BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Friday, March 29, 2013

Liu Xiang Fong - The Promenade Review

Liu Xiang Fong - Chinese Restaurant at The Promenade Community Mall, Bangkok

หลิว เซียง ฟง - ร้านอาหารจีน โต๊ะจีน เดอะ พรอมมาหนาด รามอินทรา




Overall Score  9.5/10
Taste   5/5
Ambiance  4/5
Service  4/5
Value   4/5

Liu Xiang Fong - Chinese Restaurant on BumRes.com (For more pictures and menu)



ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักจะไม่ค่อยกินอาหารจีนตามร้านอาหารจีนในห้างสักเท่าไร เพราะแบบกินมากี่ที ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านเปิดใหม่เอง หรือร้านสาขาของแบรนด์ดัง กินมาเท่าไร ๆ ก็ไม่เห็นจะเคยเจอร้านที่มันอร่อยเลยสักครั้งเดียว กับร้าน หลิว เซียง ฟง หรือ Liu Xiang Fong ในรีวิวฉบับนี้ ที่ตั้งตัวเองอยู่ที่ห้าง The Promenade - รามอินทรา ตอนก่อนจะไปผมก็มีความคิดอย่างที่ว่านี่แหละ แต่พอได้กิน อาหารแต่ละอย่าง ติ่มซำแต่ละเข่งของที่นี่แล้ว อืม เหมือนความคิดนี้มันจะถูกทำลายลงไปพอสมควรเหมือนกันนะเนี่ย

ร้าน Liu Xiang Fong แห่งนี้ก็เป็นร้านอาหารจีนในเครือฮองมิน (ร้านอาหารจีนในเครือของรุ่นลูกของร้าน ฮั่ว เซ่ง ฮง) ที่มีสาขาอยู่มากมายหลายสาขาตามห้างต่าง ๆ แต่เหมือนกับร้านนี้จะ positioning ตัวเองไปอีกแบบ เหมือนจะตั้งใจทำให้ร้านนี้เป็น flagship ของเครือ หรืออาจจะแตกแบรนด์อะไรมาเพิ่ม (แต่รู้สึกว่าตอนนี้ก็จะมีแค่ร้านที่ The Promeande นี่ที่เดียวอยู่) เพราะแม้ว่าอะไรหลาย ๆ อย่างของร้านนี้มันก็คือประมาณร้านฮองมิน ที่เราพบเจอได้ทั่วไปนั่นแหละ คือมีขายติ่มซำ, มีอาหารจีนสไตล์ cantonese , แต้จิ๋วทั่ว ๆ ไป แต่เหมือนกับรายละเอียดปลีกย่อยของตัวอาหารของร้านนี้จะแตกต่างจากร้านฮองมินแบบค่อนข้างชัดเจนเหมือนกัน คือ ทำให้มีความเป็น premium มากกว่า, มีเมนูพิเศษประจำเทศกาลออกมาเรื่อย ๆ , มีการใช้วัตถุดิบที่เทพ ๆ หน่อย เช่นใช้สมุนไพรจีนแพง ๆ , ใช้ปลาเก๋าทะเลน้ำลึก, มีกุ้งมังกร หรืออะไรก็ว่าไป คืออาหารจะออกแนวเหมือนพวกห้องอาหารจีนหรู ๆ ตามโรงแรม 5 ดาวมากกว่าร้านฮองมิน ประมาณนั้น





แต่ถึงแม้ว่าร้าน Liu Xiang Fong แห่งนี้จะดู premium กว่าร้านในเครือฮองมิน แต่ไม่รู้ว่าเพราะว่าตัวร้านตั้งอยู่ในห้างรึเปล่า หรือว่าทางเจ้าของร้านจงใจทำราคาอาหารออกมาแบบ ก็เลยทำให้ราคาอาหารของร้านนี้เลยไม่ค่อยแรงนัก หรือถ้าพูดกันจริง ๆ ก็คือถูกกว่าร้านอาหารจีนเหลา ๆ หรือห้องอาหารจีนในโรงแรมอยู่พอสมควรก็คงจะไม่ผิดนัก ตัวติ่มซำของทางร้านนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราคาประมาณเกือบ ๆ 100 บาท แต่ก็จะได้มาซึ่งติ่มซำแบบ premium ลูกใหญ่, เนื้อเยอะ, เนื้อแน่น ประหนึ่งกินติ่มซำแพง ๆ เข่งละ 100 กว่าบาท , ตัวอาหารจานเด่น ๆ ของทางร้าน ที่ใช้วัตถุดิบแพง ๆ แต่ราคาก็ไม่ได้แพงเป็นเงาตามตัวไปแต่อย่างใด ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วล่ะครับเข้ารีวิวอาหารที่ได้ลองในมื้อนี้กันเลยละกัน

หมวดติ่มซำ มีทั้งหมด 6 เข่ง 6 อย่าง


  • ขนมจีบกุ้งหน้าไข่กุ้ง (Steamed shrimp dumpling - 75 บาท) อันนี้อร่อยใช้ได้ รสชาติประมาณร้าน top ๆ ในเมืองไทย ขนมจีบลูกใหญ่ เนื้อกุ้งอัดแน่น และก็ให้ไข่กุ้งมาค่อนข้างเยอะด้วย โอวอาว อร่อยประทับใจ
  • ฮะเก๋ากุ้ง (Steamed shrimp dumpling - 75 บาท) - ฮะเก๋าแต่ละลูกนี่ยัดกุ้งมาเต็ม ๆ ชิ้น และแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ใหญ่เต็มปากเต็มคำมาก แป้งที่นึ่งมาก็เป็นแบบแป้งบาง ๆ เน้นให้กัดไปแล้วได้สัมผัสของเนื้อกุ้งเลย อันนี้ทำมาได้ดีมาก ๆ ครับ ประดุจพวกฮะเก๋าเทพ ๆ ตามโรงแรม 5 ดาวประมาณนั้นเลย
  • ลูกชิ้นกุ้งกับซอสไข่กุ้ง (75 บาท) - อันนี้เยี่ยมอีกแล้วครับ ลูกชิ้นกุ้งชิ้นใหญ่มาก และทุกอณูแทบจะมีแต่เนื้อกุ้ง ไม่มีแป้งเลย (ร้านนี้เหมือนไม่ขี้เหนียวเนื้อกุ้งเลยนะเนี่ย) ตัวซอสก็แบบมาแบบไข่กุ้ง มันกุ้งจริง ๆ อร่อย ๆ
  • ซาลาเปาไส้หวานรวม (พุทราจีน, เผือก, แปะก๊วย - 50 บาท) - อันนี้ไม่ค่อยอร่อยเท่าไร ซาลาเปามันจะมาอารมณ์ซาลาเปาของหวานมากกว่า เหมาะจะกินตบท้าย ไม่ใช่กินประเดิมเรียกน้ำย่อยแบบนี้ และก็ไส้ซาลาเปามันร่วน ๆ ไม่ค่อยอร่อย แป้งก็ไม่ได้นุ่ม ไม่ค่อยโดนครับ ซาลาเปาที่กินมาช่วงหลัง ๆ อร่อยกว่าร้านนี้แทบจะทั้งหมดเลย
  • ลูกชิ้นกุ้งบร็อคโคลี่ (Steamed shrimp ball with broccoli in sticky brown sauce - 75 บาท) - อันนี้รสชาติโอเค มาแบบเบา ๆ ไม่ค่อยมีรสชาติเท่าไร เหมือนจะเน้นให้กินตัวเนื้อกุ้ง กับเนื้อหอย เป็นหลัก ก็โอเคอีกเช่นกัน เข่งนี้
  • เนื้อปลาเก๋านึ่งกับซอสพริกไทยดำ (75 บาท) - เนื้อปลาอวบอิ่ม มาแบบชิ้นใหญ่ กัดไปแต่ละคำแล้วประทับใจเพราะว่ามันเด้งอร่อยมาก ตัวซอสตัวพริกไทยก็ใส่มากลมกล่อม อร่อยครับ








หมวดอาหาร a la carte


  • ซุปสี่เซียน - 600 บาท : ซุปจากนี้เป็นซุปถ้วยเล็ก ๆ ที่ราคาแพงเกินปริมาณที่ได้รับมากมายนัก อันนี้คือความคิดหลังจากที่ได้เห็นราคาในเมนูและเห็นหน้าตาของซุปที่ได้ในตอนแรก แต่พอได้กินเข้าไปคำแรก โอวแม่เจ้า 600 บาทเรียกได้ว่าไม่แพงเลย เพราะว่ามันอร่อยมากกก น้ำซุปมาแบบรสชาติเข้มข้น ไม่ได้จืด ๆ แบบพวกซุปโสม, ซุปสุขภาพอะไรเทือกนั้นแบบตอนแรกที่ผมคิด รสชาติเด็ดดวงมาก ส่วนคำว่า 4 เซียนนี่เห็นทางร้านบอกว่าใส่สมุนไพรมา 4 อย่าง และเป็นสมุนไพรดี ๆ แพง ๆ หมด โอว ถ้วยนี้ แนะนำจริง ๆ ครับ ผมเองถ้าไปร้านนี้คราวหน้าก็จะสั่งอีก









  • เป็ดปักกิ่ง - 900 บาท : เป็ดปักกิ่งของร้าน Liu Xiang Fong นี่ออกแนวธรรมดา ๆ ไปหน่อยครับ หนังเป็ดไม่ได้กรอบ แบบร้านเทพ ๆ ร้านอื่นที่ผมเคยกินมา แต่ก็จัดได้ว่าทำมาได้ดีในระดับนึงล่ะ ส่วนตัวแป้งก็แบบมาแผ่นเล็ก ๆ ไปหน่อย และก็มาแบบบาง ๆ มาห่อกินกับหนังเป็ดแล้วก็รู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยโดนเท่าไร อืม รวม ๆ แล้วเป็ดปักกิ่งของร้านนี้ดูจะธรรมดา เป็นระดับประมาณขายตามร้านเหลาได้อย่างไม่อาย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็น top Peking duck in Bangkok อะไรประมาณนั้น | ตัวเนื้อเป็ดนั้นทางร้านเอาไปทำเป็นเมี่ยงมาให้ ซึ่งเจ้าเมี่ยงนี่แบบเป็นอะไรที่ OMG อร่อยสุดในเมี่ยงเป็ดที่ผมเคยกินมาเลย คือทุก ๆ ทีสั่งไปทำเมี่ยงทีไร ก็ไม่เคยจะเจอร้านไหนที่ทำอร่อยเลย ออกแนวสั่งให้ไปทำเพราะมันต้องทำประมาณนั้นมากกว่า ไม่คาดหวังในรสชาติ แต่เมี่ยงเป็ดของร้าน หลิว เซียง ฟง นี่แบบ โอว เนื้อฉ่ำ อร่อย รสชาติกลมกล่อม อร่อยที่สุดที่เคยกินมาจริง ๆ
  • ปลาเก๋าทะเลยักษ์น้ำลึกราดซอสสามรส - 400 บาท : บอกตรง ๆ ว่าตอนก่อนจะกินเจ้าปลาเก๋ายักษ์น้ำลึกอะไรนี่ ผมก็ไม่ได้คิดหรอกว่ามันจะอร่อยไปกว่าปลาเก๋าธรรมดาได้อย่างไร และยิ่งทางร้านมีเอาไปทอดกรอบมาด้วย เหมือนต้องการจะปกปิดความสดของเนื้อปลา หรือไม่ได้ต้องการนำเสนอความสดของเนื้อปลาจริง ๆ อืม แต่พอกินเจ้าเนื้อปลาชิ้นกำลังดีชิ้นนี้เข้าไปแล้วมันก็แบบ โอว ขอถอนคำพูดทุกอย่างที่เขียนไปหมดเลยได้มั้ย? มันอร่อยมากครับ ไม่รู้จะเขียนยังไงดี เอาเป็นว่ามันอร่อยกว่าเนื้อปลาเก๋าปกติ และทางร้านก็ทอดมากรอบนอกนุ่มในกำลังดี ตัวซอสที่ราดมาก็เผ็ดจัดจ้าน ๆ ดี และยิ่งคิดถึงราคา 400 บาทที่ได้ fillet ปลาแพง ๆ มาขิ้นขนาดนี้อีก สุดยอดไปเลยครับจานนี้




  • ปลาเก๋าทะเลยักษ์ผัดซอสเปรี้ยวหวาน - 400 บาท : จานนี้เป็นอีกจานที่หน้าตาดูบ้าน ๆ เห็นแล้วก็คงไม่ค่อยมีใครคาดหวังในรสชาติเท่าไร (อีกแล้ว) แต่พอกินจานนี้เข้าไปมันก็แบบ โอว .. อร่อย (อีกแล้ว) ทางร้านผัดมาได้เนียนมากครับ เปรี้ยวและหวานแบบรสชาติมาเด่นทั้งคู่จริง ๆ และตัวพริกหยวกที่ใส่มาก็แบบเหมือนต้มมาก่อนแล้ว ไม่ได้หั่น ๆ แล้วโยนลงกระทัดผัดมาพร้อมกัน เพราะว่ามันนุ่ม หวาน อร่อยมาก จานนี้เป็นอีกจานที่แบบ ชอบจริง ๆ ครับ คนละเรื่องกับที่เคยกินผัดแนว ๆ นี้มาเลย
ร้าน Liu Xiang Fong ในมื้อนี้ ก็ตามที่เขียน ๆ ไปด้านบนครับว่า ก่อนมากินกับหลังกินนี่เหมือนกับเป็นหนังคนละม้วน กินเสร็จแล้วฟินมาก ๆ ครับ อาหารอร่อย เนื้อ หนังมังสา มาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่มีกั๊ก อาหารก็เป็นอาหารที่เกือบ ๆ จะเป็นอาหารที่พบเจอได้ที่ร้านเท่านั้น ไม่ได้เป็นอาหารบ้าน ๆ ตลาด ๆ ที่หากินได้ทั่วไป และก็ไม่ได้ทำมาแบบ lame ๆ พิกลพิการ แต่มาแบบผ่านการทดลองมาแล้วว่าอร่อยจริงจึงจะออกเมนูพวกนี้ออกมา อืม ร้านนี้อยากให้ลองจริง ๆ ครับ คนที่อยู่ไกล ๆ จากรามอินทราอาจจะมาลำบากหน่อย แต่ใครที่มาห้าง The Promenade แห่งนี้กันบ่อย ๆ อยู่แล้ว ไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยล่ะครับ




--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Yamazato - Okura Bangkok Review

Yamazato - Premium Japanese Restaurant and Kaiseki Course at Okura Prestige Hotel, Bangkok

ยามาซาโตะ - ร้านอาหารญี่ปุ่น อาหารชุดไคเซกิ โรงแรม โอคุระ เพรสทีจ BTS เพลินจิต





Overall Score  8/10
Taste   4/5
Ambiance  5/5
Service  5/5
Value   3/5

Yamazato  - Japanese Restaurant on BumRes.com (For more pictures and menu)



ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรา แม้ว่าจะมีกันเยอะแยะ มากมายซะจน เหมือนตอนนี้ไปที่ไหน ๆ ก็เจอแต่ร้านอาหารญี่ปุ่น ๆ กันหมดแล้ว แต่ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีอาหาร Kaiseki หรืออาหารชุดจักรพรรดิ์, อาหารชุดสุดหรูหราสไตล์อาหารญี่ปุ่น นั้นกลับไม่ได้มีเยอะเหมือนกับร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผุดกันขึ้นมาเป็นดอกเห็ดสักเท่าไร  และยิ่งถ้าร้านนั้น ๆ จะมี sushi bar แบบจริงจัง, มี Teppanyaki แบบเป็นสัดเป็นส่วน และก็มีห้องส่วนตัวสุดหรูหลายห้อง หรือโต๊ะธรรมดาบรรยากาศดี ๆ วิวสวย ๆ ทั้งหมดนี้ในร้าน ๆ เดียวด้วยล่ะ ทุกท่านพอจะนึกออกมั้ยว่ามีร้านไหนที่มีอะไรครบครันทั้งหมดแบบนี้? ใช่ครับ ผมนึกไม่ออกเลย นอกจากร้าน Yamazato ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูประจำโรงแรม Okura Prestige Bangkok แห่งนี้เท่านั้น

ห้องอาหารญี่ปุ่น Yamazato นั้นเป็นชื่อของห้องอาหารญี่ปุ่นชื่อเดียว ที่จะมีประจำอยู่ที่โรงแรม Okura ทุก ๆ แห่งที่ถ้ามีห้องอาหารญี่ปุ่นก็จะตั้งชื่อนี้ (แปล่า ภูเขาและทิวต้นไม้ ประมาณนี้) ตัวร้านนั้นตั้งอยู่ที่ชั้น 24 ของโรงแรม (จริง ๆ ก็คือชั้น Lobby ของโรงแรม เพราะว่าโรงแรมนี้เริ่มชั้นแรกที่ชั้นนี้) ทำให้มีวิวสวย ๆ ของกรุงเทพให้เราเห็นได้แบบเกือบ ๆ จะ  Panorama เหมือนกัน และวิวที่ว่านี้ก็สามารถมานั่งกิน นั่งดูได้แทบจะทุกเวลา เพราะว่าที่ห้องอาหารนี้ ตอนเช้าก็จะเสิร์ฟอาหารเช้า ตอนเที่ยงก็จะมี set lunch พร้อมอาหารมื้อเที่ยง ส่วนตอนเย็นก็มีอาหารญี่ปุ่นแบบจัดเต็มจัดหนักทุกรูปแบบ คือมากินได้ทุกมื้อเลย ประมาณนั้น (จริง ๆ มื้อเช้าเป็นมื้อที่ทางโรงแรมจัดไว้เสิร์ฟแขกที่มาพัก แต่ก็รู้สึกว่าจะมีบริการคนทั่วไปด้วย)







บรรยากาศของที่ร้าน Yamazato นี้ไม่ต้องห่วงครับ เพราะทางร้านพิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียดทุกเม็ดเป็นอย่างมาก ไล่เรียงกันไปตั้งแต่จานชามช้อนส้อม หรือภาชนะใส่อาหารต่าง ๆ ที่ทางเชฟใหญ่ชาวญี่ปุ่นเป็นคนคัดเลือกมาเองกับมือ (อาหารสไตล์ Kaiseki เป็นอาหารที่ให้ความสำคัญด้านภาชนะที่ใส่เป็นอย่างมาก เลยเป็นสาเหตุนึงที่ต้องพิถีพิถันหน่อย) , ตัวโต๊ะ เก้าอี้ หรือ สิ่งตกแต่งต่าง ๆ ก็เลือกมาอย่างมีเหตุผล มี concept รวมถึงพนักงานของทางร้านก็จะเป็นพนักงานผู้หญิงนุ่งชุดกิโมโนแบบเต็มยศ ประหนึ่งว่าเราหลุดเข้าไปอยู่ในร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่นจริง ๆ ยังไงยังงั้นเลย (การบริการคงไม่ต้องพูดถึงครับ บริการได้ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง ตามความหรูหราของห้องอาหาร และโรงแรมอยู่แล้ว)

อาหารของทางห้องอาหารนี้ก็จะมีให้เลือกครบครันตามที่พิมพ์ไป คือมีครบหมด ครบทุกหมวดหมู่ของอาหารญี่ปุ่นจริง ๆ โดยถ้าเราอยากกิน Sushi ก็สามารถนั่งที่ sushi bar ก็ได้หรือสั่งมากินที่โต๊ะก็ได้, อยากกิน teppanyaki ก็ไปนั่งที่หน้ากระทะร้อนเลยก็ได้ หรือว่าจะสั่งมากินที่โต๊ะธรรมดาก็ได้อีกเช่นกัน และถ้าไปรับประทานมื้อเที่ยง ทางห้องอาหาร Yamazato ก็จะมี set lunch ที่จะออกแนวเป็นกึ่ง ๆ business set lunch ไว้คอยบริการด้วยเช่นกัน (ทางร้านบอกว่าตอนกลางวันขายดีมาก เต็มแทบทุกวัน ก็น่าจะมาจากทำเลของร้านที่อยู่ในย่านธุรกิจขนาดนี้ เหมาะแก่การนัดลูกค้ามานั่งคุย หรือจะพักเที่ยง (โดดงาน) มากิน ก็ยังได้ ประมาณนั้น) ส่วนมื้อเย็นก็สามารถจัดหนักกันได้เต็มที่จะจัด Kaiseki หรือว่าอาหารญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไปทางร้านก็มีให้ครบหมด อืม เยี่ยมไปเลยครับ

อาหารในมื้อนี้ก็จะมีตัว Set Lunch ทั้งหมด 3 set และก็ Kaiseki Course อีก 2 course นะครับ ก็มาไล่เรียงกันไปที่ตัว set lunch กันก่อนเลยละกัน

- Nigiri Sushi Gozen (Nigiri sushi and sushi rolls, today's special dish, miso soup and fruits - 880 บาท) : set นี้ก็จะเป็น set sushi ที่จะเป็นแนว Sushi บ้าน ๆ คือบ้าน ๆ ในแง่ของหน้าเนื้อปลาที่นำมาทำเป็น Sushi ให้ คือจะไม่มีปลาแปลก ๆ , แพง ๆ , แนว ๆ , หากินยาก ๆ อยู่ใน set เลย แต่ว่าเรื่องความสดของปลา, การปั้น Sushi ถือว่าทำมาได้ดี ไม่ผิดหวัง ส่วนอาหารอื่น ๆ ใน set ก็จะมีตัวไข่ตุ๋น อาหาร default ในเซ็ทอาหารของชาวญี่ปุ่น ที่แบบทางร้าน Yamazato ทำมาได้ดีมาก หน้าตาดูดี รสชาติเยี่ยม ให้เครื่องเยอะ เป็นไข่ตุ๋นระดับแนวหน้าของประเทศเราตอนนี้เลยก็ว่าได้ (ฟังดูเว่อร์ไปมั้ย?) ส่วนอาหารอีกอย่างในเซ็ทก็จะเป็นประมาณเห็ดชิตาเกะคลุก ๆ น้ำมันมาประมาณนี้ ซึ่งอันนี้ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีไรมากครับ








- Beef Shougayaki Gozen (Stir-fried beef in ginger sauce, stir-fried vegetables, chilled tofu, steamed rice, miso soup, pickles and fruits - 830 บาท) : ก็ขอเขียนถึงอาหารจานหลักใน set ก่อนเลย ซึ่งก็คือตัวเนื้อ (น่าจะส่วนสันนอก sirloin)  ผัดมากับซอสขิง และผัดผัก ตัวเนื้อ อร่อยดีมากครับ ไม่นุ่มมาก แต่ก็จัดได้ว่านุ่ม เมื่อเทียบกับอาหารเนื้อ ๆ สไตล์นี้ที่เคยกินมาตามร้านอาหารญี่ปุ่น ตัวซอสออกแนวมาแบบเบา ๆ ไม่ค่อยมีรสชาติ เหมือนอยากให้กินแต่รสเนื้ออย่างเดียว ส่วนผัดผักก็ธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นมากครับ อืม , อย่างที่ 2 ในเซ็ทจะเป็น ตัวเต้าหู้เย็น อันนี้อร่อยมากครับ ส่วนใหญ่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถ้าได้กินเต้าหู้จากร้านที่แพง ๆ หรู ๆ มันมักจะทำมาได้ดีกว่าร้านระดับล่าง ๆ ลงไปเสมอ ซึ่งของร้าน Yamazato แห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน เต้าหู้เนื้อเนียน เย็น อร่อย และซอสที่ราด ๆ มาเล็กน้อยก็ช่วยเสริมรสได้ดี ส่วนอีกอันที่แบบเด่นมาก ๆ คือตัวข้าวสวยใน set ครับ ข้าวสวยญี่ปุ่นของร้านนี้มันแบบ .. อร่อยมาก อร่อยระดับเดียวกับที่ผมเคยกินที่ Hokkaido เลย อร่อยจนแบบกินเปล่า ๆ ได้เรื่อย ๆ ประมาณนั้นเลย อืม

- Shokado Bento Box (Japanese steamed egg custard, sashimi, grilled dish, simmered dish, tempura, steamed rice, miso soup and dessert - 1500 บาท) : อันนี้จะเป็นตัว set lunch ที่แพงที่สุดของทางร้าน ก็จะเป็นอะไรที่อลังการกว่า set อื่นพอสมควร แต่ว่าราคาที่แพง ก็ไม่ได้ใช่สักแต่ว่าตั้งให้แพง ๆ ไปงั้น ๆ นะครับ set นี้ออกแนวอลังการพอสมควรเลยอาจจะเรียกได้ว่าเป็น kaiseki มื้อเที่ยงก็ยังได้เลย อย่างแรกใน set นี้จะเป็นตัวไข่ตุ๋นเทพที่เขียนไปแล้ว, อย่างที่ 2 จะเป็น Sashimi ปลา 3 อย่าง ซึ่ง แบบซาซิมิ อร่อยมาก ประทับใจครับ แม้ว่าจะใช้ปลาธรรมดา ๆ ไม่ใช่ปลาแพง (น่าจะเป็น Maguro, Tai, Kampachi) แต่ก็แบบ อร่อยมาก ๆ ปลาสด เย็น เนื้อนุ่ม โอวอากันเลยทีเดียว , ส่วนในตัวกล่อง bento นั้นก็จะมีอาหารอีก 4 อย่าง มีเนื้อย่าง, เต้าหู้ผัดกับผัก, ปลาย่าง แล้วก็ยำผัก ทั้ง 4 อันนี้ บอกตรง ๆ ว่าค่อนข้างธรรมดาหมดเลยในแง่รสชาติ คือแบบแต่ละอันกินแล้วเหมือนไม่มีความประทับใจอะไรลอยขึ้นมาสักเท่าไร ออกแนวกินเอาความหลากหลายของอาหารซะมากกว่า แต่ว่าที่เด็ดของ set นี้จะมีอีกอย่างครับ มันคือ ตัวข้าวหน้าปลาแซลมอนสับกับไข่ปลาแซลมอนถ้วยเล็ก ๆ ที่แถมมาให้ด้วย คือ อย่างที่บอกไป ข้าวสวยของร้านนี้อร่อยมากอยู่แล้ว ยิ่งมากินกับปลาแซลมอนที่อร่อยไม่แพ้กันเช่นกัน และยังโรยไข่แซลมอนมาเยอะ ๆ อีก โอย ฟินครับฟิน สั้น ๆ ง่าย ๆ








หมด set lunch ไปเข้าตัว Kaiseki กันบ้างครับ

- Icho Kaiseki (Starter, steamed egg with shrimp, fresh sashimi, simmered dish, tempura, steamed rice, miso soup, pickles and dessert - 3,500 บาท) : อย่างที่ทราบ ๆ กันว่าอาหาร Kaiseki นั้นจะเป็นอาหารที่เสิร์ฟเป็น course ๆ คือเสิร์ฟทีละอย่าง ๆ และส่วนใหญ่จำนวน course ของแต่ละร้านก็จะไม่ค่อยเท่ากัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีอย่างต่ำ ๆ 5 อย่างขึ้นไปประมาณนั้น (เคยเห็นบางที่มีจนถึง 10 course ก็มี) การที่อาหาร Kaiseki ต้องมีหลาย course ก็เพื่อที่คนที่กินจะได้รับอาหารที่มาครบทุกกรรมวิธีการทำ การปรุง คือของดิบ, ของต้ม, ของย่าง, ของนึ่ง, ฯลฯ คือจะพยายามจัดมาให้ครบ ๆ นั่นเอง ก็  set นี้เขียนถึงหมดก็คงไม่ไหวขอเขียนอันที่ชอบ ๆ ละกันนะครับ ก็จะมีตัว Sashimi ที่แบบทำมาได้ยอดเยี่ยมเหมือนตัว set bento, tempura ที่ทอดมาได้เนียนดี แต่ว่าแอบใช้กุ้งตัวเล็กไปหน่อย, ไข่ตุ๋นขั้นเทพ แล้วก็ผักดองผักต้มรสชาติดี, Chirashi Sushi ถ้วยเล็ก ๆ ที่แบบ โอย อร่อยมาก ๆ เจ้าข้าวหน้าแซลมอนสับใน set bento ว่าเทพแล้ว เจออันนี้เข้าไปชิดซ้ายเลยครับ อร่อยล้ำแบบ อยากจะเดินไปบอกเชฟว่าขอถ้วยใหญ่กว่านี้สัก 10 เท่าได้มั้ยยยย รวม ๆ แล้ว set นี้ก็เป็นอะไรที่กินเพลินครับ แต่ถ้าถามผม ผมว่ามันแพงไปหน่อย น่าจะมีจานที่อลังการ ๆ มาให้อีกสักจานนึงเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป










- Sushi Kaiseki (Appetizer, special arranged steamed egg dish, seasonal grilled fish, nigiri sushi, clear soup, and dessert - 4500 บาท) : set นี้ก็จะมีจำนวนอาหารน้อยกว่าตัว Icho Kaiseki เล็กน้อยครับ เพราะว่ามีตัว Sushi จานใหญ่มาให้แทน ตัวไข่ตุ๋นของ set นี้จะพิเศษกว่า set อื่นหน่อย มีการใส่ เนื้อกุ้ง กับ ไข่ปลาแซลมอน มาให้เยอะกว่าปกติ ก็แบบจากเดิมที่เทพอยู่แล้ว ไข่ตุ๋นถ้วยนี้ก็เลยยิ่งเทพเข้าไปใหญ่ , ตัว Sushi นั้นก็ให้มา ประมาณ 10 คำ มีปลาแพง ๆ ปนกับปลาถูก ๆ ตัว Sushi ปั้นมาได้อร่อย ขนาดคำกำลังดี ตามมาตรฐาน Sushi แท้ ๆ , เนื้อปลาสด เหมือนกับ set อื่น ๆ กินเพลิน ๆ แปบเดียวก็หมดแล้น นอกจากนี้ก็จะมีตัวปลาย่างมาให้ด้วย ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคือปลาอะไร แต่แบบอืม อร่อย เนื้อเนียน นุ่ม คล้าย ๆ ปลาหิมะเลย อร่อยครับ

จริง ๆ รายละเอียดอาหารในมื้อนี้ที่ Yamazato - Okura Prestige ยังมีอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นอะไรที่ปลีกย่อยเกินไปและถ้าเขียนมันก็คงจะยาวเกินไป เอาเป็นว่า ห้องอาหารแห่งนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นห้องอาหารที่แสนจะครบครัน เพียบพร้อมไปในทุก ๆ ด้านล่ะครับ ไม่ว่าจะการบริการ, บรรยากาศ, ตัวอาหาร หรือรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ แต่ก็แน่นอนครับ เพียบพร้อมขนาดนี้ ราคาก็ต้องสูงนิดนึง ไม่งั้นเค้าก็คงไม่สามารถจัดให้เราได้ขนาดนี้ ใครที่กำลังมองหาร้านไว้เลี้ยงรับรองลูกค้าคนสำคัญ หรือ อาจจะมีนัดเดทกับคนพิเศษ (โดยเฉพาะถ้าเป็นชาวญี่ปุ่น) ผมว่าที่ Yamazato นี่เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ได้ดีมากครับ ขนาดผมเป็นคนไทย ที่ไม่ค่อยรุ้วัฒนธรรม รายละเอียดโน่นนี่ของญี่ปุ่นเท่าไร ยังรู้สึกทึ่งกับที่นี่ ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นมาเอง สงสัยจะประทับใจ กันจนปิดดีลได้สบาย ๆ ก็เป็นได้นะครับ








--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...