BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย

BumRes iOS App แอพค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุดในไทย
BumRes App V2

Thursday, March 20, 2014

Ibushi Ginjiro - Asiatique Review

Ibushi Ginjiro ร้านอาหารญี่ปุ่นแนว Robotayaki โดดเด่นด้วยอาหารชื่อดังจากแต่ละภูมิภาค และบรรยากาศร้านที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนร้านญี่ปุ่นไหน ๆ ในกรุงเทพ



Overall Score  7/10
Taste   3.5/5
Ambiance  4.5/5
Service  3/5
Value   3/5

Ibushi Ginjiro - Japanese Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



Ibushi Ginjiro เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน (เปิดเมื่อช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา) ณ โกดัง 10 ของ Asiatique ร้านนี้ concept ค่อนข้างโดดเด่นในหลาย ๆ ด้านตั้งแต่บรรยากาศร้าน, อาหาร และการเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้า ร้านนี้จะมีร้านพี่ร้านน้องอยู่อีกร้านนึงในกรุงเทพฯ ที่เปิดตัวกันมาก่อนหน้านี้สักพักนึงแล้วและก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จพอตัวกับร้าน Mekiki No Ginji ที่ตั้งอยู่ในห้าง K-Village นั่นเอง

ร้าน Ibushi Ginjiro แห่งนี้โดดเด่นด้วยบรรยากาศของการนำถังใส่ปลามาตกแต่งร้านได้อย่างเก๋ไก๋ (สัญลักษณ์ของร้านในเครือนี้เลย) ที่นั่งของร้านนี้มีแบ่งเอาไว้เป็นหลายโซนเริ่มกันตั้งแต่ด้านนอกที่จะเป็นที่นั่งสไตล์แบบนั่งพื้นของญี่ปุ่นและมี sushi bar ขนาดเล็ก ๆ ให้เลือกนั่งด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้านั่งด้านนอกนี้ก็จะได้บรรยากาศชิล ๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่นแบบบ้าน ๆ ดี พอขยับเข้าไปด้านในก็จะเอกับที่นั่งอีกหลายแบบ แบบที่แบ่งเอาไว้เป็นคอก ๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่นที่จะเคารพความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญ แบบนั่งกันตรง bar ที่จะมีวัตถุดิบต่าง ๆ มากมายเรียงรายเอาไว้อยู่ด้านหน้าเรา ซึ่งสไตล์ที่นั่งแบบนี้จะเป็นจุดเด่นของร้านสไตล์ robotayaki ที่ตอนนี้ในประเทศไทยก็มีร้านสไตล์นี้อยู่แค่ 2 ร้านเท่านั้น (รวมร้าน Ibushi Ginjiro นี้ด้วย) (เท่าที่ผมรู้จัก) ส่วนตัวถังเก็บปลาที่วางเรียงรายอยู่ด้านบนนั้นก็ไม่ได้เป็นแค่ของตกแต่งอย่างเดียวจริง ๆ แล้วจะเป็นที่นั่งแบบเป็นส่วนตัวที่ทางร้านทำเอาไว้เป็นชั้น 2 ด้วย คือโดยรวมแล้วบรรยากาศร้าน Ibushi Ginjiro แห่งนี้เค้าคิดมาได้แบบลงตัวจริง ๆ มีครบทุกเลือกแบบให้เลือกนั่ง





คำว่า robotayaki นี่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักกันคำ ๆ นี้จะเป็นการเรียกลักษณะร้านอาหารแบบนึงที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Sendai จังหวัด Miyagi ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค Tohoku ตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นนั่นเอง ร้านลักษณะนี้จะมีการนำเอาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ทางร้านหามาได้ในแต่ละวันนำมาวางเรียงรายเอาไว้ล้อมรอบตัวพ่อครัว/เชฟ ลูกค้าที่มานั่งก็จะมานั่งล้อมตัวกองวัตถุดิบนี้แล้วอยากกินอะไรก็ชี้เอาที่อันนั้นและก็วางลงใบพายที่พ่อครัวเราจะยื่นมาช้อนเอาไป (ต้องใช้ใบพายเนื่องจากว่าอยู่ไกลจากลูกค้า) และพอพ่อครัว/เชฟไปปรุงกันจนเสร็จแล้วก็จะยื่นใบพายพร้อมอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วกลับมาให้เรารับประทานกัน ลักษณะนี้จริง ๆ ก็จะคล้ายร้าน Sushi ที่เราจะไปจิ้ม ๆ เอาปลาที่อยู่ในตูให้พ่อครัวซูชิปั้นมาให้เรากันสด ๆ





อาหารของทางร้าน Ibushi Ginjiro แห่งนี้ก็จะเป็นอาหารที่นำเอาวัตถุดิบดัง ๆ , เมนูอาหารดัง ๆ ของแต่ละภูมิภาคไล่เรียงกันไปตั้งแต่ใต้สุด Okinawa ไปจนถึงเหนือสุด Hokkaido มาให้เราเลือกสั่งกัน อาหารของร้านนี้มีหลากหลายแบบมากมีทั้งแบบกับแกล้มทานเล่น, nigiri sushi, ข้าวปั้น, ปลาย่าง, อาหารย่าง, หม้อไฟ และอื่น ๆ อีกมากมายเท่าที่เราพอจะนึกออกว่าอาหารญี่ปุ่นเค้ามีทำอะไรออกมากินกัน เครื่องดื่มของร้านนี้ก็เยอะไม่แพ้กับอาหารเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าร้านนี้ถ้าเอาจริง ๆ ตามความรู้สึกผมมันก็เป็น izakaya กลาย ๆ อยู่เหมือนกัน สาเก, whiskey, เหล้าบ๊วย, cocktail, เบียร์ ร้านนี้เค้ามีทุกอย่างให้คุณเลือกสรรจริง ๆ ล่ะครับ

Umeshu Choya Extra Shiso - 250 บาท: เครื่องดื่มกระตุ้นความอยากอาหาร ด้วยเหล้าบ๊วยที่พิเศษกว่าปกติหน่อยตรงที่จะมีกลิ่นของใบชิโสะเยอะกว่าปกติ ปกติแล้วผมจะเป็นคนไม่ค่อยชอบเหล้าบ๊วยสักเท่าไร เพราะว่ามันหวานเกินไป แต่คือแก้วนี้อร่อยกว่าปกติครับ มันหวานกำลังดีและก็มีกลิ่นหอม ๆ ไม่เหมือนกับเหล้าบ๊วยปกติจริง ๆ ยกกระดกทีละนิดทีละหน่อย ฟินกันได้นาน ๆ ดีครับ






หอยนางรมราดซอสหอยเม่น (Oyster with sea urchin sauce - kaki uni sauce yaki - 299 บาท): จานนี้เป็นอาหาร signature ของร้านนี้เลยจะเป้นการนำหยนางรมไปย่างมาแกะเปลือกออกแล้วเอาวางโปะลงบนผักกวางตุ้งที่ต้มมาจนสุกแล้ว นุ่ม ๆ ดี หลังจากนั้นก็จะมีการราดซอสหอยเม่นเพิ่มความอร่อยลงไปเพิ่มเติม จานนี้รสชาติรวม ๆ แล้วจะได้ความหวานและหอมจากตัวซอสหอยเม่น, ความนุ่มและกลิ่นน้ำทะเลจากตัวหอยนางรม ส่วนผักกวางตุ้งนั้นเหมือนจะเป็นสิ่งที่เอามาให้ช่วยล้างปาก ช่วยเปลี่ยน texture เพื่อรองรับการกินหอยนางรมคำต่อ ๆ ไป คิดมาดี ทำได้ดีครับจานนี้ (ต้องกินตอนร้อน ๆ ด้วยนะครับจะอร่อยเป็นพิเศษ)

ข้าวปั้นปลาแซลมอน (rice ball topped with salmon roe - 199 บาท): เป็นการนำข้าวปั้นไปปั้นมาเป็นก้อนขนาดกำปั้นเล็ก ๆ แล้วก็เอาไปย่างมาจนผิวด้านนอกเกรียม ๆ กรอบ ๆ กำลังดี แต่ว่าด้านในนั้นจะยังมีความนุ่มของข้าวอยู่ แล้วด้านบนก็จะมีการโปะมาด้วยเนื้อปลาแซลมอนที่ทำาแบบเป็นชิ้นเล็ก ๆ ฝอย ๆ , ราดปลาโอแห้ง(คัตสึโอะ) และก็ไข่ปลาแซลมอนมา จานนี้ก็เป็นอีกจานที่มีหลายผิวสัมผัส หายรสชาติดี ทำให้กินแต่ละคำแล้วมันเพลิดเพลินเจริญใจดีมากเลย








ไก่ทอดกรอบ (Fried Chicken - Chicken Nanban - 249 บาท) : จานนี้ถ้าเอาจริง ๆ ก็เป็นเมนูฮอตฮิตของร้าน izakaya ที่ญี่ปุ่นเลย แทบทุกร้านจะต้องมี ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า chicken nanban นั้นต่างจาก chicken karaage ตรงไหน แต่ถ้าให้เดาก้คงเป็นที่ chicken nanban นั้นจะมีการราดซอสเทอริยากิมาให้เลยและก็จะชุบแป้งทอดมาน้อยกว่า ความกรอบจะน้อยกว่าคาราเกะ จานนี้ทางร้าน Ibushi Ginjiro ทำมาได้อร่อยดีทีเดียวเลย ไก่กรอบนิด ๆ ด้านนอกส่วนด้านในนี้ยังฉ่ำ ๆ ร้อน ๆ ควันฉุย ๆ อยู่ในแต่ละคำที่กินเข้าไป ตัวซอสที่ราดมาก็หวาน ๆ ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น





Miyazaki Beef - Teppanyaki (699 บาท) : ปิดท้ายด้วยเนื้อวัวชั้นดี (น่าจะ A4.5 - A5 นะครับ) จากจังหวัด Miyazaki ที่ทางร้านจะแล่มาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดีคำแล้วให้เราเอามาปิ้งกันเองกับหินภูเขาไฟร้อน ๆ ที่ยกมาเสิร์ฟพร้อมกัน ตัวเนื้อนั้นกินเปล่า ๆ ก็อร่อยฟินแล้ว นุ่มสด ๆ แทบจะละลายในปาก แต่ว่าถ้าใครอยากได้รสอะไรเพิ่มเติม ทางร้านก็มีวาซาบิ, เกลือ, มะนาว, ซอส มาให้จิ้มกินได้เพิ่มเติมให้ตรงกับลิ้นของเรา

สรุป ร้าน Ibushi Ginjiro - ร้านอาหารญี่ปุ่นน้องใหม่ใน Asiatique แห่งนี้ถือว่าทำการบ้านมาดีมากครับ บรรยากาศร้านโดดเด่นไม่เหมือนใคร, อาหารของทางร้านก็โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยการนำวัตถุดิบจากแต่ละภูมิภาคมานำเสนอให้ลูกค้า เสียดายที่มื้อนี้ผมไม่ได้ไปนั่งกินแบบ robotayaki แท้ ๆ แต่ไปนั่งที่โต๊ะแทน ไว้ถ้ามีโอกาส คราวหน้าก็ว่าจะลองกินจากใบพายสักหน่อยล่ะครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

Wednesday, March 19, 2014

Capri - Asiatique Review

ยกบรรยากาศและอาหารสไตล์อิตาลีตอนใต้ อิตาลีริมทะเลมาไว้ที่ร้านได้อย่างลงตัวกับ Capri - Asiatique



Overall Score  8.5/10
Taste   4.5/5
Ambiance  4/5
Service  3.5/5
Value   3/5

Capri - Italian Restaurant on BumRes.com (For more pictures, menu and info)



Capri เป็นชื่อเกาะเล็ก ๆ ในอ่าว Naples ด้านซ้ายของประเทศอิตาลี เกาะ ๆ นี้มีเมืองที่ใช้ชื่อเดียวกันและเป็นเมืองพักผ่อน, เมืองรีสอร์ทของประเทศอิตาลีมาเนิ่นนานมากแล้ว อาหารของเกาะนี้เนื่องจากว่าเป็นเกาะอยู่ริมทะเลก็เลยจะเน้นไปที่ seafood เป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลอย่างเดียว มีอาหารหลากอย่างมากมายที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง ส่วนอาหารที่โด่งดังจากเกาะนี้ก็คือ Insalata Caprese (Capri style salad) ที่จะเป็นมะเขือเทศเสิร์ฟคู่กับ mozzarella cheese นั่นเอง (เป็นอาหารโปรดของผมด้วยไปร้านอิตาเลียนทีไรต้องสั่งทุกที) ที่เขียนถึงเมือง Capri นี่ก็ไม่ใช่อะไรครับ พอดีว่าร้านที่จะรีวิวในครั้งนี้ใช้ชื่อร้านตามนี้และก็เรียกได้ว่าเอาเอกลักษณ์หลาย ๆ อย่างของเมืองนี้มาสร้างเป็นร้านอาหารอิตาเลียน ณ Asiatique ได้อย่างลงตัวเลย

ร้าน Capri นั้นแต่แรกเริ่มเดิมทีจะมีสาขาอยู่ที่ K-Village มาก่อน และก็เป็นร้านอิตาเลียนที่ค่อนข้างดังประจำห้างเลย ห้าง K-Village นี่เท่าที่ผมสังเกตมีร้านที่ต้องปิดตัวไปหลายร้าน คงเหลือแต่ร้านรุ่นแรก ๆ อยู่ไม่กี่ร้านซึ่งร้าน Capri สาขาแรกก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งก็พอบ่งชี้ได้ว่าร้านเค้าต้องมีอะไรดีอยู่ (แต่ผมไม่เคยไปกินนะ) ส่วนสาขาที่ 2 ที่ตั้งอยู่ ณ Asiatique นั้นก็เปิดทำการมาพร้อม ๆ กับที่ห้างเปิดเลย ร้านจะตั้งอยู่ zone ริมแม่น้ำ โซนที่มีนักท่องเที่ยว, ผู้คนมาเดินกันพลุกพล่านที่สุดแล้ว ใครมาเดิน Asiatique ก็น่าจะต้องได้เจอร้านนี้กัน







ตัวร้านจะแบ่งเป็น 2 zone คือ al fresco dining หรือแบบ open-air รับลมแม่น้ำกันอย่างเต็มที่ บริเวณด้านนอกนี้ตอนกลางวันไม่น่าจะขายได้อย่างแน่นอนเพราะว่าร้อนสุด ๆ (โดยเฉพาะช่วงมีนา-เมษาแบบนี้) แต่คือพอแดดร่มลมตกแล้ว บรรยากาศด้านนอกก็จะน่านั่งขึ้นมาอย่างถนัดตา ลูกค้าทุก ๆ คนก็คงคิดแบบเดียวกันนี้เพราะตอนที่ผมไปที่ร้านประมาณ 5 โมงยังไม่ค่อยมีคนนั่งด้านนอกเท่าไรแต่พอแบบแดดไม่มีแล้วลูกค้านั่งกันเต็มโซนด้านนอกนี่เลย ส่วนด้านในก็จะมีขนาดใหญ่กว่าหน่อยเป็นโต๊ะขนาด 2-4 ที่นั่งเป็นส่วนมาก, มี wine cellar, มี bar ตกแต่งได้เป็นสไตล์แนวอิตาลีตอนใต้ดีแท้ theme สีของร้านนี้จะเป็นสีฟ้า-น้ำเงิน พอแบบนั่งอยู่ในร้านนี้, มอง ๆ ดูบรรยากาศร้านนี้แล้วมันให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในร้านอาหารแถบเมดิเตอร์เรเนียนอยู่บ้างเหมือนกันนะเนี่ย






อาหารของทางร้าน Capri - Asiatique แห่งนี้ก็จะเป็นอาหารอิตาเลียนแบบจ๋า ๆ เลย มี fusion ไทย-asian มาบ้างเล็กน้อยแต่หลัก ๆ จะเป็นอิตาเลียนแบบแท้ ๆ เน้นมาทางสไตล์ตอนใต้ เน้น seafood เยอะ ๆ หน่อยให้สมกับ theme ของร้านที่นำชื่อเมืองริมทะเลมาตั้ง อาหารมีครบครันทุกหมวดหมู่ที่อาหารอิตาเลียนพึงมี อาหารแต่ละอย่างมีรูปภาพประกอบ ไม่ต้องมานั่งงง นั่งจินตนาการกันเอาเองว่าแต่ละอย่างมันหน้าตาเป็นอย่างไร ราคาอาหารอยู่ในระดับร้านอาหารอิตาเลียนมีระดับทั่ว ๆ ไปในบ้านเรา ค่าใช้จ่ายต่อหัวน่าจะอยู่ที่คนละ 500 - 1,000 บาทโดยประมาณถ้าไม่ได้เน้นเครื่องดื่ม แต่คือผมว่า คงจะไม่ค่อยมีลูกค้าที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มของร้านนี้ได้ยาก เพราะเครื่องดื่มของที่นี่ก็มีครบครันไม่แพ้ตัวอาหารเช่นเดียวกน wine, beer, cocktail, draft beer มีให้เลือกครบ และราคาของเครื่องดื่มของที่นี่ก็ค่อนข้างมาตรฐานเช่นกัน เท่า ๆ กับร้านอื่นใน Asiatique นี่แหละครับ

Mocktail Aroytisud (120 บาท): เป็น signature mocktail ของทางร้าน รสชาติจะเปรี้ยว ๆ หน่อย หวานนิด ๆ ตาม มีใส่ผลไม้ลงมาในแก้วด้วยหลายอย่าง เหมาะกับคุณ ๆ ผู้หญิงทั้งหลายครับ










อาหารว่างรวม (Mixed Appetizer Platter - 450 บาท): จานเปิดประเดิมในมื้อนี้ เป็นรวมมิตรของว่างที่ผมไม่ค่อยจะพบเจอตามร้านอิตาเลียนส่วนใหญ่สักเท่าไรเลยนะ (ส่วนใหญ่ที่เจอจะมีแยก ๆ มาเป็นประเภท ๆ ไป) ในจานนี้ก็จะมี appetizer ทั้งหมด 6 อย่างที่มาเป็นคู่และก็มีอีกอย่างนึงที่มาแบบเดี่ยว ๆ ก็เป็น appetizer ที่เหมาะจะกินกันเป็นคู่ดีครับ แต่ถ้ามากันเกินคู่อาจจะแบ่งกันไม่ลงตัวสักเท่าไรนัก ในจานนี้มี parma ham melon , bruschetta, salmon รมควันวางแปะมาด้วยเมล็ดมะกอก, หอยแมลงภู่อบเนยโรยมาด้วยชีส, calamari, ปลาหมึกและกุ้งย่าง และ เนื้อบดย่าง (patty) ทั้งหมดนี้รสชาติดีได้มาตรฐานภัตตาคารอิตาเลียนหมดเลย อันที่ผมชอบที่สุดกลับเป็นอะไรที่น่าจะถูกที่สุดนั่นก็คือ bruschetta เจ้าขนมปังโรยด้วยมะเขือเทศสับนี่ไม่่อยจะเจอที่ไหนทำมาอร่อยครับ แต่ของร้าน capri นี่ทำมาดีมาก ขนมปังนุ่ม, มะเขือเทศฉ่ำ, ซอสที่ราดมาก็ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างลงตัว

สปาเก็ตตี้ขี้เมากับปูนิ่มทอดกรอบ (Spaghetti kee mao with softshell crab - 260 บาท) : พาสต้าของร้าน Capri - Asiatique นี้เค้ามีให้เลือกหลายอย่างมากครับ มีทั้งแบบ traditional และแบบ fusion ซึ่งเจ้าจานนี้จะแบบเป็นหลัง ที่จะเป็นพาสต้าสไตล์ฟิวชั่นกับความเป็นไทยหน่อย จานนี้ขอสารภาพว่าเห็นตอนแรกนี่คิดไว้เลยว่า "ไม่น่าจะอร่อยแน่" แต่พอกินเข้าไปคำแรกนี่ตกใจครับ ทุกอย่างมันลงตัวมาก ไม่ว่าจะตัวเส้นที่ al dante พอดี นุ่ม-แข็ง กำลังดี, ตัวซอสที่ผัดมาแบบเคลือบเส้นสุด ๆ และรสชาติมันแบบขี้เมาแบบผู้ดี ๆ หน่อย เผ็ดกำลังดี แะก็หอมพริกไทยนิด ๆ ส่วนตัวปูนิ่มที่ให้มาด้วย สำหรับคนอื่นอาจจะเป็น highlight ของจานแต่สำหรับผมแล้วมันเป็นเหมือน option เสริมนะครับเพราะแค่ตัวเส้นพาสต้านี่ก็อร่อยจนไม่ต้องมีปูก็ได้แล้วล่ะ








พอร์คช้อพหมูดำราดด้วยซอสเบียร์และมัสตาร์ด (Kurobuta pork chop with beer and mustard sauce - 390 บาท) : จานนี้แปลกดีครับเป็น porkchop ที่แล่มาให้เราเลย จนตอนที่ผมเห็นแว่บแรกนี่ไม่คิดว่าเป็น porkchop ด้วยซ้ำ เนื้อหมูทอด(ย่าง?)มาแบบสมบูรณ์แบบ เกือบ ๆ จะ well-done คือไม่ได้สุกเกินไปจนเนื้อแข็งแต่ก็สุกพอสำหรับเนื้อหมู ตัวซอสที่ราดมารสชาติจะแบบเน้นความหอมและกลมกล่อมเป็นหลักไม่ได้มีรสจัดจ้านอะไรมาก อร่อยครับจานนี้ ทางร้าน Capri ครีเอทมาได้ดีจริง ๆ

พิซซ่าหน้าเบคอนและใบพาสลี่ (Montanara -bacon, mushroom, parsley - 350 บาท): พิซซ่าของร้านนี้จะมาสไตล์ Neapolitan Pizza หรือสไตล์เมืองเนเปิ้ลที่อยู่ใกล้ ๆ กันกับ Capri นั่นเอง พิซซ่าสไตล์นี้จะเป็นแบบบางกรอบอย่างเดียว และจากการที่ร้าน Capri - Asiatique แห่งนี้เค้ามีเตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง ผมก็พอจะเดาได้ตั้งแต่ก่อนกินแล้วว่าต้องอร่อยชัวร์ ๆ ซึ่งพอได้กินคำแรกเข้าไปแล้วก็เป็นตามนั้นจริง ๆ พิซซ่าเค้าทำมาดีมาก แป้งกรอบ, หน้าพิซซ่านุ่ม ชีสมาเยิ้ม ๆ กำลังดี และหน้าของพิซซ่าที่มีเบคอน, เห็ดและใบพาร์สลีย์ก็ผสมผสานรสชาติกันออกมาอย่างลงตัว เหมือนกับก่อนหน้านี้ผมจะเคยได้ยินมาว่าร้าน Capri แห่งน้เค้าทำพิซซ่าดี พอได้มากินแล้วก้แบบอืม ดีจริง ๆ ด้วย







สรุป ร้าน Capri ร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศริมทะเลที่มาตั้งอยู่ริมแม่น้ำแทนแห่งนี้ก็สมกับเป็นร้านที่โด่งดังและอยู่มานานหลายปีล่ะครับ อาหารทุกจานที่กินในวันนี้รสชาติดีหมด มีบางจานรสชาติโดดเด่นเหนือกว่าร้านอื่น ๆ แบบชัดเจน ราคาาหารก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน การบริการก็ถือว่าค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะว่ามีพนักงานเยอะด้วย อืม ใครมา Asiatique และนึกอยากกินอาหารอิตาเลียนริมน้ำกันขึ้นมาพอดีก็มาลองร้านนี้กันได้เลยครับ น่าจะมีความสุขกลับไปได้อย่างไม่ยากเลย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
Feel free to leave a comment and you can also contact me via channels below.
http://www.bumres.com
http://www.facebook.com/BumRes
admin@bumres.com
ร้านอาหาร

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...