BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Thursday, August 2, 2012

The Local by Oamthong, Bangkok Review

The Local by Oamthong - Thai Restuaurant at Sukhumvit 23, Bangkok เดอะ โลคัล บาย ออมทอง ร้านอาหารไทย สุขุมวิท 23




Overall Score  9.5/10
Taste   4.5/5
Ambiance  5/5
Service  5/5
Value   4.5/5


The Local by Oamthong Thai Cuisine on BumRes.com



ช่วงนี้เป็นช่วงตระเวณหาร้านอาหารไทยแบบ Premium ๆ อยู่ในเมือง ๆ กินครับ เนื่องจากรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วร้านอาหารไทยที่แบบตั้งใจทำจริง ๆ เอาของดีมาทำจริง ๆ มันก็ไม่น่าจะแพ้อาหารใด ๆ ในโลกนี้นะ 2 ร้านก่อนหน้านี้ที่ผมไปมาก็มีร้าน Patara - Fine Thai Cuisine ที่แบบชอบมากประทับใจมาก กับ Bo.lan - Essentially Thai ที่ไม่ค่อยประทับใจในรสชาติอาหารสักเท่าไร แถมแพงเว่อร์ด้วย (ส่วนเป้าหมายต่อไปที่จะไปอาทิตย์หน้าก็เป็นร้านที่เพิ่งได้รับเลือกเป็น Top 50 Restaurant in The Wolrd จากสถาบันนึงกับร้าน Nahm @ Metropolitan Hotel ครับ) ส่วนร้านที่จะรีวิวในวันนี้จริง ๆ ก็เป็นร้านที่เก่าแก่ เปิดมาหลายสิบปีแล้วกับร้าน Oamthong @ สุขุมวิท 33 เก่า แต่ประมาณสักปีที่แล้ว ทางร้านหมดสัญญาเช่าที่ ก็เลยย้ายมาเปิดร้านใหม่ตรงสุขุมวิท 23 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น The Local by Oamthong Thai Cuisine เหตุผลที่ทางร้านใช้ชื่อว่า The Local คืออาหารของทางร้านจะเน้น ๆ พวกอาาหรไทยแบบพื้นบ้าน ปลาพื้นบ้าน แกงพื้นบ้าน มากกว่าอาหารไทยแบบตลาด ๆ ในปัจจุบัน

ตัวร้าน The Local by Oamthong แห่งนี้ก็เป็นบ้านไม้สักทั้งหลังขนาดใหญ่ 2 ไร่ ที่นำมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารได้อย่างลงตัว คงความคลาสสิคแบบไทย ๆ ไว้ แต่ก็เรียบหรู ไฮโซ ระดับเดียวกับร้านฝรั่งทั่ว ๆ ไป โต๊ะอาหารในร้านมีทั้งแบบโต๊ะธรรมดา ๆ สำหรับลูกค้าทั่วไป, ห้องส่วนตัวขนาดกลาง ๆ (รองรับลูกค้าได้ 10 - 15 คน) อีกประมาณ 5 ห้อง และห้องส่วนตัวขนาดใหญ่รองรับลูกค้าได้เป็น 100 คนอีก 1 ห้อง รวมถึงลูกค้าที่ชอบบรรยากาศแบบ Outdoor ร้านนี้ก็มีบริการหลาย zone ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าญี่ปุ่นกับฝรั่งจะเลือกนั่งตรงโซน outdoor กันครับ  ร้านนี้ผมเดินดูจนทั่วแล้วแบบ โอ้โห ตกแต่งได้สวยงามอลังการ ตัวร้าน (ตัวบ้าน) จะมีของประดับแบบไทย ๆ เก่า ๆ มาวางไว้แทบจะทุกจุด เดิน ๆ ดูแล้วก็เพลินดีครับ เป็นร้านอาหารไทยที่ตกแต่งร้านได้วิจิตรจริง ๆ





ส่วนอาหารของร้าน The Local by Oamthong @ Sukhumvit 23 แห่งนี้ ก็ตามที่เขียนไว้ข้างต้นว่าจะเป็นแนวอาหารไทยแบบพื้นบ้าน อาหารบางอย่างผมเองไม่เคยกิน หรือเคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ (เช่น แกงรัญจวนเนื้อ) อาหารของทางร้านนี้จะมีไม่ค่อยเยอะครับ ตามแบบฉบับของร้านที่เน้นคุณภาพ และรสชาติของอาหาร มากกว่าที่จะเน้นจำนวนของรายการอาหารในร้าน อาหารของทางร้านจะแบ่งหมวดหมู่เป็นตามแบบไทย ๆ ไม่ใช่แบบฝรั่ง คือเป็น แกง, เครื่องจิ้ม, อาหารผัด, ยำ หรือ ต้ม ประมาณนี้ ตอนแรกที่เดิน ๆ เข้าในร้าน แอบคิดเอาไว้ว่าอาหารของร้านนี้จะต้องแพงระเบิดระเบ้อ แต่พอค่อย ๆ พลิกดูเมนูอาหารไปแต่ละอย่างแล้ว ราคาไม่ค่อยแพงเลยครับแต่ละอย่าง อาหารพวกที่ไม่ได้มีพวก Seafood เป็นองค์ประกอบ ราคาก็อยู่ที่ 200 - 300 บาทโดยประมาณ รับได้เลยล่ะครับกับความหรูหราและการบริการอันแสนจะดีเลิศของทางร้านนี้





มื้อนี้ถูกเปิดฉากด้วย ของว่างรวมรส (The combination of five traditional Thai appetizer 250 บาท), ที่ประกอบด้วย ข้าวซอยไก่, เมี่ยงบัวหลวง, ยำตะไคร้กุ้งย่าง, ไก่ห่อใบเตย, ข้าวตังหน้าตั้ง แบบอย่างละนิดอย่างละหน่อย คือมาแบบอย่างนึงกินคำนึงก็หมดแล้ว ซึ่งทางร้านทำมาให้อย่างละ 2 ที่ เนื่องจากผมไปกัน 2 คนก็เลยแบ่งกันกินได้อย่างลงตัวดี รสชาติจานนี้ ผมชอบมากครับ อร่อยไปหมดทุกอย่าง และเป็นอาหารที่แสดงถึงความเป็นไทยได้อย่างยอดเยี่ยมสุด ๆ แนะนำครับจานนี้ ไปร้านนี้ ยังไงก็ต้องสั่ง




อาหารอย่างที่ 2 เป็น แกงเนื้อปลาใบส้มแป้นขี้ม้า (Spicy yellow curry with fish, coconut milk and orange leaves 280 บาท) ซึ่งเป็นแกงที่ผมไม่เคยกินมาก่อน(หรือได้ยินชื่อมาก่อนในชีวิต) ตัวแกงเป็นแกงแบบเผ็ด ๆ คล้าย ๆ แกงที่มีส่วนประกอบเป็นกะทิแบบอื่น ๆ รสชาติแกงจะคล้าย ๆ พะแนงผสมกับแกงส้ม ซึ่งเป็นอะไรที่อร่อยมากอีกแล้วจานนี้ ตัวแกงแอบเผ็ดไปนิด แต่ทางพนักงานบอกว่า ร้าน The Local by Oamthong Thai Cuisine แห่งนี้จะปรับรสชาติตามลูกค้า เช่น คนไทยก็จะทำมาเผ็ด ๆ หน่อย แกงถ้วยนี้ก้เลยเผ็ดสะใจผมดีแท้ครับ แม้จะเผ็ดแต่ก็เป็นรสเผ็ดแบบอร่อยนะครับ ชอบ ๆ อ้อ แกงนี้เสิร์ฟมาพร้อมกับผัดสด ๆ แบบไทย ๆ อีกร่วม 10 กว่าอย่าง บางอย่างผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร ก็จิ้มกินกับน้ำแกงก็อร่อยดี หรือจะกินเปล่า ๆ เลยก็สดอร่อยครับ อาหารอย่างที่ 3 เป็น ผัดดอกขจรใส่ไข่ (220 บาท) คือเท่าที่ผมกินดอกขจรเอาไปผัด ๆ เนี่ย ทุกร้านทำมาอร่อยหมดครับ (แต่ที่ชอบสุดจะเป็น ผัดดอกขจร ของร้านครัวอัปษร @ สามเสน) จานนี้ก็ไม่ผิดหวังอีกเช่นกันครับ ในจานประกอบด้วย ดอกขจร, ปลาหมึก, กุ้ง, วุ้นเส้น และไข่ ที่แบบผสมผสานกันอย่างลงตัว จานนี้ น้องพนักงานบอกว่าเป็นเมนูพิเศษ เจ้าของร้านเพิ่งคิดมาได้ไม่กี่วัน และกำลังจะบรรจุลงเมนูหลักเร็ว ๆ นี้ อืม ดีเลยครับ ผมได้ลองของอร่อยก่อนคนอื่น อิอิ






อาหารคาว 2 จานที่เหลือไม่ค่อยประทับใจเท่า 3 อย่างแรก อย่างแรกเป็น ปลาตะเพียนต้มเค็ม (Thai local river fish with sugarcane, ginger and the local's home-made for 30 hours 380 บาท) ตอนจะสั่ง ผมก็ถามว่าก้างเยอะมั้ย เพราะกินปลาตะเพียนทีไรเหนื่อยทุกที น้องพนักงานบอกว่า ก้างกินได้เลยเพราะว่าทางร้านเอาไปตุ๋นจนเปื่อย จนก้างยุ่ย เคี้ยวไปพร้อมกับเนื้อได้เลย ซึ่งตอนได้กินก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ครับ เป็นปลาตะเพียนที่ไม่ต้องเหนื่อยในการระวังก้างในการกินเลย และปลาตะเพียนที่ร้านนี้เลือกมาทำ จะเลือกตัวที่มีไข่อัดแน่นมาเต็มท้อง ซึ่งตัวที่ผมได้ก็เป็นแบบนั้นครับ ไข่เยอะสะใจดีแท้ แต่ว่ารสชาติโดยรวมจานนี้ ผมว่ามันยังไม่ค่อยอร่อยเท่าไร สู้ปลาแบบบ้าน ๆ อย่างปลากระพงทอดน้ำปลาไม่ค่อยได้ แต่ได้กินจานนี้ก็เหมือนกับได้กินอาหารที่เปิดประสบการณ์ใหม่นะครับ แปลกดี ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ส่วนจานสุดท้ายเป็น แกงรัญจวนเนื้อ (Tender beef clear curry with Thai herbs - 240 บาท) จานนี้ เห็นชื่อน่ากินดี ก็เลยลองสั่งมา จานนี้จะคล้าย ๆ ซุปน้ำใส ๆ ไม่ใส่กะทิ แบบอื่น ๆ เช่น แกงป่า, ต้มแซ่บ รสชาติแกงจะเปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ หน่อย ผมว่าเปรี้ยวมากไปหน่อย และก็เผ็ดน้อยไปนิด โดยรวมแล้ว ชอบแกงถ้วยแรกมากครับ





มื้อนี้ปิดท้ายอย่างงดงามด้วย รวมมิตรไอศครีมกับขนมไทย (Combination of Home-made local ice-cream 180 บาท) ประกอบด้วยไอศครีม 3 ลูก รส กะทิ, ชาไทย และทุเรียน เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวและขนมกินเล่นอีกนิดหน่อย ไอศครีมของทางร้านนี่อร่อยสมกับเป็นไอศครีมโฮมเมดครับ ปกติผมจะไม่ค่อยชอบไอศครีมรสไทย ๆ เท่าไร แต่ร้าน The Local - Thai Cuisine by Oamthong นี่ทำมาได้อร่อยดีแท้ครับ ผมกับเพื่อนชอบกันมาก จนอยากจะสั่งกันอีกจานเลยทีเดียว

สรุป ร้าน The Local - Thai Cuisine by Oamthong @ Sukhumvit 23, Bangkok นี่ก็เป็นร้านอาหารไทยที่ทำให้ผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยครับ อาหารอร่อย บรรยากาศหรูหรา งดงามแบบไทย ๆ พนักงานบริการดีเลิศ ราคาอาหารเมื่อเทียบกับคุณภาพและองค์ประกอบอื่น ๆ ก็ไม่ได้แพงแต่อย่างใด ร้านนี้เหมาะแก่การพาแขกบ้านแขกเมืองมาลิ้มลองอาหารไทยแบบบ้าน ๆ หรือไม่ก็พาตัวท่านเองและครอบครัวมากินอาหารไทยแบบบ้าน ๆ ที่เดี๋ยวนี้นับวันก็หากินได้ยากขึ้นทุกที ส่วนตัวผม แน่นอนต้องมาอีกแน่ครับ มีอาหารชื่อแปลก ๆ ที่อยากให้ลองอีกหลายจานเลยล่ะครับ!

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Wednesday, August 1, 2012

Sha Raku - Sukhumvit 23 Review

Sha Raku - Japanese Restaurant and Sake Bar at Sukhumvit 23, Bangkok ชา ราคุ ร้านอาหารญี่ปุ่น สาเก บาร์ สุขุมวิท 23 ซูชิ ปลาดิบ 




Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4/5


Sha Raku - Japanese Restaurant on BumRes.com



ร้าน Sha Raku นี่ตัว Sha ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไรนะครับ ส่วน Raku จะแปลว่า สบาย ๆ ชิล ๆ ซึ่งชื่อของร้านนี้ก็คงต้องการจะสื่อว่า มานั่งกินอาหารที่ร้านนี้กันแบบสบาย ๆ ชิล ๆ กันดีกว่า ประมาณนั้นแน่เลย(มั่วสุด ๆ) ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่น ประจำย่านสุขุมวิทตอนกลาง ๆ ที่มีอยู่มากมายหลากร้านเหลือเกิน ตัวร้านเป็นบ้านพักอาศัยแล้วมาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร มีทั้งส่วน Outdoor, indoor มีทั้งส่วนโต๊ะอาหารแบบเป็นห้องส่วนตัว(ไม่เสียเงินค่าห้อง) และแบบโตีะทั่ว ๆ ไป และก็มีโซนแบบนั่งชิลดื่มเหล้า ดื่มเบียร์หรือสาเก อย่างเดียว อีกโซนนึง เพราะว่าร้านนี้เค้าเหมือนจะมี concept ว่าเป็น Sake Bar ด้วยนอกจากจะเป็นร้านอาหาร และช่วงเวลา 21.30 - 24.00 ของทุกวัน ร้านนี้จะมี All you can drink ในราคา 390++ บาท ที่สามารถดื่ม เบียร์สิงห์สด, สาเก, โชจู, วิสกี้, ไวน์ ค็อกเทล ได้ (คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกอย่างนั่นเอง) เป็น Promotion ที่คุ้มมาก ๆ ครับ ผมกะจะชวนเพื่อน ๆ มาจัดกันอยู่ ร้าน Sha Raku นี่ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 23 เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตรร้านจะอยู่ขวามือนะครับ อยู่ก่อนถึงสี่แยกนิดเดียวและอยู่ติดกับร้าน Giusto ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง ที่ร้านมีที่จอดรถ สะดวกสบาย และก็เปิดบริการทั้งวันไม่มีพักเบรคเหมือนหลาย ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านอื่น

อาหารของร้าน Sha Raku นี่ก็จะมี Set Lunch ราคาประหยัด (กว่ามื้อเย็น) ไว้คอยบริการลูกค้าเหมือน ๆ กับร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ set lunch ของทางร้านมีให้เลือกค่อนข้างจะครบครัน ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ, ซูชิ, เทมปุระ หรือข้าวหน้าต่าง ๆ เป็น Set Lunch ที่ค่อนข้างจะคุ้มค่า ไม่ได้ lame lame เหมือนบางร้านเค้า ส่วนเมนูมื้อเย็น ร้านนี้ก้มีให้เลือกมากมาย เมนูหลาย ๆ อย่างจะเป็นเมนู fusion แต่ก็จะมีเมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เป็นองค์ประกอบหลักตามที่ควรจะเป็นกับร้านอาหารร้านนึง ราคาอาหารของร้านนี้ก็ธรรมดา ๆ พอ ๆ กับร้านอื่นครับ จะมีดีหน่อยก็ตรงที่ร้านนี้คิดบวกเพิ่มแค่ vat 7% ไม่มีบวก service charge 10% ก็เลยเหมือนอาหารของร้านนี้จะถูกลงไปประมาณ 10% โดยบริยายครับ





มื้อนี้ก็เป็นอีกมื้อที่ผมมากิน Set Lunch เพราะช่วงนี้ เศรษฐกิจยุโรปไม่ดี ผมก็เลยต้องประหยัดซักหน่อย (เกี่ยวมั้ย?) Set Lunch ในมื้อนี้ก็มี 3 Set ครับ Set แรกเป็น Sashimi Set (480 บาท) ในชุดก็จะประกอบด้วย Sashimi ที่มีปลามาตรฐาน ๆ (แซลมอน, ทูน่า, กุ้งหวาน, ปลาไท้ และปลาหมึก) แล้วก็พวกของใน set มาตรฐาน ไข่ตุ๋น, หมูทอด, ซุป, ไข่หวาน ประมาณนี้ ร้าน Sha Raku @ Sukhumvit 23 นี่ผมว่าทำ Set Lunch มาได้อลังการดีครับ คือแบบมีเอาพวก side dish ใส่ไว้ในลิ้นชัก เก๋ ๆ เวลาจะหยิบกินก็เปิดลิ้นชักออกมากิน เคยเจออาหารแบบนี้ก็ที่ร้าน Ten Sui @ สุขุมวิท 16 แค่นั้นเองล่ะครับ เก๋มากชอบ ส่วนรสชาติ เซ็ทของผมนี่ธรรมดาเอามาก ๆ เลยครับ ธรรมดาแบบที่ควรจะคาดหวังจากร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนึงน่ะครับ ธรรมดาไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะปลาดิบ, ของทอด, ผักดอง หรือไข่หวาน จะมีก็ไข่ตุ๋นที่ทำมาได้เนียนดี อร่อยดี แค่นั้น





ส่วนอีก 2 Set ก็มี SEt นึงเป็นชุดข้าวหน้าปลาดิบรวม (Chirashi Set 430 บาท) ของพี่ผม ที่คล้าย ๆ ของผมทุกอย่างไม่ว่าจะ Side Dish หรือชนิดของปลาดิบที่โปะลงมาบนข้าว จะต่างกันก็แค่ที่เป็น Chirashi กับ Sashimi นี่แหละครับ พี่ผมก็บอกว่ารสชาติ, คุณภาพปลาดิบเฉย ๆ เช่นเดียวกัน (เช่นเดียวกันกับ Side Dish ทั้งหลายแหล่) ส่วนอีก Set เป็นของผม (กิน 2 set เลยครับ หิว อิอิ) กับ set ข้าวหน้าไก่ย่าง (Yakitori Don 280 บาท) เซ็ทนี้แปลกดีครับ ไม่ค่อย(หรือไม่เคยเลยก็ว่าได้) จะเจอเอายากิโทริมาโปะลงบนข้าวแบบนี้สักเท่าไร ใน เซ็ทมีผักดองกับซุปมิโสะมาให้ด้วย (เอ้อ ซุปมิโสะร้านนี้อร่อยดีนะครับ) รสชาติของผมก็มันจะมีทั้งหมด 2 แบบ เป็นสะโพก 2 ไม้ กับลูกชิ้นไก่บด 2 ไม้ ตัวสะโพก อร่อยดีมากครับ ชิ้นใหญ่ ติดหนัง (ของโปรด) และก็ราดซอสซีอิ๊วมาแบบลงตัวสุด ๆ ส่วนลูกชิ้นนี่ค่อนข้างเฉย ๆ ครับ เหมือนทางร้านจะผสมแป้งมากไป texture ไม่ค่อยดี หรือไม่ก็ปรุงรสลูกชิ้นมาไม่ค่อยดี





ทางร้าน Sha Raku นอกจาก Set Lunch แล้วก็มี set เก๋ ๆ แบบให้เลือกอาหารจานกระจิ๊ดริด 3 อย่างจาก 23 อย่างในราคา 160+ บาท มากินเล่นเพิ่มเติมด้วย ผมก็เลยเลือก อุด้งเย็น (ที่ธรรมดา ๆ พอกินได้) , เทมปุระ (ที่ทำมาน่ากินดี รสชาติก็มาตรฐาน) และไก่คาราเกะ (อันนี้สู้พวกร้านราเมนไม่ค่อยได้ มากินครับ ก็เจ้าอาหารแบบเลือก 3 อย่างจาก 23 อย่างนี่ผมไม่รู้ว่ามีให้เลือกตอนเย็นด้วยรึเปล่า ถ้ามีนี่ก็เป็นเมนูที่เหมาะแก่การสั่งมาแกล้มเหล้าดีนักแลล่ะครับ

สรุป ร้าน Sha Raku @ สุขุมวิท 23 นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจะได้มาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นที่หาได้ทั่ว ๆ ไปในย่าน สุขุมวิทตอนกลาง, ทองหล่อ รสชาติอาหาร ไม่ได้หนีร้านอื่น ราคาก็พอ ๆ กับร้านอื่น ที่โดดเด่นของร้านนี้คงเป็นตัว all you can drink กับเจ้า set lunch , set menu 23 อย่าง ที่แบบ เป็นอะไรที่ดึงดูดลูกค้าให้มากินดีแท้ (ผมคนนึงล่ะ) ส่วนพวกเมนู fusion ๆ ของร้านนี้ ก็อยากจะมาลองอยู่นะครับ (เห็นลงในนิตยสารแจกฟรีที่แบบดูน่ากิน ๆ นี่มีแต่อาหารฟิวชั่นทั้งนั้น) ก็ไว้ว่าจะมาลองมื้อเย็นพร้อม all you can drink นี่แหละครับ ไว้เป็นอย่างไรจะมาเขียนให้ฟังอีกรอบครับ







--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Patio Sukhumvit 26 Bangkok Review

Patio on 26 - European and Thai Fusion Restaurant at Sukhumvit 26, Bangkok พาทิโอ ร้านอาหารยุโรป ร้านอาหารไทย ฟิวชั่น สุขุมวิท 26




Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  4/5
Service  3.5/5
Value   3.5/5


Patio - European and Thai Restaurant on BuMRes.com



อาทิตย์ที่แล้วผมเพิ่งไปกินร้าน Flagship ด้านอาหารไทยของเครือ S&P มากับร้าน Patara @ Thonglor Soi 19 มื้อนั้น ประทับใจและติดตราตรึงใจในความอร่อยแบบไทย ๆ มาก วันนี้เลยชวนที่บ้านผมไปกินร้าน Patio @ สุขุมวิท 26 กันต่อ ร้านนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นระดับ Premium ของเครือ S&P เค้าละกันครับ ก่อนหน้านี้ร้านนี้มีสาขาอยู่หลาย ๆ ที่ตามห้างระดับบนหน่อย (เช่น Isetan, เซ็นทรัลชิดลม) แต่วันที่ไป ผมถามพนักงาน ได้ความว่าตอนนี้ปิด หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นร้าน S&P ธรรมดา ๆ หมดแล้ว และเหลือร้าน Patio อยู่ที่เดียวที่ซอยสุขุมวิท 26 แห่งนี้ ก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะ อยากเพิ่มความ Premium ของร้านนี้ ให้เหมือนกับร้าน Patara ที่มีสาขาเดียว อะไรประมาณนั้น (รู้สึกมั้ยครับว่าร้านไหนที่มีสาขาเดียว มันจะให้คุณค่าทางจิตใจในการไปกินมากกว่า?) ร้าน Patio นี่จะอยู่ในเวิ้งเล็ก ๆ ของ S&P ที่จะมีร้านอาหารอื่น ๆ อยู่ในเวิ้งนี้บ้างเช่นร้าน Torajiro @ สุขุมวิท 26 กับร้าน Matchow เป็นต้น เวิ้งนี้ก็อยู่ตรงข้าม K-Village เลยครับมีที่จอดรถสะดวกสบาย หาไม่ยาก

ร้าน Patio นี่ถ้าเอาจริง ๆ จะเรียกเค้าว่าเป็นร้านอาหารยุโรป อาหารตะวันตกก็ได้ครับ เพราะเมนูแทบจะทุกหมวดหมู่ Soup, Pasta, Salad, Main Course นั้นเป็นอาหารฝรั่งจ๋าเหลือเกิน แต่ที่ผมพ่วงอาหารไทยไปด้วยเนื่องจากร้านนี้ เมนูอาหารจานเดียวของเค้าจะเป็นอาหารแบบไทย ๆ น่ะครับ ราคาอาหาของร้านนี้ก็อยู่ในระดับร้านอาหารยุโรปทั่ว ๆ ไป พวกไม่ใช่ Main Course จะ 200 บวกลบ ส่วน Main Course ก็จะ 400 บวกลบ ประมาณนั้น (รายละเอียดอาหารดูที่ tab menu เลยครับ)








มื้อนี้เริ่มต้นด้วย เคซาเดียผักโขม และผัดเห็ดรวม เสิร์ฟพร้อมซัลซ่ามะเขือเทศ (Spinach and assorted mushroom quesadilla with a touch of truffle oil - 195 บาท) ตอนเห็นหน้าตาอาหารจานนี้ทีแรก นึกรสชาติเอาไว้ว่ามันต้องไม่อร่อยแน่ ๆ เพราะแบบมันเป็นแป้ง ๆ แห้ง ๆ ดูไม่น่ากินเลย แต่เหลือเชื่อครับ พอกินแล้ว เออ อร่อยดี ขนาดแม่ผมที่ไม่ชอบอาหารฝรั่งก็ยังบอกว่า "อร่อย ผิดคาด" อืม ใช่เลยครับ คำนั้นเลย อาหารจานที่ 2 เป็น สลัดนิซัวส์ (Nicoise salad with lemon olive oil dressing 195 บาท) สลัดที่ผมอ่านชื่อผิดมาตั้งนาน จานนี้เป็นสลัดที่รสชาติค่อนข้างมาตรฐาน กินแล้วรู้สึกยังไม่ค่อยใช่ Nicoise แท้ ๆ สักเท่าไร (ไม่เหมือนร้านอื่น ๆ ที่ผมกินมา) จานนี้ไม่มีอะไรมากครับ กินเพลิน ๆ รองท้องรอจานหลัก





Main Course ของผมนั้นเป็น สตูว์ลิ้นวัว เสิร์ฟกับข้าว (Ox-Tongue stew with rice 355 บาท) ก็เป็นสตูลิ้นวัวที่แพงชะมัด เพราะให้ลิ้นวัวก้อน หนานุ่ม อร่อยล้ำ มาแค่ 2 ชิ้นใหญ่ ๆ เท่านั้น (จริง ๆ ราคานี้น่าจะได้สัก 4 ชิ้น) ซึ่งถ้าตัดเรื่องความไม่คุ้มค่าออกไป จานนี้เป็นอะไรที่อร่อยดีแท้ครับ เป็นสตูว์ลิ้นวัวที่ไม่รู้จะติอะไรจริง ๆ ไม่รู้ว่าทางร้าน Patio @ สุขุมวิท 26 ทำยังไงถึงทำให้ลิ้นวัวที่หนาขนาดนี้ มันนุ่มละลายในปากได้แบบนี้ (เคยกินลิ้นหนา ๆ และนุ่ม ๆ แบบนี้มาครั้งเดียวที่ร้าน เรือนรส @ หมู่บ้านสัมมากร ครับ) Main Course ของพ่อผมเป็น พอร์คชอพย่าง ราดซอส Charcutiere (Grilled pork chop & charcutiere sauce 355 บาท) ซึ่งทำมาค่อนข้างแปลกคือ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาให้ แต่แบบนี้มันก็ดูน่ากินไปอีกแบบครับ ส่วนรสชาติ ก็เป็น Porkchop ที่ไม่รู้จะติอะไร ถ้าจะให้ติก็คงอยากได้ซอสเกรวี่ราดมามากกว่านี้ แค่นั้นล่ะมั้งครับ

Main Course ของแม่ผมเป็น เส้นจันทน์ผัดไทยกุ้งย่าง (Phad Thai with grilled tiger prawns 195 บาท) อาหารแบบไทย ๆ ในร้านอาหารฝรั่ง ตอนแรกก็คาดเดาเอาว่ารสชาติคงบ้าน ๆ แต่ที่ไหนได้ เป็นผัดไทยที่อร่อยเยี่ยมเลยทีเดียว รสชาติดียังไม่พอ ยังให้กุ้งลายเสือตัวใหญ่มาถึง 2 ตัว (แต่ก็ตามราคาล่ะครับ) แม่ผมกินไป ชมไป เลยล่ะครับ ส่วนจานสุดท้าย ของกลางกินด้วยกันเป็น ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากระพงพริกไทยดำ (Wok-fried noodles with seabass fillet in black pepper sauce - 195 บาท) จานนี้ค่อนข้างธรรมดา ๆ ครับ เป็นราดหน้าที่รสชาติ traditional มาก ร้านอาหารจีนหลาย ๆ ร้านทำได้ดีกว่า รสชาติของร้าน Patio นี่มันจะออกแนวฝรั่ง ๆ ไปหน่อยครับ ซึ่งมันไม่ค่อยเข้ากับราดหน้า








สรุป มื้อชิล ๆ กับอาหารฝรั่ง ๆ ณ ร้าน Patio สุขุมวิท 26 ก็ค่อนข้างประทับใจดีนะครับ อาหารอร่อย ให้ปริมาณเยอะดี แต่ราคาแพงไปนิด และพนักงานร้านก็ดูงง ๆ กับอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะแบบ อาหารอย่างนั้นหมด อาหารอย่างนี้หมด แล้วอยู่ดี ๆ ก็ไม่หมดแล้ว ลำดับอาหารก็ไม่ได้ทำเรียงมาแบบที่ควรจะเป็น แต่โดยรวม ๆ ร้านนี้ก็เป็นร้านอาหารฝรั่ง โดยฝีมือคนไทยที่สามารถสู้กับร้านฝรั่งโดยฝรั่งร้านอื่น ๆ ได้ค่อนข้างสบายล่ะครับ ใครที่รู้สึกว่ามื้อเย็นแพงไป (ผมคนนึงล่) ร้าน Patio นี้เค้าก็มี set lunch ราคาประหยัด(กว่า) ไว้คอยบริการเช่นกันครับ ซึ่งผมก็คิดว่าจะไปลองอยู่ หลังจากกินร้านนี้ เริ่มรู้สึกว่าจริง ๆ แล้ว คุณ ภัทรา ศิลาอ่อน นี่เค้าทำอาหารเก่งขนาดไหนกันนะ (ไม่รู้ร้านนี้นี่สูตรเค้ารึเปล่า) ร้าน Flagship 2 ร้านของเค้านี่อร่อยเทพจริง ๆ เสียดายที่ S&P มันเป็นอะไรที่ Mass เกินไป Mass จนยากที่จะทำให้รสชาติมันอร่อยเว่อร์ได้ แต่แค่ 2 ร้านนี้ ก็เพียงพอสำหรับผมแล้วล่ะมั้งครับ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...