The Local by Oamthong - Thai Restuaurant at Sukhumvit 23, Bangkok เดอะ โลคัล บาย ออมทอง ร้านอาหารไทย สุขุมวิท 23
Overall Score 9.5/10
Taste 4.5/5
Ambiance 5/5
Service 5/5
Value 4.5/5
The Local by Oamthong Thai Cuisine on BumRes.com
ช่วงนี้เป็นช่วงตระเวณหาร้านอาหารไทยแบบ Premium ๆ อยู่ในเมือง ๆ กินครับ เนื่องจากรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วร้านอาหารไทยที่แบบตั้งใจทำจริง ๆ เอาของดีมาทำจริง ๆ มันก็ไม่น่าจะแพ้อาหารใด ๆ ในโลกนี้นะ 2 ร้านก่อนหน้านี้ที่ผมไปมาก็มีร้าน Patara - Fine Thai Cuisine ที่แบบชอบมากประทับใจมาก กับ Bo.lan - Essentially Thai ที่ไม่ค่อยประทับใจในรสชาติอาหารสักเท่าไร แถมแพงเว่อร์ด้วย (ส่วนเป้าหมายต่อไปที่จะไปอาทิตย์หน้าก็เป็นร้านที่เพิ่งได้รับเลือกเป็น Top 50 Restaurant in The Wolrd จากสถาบันนึงกับร้าน Nahm @ Metropolitan Hotel ครับ) ส่วนร้านที่จะรีวิวในวันนี้จริง ๆ ก็เป็นร้านที่เก่าแก่ เปิดมาหลายสิบปีแล้วกับร้าน Oamthong @ สุขุมวิท 33 เก่า แต่ประมาณสักปีที่แล้ว ทางร้านหมดสัญญาเช่าที่ ก็เลยย้ายมาเปิดร้านใหม่ตรงสุขุมวิท 23 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น The Local by Oamthong Thai Cuisine เหตุผลที่ทางร้านใช้ชื่อว่า The Local คืออาหารของทางร้านจะเน้น ๆ พวกอาาหรไทยแบบพื้นบ้าน ปลาพื้นบ้าน แกงพื้นบ้าน มากกว่าอาหารไทยแบบตลาด ๆ ในปัจจุบัน
ตัวร้าน The Local by Oamthong แห่งนี้ก็เป็นบ้านไม้สักทั้งหลังขนาดใหญ่ 2 ไร่ ที่นำมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารได้อย่างลงตัว คงความคลาสสิคแบบไทย ๆ ไว้ แต่ก็เรียบหรู ไฮโซ ระดับเดียวกับร้านฝรั่งทั่ว ๆ ไป โต๊ะอาหารในร้านมีทั้งแบบโต๊ะธรรมดา ๆ สำหรับลูกค้าทั่วไป, ห้องส่วนตัวขนาดกลาง ๆ (รองรับลูกค้าได้ 10 - 15 คน) อีกประมาณ 5 ห้อง และห้องส่วนตัวขนาดใหญ่รองรับลูกค้าได้เป็น 100 คนอีก 1 ห้อง รวมถึงลูกค้าที่ชอบบรรยากาศแบบ Outdoor ร้านนี้ก็มีบริการหลาย zone ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าญี่ปุ่นกับฝรั่งจะเลือกนั่งตรงโซน outdoor กันครับ ร้านนี้ผมเดินดูจนทั่วแล้วแบบ โอ้โห ตกแต่งได้สวยงามอลังการ ตัวร้าน (ตัวบ้าน) จะมีของประดับแบบไทย ๆ เก่า ๆ มาวางไว้แทบจะทุกจุด เดิน ๆ ดูแล้วก็เพลินดีครับ เป็นร้านอาหารไทยที่ตกแต่งร้านได้วิจิตรจริง ๆ
ส่วนอาหารของร้าน The Local by Oamthong @ Sukhumvit 23 แห่งนี้ ก็ตามที่เขียนไว้ข้างต้นว่าจะเป็นแนวอาหารไทยแบบพื้นบ้าน อาหารบางอย่างผมเองไม่เคยกิน หรือเคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ (เช่น แกงรัญจวนเนื้อ) อาหารของทางร้านนี้จะมีไม่ค่อยเยอะครับ ตามแบบฉบับของร้านที่เน้นคุณภาพ และรสชาติของอาหาร มากกว่าที่จะเน้นจำนวนของรายการอาหารในร้าน อาหารของทางร้านจะแบ่งหมวดหมู่เป็นตามแบบไทย ๆ ไม่ใช่แบบฝรั่ง คือเป็น แกง, เครื่องจิ้ม, อาหารผัด, ยำ หรือ ต้ม ประมาณนี้ ตอนแรกที่เดิน ๆ เข้าในร้าน แอบคิดเอาไว้ว่าอาหารของร้านนี้จะต้องแพงระเบิดระเบ้อ แต่พอค่อย ๆ พลิกดูเมนูอาหารไปแต่ละอย่างแล้ว ราคาไม่ค่อยแพงเลยครับแต่ละอย่าง อาหารพวกที่ไม่ได้มีพวก Seafood เป็นองค์ประกอบ ราคาก็อยู่ที่ 200 - 300 บาทโดยประมาณ รับได้เลยล่ะครับกับความหรูหราและการบริการอันแสนจะดีเลิศของทางร้านนี้
มื้อนี้ถูกเปิดฉากด้วย ของว่างรวมรส (The combination of five traditional Thai appetizer 250 บาท), ที่ประกอบด้วย ข้าวซอยไก่, เมี่ยงบัวหลวง, ยำตะไคร้กุ้งย่าง, ไก่ห่อใบเตย, ข้าวตังหน้าตั้ง แบบอย่างละนิดอย่างละหน่อย คือมาแบบอย่างนึงกินคำนึงก็หมดแล้ว ซึ่งทางร้านทำมาให้อย่างละ 2 ที่ เนื่องจากผมไปกัน 2 คนก็เลยแบ่งกันกินได้อย่างลงตัวดี รสชาติจานนี้ ผมชอบมากครับ อร่อยไปหมดทุกอย่าง และเป็นอาหารที่แสดงถึงความเป็นไทยได้อย่างยอดเยี่ยมสุด ๆ แนะนำครับจานนี้ ไปร้านนี้ ยังไงก็ต้องสั่ง
อาหารอย่างที่ 2 เป็น แกงเนื้อปลาใบส้มแป้นขี้ม้า (Spicy yellow curry with fish, coconut milk and orange leaves 280 บาท) ซึ่งเป็นแกงที่ผมไม่เคยกินมาก่อน(หรือได้ยินชื่อมาก่อนในชีวิต) ตัวแกงเป็นแกงแบบเผ็ด ๆ คล้าย ๆ แกงที่มีส่วนประกอบเป็นกะทิแบบอื่น ๆ รสชาติแกงจะคล้าย ๆ พะแนงผสมกับแกงส้ม ซึ่งเป็นอะไรที่อร่อยมากอีกแล้วจานนี้ ตัวแกงแอบเผ็ดไปนิด แต่ทางพนักงานบอกว่า ร้าน The Local by Oamthong Thai Cuisine แห่งนี้จะปรับรสชาติตามลูกค้า เช่น คนไทยก็จะทำมาเผ็ด ๆ หน่อย แกงถ้วยนี้ก้เลยเผ็ดสะใจผมดีแท้ครับ แม้จะเผ็ดแต่ก็เป็นรสเผ็ดแบบอร่อยนะครับ ชอบ ๆ อ้อ แกงนี้เสิร์ฟมาพร้อมกับผัดสด ๆ แบบไทย ๆ อีกร่วม 10 กว่าอย่าง บางอย่างผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร ก็จิ้มกินกับน้ำแกงก็อร่อยดี หรือจะกินเปล่า ๆ เลยก็สดอร่อยครับ อาหารอย่างที่ 3 เป็น ผัดดอกขจรใส่ไข่ (220 บาท) คือเท่าที่ผมกินดอกขจรเอาไปผัด ๆ เนี่ย ทุกร้านทำมาอร่อยหมดครับ (แต่ที่ชอบสุดจะเป็น ผัดดอกขจร ของร้านครัวอัปษร @ สามเสน) จานนี้ก็ไม่ผิดหวังอีกเช่นกันครับ ในจานประกอบด้วย ดอกขจร, ปลาหมึก, กุ้ง, วุ้นเส้น และไข่ ที่แบบผสมผสานกันอย่างลงตัว จานนี้ น้องพนักงานบอกว่าเป็นเมนูพิเศษ เจ้าของร้านเพิ่งคิดมาได้ไม่กี่วัน และกำลังจะบรรจุลงเมนูหลักเร็ว ๆ นี้ อืม ดีเลยครับ ผมได้ลองของอร่อยก่อนคนอื่น อิอิ
อาหารคาว 2 จานที่เหลือไม่ค่อยประทับใจเท่า 3 อย่างแรก อย่างแรกเป็น ปลาตะเพียนต้มเค็ม (Thai local river fish with sugarcane, ginger and the local's home-made for 30 hours 380 บาท) ตอนจะสั่ง ผมก็ถามว่าก้างเยอะมั้ย เพราะกินปลาตะเพียนทีไรเหนื่อยทุกที น้องพนักงานบอกว่า ก้างกินได้เลยเพราะว่าทางร้านเอาไปตุ๋นจนเปื่อย จนก้างยุ่ย เคี้ยวไปพร้อมกับเนื้อได้เลย ซึ่งตอนได้กินก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ครับ เป็นปลาตะเพียนที่ไม่ต้องเหนื่อยในการระวังก้างในการกินเลย และปลาตะเพียนที่ร้านนี้เลือกมาทำ จะเลือกตัวที่มีไข่อัดแน่นมาเต็มท้อง ซึ่งตัวที่ผมได้ก็เป็นแบบนั้นครับ ไข่เยอะสะใจดีแท้ แต่ว่ารสชาติโดยรวมจานนี้ ผมว่ามันยังไม่ค่อยอร่อยเท่าไร สู้ปลาแบบบ้าน ๆ อย่างปลากระพงทอดน้ำปลาไม่ค่อยได้ แต่ได้กินจานนี้ก็เหมือนกับได้กินอาหารที่เปิดประสบการณ์ใหม่นะครับ แปลกดี ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ส่วนจานสุดท้ายเป็น แกงรัญจวนเนื้อ (Tender beef clear curry with Thai herbs - 240 บาท) จานนี้ เห็นชื่อน่ากินดี ก็เลยลองสั่งมา จานนี้จะคล้าย ๆ ซุปน้ำใส ๆ ไม่ใส่กะทิ แบบอื่น ๆ เช่น แกงป่า, ต้มแซ่บ รสชาติแกงจะเปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ หน่อย ผมว่าเปรี้ยวมากไปหน่อย และก็เผ็ดน้อยไปนิด โดยรวมแล้ว ชอบแกงถ้วยแรกมากครับ
มื้อนี้ปิดท้ายอย่างงดงามด้วย รวมมิตรไอศครีมกับขนมไทย (Combination of Home-made local ice-cream 180 บาท) ประกอบด้วยไอศครีม 3 ลูก รส กะทิ, ชาไทย และทุเรียน เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวและขนมกินเล่นอีกนิดหน่อย ไอศครีมของทางร้านนี่อร่อยสมกับเป็นไอศครีมโฮมเมดครับ ปกติผมจะไม่ค่อยชอบไอศครีมรสไทย ๆ เท่าไร แต่ร้าน The Local - Thai Cuisine by Oamthong นี่ทำมาได้อร่อยดีแท้ครับ ผมกับเพื่อนชอบกันมาก จนอยากจะสั่งกันอีกจานเลยทีเดียว
สรุป ร้าน The Local - Thai Cuisine by Oamthong @ Sukhumvit 23, Bangkok นี่ก็เป็นร้านอาหารไทยที่ทำให้ผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยครับ อาหารอร่อย บรรยากาศหรูหรา งดงามแบบไทย ๆ พนักงานบริการดีเลิศ ราคาอาหารเมื่อเทียบกับคุณภาพและองค์ประกอบอื่น ๆ ก็ไม่ได้แพงแต่อย่างใด ร้านนี้เหมาะแก่การพาแขกบ้านแขกเมืองมาลิ้มลองอาหารไทยแบบบ้าน ๆ หรือไม่ก็พาตัวท่านเองและครอบครัวมากินอาหารไทยแบบบ้าน ๆ ที่เดี๋ยวนี้นับวันก็หากินได้ยากขึ้นทุกที ส่วนตัวผม แน่นอนต้องมาอีกแน่ครับ มีอาหารชื่อแปลก ๆ ที่อยากให้ลองอีกหลายจานเลยล่ะครับ!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Bangkok is renowned for its gourmet food at reasonably low prices. This blog covers a wide range of restaurants in Bangkok and occasionally in other provinces (Chiang Mai, Pattaya, Phuket). From street vendors to luxurious restaurants - From mouthwatering dishes to eye widening meals, all can be found here. This blog will take you to experience the exotic food you rarely find in your area. Feel free to leave comments or suggestion. Please visit http://www.bumres.com for more information.
Thursday, August 2, 2012
Wednesday, August 1, 2012
Sha Raku - Sukhumvit 23 Review
Sha Raku - Japanese Restaurant and Sake Bar at Sukhumvit 23, Bangkok ชา ราคุ ร้านอาหารญี่ปุ่น สาเก บาร์ สุขุมวิท 23 ซูชิ ปลาดิบ
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 4/5
Sha Raku - Japanese Restaurant on BumRes.com
ร้าน Sha Raku นี่ตัว Sha ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไรนะครับ ส่วน Raku จะแปลว่า สบาย ๆ ชิล ๆ ซึ่งชื่อของร้านนี้ก็คงต้องการจะสื่อว่า มานั่งกินอาหารที่ร้านนี้กันแบบสบาย ๆ ชิล ๆ กันดีกว่า ประมาณนั้นแน่เลย(มั่วสุด ๆ) ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่น ประจำย่านสุขุมวิทตอนกลาง ๆ ที่มีอยู่มากมายหลากร้านเหลือเกิน ตัวร้านเป็นบ้านพักอาศัยแล้วมาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร มีทั้งส่วน Outdoor, indoor มีทั้งส่วนโต๊ะอาหารแบบเป็นห้องส่วนตัว(ไม่เสียเงินค่าห้อง) และแบบโตีะทั่ว ๆ ไป และก็มีโซนแบบนั่งชิลดื่มเหล้า ดื่มเบียร์หรือสาเก อย่างเดียว อีกโซนนึง เพราะว่าร้านนี้เค้าเหมือนจะมี concept ว่าเป็น Sake Bar ด้วยนอกจากจะเป็นร้านอาหาร และช่วงเวลา 21.30 - 24.00 ของทุกวัน ร้านนี้จะมี All you can drink ในราคา 390++ บาท ที่สามารถดื่ม เบียร์สิงห์สด, สาเก, โชจู, วิสกี้, ไวน์ ค็อกเทล ได้ (คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกอย่างนั่นเอง) เป็น Promotion ที่คุ้มมาก ๆ ครับ ผมกะจะชวนเพื่อน ๆ มาจัดกันอยู่ ร้าน Sha Raku นี่ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 23 เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตรร้านจะอยู่ขวามือนะครับ อยู่ก่อนถึงสี่แยกนิดเดียวและอยู่ติดกับร้าน Giusto ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง ที่ร้านมีที่จอดรถ สะดวกสบาย และก็เปิดบริการทั้งวันไม่มีพักเบรคเหมือนหลาย ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านอื่น
อาหารของร้าน Sha Raku นี่ก็จะมี Set Lunch ราคาประหยัด (กว่ามื้อเย็น) ไว้คอยบริการลูกค้าเหมือน ๆ กับร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ set lunch ของทางร้านมีให้เลือกค่อนข้างจะครบครัน ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ, ซูชิ, เทมปุระ หรือข้าวหน้าต่าง ๆ เป็น Set Lunch ที่ค่อนข้างจะคุ้มค่า ไม่ได้ lame lame เหมือนบางร้านเค้า ส่วนเมนูมื้อเย็น ร้านนี้ก้มีให้เลือกมากมาย เมนูหลาย ๆ อย่างจะเป็นเมนู fusion แต่ก็จะมีเมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เป็นองค์ประกอบหลักตามที่ควรจะเป็นกับร้านอาหารร้านนึง ราคาอาหารของร้านนี้ก็ธรรมดา ๆ พอ ๆ กับร้านอื่นครับ จะมีดีหน่อยก็ตรงที่ร้านนี้คิดบวกเพิ่มแค่ vat 7% ไม่มีบวก service charge 10% ก็เลยเหมือนอาหารของร้านนี้จะถูกลงไปประมาณ 10% โดยบริยายครับ
มื้อนี้ก็เป็นอีกมื้อที่ผมมากิน Set Lunch เพราะช่วงนี้ เศรษฐกิจยุโรปไม่ดี ผมก็เลยต้องประหยัดซักหน่อย (เกี่ยวมั้ย?) Set Lunch ในมื้อนี้ก็มี 3 Set ครับ Set แรกเป็น Sashimi Set (480 บาท) ในชุดก็จะประกอบด้วย Sashimi ที่มีปลามาตรฐาน ๆ (แซลมอน, ทูน่า, กุ้งหวาน, ปลาไท้ และปลาหมึก) แล้วก็พวกของใน set มาตรฐาน ไข่ตุ๋น, หมูทอด, ซุป, ไข่หวาน ประมาณนี้ ร้าน Sha Raku @ Sukhumvit 23 นี่ผมว่าทำ Set Lunch มาได้อลังการดีครับ คือแบบมีเอาพวก side dish ใส่ไว้ในลิ้นชัก เก๋ ๆ เวลาจะหยิบกินก็เปิดลิ้นชักออกมากิน เคยเจออาหารแบบนี้ก็ที่ร้าน Ten Sui @ สุขุมวิท 16 แค่นั้นเองล่ะครับ เก๋มากชอบ ส่วนรสชาติ เซ็ทของผมนี่ธรรมดาเอามาก ๆ เลยครับ ธรรมดาแบบที่ควรจะคาดหวังจากร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนึงน่ะครับ ธรรมดาไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะปลาดิบ, ของทอด, ผักดอง หรือไข่หวาน จะมีก็ไข่ตุ๋นที่ทำมาได้เนียนดี อร่อยดี แค่นั้น
ส่วนอีก 2 Set ก็มี SEt นึงเป็นชุดข้าวหน้าปลาดิบรวม (Chirashi Set 430 บาท) ของพี่ผม ที่คล้าย ๆ ของผมทุกอย่างไม่ว่าจะ Side Dish หรือชนิดของปลาดิบที่โปะลงมาบนข้าว จะต่างกันก็แค่ที่เป็น Chirashi กับ Sashimi นี่แหละครับ พี่ผมก็บอกว่ารสชาติ, คุณภาพปลาดิบเฉย ๆ เช่นเดียวกัน (เช่นเดียวกันกับ Side Dish ทั้งหลายแหล่) ส่วนอีก Set เป็นของผม (กิน 2 set เลยครับ หิว อิอิ) กับ set ข้าวหน้าไก่ย่าง (Yakitori Don 280 บาท) เซ็ทนี้แปลกดีครับ ไม่ค่อย(หรือไม่เคยเลยก็ว่าได้) จะเจอเอายากิโทริมาโปะลงบนข้าวแบบนี้สักเท่าไร ใน เซ็ทมีผักดองกับซุปมิโสะมาให้ด้วย (เอ้อ ซุปมิโสะร้านนี้อร่อยดีนะครับ) รสชาติของผมก็มันจะมีทั้งหมด 2 แบบ เป็นสะโพก 2 ไม้ กับลูกชิ้นไก่บด 2 ไม้ ตัวสะโพก อร่อยดีมากครับ ชิ้นใหญ่ ติดหนัง (ของโปรด) และก็ราดซอสซีอิ๊วมาแบบลงตัวสุด ๆ ส่วนลูกชิ้นนี่ค่อนข้างเฉย ๆ ครับ เหมือนทางร้านจะผสมแป้งมากไป texture ไม่ค่อยดี หรือไม่ก็ปรุงรสลูกชิ้นมาไม่ค่อยดี
ทางร้าน Sha Raku นอกจาก Set Lunch แล้วก็มี set เก๋ ๆ แบบให้เลือกอาหารจานกระจิ๊ดริด 3 อย่างจาก 23 อย่างในราคา 160+ บาท มากินเล่นเพิ่มเติมด้วย ผมก็เลยเลือก อุด้งเย็น (ที่ธรรมดา ๆ พอกินได้) , เทมปุระ (ที่ทำมาน่ากินดี รสชาติก็มาตรฐาน) และไก่คาราเกะ (อันนี้สู้พวกร้านราเมนไม่ค่อยได้ มากินครับ ก็เจ้าอาหารแบบเลือก 3 อย่างจาก 23 อย่างนี่ผมไม่รู้ว่ามีให้เลือกตอนเย็นด้วยรึเปล่า ถ้ามีนี่ก็เป็นเมนูที่เหมาะแก่การสั่งมาแกล้มเหล้าดีนักแลล่ะครับ
สรุป ร้าน Sha Raku @ สุขุมวิท 23 นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจะได้มาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นที่หาได้ทั่ว ๆ ไปในย่าน สุขุมวิทตอนกลาง, ทองหล่อ รสชาติอาหาร ไม่ได้หนีร้านอื่น ราคาก็พอ ๆ กับร้านอื่น ที่โดดเด่นของร้านนี้คงเป็นตัว all you can drink กับเจ้า set lunch , set menu 23 อย่าง ที่แบบ เป็นอะไรที่ดึงดูดลูกค้าให้มากินดีแท้ (ผมคนนึงล่ะ) ส่วนพวกเมนู fusion ๆ ของร้านนี้ ก็อยากจะมาลองอยู่นะครับ (เห็นลงในนิตยสารแจกฟรีที่แบบดูน่ากิน ๆ นี่มีแต่อาหารฟิวชั่นทั้งนั้น) ก็ไว้ว่าจะมาลองมื้อเย็นพร้อม all you can drink นี่แหละครับ ไว้เป็นอย่างไรจะมาเขียนให้ฟังอีกรอบครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 7/10
Taste 3.5/5
Ambiance 4/5
Service 4/5
Value 4/5
Sha Raku - Japanese Restaurant on BumRes.com
ร้าน Sha Raku นี่ตัว Sha ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไรนะครับ ส่วน Raku จะแปลว่า สบาย ๆ ชิล ๆ ซึ่งชื่อของร้านนี้ก็คงต้องการจะสื่อว่า มานั่งกินอาหารที่ร้านนี้กันแบบสบาย ๆ ชิล ๆ กันดีกว่า ประมาณนั้นแน่เลย(มั่วสุด ๆ) ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่น ประจำย่านสุขุมวิทตอนกลาง ๆ ที่มีอยู่มากมายหลากร้านเหลือเกิน ตัวร้านเป็นบ้านพักอาศัยแล้วมาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร มีทั้งส่วน Outdoor, indoor มีทั้งส่วนโต๊ะอาหารแบบเป็นห้องส่วนตัว(ไม่เสียเงินค่าห้อง) และแบบโตีะทั่ว ๆ ไป และก็มีโซนแบบนั่งชิลดื่มเหล้า ดื่มเบียร์หรือสาเก อย่างเดียว อีกโซนนึง เพราะว่าร้านนี้เค้าเหมือนจะมี concept ว่าเป็น Sake Bar ด้วยนอกจากจะเป็นร้านอาหาร และช่วงเวลา 21.30 - 24.00 ของทุกวัน ร้านนี้จะมี All you can drink ในราคา 390++ บาท ที่สามารถดื่ม เบียร์สิงห์สด, สาเก, โชจู, วิสกี้, ไวน์ ค็อกเทล ได้ (คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกอย่างนั่นเอง) เป็น Promotion ที่คุ้มมาก ๆ ครับ ผมกะจะชวนเพื่อน ๆ มาจัดกันอยู่ ร้าน Sha Raku นี่ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 23 เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตรร้านจะอยู่ขวามือนะครับ อยู่ก่อนถึงสี่แยกนิดเดียวและอยู่ติดกับร้าน Giusto ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง ที่ร้านมีที่จอดรถ สะดวกสบาย และก็เปิดบริการทั้งวันไม่มีพักเบรคเหมือนหลาย ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านอื่น
อาหารของร้าน Sha Raku นี่ก็จะมี Set Lunch ราคาประหยัด (กว่ามื้อเย็น) ไว้คอยบริการลูกค้าเหมือน ๆ กับร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ set lunch ของทางร้านมีให้เลือกค่อนข้างจะครบครัน ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ, ซูชิ, เทมปุระ หรือข้าวหน้าต่าง ๆ เป็น Set Lunch ที่ค่อนข้างจะคุ้มค่า ไม่ได้ lame lame เหมือนบางร้านเค้า ส่วนเมนูมื้อเย็น ร้านนี้ก้มีให้เลือกมากมาย เมนูหลาย ๆ อย่างจะเป็นเมนู fusion แต่ก็จะมีเมนูญี่ปุ่นแท้ ๆ เป็นองค์ประกอบหลักตามที่ควรจะเป็นกับร้านอาหารร้านนึง ราคาอาหารของร้านนี้ก็ธรรมดา ๆ พอ ๆ กับร้านอื่นครับ จะมีดีหน่อยก็ตรงที่ร้านนี้คิดบวกเพิ่มแค่ vat 7% ไม่มีบวก service charge 10% ก็เลยเหมือนอาหารของร้านนี้จะถูกลงไปประมาณ 10% โดยบริยายครับ
มื้อนี้ก็เป็นอีกมื้อที่ผมมากิน Set Lunch เพราะช่วงนี้ เศรษฐกิจยุโรปไม่ดี ผมก็เลยต้องประหยัดซักหน่อย (เกี่ยวมั้ย?) Set Lunch ในมื้อนี้ก็มี 3 Set ครับ Set แรกเป็น Sashimi Set (480 บาท) ในชุดก็จะประกอบด้วย Sashimi ที่มีปลามาตรฐาน ๆ (แซลมอน, ทูน่า, กุ้งหวาน, ปลาไท้ และปลาหมึก) แล้วก็พวกของใน set มาตรฐาน ไข่ตุ๋น, หมูทอด, ซุป, ไข่หวาน ประมาณนี้ ร้าน Sha Raku @ Sukhumvit 23 นี่ผมว่าทำ Set Lunch มาได้อลังการดีครับ คือแบบมีเอาพวก side dish ใส่ไว้ในลิ้นชัก เก๋ ๆ เวลาจะหยิบกินก็เปิดลิ้นชักออกมากิน เคยเจออาหารแบบนี้ก็ที่ร้าน Ten Sui @ สุขุมวิท 16 แค่นั้นเองล่ะครับ เก๋มากชอบ ส่วนรสชาติ เซ็ทของผมนี่ธรรมดาเอามาก ๆ เลยครับ ธรรมดาแบบที่ควรจะคาดหวังจากร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนึงน่ะครับ ธรรมดาไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะปลาดิบ, ของทอด, ผักดอง หรือไข่หวาน จะมีก็ไข่ตุ๋นที่ทำมาได้เนียนดี อร่อยดี แค่นั้น
ส่วนอีก 2 Set ก็มี SEt นึงเป็นชุดข้าวหน้าปลาดิบรวม (Chirashi Set 430 บาท) ของพี่ผม ที่คล้าย ๆ ของผมทุกอย่างไม่ว่าจะ Side Dish หรือชนิดของปลาดิบที่โปะลงมาบนข้าว จะต่างกันก็แค่ที่เป็น Chirashi กับ Sashimi นี่แหละครับ พี่ผมก็บอกว่ารสชาติ, คุณภาพปลาดิบเฉย ๆ เช่นเดียวกัน (เช่นเดียวกันกับ Side Dish ทั้งหลายแหล่) ส่วนอีก Set เป็นของผม (กิน 2 set เลยครับ หิว อิอิ) กับ set ข้าวหน้าไก่ย่าง (Yakitori Don 280 บาท) เซ็ทนี้แปลกดีครับ ไม่ค่อย(หรือไม่เคยเลยก็ว่าได้) จะเจอเอายากิโทริมาโปะลงบนข้าวแบบนี้สักเท่าไร ใน เซ็ทมีผักดองกับซุปมิโสะมาให้ด้วย (เอ้อ ซุปมิโสะร้านนี้อร่อยดีนะครับ) รสชาติของผมก็มันจะมีทั้งหมด 2 แบบ เป็นสะโพก 2 ไม้ กับลูกชิ้นไก่บด 2 ไม้ ตัวสะโพก อร่อยดีมากครับ ชิ้นใหญ่ ติดหนัง (ของโปรด) และก็ราดซอสซีอิ๊วมาแบบลงตัวสุด ๆ ส่วนลูกชิ้นนี่ค่อนข้างเฉย ๆ ครับ เหมือนทางร้านจะผสมแป้งมากไป texture ไม่ค่อยดี หรือไม่ก็ปรุงรสลูกชิ้นมาไม่ค่อยดี
ทางร้าน Sha Raku นอกจาก Set Lunch แล้วก็มี set เก๋ ๆ แบบให้เลือกอาหารจานกระจิ๊ดริด 3 อย่างจาก 23 อย่างในราคา 160+ บาท มากินเล่นเพิ่มเติมด้วย ผมก็เลยเลือก อุด้งเย็น (ที่ธรรมดา ๆ พอกินได้) , เทมปุระ (ที่ทำมาน่ากินดี รสชาติก็มาตรฐาน) และไก่คาราเกะ (อันนี้สู้พวกร้านราเมนไม่ค่อยได้ มากินครับ ก็เจ้าอาหารแบบเลือก 3 อย่างจาก 23 อย่างนี่ผมไม่รู้ว่ามีให้เลือกตอนเย็นด้วยรึเปล่า ถ้ามีนี่ก็เป็นเมนูที่เหมาะแก่การสั่งมาแกล้มเหล้าดีนักแลล่ะครับ
สรุป ร้าน Sha Raku @ สุขุมวิท 23 นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจะได้มาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นที่หาได้ทั่ว ๆ ไปในย่าน สุขุมวิทตอนกลาง, ทองหล่อ รสชาติอาหาร ไม่ได้หนีร้านอื่น ราคาก็พอ ๆ กับร้านอื่น ที่โดดเด่นของร้านนี้คงเป็นตัว all you can drink กับเจ้า set lunch , set menu 23 อย่าง ที่แบบ เป็นอะไรที่ดึงดูดลูกค้าให้มากินดีแท้ (ผมคนนึงล่ะ) ส่วนพวกเมนู fusion ๆ ของร้านนี้ ก็อยากจะมาลองอยู่นะครับ (เห็นลงในนิตยสารแจกฟรีที่แบบดูน่ากิน ๆ นี่มีแต่อาหารฟิวชั่นทั้งนั้น) ก็ไว้ว่าจะมาลองมื้อเย็นพร้อม all you can drink นี่แหละครับ ไว้เป็นอย่างไรจะมาเขียนให้ฟังอีกรอบครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Patio Sukhumvit 26 Bangkok Review
Patio on 26 - European and Thai Fusion Restaurant at Sukhumvit 26, Bangkok พาทิโอ ร้านอาหารยุโรป ร้านอาหารไทย ฟิวชั่น สุขุมวิท 26
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 3.5/5
Value 3.5/5
Patio - European and Thai Restaurant on BuMRes.com
อาทิตย์ที่แล้วผมเพิ่งไปกินร้าน Flagship ด้านอาหารไทยของเครือ S&P มากับร้าน Patara @ Thonglor Soi 19 มื้อนั้น ประทับใจและติดตราตรึงใจในความอร่อยแบบไทย ๆ มาก วันนี้เลยชวนที่บ้านผมไปกินร้าน Patio @ สุขุมวิท 26 กันต่อ ร้านนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นระดับ Premium ของเครือ S&P เค้าละกันครับ ก่อนหน้านี้ร้านนี้มีสาขาอยู่หลาย ๆ ที่ตามห้างระดับบนหน่อย (เช่น Isetan, เซ็นทรัลชิดลม) แต่วันที่ไป ผมถามพนักงาน ได้ความว่าตอนนี้ปิด หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นร้าน S&P ธรรมดา ๆ หมดแล้ว และเหลือร้าน Patio อยู่ที่เดียวที่ซอยสุขุมวิท 26 แห่งนี้ ก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะ อยากเพิ่มความ Premium ของร้านนี้ ให้เหมือนกับร้าน Patara ที่มีสาขาเดียว อะไรประมาณนั้น (รู้สึกมั้ยครับว่าร้านไหนที่มีสาขาเดียว มันจะให้คุณค่าทางจิตใจในการไปกินมากกว่า?) ร้าน Patio นี่จะอยู่ในเวิ้งเล็ก ๆ ของ S&P ที่จะมีร้านอาหารอื่น ๆ อยู่ในเวิ้งนี้บ้างเช่นร้าน Torajiro @ สุขุมวิท 26 กับร้าน Matchow เป็นต้น เวิ้งนี้ก็อยู่ตรงข้าม K-Village เลยครับมีที่จอดรถสะดวกสบาย หาไม่ยาก
ร้าน Patio นี่ถ้าเอาจริง ๆ จะเรียกเค้าว่าเป็นร้านอาหารยุโรป อาหารตะวันตกก็ได้ครับ เพราะเมนูแทบจะทุกหมวดหมู่ Soup, Pasta, Salad, Main Course นั้นเป็นอาหารฝรั่งจ๋าเหลือเกิน แต่ที่ผมพ่วงอาหารไทยไปด้วยเนื่องจากร้านนี้ เมนูอาหารจานเดียวของเค้าจะเป็นอาหารแบบไทย ๆ น่ะครับ ราคาอาหาของร้านนี้ก็อยู่ในระดับร้านอาหารยุโรปทั่ว ๆ ไป พวกไม่ใช่ Main Course จะ 200 บวกลบ ส่วน Main Course ก็จะ 400 บวกลบ ประมาณนั้น (รายละเอียดอาหารดูที่ tab menu เลยครับ)
มื้อนี้เริ่มต้นด้วย เคซาเดียผักโขม และผัดเห็ดรวม เสิร์ฟพร้อมซัลซ่ามะเขือเทศ (Spinach and assorted mushroom quesadilla with a touch of truffle oil - 195 บาท) ตอนเห็นหน้าตาอาหารจานนี้ทีแรก นึกรสชาติเอาไว้ว่ามันต้องไม่อร่อยแน่ ๆ เพราะแบบมันเป็นแป้ง ๆ แห้ง ๆ ดูไม่น่ากินเลย แต่เหลือเชื่อครับ พอกินแล้ว เออ อร่อยดี ขนาดแม่ผมที่ไม่ชอบอาหารฝรั่งก็ยังบอกว่า "อร่อย ผิดคาด" อืม ใช่เลยครับ คำนั้นเลย อาหารจานที่ 2 เป็น สลัดนิซัวส์ (Nicoise salad with lemon olive oil dressing 195 บาท) สลัดที่ผมอ่านชื่อผิดมาตั้งนาน จานนี้เป็นสลัดที่รสชาติค่อนข้างมาตรฐาน กินแล้วรู้สึกยังไม่ค่อยใช่ Nicoise แท้ ๆ สักเท่าไร (ไม่เหมือนร้านอื่น ๆ ที่ผมกินมา) จานนี้ไม่มีอะไรมากครับ กินเพลิน ๆ รองท้องรอจานหลัก
Main Course ของผมนั้นเป็น สตูว์ลิ้นวัว เสิร์ฟกับข้าว (Ox-Tongue stew with rice 355 บาท) ก็เป็นสตูลิ้นวัวที่แพงชะมัด เพราะให้ลิ้นวัวก้อน หนานุ่ม อร่อยล้ำ มาแค่ 2 ชิ้นใหญ่ ๆ เท่านั้น (จริง ๆ ราคานี้น่าจะได้สัก 4 ชิ้น) ซึ่งถ้าตัดเรื่องความไม่คุ้มค่าออกไป จานนี้เป็นอะไรที่อร่อยดีแท้ครับ เป็นสตูว์ลิ้นวัวที่ไม่รู้จะติอะไรจริง ๆ ไม่รู้ว่าทางร้าน Patio @ สุขุมวิท 26 ทำยังไงถึงทำให้ลิ้นวัวที่หนาขนาดนี้ มันนุ่มละลายในปากได้แบบนี้ (เคยกินลิ้นหนา ๆ และนุ่ม ๆ แบบนี้มาครั้งเดียวที่ร้าน เรือนรส @ หมู่บ้านสัมมากร ครับ) Main Course ของพ่อผมเป็น พอร์คชอพย่าง ราดซอส Charcutiere (Grilled pork chop & charcutiere sauce 355 บาท) ซึ่งทำมาค่อนข้างแปลกคือ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาให้ แต่แบบนี้มันก็ดูน่ากินไปอีกแบบครับ ส่วนรสชาติ ก็เป็น Porkchop ที่ไม่รู้จะติอะไร ถ้าจะให้ติก็คงอยากได้ซอสเกรวี่ราดมามากกว่านี้ แค่นั้นล่ะมั้งครับ
Main Course ของแม่ผมเป็น เส้นจันทน์ผัดไทยกุ้งย่าง (Phad Thai with grilled tiger prawns 195 บาท) อาหารแบบไทย ๆ ในร้านอาหารฝรั่ง ตอนแรกก็คาดเดาเอาว่ารสชาติคงบ้าน ๆ แต่ที่ไหนได้ เป็นผัดไทยที่อร่อยเยี่ยมเลยทีเดียว รสชาติดียังไม่พอ ยังให้กุ้งลายเสือตัวใหญ่มาถึง 2 ตัว (แต่ก็ตามราคาล่ะครับ) แม่ผมกินไป ชมไป เลยล่ะครับ ส่วนจานสุดท้าย ของกลางกินด้วยกันเป็น ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากระพงพริกไทยดำ (Wok-fried noodles with seabass fillet in black pepper sauce - 195 บาท) จานนี้ค่อนข้างธรรมดา ๆ ครับ เป็นราดหน้าที่รสชาติ traditional มาก ร้านอาหารจีนหลาย ๆ ร้านทำได้ดีกว่า รสชาติของร้าน Patio นี่มันจะออกแนวฝรั่ง ๆ ไปหน่อยครับ ซึ่งมันไม่ค่อยเข้ากับราดหน้า
สรุป มื้อชิล ๆ กับอาหารฝรั่ง ๆ ณ ร้าน Patio สุขุมวิท 26 ก็ค่อนข้างประทับใจดีนะครับ อาหารอร่อย ให้ปริมาณเยอะดี แต่ราคาแพงไปนิด และพนักงานร้านก็ดูงง ๆ กับอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะแบบ อาหารอย่างนั้นหมด อาหารอย่างนี้หมด แล้วอยู่ดี ๆ ก็ไม่หมดแล้ว ลำดับอาหารก็ไม่ได้ทำเรียงมาแบบที่ควรจะเป็น แต่โดยรวม ๆ ร้านนี้ก็เป็นร้านอาหารฝรั่ง โดยฝีมือคนไทยที่สามารถสู้กับร้านฝรั่งโดยฝรั่งร้านอื่น ๆ ได้ค่อนข้างสบายล่ะครับ ใครที่รู้สึกว่ามื้อเย็นแพงไป (ผมคนนึงล่) ร้าน Patio นี้เค้าก็มี set lunch ราคาประหยัด(กว่า) ไว้คอยบริการเช่นกันครับ ซึ่งผมก็คิดว่าจะไปลองอยู่ หลังจากกินร้านนี้ เริ่มรู้สึกว่าจริง ๆ แล้ว คุณ ภัทรา ศิลาอ่อน นี่เค้าทำอาหารเก่งขนาดไหนกันนะ (ไม่รู้ร้านนี้นี่สูตรเค้ารึเปล่า) ร้าน Flagship 2 ร้านของเค้านี่อร่อยเทพจริง ๆ เสียดายที่ S&P มันเป็นอะไรที่ Mass เกินไป Mass จนยากที่จะทำให้รสชาติมันอร่อยเว่อร์ได้ แต่แค่ 2 ร้านนี้ ก็เพียงพอสำหรับผมแล้วล่ะมั้งครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Overall Score 8/10
Taste 4/5
Ambiance 4/5
Service 3.5/5
Value 3.5/5
Patio - European and Thai Restaurant on BuMRes.com
อาทิตย์ที่แล้วผมเพิ่งไปกินร้าน Flagship ด้านอาหารไทยของเครือ S&P มากับร้าน Patara @ Thonglor Soi 19 มื้อนั้น ประทับใจและติดตราตรึงใจในความอร่อยแบบไทย ๆ มาก วันนี้เลยชวนที่บ้านผมไปกินร้าน Patio @ สุขุมวิท 26 กันต่อ ร้านนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นระดับ Premium ของเครือ S&P เค้าละกันครับ ก่อนหน้านี้ร้านนี้มีสาขาอยู่หลาย ๆ ที่ตามห้างระดับบนหน่อย (เช่น Isetan, เซ็นทรัลชิดลม) แต่วันที่ไป ผมถามพนักงาน ได้ความว่าตอนนี้ปิด หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นร้าน S&P ธรรมดา ๆ หมดแล้ว และเหลือร้าน Patio อยู่ที่เดียวที่ซอยสุขุมวิท 26 แห่งนี้ ก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะ อยากเพิ่มความ Premium ของร้านนี้ ให้เหมือนกับร้าน Patara ที่มีสาขาเดียว อะไรประมาณนั้น (รู้สึกมั้ยครับว่าร้านไหนที่มีสาขาเดียว มันจะให้คุณค่าทางจิตใจในการไปกินมากกว่า?) ร้าน Patio นี่จะอยู่ในเวิ้งเล็ก ๆ ของ S&P ที่จะมีร้านอาหารอื่น ๆ อยู่ในเวิ้งนี้บ้างเช่นร้าน Torajiro @ สุขุมวิท 26 กับร้าน Matchow เป็นต้น เวิ้งนี้ก็อยู่ตรงข้าม K-Village เลยครับมีที่จอดรถสะดวกสบาย หาไม่ยาก
ร้าน Patio นี่ถ้าเอาจริง ๆ จะเรียกเค้าว่าเป็นร้านอาหารยุโรป อาหารตะวันตกก็ได้ครับ เพราะเมนูแทบจะทุกหมวดหมู่ Soup, Pasta, Salad, Main Course นั้นเป็นอาหารฝรั่งจ๋าเหลือเกิน แต่ที่ผมพ่วงอาหารไทยไปด้วยเนื่องจากร้านนี้ เมนูอาหารจานเดียวของเค้าจะเป็นอาหารแบบไทย ๆ น่ะครับ ราคาอาหาของร้านนี้ก็อยู่ในระดับร้านอาหารยุโรปทั่ว ๆ ไป พวกไม่ใช่ Main Course จะ 200 บวกลบ ส่วน Main Course ก็จะ 400 บวกลบ ประมาณนั้น (รายละเอียดอาหารดูที่ tab menu เลยครับ)
มื้อนี้เริ่มต้นด้วย เคซาเดียผักโขม และผัดเห็ดรวม เสิร์ฟพร้อมซัลซ่ามะเขือเทศ (Spinach and assorted mushroom quesadilla with a touch of truffle oil - 195 บาท) ตอนเห็นหน้าตาอาหารจานนี้ทีแรก นึกรสชาติเอาไว้ว่ามันต้องไม่อร่อยแน่ ๆ เพราะแบบมันเป็นแป้ง ๆ แห้ง ๆ ดูไม่น่ากินเลย แต่เหลือเชื่อครับ พอกินแล้ว เออ อร่อยดี ขนาดแม่ผมที่ไม่ชอบอาหารฝรั่งก็ยังบอกว่า "อร่อย ผิดคาด" อืม ใช่เลยครับ คำนั้นเลย อาหารจานที่ 2 เป็น สลัดนิซัวส์ (Nicoise salad with lemon olive oil dressing 195 บาท) สลัดที่ผมอ่านชื่อผิดมาตั้งนาน จานนี้เป็นสลัดที่รสชาติค่อนข้างมาตรฐาน กินแล้วรู้สึกยังไม่ค่อยใช่ Nicoise แท้ ๆ สักเท่าไร (ไม่เหมือนร้านอื่น ๆ ที่ผมกินมา) จานนี้ไม่มีอะไรมากครับ กินเพลิน ๆ รองท้องรอจานหลัก
Main Course ของผมนั้นเป็น สตูว์ลิ้นวัว เสิร์ฟกับข้าว (Ox-Tongue stew with rice 355 บาท) ก็เป็นสตูลิ้นวัวที่แพงชะมัด เพราะให้ลิ้นวัวก้อน หนานุ่ม อร่อยล้ำ มาแค่ 2 ชิ้นใหญ่ ๆ เท่านั้น (จริง ๆ ราคานี้น่าจะได้สัก 4 ชิ้น) ซึ่งถ้าตัดเรื่องความไม่คุ้มค่าออกไป จานนี้เป็นอะไรที่อร่อยดีแท้ครับ เป็นสตูว์ลิ้นวัวที่ไม่รู้จะติอะไรจริง ๆ ไม่รู้ว่าทางร้าน Patio @ สุขุมวิท 26 ทำยังไงถึงทำให้ลิ้นวัวที่หนาขนาดนี้ มันนุ่มละลายในปากได้แบบนี้ (เคยกินลิ้นหนา ๆ และนุ่ม ๆ แบบนี้มาครั้งเดียวที่ร้าน เรือนรส @ หมู่บ้านสัมมากร ครับ) Main Course ของพ่อผมเป็น พอร์คชอพย่าง ราดซอส Charcutiere (Grilled pork chop & charcutiere sauce 355 บาท) ซึ่งทำมาค่อนข้างแปลกคือ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาให้ แต่แบบนี้มันก็ดูน่ากินไปอีกแบบครับ ส่วนรสชาติ ก็เป็น Porkchop ที่ไม่รู้จะติอะไร ถ้าจะให้ติก็คงอยากได้ซอสเกรวี่ราดมามากกว่านี้ แค่นั้นล่ะมั้งครับ
Main Course ของแม่ผมเป็น เส้นจันทน์ผัดไทยกุ้งย่าง (Phad Thai with grilled tiger prawns 195 บาท) อาหารแบบไทย ๆ ในร้านอาหารฝรั่ง ตอนแรกก็คาดเดาเอาว่ารสชาติคงบ้าน ๆ แต่ที่ไหนได้ เป็นผัดไทยที่อร่อยเยี่ยมเลยทีเดียว รสชาติดียังไม่พอ ยังให้กุ้งลายเสือตัวใหญ่มาถึง 2 ตัว (แต่ก็ตามราคาล่ะครับ) แม่ผมกินไป ชมไป เลยล่ะครับ ส่วนจานสุดท้าย ของกลางกินด้วยกันเป็น ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากระพงพริกไทยดำ (Wok-fried noodles with seabass fillet in black pepper sauce - 195 บาท) จานนี้ค่อนข้างธรรมดา ๆ ครับ เป็นราดหน้าที่รสชาติ traditional มาก ร้านอาหารจีนหลาย ๆ ร้านทำได้ดีกว่า รสชาติของร้าน Patio นี่มันจะออกแนวฝรั่ง ๆ ไปหน่อยครับ ซึ่งมันไม่ค่อยเข้ากับราดหน้า
สรุป มื้อชิล ๆ กับอาหารฝรั่ง ๆ ณ ร้าน Patio สุขุมวิท 26 ก็ค่อนข้างประทับใจดีนะครับ อาหารอร่อย ให้ปริมาณเยอะดี แต่ราคาแพงไปนิด และพนักงานร้านก็ดูงง ๆ กับอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะแบบ อาหารอย่างนั้นหมด อาหารอย่างนี้หมด แล้วอยู่ดี ๆ ก็ไม่หมดแล้ว ลำดับอาหารก็ไม่ได้ทำเรียงมาแบบที่ควรจะเป็น แต่โดยรวม ๆ ร้านนี้ก็เป็นร้านอาหารฝรั่ง โดยฝีมือคนไทยที่สามารถสู้กับร้านฝรั่งโดยฝรั่งร้านอื่น ๆ ได้ค่อนข้างสบายล่ะครับ ใครที่รู้สึกว่ามื้อเย็นแพงไป (ผมคนนึงล่) ร้าน Patio นี้เค้าก็มี set lunch ราคาประหยัด(กว่า) ไว้คอยบริการเช่นกันครับ ซึ่งผมก็คิดว่าจะไปลองอยู่ หลังจากกินร้านนี้ เริ่มรู้สึกว่าจริง ๆ แล้ว คุณ ภัทรา ศิลาอ่อน นี่เค้าทำอาหารเก่งขนาดไหนกันนะ (ไม่รู้ร้านนี้นี่สูตรเค้ารึเปล่า) ร้าน Flagship 2 ร้านของเค้านี่อร่อยเทพจริง ๆ เสียดายที่ S&P มันเป็นอะไรที่ Mass เกินไป Mass จนยากที่จะทำให้รสชาติมันอร่อยเว่อร์ได้ แต่แค่ 2 ร้านนี้ ก็เพียงพอสำหรับผมแล้วล่ะมั้งครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร
Subscribe to:
Comments (Atom)
































































