_T) ตอนแรกที่ดูหน้าตาดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไรครับ แต่พอได้กินแล้ว รสชาติจัดว่าอร่อยดีทีเดียว แน่นอนว่าลิ้นวัวตามร้านบุฟเฟ่ต์นั้นสู้ไม่ได้แน่นอนครับ ส่วนอย่างที่ 2 เป็น เนื้อส่วนไหลพับใน (ใบพาย) เกรด A (Katabara 400 บาท) ซึ่งจานนี้ หลังจากที่ได้เห็นลายเนื้อแล้ว ไม่ต้องกินก็รู้ครับว่ามันอร่อยแน่นอน แต่แบบให้มาน้อยเหลือเกินแค่ 6 ชิ้นเท่านั้น เบ็ดเสร็จชิ้นละเกือบ 70 บาทเลยทีเดียว แต่แพงขนาดนี้ แน่นอนครับว่าความอร่อยไม่ต้องพูดถึง อร่อยเหลือเฟือ เนื้ออีกสองอย่างเป็น สันคอเนื้อ แบบธรรมดา (260 บาท) กับ เนื้อเซอร์ลอยเกรด A (240 บาท) ซึ่ง 2 จานนี้ก็อร่อยดีเช่นกันครับ แม้เนื้อจะไม่นุ่ม ไม่ละลายเหมือนกับเนื้อใบพายเกรด A แต่ก็จัดได้ว่าเป็นเนื้อคุณภาพสูงที่หาตามร้านบุฟเฟ่ต์ไม่ได้เช่นกันครับ
ส่วนเนื้ออย่างอื่นนอกจากเนื้อวัว ผมจำไม่ได้เป๊ะ ๆ ว่ามีอะไรบ้าง เพราะแฟนผมเป็นคนสั่ง แต่จานที่ผมประทับใจนั้นมี สันคอหมูคลุกซอสเบซิล (170 บาท) ซึ่งอาหารจานนี้ในชีวิตผมเคยกินมาก่อนครั้งเดียวคือกินที่ร้าน Gyu Maru ตรงทองหล่อ 13 ครับ ซึ่งผมจำได้ว่าผมชอบมาก อร่อยมาก ซึ่งร้าน Yakiniku Tan เนื้อย่าง ทองหล่อ แห่งนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นกันครับ อร่อยจนแบบ ผมกับแฟนชมกันไม่หยุดเลย ซึ่งถ้าอัพเกรดไปเป็น คอหมูย่างหมักซอสเบซิล (235 บาท) ที่ดูมีมันเยอะกว่าแล้ว เผลอ ๆ น่าจะอร่อยกว่านี้อีกครับ ส่วนอาหารจานที่เหลือที่ไม่ใช่เนื้อวัว ผมไม่มีอะไรจะ comment ครับ เอาเป็นว่า อร่อยแบบพอกินได้ละกัน
สำหรับร้าน Yakiniku Tan @ ปากซอยทองหล่อแห่งนี้ ก็เป็นร้านเนื้อย่างพรีเมียม ๆ ดี ๆ อีกร้านนึงครับ แม้ว่าตัวร้านจะดูเก่าแก่ โทรม ๆ มืด ๆ บรรยากาศไม่ดีเท่าไร แต่สิ่งนี้ก็ถูกชดเชยด้วยการบริการที่ยอดเยี่ยมของน้อง ๆ พนักงานทั้งหลาย และเนื้อย่างที่มีให้เลือกหลากหลายมากมาย หลายแบบเหลือเกิน อย่างที่ผมมักจะเขียนไว้ในรีวิวเสมอครับว่า เนื้อย่างจริง ๆ นั้น ต้องไม่ใช่เนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ครับ!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 3.5/5
Service 4.5/5
Value 3/5
Yakiniku Tan - Japanese Restaurant on BumRes.com
ร้าน Yakiniku Tan ก็เป็นอีกหนึ่งร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในย่านทองหล่อครับ ร้านนี้จริง ๆ แล้วมีถึง 4 สาขา(ดูจากในเว็บไซต์ของทางร้านมา) แต่ผมกลับเคยได้ยินว่ามีสาขาอยู่แค่ที่สาขาที่ผมไปกินเท่านั้น บริเวณโรงแรม Grand Tower Inn ปากซอยทองหล่อ โดยสาขานี้ผมว่าสะดวกมากเนื่องจากสามารถจอดรถได้ในที่จอดรถของโรงแรมอันมีแสนจะเหลือเฟือ หรือจะเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า ก็แค่ลงป้ายทองหล่อแล้วเดินมาอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ
บรรยากาศของร้าน Yakiniku Tan @ ทองหล่อ เป็นบรรยากาศที่ให้ความเป็นญี่ปุ่นมากครับ คือเป็นไม้ ๆ แบ่งเป็นคอก ๆ และมีโต๊ะแบบนั่งธรรมดาและแบบนั่งบนพื้นด้วยครับ ส่วนพนักงานของร้านนี้ก็ถูกเทรนมาให้เป็นเหมือนพนักงานที่ญี่ปุ่นเลยครับคือนอกจากจะขานรับด้วยคำว่า ไฮ่! แล้ว ยังรับออเดอร์เป็นภาษาญี่ปุ่นได้ รวมถึงยังคอยดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีที่สุดอีกด้วยครับ
ส่วนอาหารของร้าน ยากินิกุ แทน @ ทองหล่อ แห่งนี้ ผมอยากจะบอกว่า ไม่เคยเจอร้านเนื้อย่างไหนที่เมนูเนื้อย่างจะมีให้เลือกเยอะ มากมาย บานตะไท ขนาดนี้มาก่อนเลยครับ คือมีเนื้อให้เลือกครบหมดทุกรูปแบบ เนื้อโกเบแพง ๆ เนื้อวัวส่วนต่าง ๆ เครื่องใน รวมถึงเนื้อหมูและเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ ก็มีให้เลือกเยอะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ว่าราคาเนื้อของร้าน Yakiniku Tan นี่ก็ตามที่พิมพ์ไว้ข้างบนครับ ว่าเป็นร้านเนื้อย่าง premium ราคาก็เลย premium ตามตกไปตาม ๆ กัน รายละเอียดเมนูก็ดูที่ tab menu เช่นเคยละนะครับผม
อาหารในมื้อนี้ของผมขอแบ่งเป็น 2 หมวดละกันครับ หมวด เนื้อ กับ หมวดหมู เพราะมื้อนี้ผมสั่งแต่ละอย่างครึ่ง ๆ เลย เริ่มที่อย่างแรก ลิ้นโคขุนเกรด B (240 บาท ถ้า เกรด A จะ 350 บาท T_T) ตอนแรกที่ดูหน้าตาดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไรครับ แต่พอได้กินแล้ว รสชาติจัดว่าอร่อยดีทีเดียว แน่นอนว่าลิ้นวัวตามร้านบุฟเฟ่ต์นั้นสู้ไม่ได้แน่นอนครับ ส่วนอย่างที่ 2 เป็น เนื้อส่วนไหลพับใน (ใบพาย) เกรด A (Katabara 400 บาท) ซึ่งจานนี้ หลังจากที่ได้เห็นลายเนื้อแล้ว ไม่ต้องกินก็รู้ครับว่ามันอร่อยแน่นอน แต่แบบให้มาน้อยเหลือเกินแค่ 6 ชิ้นเท่านั้น เบ็ดเสร็จชิ้นละเกือบ 70 บาทเลยทีเดียว แต่แพงขนาดนี้ แน่นอนครับว่าความอร่อยไม่ต้องพูดถึง อร่อยเหลือเฟือ เนื้ออีกสองอย่างเป็น สันคอเนื้อ แบบธรรมดา (260 บาท) กับ เนื้อเซอร์ลอยเกรด A (240 บาท) ซึ่ง 2 จานนี้ก็อร่อยดีเช่นกันครับ แม้เนื้อจะไม่นุ่ม ไม่ละลายเหมือนกับเนื้อใบพายเกรด A แต่ก็จัดได้ว่าเป็นเนื้อคุณภาพสูงที่หาตามร้านบุฟเฟ่ต์ไม่ได้เช่นกันครับ
ส่วนเนื้ออย่างอื่นนอกจากเนื้อวัว ผมจำไม่ได้เป๊ะ ๆ ว่ามีอะไรบ้าง เพราะแฟนผมเป็นคนสั่ง แต่จานที่ผมประทับใจนั้นมี สันคอหมูคลุกซอสเบซิล (170 บาท) ซึ่งอาหารจานนี้ในชีวิตผมเคยกินมาก่อนครั้งเดียวคือกินที่ร้าน Gyu Maru ตรงทองหล่อ 13 ครับ ซึ่งผมจำได้ว่าผมชอบมาก อร่อยมาก ซึ่งร้าน Yakiniku Tan เนื้อย่าง ทองหล่อ แห่งนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นกันครับ อร่อยจนแบบ ผมกับแฟนชมกันไม่หยุดเลย ซึ่งถ้าอัพเกรดไปเป็น คอหมูย่างหมักซอสเบซิล (235 บาท) ที่ดูมีมันเยอะกว่าแล้ว เผลอ ๆ น่าจะอร่อยกว่านี้อีกครับ ส่วนอาหารจานที่เหลือที่ไม่ใช่เนื้อวัว ผมไม่มีอะไรจะ comment ครับ เอาเป็นว่า อร่อยแบบพอกินได้ละกัน
สำหรับร้าน Yakiniku Tan @ ปากซอยทองหล่อแห่งนี้ ก็เป็นร้านเนื้อย่างพรีเมียม ๆ ดี ๆ อีกร้านนึงครับ แม้ว่าตัวร้านจะดูเก่าแก่ โทรม ๆ มืด ๆ บรรยากาศไม่ดีเท่าไร แต่สิ่งนี้ก็ถูกชดเชยด้วยการบริการที่ยอดเยี่ยมของน้อง ๆ พนักงานทั้งหลาย และเนื้อย่างที่มีให้เลือกหลากหลายมากมาย หลายแบบเหลือเกิน อย่างที่ผมมักจะเขียนไว้ในรีวิวเสมอครับว่า เนื้อย่างจริง ๆ นั้น ต้องไม่ใช่เนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ครับ!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Posts (Atom)


































































